รู้จักกับกราฟแท่งเทียน Hammer
มาเจาะลึกเกี่ยวกับกราฟแท่งเทียน Hammer ที่มักจะใช้วัดค่าในการเทรด Forex กัน ว่าจะออกมาในทิศทางไหน สามารถบ่งบอกอะไรได้บ้าง

แท่งเทียน Hammer เป็นหนึ่งในรูปแบบ Candlestick ที่นักเทรดทั่วโลกใช้วิเคราะห์จุดกลับตัวของราคาในตลาด Forex และตลาดการเงินอื่นๆ ในบทความนี้ เราจะอธิบายโครงสร้างของแท่งเทียน Hammer แบบละเอียด รวมถึงวิธีระบุสัญญาณ Bullish และ Bearish Hammer พร้อมเทคนิคการใช้งานจริงที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเข้า-ออกออเดอร์
สรุปสาระสำคัญ
- Hammer คือแท่งเทียนที่มีลำตัวเล็กและไส้เทียนด้านล่างยาวอย่างน้อย 2 เท่าของลำตัว มักบ่งบอกถึงแรงซื้อที่กลับมาแข็งค่าหลังจากราคาถูกดันลง
- Bullish Hammer ปรากฏที่แนวรับในเทรนด์ขาลง บ่งชี้โอกาสกลับตัวขึ้น ส่วน Bearish Hammer (Hanging Man) ปรากฏที่แนวต้านในเทรนด์ขาขึ้น บ่งชี้โอกาสกลับตัวลง
- Inverted Hammer คือ Hammer กลับหัว มีไส้เทียนด้านบนยาว พบที่แนวต้านและมีนัยยะคล้ายกับ Bullish Hammer แต่ต้องรอแท่งถัดไปยืนยัน
- ไม่ควรใช้ Hammer เพียงอย่างเดียว แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Support/Resistance, Volume และอินดิเคเตอร์เทคนิคอื่นๆ เพื่อลดสัญญาณลวง
กราฟแท่งเทียน Hammer คืออะไร
แท่งเทียน Hammer ได้ชื่อมาจากรูปร่างที่คล้ายค้อน ประกอบด้วยลำตัว (Real Body) ขนาดเล็กอยู่ด้านบนและไส้เทียนด้านล่าง (Lower Shadow) ที่ยาวอย่างน้อย 2 เท่าของลำตัว ส่วนไส้เทียนด้านบน (Upper Shadow) มักจะสั้นมากหรือไม่มีเลย รูปแบบนี้สะท้อนว่าในช่วงเวลาที่แท่งเทียนเกิดขึ้น ราคาถูกดันลงไปถึงระดับต่ำสุด (Low) แต่แล้วแรงซื้อก็กลับเข้ามาดันราคาขึ้นปิดใกล้ๆ ราคาเปิด (Open) หรือสูงกว่าเล็กน้อย

คุณสมบัติหลักของ Hammer ที่ต้องจดจำ:
- ต้องอยู่หลังเทรนด์ที่ชัดเจน — Hammer ที่ปรากฏหลังจากเทรนด์ขาลงเรียกว่า Bullish Hammer ส่วน Hammer ที่ปรากฏหลังเทรนด์ขาขึ้น (บางครั้งเรียก Hanging Man) อาจบ่งชี้การกลับตัวลง
- ไส้เทียนด้านล่างยาว — ยาวกว่าลำตัวอย่างน้อย 2 เท่า แสดงว่าฝ่ายขายพยายามดันราคาลงแต่ไม่สำเร็จ
- ลำตัวเล็กและอยู่ด้านบน — สีของลำตัว (เขียวหรือแดง) สำคัญน้อยกว่าโครงสร้างโดยรวม แต่ลำตัวสีเขียว (ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด) มักให้น้ำหนัก Bullish มากกว่า
- ไส้เทียนด้านบนสั้นหรือไม่มี — ยิ่งสั้นเท่าไร ยิ่งแสดงว่าแรงขายถูกกลบอย่างสมบูรณ์
เทคนิคมือโปร: เมื่อพบ Hammer ที่ระดับ Support สำคัญ (เช่น Fibonacci 61.80% หรือ Psychological Level) ควรรอแท่งเทียนถัดไปปิดเหนือราคาสูงสุดของแท่ง Hammer เพื่อยืนยันสัญญาณก่อนเข้า Long Position
สัญญาณทางเทคนิคของแท่งเทียน Hammer
Bullish Hammer — สัญญาณกลับตัวขาขึ้น
Bullish Hammer เกิดขึ้นเมื่อ:
- ตลาดอยู่ในเทรนด์ขาลง — ราคาสร้าง Lower Low ติดต่อกันมาแล้วหลายแท่ง
- ปรากฏที่แนวรับ — เช่น Support Zone, Moving Average 200 หรือ Trendline ระยะยาว
- แท่งถัดไปยืนยัน — ราคาปิดเหนือราคาสูงสุด (High) ของแท่ง Hammer พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างการใช้งาน:
