เส้นทางเศรษฐี

Chase Coleman เส้นทางเศรษฐี 3แสนล้าน

exness

Chase Coleman เส้นทางเศรษฐี 3แสนล้าน ล่าสุด “Tiger Global Management” บริษัทด้านการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การควบคุมของ เชส โคลแมน ได้ใส่เงินร่วมลงทุน (venture capital) ในสตาร์ตอัพทั่วโลกมากถึง 340 ครั้งในปี 2021 เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จากปี 2020

 

ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยซีบี อินไซต์ส โดยมุ่งเน้นลงทุนในกลุ่มสตาร์ตอัพธุรกิจอินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีทางการเงิน

 

Chase Coleman เส้นทางเศรษฐี 3แสนล้าน

  • เชส โคลแมนมหาเศรษฐีชาวอเมริกันผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ที่กำไรได้มากสุดในปีโควิด
  • เชส โคลแมน ผู้ก่อตั้ง Tiger Global Management และหนึ่งในลูกทีมของ จูเลียนโรเบิร์ตสัน
  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิปัจจุบัน (2022) 3 พันล้าน USD
  • ติดอันดับ 1 ใน 10 ผู้จัดการกองทุนที่รวยที่สุดในโลก ด้วยอายุเพียง 46 ปี ซึ่งถือว่าอายุน้อยที่สุดในการจัดอันดับของ Forbes
  • เงินจากครอบครัว(Old rich) + เงินที่สร้างเอง (New rich) เลยทำให้เขากลายเป็นคนโครตรวยในปัจจุบัน

 

เส้นทางชีวิตของ Chase Coleman

  • เกิด 1 มิถุนายน 2518 (ปัจจุบัน อายุ 46 ปี) เขาเกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่งและร่ำรวย
  • สืบเชื้อสายมาจากPeter Stuyvesant (ตระกูลดังอดีตผู้ว่าการนิวเนเธอร์แลนด์ คนสุดท้ายของนิวยอร์ก เป็นชาวดัตช์ …ตระกูลStuyvesant เป็นครอบครัวของนักการเมืองอเมริกันและเจ้าของที่ดินขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ New Amsterdam นอกจากนี้ Peter Stuyvesant สมัยยังเป็นผู้ว่าได้สร้างกำแพงป้องกันบนวอลล์สตรีทในศตวรรษที่ 17 )
  • เกิดและเติบโตในนิวยอร์ก (Glen Head, Long Island)
  • พ่อของเขาเป็นหุ้นส่วนที่สำนักงานกฎหมาย Pillsbury Winthrop Shaw Pittman LLP ในนิวยอร์ก Pillsbury เป็นบริษัทกฎหมายที่ให้บริการเต็มรูปแบบโดยมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมพลังงาน บริการทางการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยีโดยเฉพาะ
  • แม่ของเขาเป็นเจ้าของบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน
  • ปู่ของเขา Charles Payson Coleman ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานกฎหมายDavis Polk & Wardwellแห่งนิวยอร์กจนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1982
  • เรียนมัธยมที่เดียร์ฟิลด์
  • ในปี 1997 เชส โคลแมนสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยวิลเลียมส์ คณะศิลปะศาสตร์บัณฑิตสาขาภาษาสเปนและเศรษฐศาสตร์

 

เส้นทางเศรษฐี เชส โคลแมน ในการเข้ามาสู่ wall street

หลังจากเรียนจบในปี 1997 เชส โคลแมน เริ่มทำงานเป็นนักวิเคราะห์กลุ่มเทคโนโลยี ให้กับกองทุนที่มีชื่อว่า “Tiger Management” ซึ่งถือเป็นเฮดจ์ฟันด์รุ่นบุกเบิกในสหรัฐอเมริกาที่ถูกก่อตั้งในปี 1980 โดย Julian Robertson” เจ้าพ่อแห่งกองทุนป้องกันความเสี่ยง

 

เชส โคลแมนโตมาพร้อมกับสเปนเซอร์ ลูกชายของจูเลียน โรเบิร์ตสัน ซึ่งทั้งสองมีบ้านอยู่ระแวกเดียวกัน ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด

 

ในปี 2000 หลังจากเชส โคลแมนทำงานกับจูเลียน ไปได้เพียง 3 ปี Tiger Management กลับต้องปิดตัวลงเพราะบริษัทที่ Tiger Management ประสบปัญหาทางการเงิน จนต้องยื่นล้มละลาย แต่จูเลียน โรเบิร์ตสัน ก็มีเงินเหลืออยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ (ข้อมูลจากนิตยาสารฟอร์บในปีนั้น)

