U
UHAS
XAU/USD0.00%

เทรดทอง Forex คืออะไร (ฉบับวีดีโอ)

การเทรดทอง (Gold Trading) ในตลาด Forex กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์ไทย โดยเฉพาะคู่เงิน XAUUSD ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงเป็นอันดับต้นๆ

P
Patiphan Uhas
29 มกราคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
เทรดทอง Forex คืออะไร (ฉบับวีดีโอ)

การเทรดทอง (Gold Trading) ในตลาด Forex กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์ไทย โดยเฉพาะคู่เงิน XAUUSD ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง Gold Forex, Gold Spot และ Gold Future พร้อมทั้งข้อควรระวังที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้ก่อนเริ่มเทรดทองคำ เพราะความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในการเทรดคือการไม่เข้าใจสินทรัพย์ที่คุณกำลังซื้อขาย

แผนภาพพฤติกรรมราคาช่วงข่าวแรง: ก่อนข่าวราคาแกว่งแคบ วินาทีประกาศราคาสะบัดขึ้นลงกวาด Stop สองฝั่งพร้อมสเปรดถ่างกว้าง แล้วค่อยเลือกทางจริงหลังฝุ่นหาย
แผนภาพพฤติกรรมราคาช่วงข่าวแรง: ก่อนข่าวราคาแกว่งแคบ วินาทีประกาศราคาสะบัดขึ้นลงกวาด Stop สองฝั่งพร้อมสเปรดถ่างกว้าง แล้วค่อยเลือกทางจริงหลังฝุ่นหาย

สรุปสาระสำคัญ

  • เทรดทองใน Forex หมายถึงการซื้อขายคู่เงิน XAUUSD (ทองคำต่อดอลลาร์สหรัฐ) โดยไม่มีการส่งมอบทองแท่งจริง
  • Gold Spot คือราคาทองคำในตลาดทันที ในขณะที่ Gold Future คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีวันส่งมอบในอนาคต
  • การเทรดทองต้องเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนราคา เช่น ค่าเงินดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
  • ทองคำมี volatility สูง — ราคาสามารถเปลี่ยนแปลง $20-50 ต่อออนซ์ในหนึ่งวันได้
  • การใช้ leverage ในการเทรดทองต้องระมัดระวัง เพราะความผันผวนสูงอาจทำให้ขาดทุนเร็วกว่าสินทรัพย์อื่น

เทรดทองใน Forex คืออะไร

การเทรดทอง (Gold Trading) ในตลาด Forex หมายถึงการซื้อขายคู่เงิน XAUUSD ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงราคาทองคำ (Gold) เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยราคาจะแสดงเป็นดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce) หนึ่งหน่วย

เมื่อคุณเทรด XAUUSD คุณไม่ได้ซื้อหรือขายทองแท่งจริง แต่เป็นการเก็งกำไรจากความเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำผ่านสัญญา CFD (Contract for Difference) ที่โบรกเกอร์ Forex นำเสนอ ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาทองคำอยู่ที่ $1,950.00 ต่อออนซ์ หมายความว่าคุณต้องใช้ $1,950.00 ในการซื้อทองคำหนึ่งทรอยออนซ์

ในตลาด Forex ทองคำถือเป็น "safe-haven asset" หรือสินทรัพย์ปลอดภัย ที่นักลงทุนมักจะหันมาถือครองเมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจหรือการเมือง ทำให้ราคาทองมักเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นและมีความสัมพันธ์ผกผันกับค่าเงินดอลลาร์

ความแตกต่างระหว่าง Gold Spot, Gold Future และ Gold Forex

แผนภาพหน่วยทองคำ: หนึ่งทรอยออนซ์เท่ากับ 31.104 กรัม ทองแท่งไทยหนึ่งบาทหนัก 15.244 กรัม ราคาทองไทยขึ้นกับราคาทองโลก ค่าเงินบาท และพรีเมียมในประเทศ
แผนภาพหน่วยทองคำ: หนึ่งทรอยออนซ์เท่ากับ 31.104 กรัม ทองแท่งไทยหนึ่งบาทหนัก 15.244 กรัม ราคาทองไทยขึ้นกับราคาทองโลก ค่าเงินบาท และพรีเมียมในประเทศ

Gold Spot (ตลาดทองคำทันที)

Gold Spot คือราคาทองคำในตลาดแบบทันที (Spot Market) ที่มีการซื้อขายและส่งมอบทันทีภายใน 2 วันทำการ ราคา Spot เป็นราคาอ้างอิงหลักของตลาดทองคำทั่วโลก โดยได้รับอิทธิพลจากตลาดหลักอย่าง London Bullion Market และ New York Mercantile Exchange (COMEX)

คุณสมบัติของ Gold Spot:

  • ไม่มีวันหมดอายุของสัญญา
  • ราคาเปลี่ยนแปลงตลอด 24 ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น (Day Trading, Scalping)
  • Spread มักจะต่ำกว่า Gold Future

Gold Future (สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า)

Gold Future คือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าที่กำหนดราคาและปริมาณไว้ล่วงหน้า โดยมีวันส่งมอบในอนาคต สัญญา Future ซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น COMEX ในสหรัฐอเมริกา

คุณสมบัติของ Gold Future:

  • มีวันหมดอายุของสัญญา (มักจะเป็นรายเดือน)
  • มีขนาด contract มาตรฐาน (100 ทรอยออนซ์ใน COMEX)
  • ราคาอาจแตกต่างจาก Spot price เล็กน้อย (เรียกว่า basis)
  • ต้อง roll over สัญญาเมื่อใกล้วันหมดอายุ

Gold Forex (CFD)

Gold Forex หรือที่เรียกว่า Gold CFD คือผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่โบรกเกอร์ Forex นำเสนอ โดยอิงราคาจาก Gold Spot แต่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง เหมาะสำหรับเทรดเดอร์รายย่อยที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น

คุณสมบัติของ Gold Forex:

  • ใช้ leverage ได้สูง (โดยทั่วไป 1:100 - 1:500)
  • ขนาด lot ยืดหยุ่น (0.01 - 100 lot)
  • ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
  • มี swap charge (ค่าดอกเบี้ยข้ามคืน) ถ้าถือ position ค้างคืน
NOTE

การใช้ leverage สูงในการเทรดทองมีความเสี่ยงมาก เพราะทองคำมีความผันผวนสูง ราคาสามารถเปลี่ยนแปลง $30-50 ต่อออนซ์ในหนึ่งวันได้ ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณใช้ leverage 1:100 การเคลื่อนไหวเพียง $10 สามารถทำให้บัญชีขาดทุน 50% ได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ

1. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ทองคำมีความสัมพันธ์ผกผันกับค่าเงินดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองมักจะลดลง และในทางกลับกัน เพราะทองคำซื้อขายเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็ง ทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น

ความสัมพันธ์นี้วัดได้จาก Dollar Index (DXY) ซึ่งมักจะมี correlation coefficient ประมาณ -0.7 ถึง -0.9 กับราคาทองคำ

2. อัตราดอกเบี้ย (Interest Rates)

อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักทำให้ราคาทองลดลง เพราะทองคำไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้พันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากธนาคารน่าสนใจกว่า นโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve (Fed) จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่เทรดเดอร์ทองต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

3. ภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยงทางการเมือง

เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สงคราม หรือความไม่แน่นอนทางการเมือง นักลงทุนมักจะหันมาซื้อทองคำเพื่อเก็บรักษามูลค่าทรัพย์สิน (flight to quality) ทำให้ราคาทองพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ช่วงวิกฤต COVID-19 ในปี 2020 ราคาทองพุ่งขึ้นจาก $1,500 เป็น $2,070 ต่อออนซ์

4. อัตราเงินเฟ้อ (Inflation)

ทองคำถือเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อที่ดี เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น กำลังซื้อของเงินลดลง นักลงทุนจะหันมาถือทองคำเพื่อรักษามูลค่าความมั่งคั่ง ดังนั้นข่าวเกี่ยวกับ CPI (Consumer Price Index) และ PPI (Producer Price Index) จึงมีผลต่อราคาทองโดยตรง

กลยุทธ์การเทรดทองสำหรับมือใหม่

1. เทรดตาม Trend (Trend Following)

ทองคำมักจะมี trend ที่ชัดเจนในช่วงเวลาหนึ่ง การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเช่น Moving Average (MA) สามารถช่วยระบุทิศทางของตลาดได้ เช่น เมื่อราคาอยู่เหนือ MA 200 ถือว่าอยู่ใน uptrend

กฎพื้นฐาน:

  • ซื้อเมื่อราคา pullback มาแตะ MA 50 ใน uptrend
  • ขายเมื่อราคา bounce ขึ้นแตะ MA 50 ใน downtrend
  • ใช้ Stop Loss ที่ระดับ support/resistance ที่ชัดเจน

2. เทรดตามข่าวเศรษฐกิจ (News Trading)

ข่าวเศรษฐกิจสำคัญเช่น Non-Farm Payrolls, FOMC Meeting และ CPI มักทำให้ราคาทองเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง การเทรดตามข่าวต้องเตรียมตัวล่วงหน้าและตั้ง Stop Loss ที่กว้างพอรับความผันผวน