- คู่เงิน EUR/USD อยู่ในเทรนด์ขาลงจาก 1.1000 มาที่ 1.0800
- ปรากฏแท่ง Hammer ที่ระดับ 1.0800 (แนวรับเก่า) มีไส้เทียนด้านล่างยาว 50 pips แต่ปิดที่ 1.0820
- แท่งถัดไปเปิดที่ 1.0825 และปิดที่ 1.0860 → สัญญาณ Bullish ยืนยัน
- เข้า Long ที่ 1.0865 ตั้ง Stop Loss ที่ 1.0790 (ต่ำกว่าไส้เทียนของ Hammer 10 pips) และ Take Profit ที่ 1.0940 (Risk:Reward = 1:1.5)
Bearish Hammer (Hanging Man) — สัญญาณกลับตัวขาลง
Bearish Hammer หรือที่บางคนเรียก Hanging Man เกิดขึ้นเมื่อ:
- ตลาดอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น — ราคาสร้าง Higher High มาแล้วหลายแท่ง
- ปรากฏที่แนวต้าน — เช่น Resistance Zone, Fibonacci Extension 161.80% หรือ Round Number
- แท่งถัดไปยืนยัน — ราคาปิดต่ำกว่าราคาต่ำสุด (Low) ของแท่ง Hanging Man พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
คำเตือนสำคัญ: Hanging Man ที่ปรากฏในช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญ (เช่น NFP, FOMC) อาจเป็นเพียง Noise ไม่ใช่สัญญาณจริง ควรตรวจสอบปริมาณการซื้อขาย (Volume) ร่วมด้วย — หาก Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันย้อนหลัง ให้ข้ามสัญญาณนี้ไป
ประเภทของกราฟแท่งเทียน Hammer
แท่งเทียน Hammer มาตรฐาน
Hammer มาตรฐานเป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด มีลักษณะดังนี้:
- ลำตัวเล็ก — ขนาด 10-30% ของความยาวทั้งหมด
- ไส้เทียนด้านล่างยาว — อย่างน้อย 60-70% ของความยาวทั้งหมด
- ไส้เทียนด้านบนสั้นหรือไม่มี — ไม่เกิน 10% ของความยาวทั้งหมด
ตำแหน่งที่มักพบ:
- Support Zone ในไทม์เฟรม H4 หรือ Daily
- Fibonacci Retracement 50.00% หรือ 61.80%
- Psychological Level เช่น 1.1000, 150.00
วิธีการเทรด:
- รอ Hammer ปรากฏที่แนวรับ
- ตรวจสอบ Volume — ควรเท่ากับหรือมากกว่าค่าเฉลี่ย 10 วัน
- เข้า Long เมื่อแท่งถัดไปปิดเหนือ High ของ Hammer
- ตั้ง Stop Loss ที่ต่ำกว่า Low ของ Hammer 0.50-1.00% (สำหรับ Forex)
- Take Profit ที่ Resistance ถัดไป หรือใช้ Risk:Reward = 1:2
แท่งเทียน Inverted Hammer
Inverted Hammer เป็น Hammer กลับหัว มีไส้เทียนด้านบนยาวแทนด้านล่าง ลักษณะสำคัญคือ:
- ไส้เทียนด้านบนยาว — อย่างน้อย 2 เท่าของลำตัว
- ลำตัวเล็กอยู่ด้านล่าง — สีเขียวหรือแดงก็ได้
- ไส้เทียนด้านล่างสั้นหรือไม่มี
ความหมายทางเทคนิค:
Inverted Hammer แสดงว่าในช่วงนั้นมีแรงซื้อพยายามดันราคาขึ้นสูง (สร้างไส้เทียนด้านบน) แต่แรงขายกลับเข้ามาดันราคาลงปิดใกล้ราคาเปิด อย่างไรก็ตาม หากปรากฏที่แนวรับหลังเทรนด์ขาลง Inverted Hammer อาจบ่งชี้ว่าแรงซื้อกำลังสะสมตัว และหากแท่งถัดไปปิดสูงขึ้น จะกลายเป็นสัญญาณ Bullish ที่แข็งแกร่ง
ข้อแตกต่างจาก Hammer มาตรฐาน:
| คุณสมบัติ | Hammer มาตรฐาน | Inverted Hammer |
|---|---|---|
| ตำแหน่งไส้เทียนยาว | ด้านล่าง | ด้านบน |
| ความหมายเบื้องต้น | แรงซื้อกลับมาแข็งค่าทันที | แรงซื้อกำลังสะสม ต้องรอยืนยัน |
