เทรด Forex เป็นอาชีพ

เทรด Forex เป็นอาชีพ ทำได้จริงๆหรอ?

เทรด Forex เป็นอาชีพ ทำได้จริงๆหรอ? คุณอาจจะเคยได้ยินว่าการเทรด Forex สามารถทำเป็นงานประจำได้ แต่จะลาออกจากงานประจำหรือจะผันตัวมาเป็นนายตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องเข้าใจในอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ทางการเงิน(Money Literacy) ที่จะทำให้เราวางแผนการใช้จ่ายเงินได้ดีขึ้น การทำกำไรในตลาด Forex การวางแผนและวินัยในการเทรด เป้าหมายเส้นทางอาชีพ และอีกหลายอย่างซึ่งเป็นรายละเอียดยิบย่อยที่ส่งผลต่อชีวิตเราทุกมิติเพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรมองข้าม ต้องใช้เวลาคิดวิเคราะห์วางแผนกันนานหน่อย แต่เรา Uhas.com เชื่อว่าหากเพื่อนๆ คิดมาดีแล้ว ครบทุกมุมมองแล้ว ก็สามารถเป็น Trader Full-time ได้เช่นกัน

เทรด Forex เป็นอาชีพ ทำได้จริงๆหรอ?

เส้นทางนี้คุณจะต้องเป็นนายตัวเอง เงินทุกบาทที่ได้มาก็ด้วยการลงมือทำของคุณ ถ้าคุณไม่ทำคุณก็ไม่ได้เงิน เพิ่มเติมคือไม่มีคนอื่นมาคอยสั่งให้คุณทำนู้นทำนี่ ไม่มีเวลามากำหนดว่าจะต้องเริ่มงานกี่โมง กลับบ้านกี่โมง อิสระทางเวลาจะเยอะมากขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยความรับผิดชอบและวินัยที่สูงมาก ถ้าทำได้ดีสิ่งที่ได้คืนมาจะมากกว่าเงินหรือประสบการณ์แต่คุณอาจมีไอเดียร์ใหม่ๆเกี่ยวกับการบริการเหล่าเทรดเดอร์ด้วยกัน สร้างเป็นรายได้เสริมขึ้นไปอีก คุณจะเขียนหนังสือเพื่อกระจายความรู้นี้ออกไปก็ยังได้

รายได้ต้องเพียงพอกับค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่อเดือน

คุณต้องใช้เงินต่อเดือนเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ คิดคำนวณจาก ค่ากิน(กี่คน) ค่าอยู่(เช่าหรือผ่อนที่อยู่) ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์(ค่าโทรและอินเตอร์เน็ต) และอื่นๆ(ผ่อนทรัพย์สิน, หนี้) นำมารวมกันทั้งหมด แล้วจะรู้ว่าตกแล้วต่อเดือนคุณใช้เงินเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายไหนลดลงได้ก็ลด และวางแผนการใช้จ่ายให้ชัดเจน สมมติว่าเราเป็นคนโสด ใช้จ่ายน้อย ไม่มีภาระหนี้สินใดๆ เงินที่ต้องใช้ต่อเดือนอาจตกอยู่ที่ 15,000 บาท ก็ได้ เทรดให้ได้ตามเป้าหมายขั้นต่ำ หากสามารถทำได้มากกว่านั้น ถือเป็นกำไรของคุณ

เมื่อเรารู้รายจ่ายรายเดือนของเราแล้วเป้าหมายในการเทรดก็ชัดเจนมากขึ้น ยกตัวเลขค่าใช้จ่ายรายเดือนมา ถ้า 15,000 เป็น 5 % ของเงินทุน ดังนั้นเงินทุนควรอยู่ที่ 300,000 บาท แค่เรื่องคิดเลขคงไม่ยากเกินไปแต่เรื่องลงมือทำยากเสมอ ดังนั้นลองพิจารณาสิ่งต่อไปนี่ดู

ปัจจัยที่ต้องวิเคราะห์ในการเป็น Trader Full-time

  1. ต้นทุนต้องมากพอ อัตราผลตอบแทนที่ปลอดภัยอยู่ที่ 3 – 5 % ของเงินต้นทุนในการเทรด เพื่อไม่ให้เสี่ยงเกินไป ต้องคำนึงความเสี่ยงที่เรารับได้อยู่เสมอเพราะเงินทุนก้อนนี้มีผลต่อรายได้ของเรา หากเราขาดทุนต่อเนื่องจากเงินทุนที่ 300,000 บาท ที่ควรได้รับผลตอบแทนอยู่ที่ 15,000 บาท(กำไร 5 %) อาจลดน้อยลงและรายได้กฎน้อลงตามไปด้วย เป็นเช่นนี้ต่อเนื่องกันไม่ดีแน่ๆ
  2. มีประสบการณ์และความรอบครอบ ธุรกิจนี้คุณเป็นนายตัวเอง 100% ตั้งเป้าหมายเอง วางแผนเอง ลงมือทำเอง บันทึกผลประกอบการณ์เอง ได้กำไรด้วยตัวเองขาดขุนด้วยตัวเอง ประสบการณ์ที่มากพอจะช่วยบอกว่าต้องทำอย่างไร เทรดแบบไหนไม่ขาดทุน แต่ก่อนอาจต้องดูถึง 2 ปีกว่าจะมั่นใจว่าจะเทรดเป็นงานหลัก แต่ปัจจุบันอะไรๆก็รวดเร็ว เทคโนโลยี และแนวทางแนวคิดในการเทรดมันก็เปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือ ตลาด Forex ยังคงผันผวนและมีความเสี่ยงสูงอยู่เสมอ
  3. มีวินัยสูงและความรับผิดชอบ เป็นเทรดเดอร์อิสระแล้วไม่ใช่ว่านั่งดูกราฟไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน แล้วเวลาที่เหลือก็ปล่อยตัวตามสบาย คงไม่ได้กำไรดีแน่ๆ เทรดเดอร์ต้องเอาใจใส่มากๆ ได้กำไรต้องวิเคราะห์ ขาดทุนก็ต้องวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์การเทรดของเรา สามารถปรับปรุงพัฒนาฝีมือการเทรดได้ เพราะการลงทุนไม่มีสูตรตายตัวและไม่หยุดนิ่งเทรดเดอร์ที่ดีจึงควรเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
  4. ระบบเทรดที่ต้องสร้างขึ้นมาเอง เพราะมันเป็นเครื่องมือช่วยให้เราเทรดอย่างมีแบบแผน ไม่เทรดมั่ว เทรดไปเรื่อย ถ้าไม่มีมันอาจนำไปสู่หายนะพอร์ตแตกก็ได้ หากยิ่งมีการบันทึกสถิติการเทรดแล้วผลภาพรวมได้กำไรอย่างมากก็แสดงว่าระบบเทรดนั้นมีประสิทธิภาพ ฟังแล้วอาจจะดูยาก แต่ในความจริงเราอาจจะหยิบสิ่งที่เราว่าดีต่อการเทรดมาใช้งานร่วมกันก็ได้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอย่างเพิ่งรีบถอดใจไป เพราะความสำเร็จเป็นของผู้ที่ลงมือทำเสมอ


 

บทความนี้เกี่ยวกับโบรกเกอร์