 

หลังจากที่ Tiger Management ของ จูเลียน โรเบิร์ตสัน ได้ปิดตัวลง ตัวจูเลียนก็ได้สนับสนุนให้ลูกทีมของเขาในกลุ่ม Tiger cubs ให้ออกไปตั้งบริษัทเอง เชส โคลแมน ก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

จูเลียน โรเบิร์ตสันได้มอบหมายให้โคลแมนจัดการเงินกว่า 25 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการจัดตั้งกองทุนใหม่

 

เชส โคลแมนได้ตัดสินใจจัดตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ใช้ชื่อว่า “Tiger Global Management โดยใช้ชื่อ Tiger ต่อจากกองทุนของ จูเลียน โรเบิร์ตสันผู้เป็นเมนเทอร์ที่เขาเคารพ

 

ในเหตุการณ์ครั้งนั้น บิล ฮวังซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Tiger cub ก็ได้จัดตั้งกองทุน Tiger Asia Management เป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยงในนิวยอร์กซึ่งเน้นการลงทุนในเอเชีย และถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

 

Tiger cub ในที่นี่หมายถึง ลูกศิษย์ลูกหาของจูเลียน โรเบิร์ตสัน ที่แยกตัวออกมาสร้างเฮดจ์ฟันด์ของตัวเองจนประสบความสำเร็จ

 

เชส โคลแมนกับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของเขา  Tiger Global Management”

 

  • “Tiger Global Management” ก่อตั้งในปี 2001 เริ่มต้นการลงทุนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์
  • Tiger Global เป็นกองทุนแบบ Long-only / Long-short
  • ในปี 2003 Tiger Global ได้หันมาจับธุรกิจแบบ Private Equity ที่นำเงินไปลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉพาะสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา อย่าง “com” ยักษ์อีคอมเมิร์ซจีน, “เหม่ยถวน” (Meituan) ผู้ให้บริการฟู้ดดีลิเวอรี่รายใหญ่ของจีน และ “เพโลตอน” (Peloton) สตาร์ตอัพฟิตเนสบริษัทการลงทุน

 

ธุรกิจไพรเวทอิควิตี้ ได้ลงทุนในบริษัทหลายร้อยแห่งในกว่า 30 ประเทศ ในการระดมทุนทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระดับ A ไปจนถึงก่อนการเสนอขายหุ้น ธุรกิจร่วมเงินทุน มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการที่มีพลวัตที่ดำเนินงาน บริษัทชั้นนำในตลาดที่เติบโต

 

ตัวอย่าง ได้แก่ Facebook, LinkedIn, Spotify, Peloton, Credit Karma, Toast, Stripe, ByteDance, Stone, Warby Parker, JD.com, Flipkart, Meituan และ DiDi

 

ในปี 2021 Tiger Global Management ยังได้ลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อย่าง “คอยน์เบส โกลบอล” เจ้าของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี และ “โรบล็อก” ผู้ให้บริการพอร์ทัลเกมออนไลน์

 

Tiger Global Management จะเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี แถมยังกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ครอบคลุมทั้งสหรัฐอเมริกา จีน แถมยังมีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

https://www.tipranks.com/experts/hedge-funds/chase-coleman

 

ในปี 2022 NEAR Protocol ระดมทุนได้ 350 ล้านดอลลาร์ นำโดยกองทุนป้องกันความเสี่ยง Tiger Global , FTX Ventures โดยการลงทุนนี้จะช่วยให้ NEAR เร่งสู่เป้าหมายในการขยายการกระจายอำนาจของเชนผ่านการพัฒนา Dapp

 

ความโดดเด่นของไทเกอร์ โกลบอล อยู่ที่ความรวดเร็วในการตัดสินใจลงทุนในสตาร์ตอัพ โดยบางกรณีใช้เวลาในการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่เพียงวันเดียว ส่งผลให้ปริมาณการลงทุนของไทเกอร์ โกลบอล เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

Contact

 

Source

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับโบรกเกอร์

รวมบทความที่น่าสนใจ ข้อมูล ควรรู้เกี่ยวกับโบรกเกอร์ การเทรด Forex ตัวไหนน่าเล่น คู่เงิน Forex ที่นิยมเล่น มีอะไรบ้าง เลือกอย่างไร  ให้เทรดเดอร์หมดปัญหา ตอบทุกข้อสงสัย เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ เพื่อให้เทรดเดอร์ได้เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