| ความน่าเชื่อถือ | สูง (หากอยู่ที่แนวรับชัด) | ปานกลาง (ต้องรอแท่งถัดไป) |
| การเข้าออเดอร์ | เข้าได้หลังปิดแท่ง | รอแท่งถัดไปปิดเหนือ High ของ Inverted Hammer |
ข้อมูลเพิ่มเติม: นักเทรดมืออาชีพมักใช้ Inverted Hammer ร่วมกับ RSI (Relative Strength Index) — หาก Inverted Hammer ปรากฏขณะที่ RSI อยู่ที่ 30-35 (Oversold) โอกาสกลับตัวขาขึ้นจะสูงขึ้นอย่างมาก
เทคนิคการใช้งาน Hammer อย่างมืออาชีพ
1. ใช้ร่วมกับ Support และ Resistance
การพบ Hammer ที่แนวรับหรือแนวต้านที่ชัดเจนจะเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณ ตัวอย่างเช่น:
- Hammer ที่ Support Zone ที่ราคาเคยตีกลับมาแล้ว 2-3 ครั้ง
- Hammer ที่ Moving Average 200 (SMA หรือ EMA)
- Hammer ที่ Trendline ขาขึ้นที่ถูกต้องมานานกว่า 3 เดือน
2. ตรวจสอบปริมาณการซื้อขาย (Volume)
Hammer ที่มา Volume สูงจะน่าเชื่อถือกว่า Hammer ที่มา Volume ต่ำ เกณฑ์ที่แนะนำ:
- Volume ของแท่ง Hammer ควรสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันย้อนหลังอย่างน้อย 10-20%
- หาก Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อาจเป็นสัญญาณลวง (False Signal)
3. ใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์เทคนิค
RSI (Relative Strength Index):
- Hammer + RSI ที่ Oversold (20-30) → โอกาสกลับตัวขาขึ้นสูง
- Hanging Man + RSI ที่ Overbought (70-80) → โอกาสกลับตัวขาลงสูง
MACD (Moving Average Convergence Divergence):
- Hammer + MACD Bullish Crossover → ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น
- Hanging Man + MACD Bearish Crossover → ยืนยันแนวโน้มขาลง
Bollinger Bands:
- Hammer ที่ Lower Band → โอกาสกลับตัวขาขึ้น
- Hanging Man ที่ Upper Band → โอกาสกลับตัวขาลง
4. การจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
ไม่ว่าสัญญาณจะดูแข็งแกร่งเพียงใด การจัดการความเสี่ยงยังคงสำคัญที่สุด แนวทางที่แนะนำ:
- Stop Loss: ตั้งต่ำกว่า Low ของ Hammer 0.50-1.00% (Forex) หรือ 1.00-2.00% (หุ้น/ทองคำ)
- Position Sizing: ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดในออเดอร์เดียว
- Risk:Reward Ratio: ตั้งเป้า Take Profit ให้ได้อย่างน้อย 1:1.5 หรือ 1:2
- ไม่เทรดในช่วงข่าว: หลีกเลี่ยง Hammer ที่เกิดขึ้นในช่วง 30 นาทีก่อน-หลังข่าวสำคัญ
คำเตือนสำคัญ: การใช้ Leverage สูง (เกิน 1:50) กับสัญญาณ Hammer เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ขาดทุนรุนแรงหากสัญญาณผิดพลาด แนะนำให้ใช้ Leverage ไม่เกิน 1:20 สำหรับมือใหม่ และไม่เกิน 1:50 สำหรับมือโปรที่มีประสบการณ์เกิน 2 ปี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเทรด Hammer
- เข้าออเดอร์ทันทีที่เห็น Hammer โดยไม่รอยืนยัน — ควรรอแท่งถัดไปปิดเหนือ (Bullish) หรือต่ำกว่า (Bearish) ราคาสำคัญของ Hammer เสมอ
- ไม่สนใจบริบทของเทรนด์ — Hammer ที่ปรากฏกลางเทรนด์ขาขึ้นอาจไม่มีนัยยะมากนัก ต้องมาหลังเทรนด์ขาลงชัดเจน