TIP

ในวันที่มีข่าวสำคัญ ราคาทองอาจเคลื่อนไหว $50-100 ในไม่กี่นาที ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลานี้ หรือลดขนาด lot ลงเหลือครึ่งหนึ่ง

3. Range Trading

ในช่วงที่ตลาดไม่มี trend ชัด ทองคำมักจะซื้อขายในช่วงราคา (range) แคบ เทรดเดอร์สามารถเทรดโดยซื้อที่ support และขายที่ resistance โดยใช้ RSI หรือ Stochastic เป็นตัวยืนยัน

เงื่อนไขการเทรด Range:

  • ระบุ support/resistance ที่ชัดเจนจากราคาในอดีต
  • ซื้อเมื่อราคาแตะ support + RSI < 30
  • ขายเมื่อราคาแตะ resistance + RSI > 70
  • หยุดเทรดเมื่อราคาทะลุ range ออกไป

ข้อควรระวังในการเทรดทองคำ

Volatility สูง

ทองคำมีความผันผวนสูงกว่าคู่เงินหลักอย่าง EURUSD ราคาสามารถเปลี่ยนแปลง 2-3% ในหนึ่งวันได้ ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณเทรด 1 lot ของ XAUUSD (100 ออนซ์) การเคลื่อนไหว $10 ต่อออนซ์จะส่งผลต่อบัญชีของคุณ $1,000

Spread กว้าง

โบรกเกอร์บางรายเสนอ spread ของทองคำที่กว้างกว่าคู่เงินทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดไม่ค่อยมี liquidity Spread อาจกว้างขึ้นเป็น 30-50 cents ($0.30-0.50) ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญสำหรับ scalper

แผนภาพสเปรด: ราคา Ask ที่เราซื้ออยู่เหนือราคา Bid ที่เราขาย ช่องว่างระหว่างสองราคาคือต้นทุนที่จ่ายทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ พร้อมเปรียบเทียบสเปรดแคบกับสเปรดกว้างช่วงข่าว
แผนภาพสเปรด: ราคา Ask ที่เราซื้ออยู่เหนือราคา Bid ที่เราขาย ช่องว่างระหว่างสองราคาคือต้นทุนที่จ่ายทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ พร้อมเปรียบเทียบสเปรดแคบกับสเปรดกว้างช่วงข่าว

Swap Charge

ถ้าคุณถือ position ทองค้างคืน คุณจะต้องจ่ายค่า swap ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทั้ง long และ short position โดยอัตราจะแตกต่างกันไปตามแต่ละโบรกเกอร์ โบรกเกอร์บางรายเก็บ swap สูงถึง $10-15 ต่อ lot ต่อคืน

INFO

ก่อนเลือกโบรกเกอร์สำหรับเทรดทอง ควรตรวจสอบ: (1) Spread เฉลี่ยของ XAUUSD, (2) Swap rate สำหรับ long/short position, (3) Execution speed ในช่วงข่าวสำคัญ และ (4) ข้อจำกัดของ leverage สำหรับบัญชีของคุณ

เปรียบเทียบการเทรดทองกับสินทรัพย์อื่น

คุณสมบัติGold (XAUUSD)EUR/USDCrude OilS&P 500
Average Daily Range$20-5050-100 pips$1-350-150 points
Volatilityสูงปานกลางสูงมากปานกลาง
Leverage ทั่วไป1:100 - 1:5001:200 - 1:10001:50 - 1:2001:20 - 1:100
Trading Hours24h/5d24h/5d24h/5d14:30-21:00 GMT
Spread เฉลี่ย$0.15 - 0.500.5 - 2.0 pips$0.03 - 0.100.5 - 2.0 points

จากตารางจะเห็นว่าทองคำมี volatility สูงและ spread กว้างกว่าคู่เงินหลัก แต่ก็ยังต่ำกว่าน้ำมันดิบ ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบความท้าทายและพร้อมรับความเสี่ยงระดับปานกลาง-สูง

วิธีเริ่มต้นเทรดทองอย่างปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 1: ศึกษาพื้นฐาน

ก่อนเริ่มเทรดจริง ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 เดือนในการศึกษาเกี่ยวกับ:

  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ
  • การอ่านกราฟและเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค
  • วิธีการจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
  • จิตวิทยาการเทรด

ขั้นตอนที่ 2: เปิดบัญชี Demo

ใช้บัญชี demo ในการฝึกฝนอย่างน้อย 3 เดือนหรือจนกว่าจะมีผลกำไรต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน โฟกัสที่การพัฒนากลยุทธ์และจัดการ emotions มากกว่าการไล่ตามกำไร

ขั้นตอนที่ 3: เริ่มต้นด้วยทุนเล็ก

เมื่อเปิดบัญชีจริง เริ่มต้นด้วยทุนที่คุณพร้อมเสียได้โดยไม่กระทบต่อชีวิตประจำวัน แนะนำให้เริ่มต้นที่ $500-1,000 และใช้ lot size ไม่เกิน 0.01-0.05 lot ต่อการเทรด

