รู้จักกับ EMA คืออะไร พร้อมวิธีคำนวณ

เรื่องUhasAuthor

ค่า EMA คืออะไร พร้อมวิธีคำนวณ

ในการเรียนรู้เกี่ยวกับ forex เบื้องต้น มีค่าหนึ่งที่จำเป็นต้องรู้นั่นก็คือ ema นับว่าเป็นค่าสำคัญที่จะสามารถเช็กสถานการณ์ในการลงทุนได้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลารีบไปทำความรู้จักกับค่า ema เพิ่มกันเลยดีกว่า

EMA คืออะไร

EMA คืออะไร

หากท่านรู้จัก Moving Average (เส้นค่าเคลื่อนที่เฉลี่ย) แล้ว EMA ก็คือหนึ่งในเทคนิคของ MA นั่นเอง

 

EMA ในตลาด Forex หมายถึง Exponential Moving Average  (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์และการซื้อขายบนกราฟราคาหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่นๆ ในตลาด Forex

 

EMA มีลักษณะที่คล้ายกับ Simple Moving Average (SMA) โดยที่มีการคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาปิดของสินทรัพย์ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ แต่ EMA มีความแตกต่างตรงที่มีการให้น้ำหนักที่มากขึ้นกับราคาล่าสุด ซึ่งทำให้ EMA มีการปรับตัวเร็วกว่าต่อการเปลี่ยนแปลงในราคา

วิธีการใช้งานและคำนวณ EMA

วิธีการคำนวณ EMA

สูตรสำหรับคำนวณ EMA (Exponential Moving Average) คือ:

 

EMAn = (ราคาปิดปัจจุบัน * ตัวคูณ) + (EMA วันก่อนหน้า x (1 – ค่าถ่วงน้ำหนัก(Alpha))) โดย

ค่าถ่วงน้ำหนัก(Alpha) = 2 / (ช่วงเวลา(N) +1)

 

EMA มักถูกใช้ในการติดตามแนวโน้มของตลาด โดยที่เวลาที่ EMA สูงกว่าราคาปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มของตลาดที่เป็นบวก และเมื่อ EMA ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มของตลาดที่เป็นลบ นักลงทุนสามารถใช้ EMA เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการซื้อขายสินทรัพย์ในตลาด Forex อย่างไรก็ตาม EMA ก็ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ เช่น RSI  เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดในระยะยาวและระยะสั้น และนี่เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้นที่ต้องใช้ในการวิเคราะห์ตลาด Forex

1. ใช้ระบุแนวโน้ม

โดยเมื่อรู้วิธีการคำนวณเส้น EMA แล้ว ต่อไปก็คือการอ่านเส้น โดยเส้น EMA สามารถใช้เพื่อระบุแนวโน้มของราคาได้ โดย

 

หากราคาเคลื่อนตัวอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA  หมายความว่ามีแรงกดดันจากการขายมาทำให้ราคาจึงลดตัวลง และมีแนวโน้มที่จะเกิดตลาดขาลง

 

ในขณะที่หากราคาเคลื่อนตัวเหนือกว่าเส้น EMA หมายความว่ามีแรงซื้อเข้ามาเยอะทำให้ราคาปรับตัวขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเกิดตลาดขาขึ้น

2. ใช้เป็นแนวรับแนวต้าน

การใช้ EMA กับแนวรับ-แนวต้าน

 

แนวรับ

ใช้กับกรณีที่เส้นแนวโน้มวิ่งเหนืออยู่บนเส้น EMA และเป็นตลาดขาขึ้น เมื่อใดที่เส้นแนวโน้มได้ตกลงมาใกล้เคียงกับเส้น EMA หมายถึงว่ามีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นไปสูงเหมือนเดิม

 

แนวต้าน

ใช้ในกรณีที่เส้นแนวโน้มวิ่งต่ำกว่าเส้น EMA และเป็นตลาดขาลง เมื่อใดที่เส้นแนวโน้มได้ปรับตัวขึ้นมาจนใกล้กับเส้น EMA หมายถึงว่ามีแนวโน้มที่ราคาจะกลับตัวลงมาเหมือนเดิม

EMA ต่างจาก SMA อย่างไร

EMA ต่างจาก SMA อย่างไร

ในการที่จะทราบได้ว่า EMA และ SMA แตกต่างกันอย่างไร ท่านต้องเข้าใจก่อนว่า EMA และ SMA คืออะไร ? โดยในบทความนี้ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า

 

EMA ( Exponential Moving Average) คือ การคำนวณหาค่าเฉลี่ยด้วยการถ่วงน้ำหนักแบบ Exponential และให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า

 

ในขณะที่ SMA (Simple Moving Average) คือ การคำนวณหาค่าเฉลี่ยแบบพื้นฐาน คือการนำค่าทั้งหมดมาหารเท่า โดยที่กำหนดให้น้ำหนักของแต่ละค่าเฉลี่ยมีน้ำหนักที่เท่ากัน ดังนั้นการหาเส้น SMA จะไม่สะท้อนถึงราคาล่าสุด

 

จากคำนิยามของ EMA และ SMA จะเห็นได้ว่า EMA เมื่อคำนวณออกมาแล้ว จะได้ค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงค่าที่ใกล้เคียงกับค่าของปัจจุบันได้มากกว่าค่าของ SMA เนื่องจากค่าของ EMA ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุด ในขณะที่ SMA ให้น้ำหนักเท่ากันโดยเฉลี่ย เพราะฉะนั้นในการหา EMA จะเน้นไปที่แนวโน้มในการหาจุดกลับตัวหรือการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้น ในขณะที่ SMA จะใช้ในกรณีที่ต้องการมองภาพรวมของแนวโน้มราคาในช่วงระยะยาว

สรุปบทความ

EMA เป็นหนึ่งใน MA ที่เป็น Indicator หรือเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาได้ เพื่อใช้ในการทำกำไร โดย EMA จะเน้นไปที่การหาแนวโน้มของราคาในระยะสั้น เนื่องจากการคำนวณโดยมีการถ่วงน้ำหนักของราคาปัจจุบันมากกว่าราคาในอดีต แตกต่างกับ SMA ที่เป็นการคำนวณเพื่อจุดประสงค์ในการหาภาพรวมของแนวโน้ม เหมาะกับการมองภาพใหญ่มากกว่าการทำกำไรระยะสั้น