- ไม่ตรวจสอบ Volume — Hammer ที่มา Volume ต่ำมักเป็นสัญญาณลวง
- ไม่ใช้ Stop Loss — แม้ Hammer จะน่าเชื่อถือ แต่ก็มีโอกาสผิดพลาดได้ ต้องมี Stop Loss เสมอ
- คาดหวังผลตอบแทนสูงเกินจริง — Hammer บ่งบอกจุดกลับตัว ไม่ได้บ่งบอกว่าราคาจะวิ่งไปไกลแค่ไหน ต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ ร่วมด้วย
ตัวอย่างการเทรดจริงกับ Hammer
สถานการณ์: คู่เงิน GBP/USD ในไทม์เฟรม H4
-
วันที่ 15 มกราคม 2025 — ราคาตกจาก 1.2800 มาที่ 1.2600 ในช่วง 5 วัน
-
วันที่ 20 มกราคม 2025 เวลา 12:00 GMT — ปรากฏแท่ง Hammer ที่ 1.2600 (แนวรับเก่า)
- Open: 1.2610, High: 1.2620, Low: 1.2580, Close: 1.2615
- ไส้เทียนด้านล่าง: 35 pips (1.2615 - 1.2580)
- ลำตัว: 5 pips (1.2615 - 1.2610)
- ไส้เทียนด้านบน: 5 pips (1.2620 - 1.2615)
- Volume: 120% ของค่าเฉลี่ย 10 วัน
- RSI: 32 (Oversold)
-
วันที่ 20 มกราคม 2025 เวลา 16:00 GMT — แท่งถัดไปปิดที่ 1.2650 (+35 pips จาก High ของ Hammer)
-
การเทรด:
- เข้า Long ที่ 1.2655
- Stop Loss ที่ 1.2570 (85 pips)
- Take Profit ที่ 1.2740 (85 pips, Risk:Reward = 1:1)
-
ผลลัพธ์: ราคาวิ่งถึง 1.2740 ใน 2 วัน กำไร 85 pips (ประมาณ 0.64% หากใช้ Leverage 1:20)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Hammer และ Inverted Hammer ต่างกันอย่างไร?
Hammer มีไส้เทียนด้านล่างยาว แสดงว่าแรงซื้อกลับมาแข็งค่าทันที ส่วน Inverted Hammer มีไส้เทียนด้านบนยาว แสดงว่าแรงซื้อกำลังสะสมตัว ต้องรอแท่งถัดไปยืนยันก่อนเข้าออเดอร์ ทั้งสองมีนัยยะ Bullish หากปรากฏที่แนวรับหลังเทรนด์ขาลง
Hammer ที่ปรากฏในเทรนด์ขาขึ้นมีนัยยะอย่างไร?
Hammer ที่ปรากฏในเทรนด์ขาขึ้นเรียกว่า Hanging Man อาจบ่งชี้การกลับตัวขาลง แต่ต้องมีการยืนยันจากแท่งถัดไปที่ปิดต่ำกว่า Low ของ Hanging Man และควรมา Volume สูง หากไม่มียืนยัน อาจเป็นเพียงการพักตัวระหว่างเทรนด์ขาขึ้นต่อไป
ควรใช้ไทม์เฟรมไหนในการดู Hammer?
สำหรับมือใหม่แนะนำใช้ไทม์เฟรม H4 หรือ Daily เพราะให้สัญญาณที่น่าเชื่อถือกว่าและมี Noise น้อยกว่า สำหรับมือโปรที่ต้องการเทรดระยะสั้น อาจใช้ H1 ได้ แต่ต้องกรอง Signal ด้วยเครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติม ไม่แนะนำให้ใช้ M5 หรือ M15 เพราะมี False Signal สูงมาก
Hammer ใช้ได้กับตลาดทองคำและหุ้นไหม?
ใช้ได้ครับ หลักการวิเคราะห์เหมือนกับ Forex แต่ต้องปรับ Stop Loss ให้เหมาะกับความผันผวนของแต่ละตลาด เช่น ทองคำ (XAU/USD) ควรใช้ Stop Loss ประมาณ 1.00-2.00% ของราคา ส่วนหุ้นอาจใช้ 2.00-3.00% ขึ้นอยู่กับ Volatility ของหุ้นนั้นๆ
จะทำอย่างไรถ้า Hammer ปรากฏแล้วราคากลับทะลุ Low ของ Hammer?
นั่นคือสัญญาณว่า Hammer เป็น False Signal ต้องปิดออเดอร์ทันทีที่ Stop Loss ถูกกระทบ อย่าหวังว่าราคาจะกลับมา การปิดขาดทุนเร็วเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดของนักเทรดมืออาชีพ จากนั้นรอหาโอกาสใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่า
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