ขั้นตอนที่ 4: ปฏิบัติตาม Money Management

กฎทองสำหรับการเทรดทอง:

  • อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อการเทรด
  • ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น
  • Risk:Reward ratio ควรอยู่ที่อย่างน้อย 1:2
  • ไม่เทรดมากกว่า 3-5 ครั้งต่อวัน
NOTE

การเทรดทองด้วย leverage สูง (เกิน 1:100) เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น มือใหม่ควรเริ่มต้นที่ leverage 1:20 - 1:50 เพื่อจำกัดความเสี่ยงในการขาดทุนหนัก

เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับเทรดทอง

1. Economic Calendar

ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อรู้ว่ามีข่าวสำคัญเมื่อใด ข่าวที่ต้องติดตาม:

  • Non-Farm Payrolls (วันศุกร์แรกของเดือน)
  • FOMC Meeting และ Interest Rate Decision
  • CPI และ PPI
  • GDP Growth Rate
  • Unemployment Rate

2. Technical Indicators

Indicators ที่นิยมใช้กับทองคำ:

  • Moving Averages (MA 50, 100, 200)
  • Relative Strength Index (RSI)
  • MACD (Moving Average Convergence Divergence)
  • Fibonacci Retracement
  • Bollinger Bands

3. Trading Platform

เลือกแพลตฟอร์มที่เสถียรและรองรับเครื่องมือวิเคราะห์ที่คุณต้องการ เช่น:

  • MetaTrader 4 (MT4)
  • MetaTrader 5 (MT5)
  • cTrader
  • TradingView (สำหรับวิเคราะห์)

ทำไมต้องเรียนรู้เกี่ยวกับทองก่อนเทรด

การทำความเข้าใจทองคำในฐานะสินทรัพย์การลงทุนเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น เมื่อคุณเข้าใจว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ที่นักลงทุนหันมาถือครองในยามวิกฤต คุณจะรู้ว่าทำไมราคาถึงพุ่งขึ้นเมื่อตลาดหุ้นดิ่ง หรือเหตุใดทองถึงลดลงเมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ย

ความรู้นี้จะช่วยให้คุณ:

  • คาดการณ์ทิศทางของตลาดได้แม่นยำขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการเทรดตามอารมณ์
  • จัดการความเสี่ยงได้อย่างมีเหตุผล
  • สร้างกลยุทธ์การเทรดที่สอดคล้องกับลักษณะของทองคำ

ตามที่มีคำกล่าวว่า "ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือการไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร" เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้เวลามากในการศึกษาสินทรัพย์ที่ตนเทรด พวกเขาไม่ได้เพียงแค่จ้องมองกราฟและดู indicator แต่เข้าใจถึงพื้นฐานที่ขับเคลื่อนราคาอย่างแท้จริง

https://youtu.be/-pXmLWq2kJs

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทองคำใน Forex ต่างจากทองรูปพรรณในไทยอย่างไร?

ทองคำใน Forex (XAUUSD) คือทองคำแท่ง 99.99% บริสุทธิ์ที่ซื้อขายในตลาดโลก ราคาอิงจากทรอยออนซ์และเป็นดอลลาร์สหรัฐ ส่วนทองรูปพรรณในไทยเป็นทอง 96.5% บริสุทธิ์ ราคาอิงจากบาทต่อบาททอง (15.244 กรัม) และรวมค่าแรงในราคาขาย เมื่อแปลงเป็นหน่วยเดียวกัน ราคาทองโลกกับทองไทยจะใกล้เคียงกัน แต่อาจแตกต่างเล็กน้อยเนื่องจากค่าเงินบาทและต้นทุนการนำเข้า

ควรใช้ leverage เท่าไรในการเทรดทอง?

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ใช้ leverage ไม่เกิน 1:50 เพราะทองคำมีความผันผวนสูง เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์อาจใช้ถึง 1:100 แต่ไม่ควรเกินนี้ การใช้ leverage สูงเกิน 1:200 มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะการเคลื่อนไหวเพียง $20 สามารถทำให้บัญชีที่ใช้ leverage 1:500 ขาดทุนมากกว่า 50% ได้

เวลาไหนดีที่สุดในการเทรดทองคำ?

ช่วงเวลาที่ทองคำมีปริมาณการซื้อขายสูงสุดคือ 14:30-20:00 GMT (21:30-03:00 เวลาไทย) เมื่อตลาดอเมริกาเปิดและทับซ้อนกับตลาดยุโรป ช่วงนี้มี volatility สูงและ spread แคบที่

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง