วิเคราะห์จุดเข้า Forex จากกราฟเปล่า
การวิเคราะห์จุดเข้า Forex จากกราฟเปล่าคือทักษะหลักที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ตัดสินใจเปิดออเดอร์ โดยอาศัยเพียงโครงสร้างราคา โซนอุปสงค์-อุปทาน

การวิเคราะห์จุดเข้า Forex จากกราฟเปล่าคือทักษะหลักที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ตัดสินใจเปิดออเดอร์ โดยอาศัยเพียงโครงสร้างราคา โซนอุปสงค์-อุปทาน และแนวรับ-แนวต้าน ไม่ต้องพึ่งอินดิเคเตอร์ที่วุ่นวาย บทความนี้เราจะพาคุณเจาะลึกกรณีศึกษาคู่เงิน EUR/USD ผ่านแนวคิดของ Ahmad Danial — แสดงให้เห็นวิธีหาจุด SELL และ BUY ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า 20 pips
สรุปสาระสำคัญ
- เริ่มวิเคราะห์จาก Daily และ H4 เพื่อมองภาพรวมโครงสร้างเทรนด์ก่อนหาจุดเข้า
- ใช้หลัก Structure (HH/HL) + Supply/Demand + Trendline + Support/Resistance ร่วมกัน
- โซน SELL ที่ดีคือระดับที่ราคา Reject หลายครั้ง + เคยเป็น Support เก่าแล้วกลับเป็น Resistance ใหม่
- ควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ที่ 15-20 pips ต่อออเดอร์ หยุดเทรดทันทีหากโครงสร้างพลิกกลับ
ขั้นตอนที่ 1: อ่านโครงสร้างตลาดใน Daily Time Frame
ก่อนเข้าสนามจริง เราต้องดู Daily (D1) และ 4 ชั่วโมง (H4) ก่อนเสมอ เพื่อระบุทิศทางหลักของตลาด
จากกราฟ Daily คู่ EUR/USD เราเห็นโครงสร้างชัดเจน:
- Higher High (HH) และ Higher Low (HL) เกิดขึ้นสลับกันติดต่อกัน → ยืนยันเทรนด์ขาขึ้น (Uptrend)
- ราคาสร้าง HH → HL → HH → HL → HH เป็นจังหวะ → แสดงว่าผู้ซื้อยังเหนือกว่า
หลักการวาดโครงสร้างพื้นฐาน
- H (High) → L (Low) → HH → HL → HH → HL → HH → HL → HH
- ระบุจุดเริ่มต้นเทรนด์ด้วยกรอบสี่เหลี่ยม — นี่คือจุดที่ราคาทำ Base ก่อนเริ่มวิ่งขึ้น
เคล็ดลับการยืนยัน: มองซ้ายมือเสมอ ดูว่าราคา Break โซน Supply เก่าหรือ Break แนวต้านสำคัญหรือไม่ ถ้า Break แล้ว = สัญญาณเทรนด์เปลี่ยนแข็งแรงขึ้น
เงื่อนไขการพลิกกลับเทรนด์: 2 รูปแบบที่ต้องระวัง
หากเทรนด์ขาขึ้นจะกลายเป็นขาลง ราคาต้องทำลายระดับ Higher Low (HL) ก่อน Ahmad Danial เสนอ 2 สถานการณ์ที่อาจเกิด:
แบบที่ 1: ลงตรง ทะลุ HL โดยตรง
ราคาร่วงลงมาทำ Lower Low (LL) แล้วสร้าง Lower High (LH) ตามมา → เทรนด์เปลี่ยนเป็นขาลง
แบบที่ 2: Pullback ก่อน แล้วค่อยลงทะลุ
ราคาดีดขึ้นทดสอบโซนเก่าก่อน (Pullback/Retest) แล้วค่อยร่วงลงทำลาย HL → แบบนี้ปลอดภัยกว่า เพราะเราได้จุดเข้า SELL ที่ชัดเจน
อย่าเพิ่งเปิด SELL ทันทีที่ราคาทะลุ Trendline — รอให้ราคา Pullback กลับมาทดสอบโซนเก่า แล้ว Reject ลง จึงเข้าออเดอร์ เพื่อลด False Breakout
วิเคราะห์ใน H4: ใช้ Trendline ร่วมกับโซน Demand/Supply
ใน H4 Time Frame เราเห็น:

- เส้น Trendline เชื่อมต่อจุด HL หลาย ๆ จุด → ราคา Reject หลายครั้ง
- แล้วราคา Break เส้น Trendline ลง (กรอบสี่เหลี่ยม) → อาจเป็นสัญญาณเทรนด์อ่อนตัว
ข้อสังเกต:
- ราคา Reject Trendline หลายครั้ง → แสดงว่ามีผู้ซื้อรอเข้าที่เส้นนี้
- เมื่อ Break แล้ว อย่าเปิด SELL ทันที — รอ Retest + ดูโครงสร้างว่าเปลี่ยนจริงหรือไม่
ความสัมพันธ์ระหว่าง Trendline + Demand Zone + Structure
Ahmad Danial แสดงให้เห็นว่า Trendline ไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว — มันทำงานร่วมกับ Demand Zone และโครงสร้าง HH/HL

- First Demand Zone (โซนเริ่มต้น) → สามารถเปิด BUY ที่นี่ได้
- ตามด้วย Demand Zone ถัด ๆ ไปตาม Trendline → ไล่ซื้อขึ้นไปเรื่อย ๆ
ห้ามเทรดในโซนสีฟ้า (กรอบ Consolidation/Sideways) — ช่วงนี้ราคาสับ ไม่มี Momentum ชัดเจน รอให้ Breakout ออกจากกรอบก่อน
หาจุดเข้า SELL ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด
เมื่อราคา Break Trendline ลงแล้ว Ahmad Danial คาดว่าเทรนด์อาจกลับเป็นขาลง — สิ่งที่ต้องทำคือหา Supply Zone (โซนอุปทาน) ที่ปลอดภัย
เหตุผล:
- เมื่อ Demand (อุปสงค์) = 0 → ไม่มีคนซื้อเพิ่ม ราคาจะลงต่อ
- ดังนั้นเราต้องหา Demand Zone ด้านล่าง (เพื่อเอาไว้เป็นเป้า) และ Supply Zone ด้านบน (เพื่อเข้า SELL)
ลูกศรในภาพ → Demand Zone ที่ถูก Retest — นี่คือระดับที่ราคาอาจดีดกลับ (เป้าหมาย Take Profit สำหรับออเดอร์ SELL)
ขั้นตอนหาจุด SELL ที่ปลอดภัย
- ระดับ Support เก่า → Resistance ใหม่ — ราคา Reject แรงมาก → มีผู้ขายเยอะ
- แต่ ยังไม่ปลอดภัย → อาจเป็นกับดัก (False Signal)
ระวัง: ระดับนี้อาจหลอกให้คุณ SELL เร็วเกินไป — ควรรอ Confirmation เพิ่มเติม
- ระดับที่ปลอดภัยกว่า → ราคา Reject Resistance อย่างชัดเจน + มีโครงสร้าง Lower High ตามมา
Mark Supply Zone ใน 1H แล้วดูใน 4H
Ahmad Danial ลงไปทำเครื่องหมาย Supply Zone ใน 1H — แล้วดูกลับมาใน 4H:
ผลลัพธ์:
- ความเสี่ยงเพียง ~20 pips (Lot 0.01 = $2.00 / Lot 0.10 = $20.00)
- Stop Loss วางเหนือ Supply Zone เล็กน้อย
- ถ้าราคาทะลุ Stop Loss และสร้าง Higher High ใหม่ → ห้ามเข้า SELL อีก เพราะโครงสร้างกลับเป็นขาขึ้นแล้ว
กฎเหล็ก: หากออเดอร์ถูก Stop Loss + โครงสร้างพลิกกลับ → หยุดเทรดทิศทางนั้นทันที อย่าพยายามเอาคืน
หาจุดเข้า BUY ที่มีความเสี่ยงต่ำ
หากราคายังคงเป็นขาขึ้น เราก็ควรหา Demand Zone ที่ปลอดภัยสำหรับเปิด BUY
- โซนนี้เหมาะสำหรับ BUY
- Stop Loss วางด้านล่างโซน Demand
- ความเสี่ยง ~15 pips (Lot 0.01 = $1.50)
ทำไมโซนนี้ดี?
- เคยเป็น Support แข็ง
- ราคาดีดกลับหลายครั้ง (Retest ผ่าน)
- อยู่ใกล้ Trendline → โอกาสดีดสูง
เทคนิคการบริหารความเสี่ยง: Pips vs. Dollar
ตารางต่อไปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยง (pips) และเงินจริง (USD) สำหรับคู่ EUR/USD:
| Lot Size | 15 Pips | 20 Pips | 30 Pips |
|---|---|---|---|
| 0.01 | $1.50 | $2.00 | $3.00 |
| 0.10 | $15.00 | $20.00 | $30.00 |
| 1.00 | $150.00 | $200.00 | $300.00 |
หลักการ: ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของทุนต่อออเดอร์ — หากมีทุน $1,000 ความเสี่ยงไม่ควรเกิน $10-20 ต่อรอบ
สรุป: Checklist ก่อนเปิดออเดอร์
ก่อนกดเปิดออเดอร์ ตรวจสอบ 5 ข้อนี้:
- โครงสร้าง Daily/H4 ชัดหรือไม่? (HH/HL หรือ LL/LH)
- Trendline ยังใช้งานได้หรือถูก Break แล้ว?
- มี Supply/Demand Zone ชัดเจนหรือไม่?
- ราคา Reject ระดับสำคัญหลายครั้งหรือยัง?
- ความเสี่ยง (pips) อยู่ในกรอบ 15-20 pips หรือไม่?
ถ้าตอบ "ใช่" ครบทั้ง 5 ข้อ → จุดเข้านั้นปลอดภัย
ถ้าตอบ "ไม่" แม้แต่ข้อเดียว → อย่าเปิดออเดอร์
สำคัญ: เทรดเดอร์ Scalping อาจข้าม Daily Time Frame ได้ โดยเริ่มจาก H4 หรือต่ำกว่าเลย แต่ต้องแน่ใจว่าเข้าใจ Local Structure (โครงสร้างในกรอบเวลาที่เทรด) อย่างลึกซึ้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมต้องดู Daily Time Frame ด้วย ไม่เทรดแค่ H1/M15 เลยได้ไหม?
ได้ แต่มีความเสี่ยงสูงขึ้น Daily ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมเทรนด์หลัก — ป้องกันไม่ให้คุณ SELL ในเทรนด์ขาขึ้นแรง หรือ BUY ในเทรนด์ขาลงแรง เทรดเดอร์ Scalping อาจข้ามได้ แต่ต้องเชี่ยวชาญโครงสร้างใน Time Frame ที่เทรดจริง ๆ
Supply Zone กับ Resistance ต่างกันยังไง?
- Resistance = เส้นราคาเดียว (single level) ที่ราคาชนแล้วกลับลง
- Supply Zone = พื้นที่ช่วง (range) ที่ผู้ขายเข้ามาเยอะ ราคาวิ่งลงแรง → มักกว้าง 10-30 pips
Supply Zone มีความแม่นยำสูงกว่า เพราะครอบคลุมพื้นที่ที่ออเดอร์ขายถูกวางไว้จริง
ถ้าราคา Break Trendline แล้วกลับขึ้นทะลุ HL เก่า ต้องทำยังไง?
หยุดเทรด SELL ทันที — นั่นหมายความว่าเทรนด์ขาขึ้นยังแข็งแรง คุณกำลังเทรดสวนกระแส ถ้าถูก Stop Loss แล้วราคาสร้าง Higher High ใหม่ → รอหาจุด BUY แทน อย่าพยายามเอาคืนด้วยการเปิด SELL ซ้ำ
ควรใช้ Lot Size เท่าไหร่สำหรับบัญชี $500?
สูตรคร่าว ๆ: ความเสี่ยงต่อรอบ ÷ Stop Loss (pips) = Lot Size สูงสุด
- ทุน $500 → เสี่ยง 1% = $5
- Stop Loss 20 pips → $5 ÷ $2 (20 pips ใน 0.01 lot) = 0.025 lot สูงสุด
ในทางปฏิบัติ ใช้ 0.01-0.02 lot จะปลอดภัย
Ahmad Danial ใช้อินดิเคเตอร์อะไรเสริมบ้างไหม?
ในวิดีโอ เขาใช้แค่ กราฟเปล่า (Naked Chart) — ไม่มี Moving Average, RSI, MACD หรืออะไรทั้งสิ้น เพียงแต่:
- Horizontal Line (แนวรับ-แนวต้าน)
- Trendline
- Supply/Demand Box
หลักคิด: ราคาบอกทุกอย่าง — อินดิเคเตอร์เป็นแค่ตัวช่วยที่อาจทำให้ล่าช้า
แหล่งอ้างอิง
Ahmad Danial — "How To Analyze From Scratch (Supply And Demand + Structure)" https://youtu.be/nZFOioW7M8k
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


