เทรด Forex ด้วยข่าว กับ 5 ข่าวแรงที่เทรดเดอร์ต้องรู้

เรื่องPatihanUhas

เทรด Forex ด้วยข่าว

เทรด Forex ด้วยข่าว กับ 5 ข่าวแรงที่เทรดเดอร์ต้องรู้ บทความนี้ได้มาจาก YouTube ช่อง ForexSignals TV และพิธีกรในวีดิโอนี้คือ แม็กซ์ นอร์บิวรี่ และเขาก็ได้พูดถึง 5 รายงานข่าวที่สามารถส่งผลกระทบต่อค่าเงิน เปรียบได้ดั่งเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่สำคัญและช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์, พยากรณ์แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในอนาคตได้ และสร้างกำไรจากจุดได้เปรียบตรงนี้

 

เทรด Forex ด้วยข่าว กับ 5 ข่าวแรงที่เทรดเดอร์ต้องรู้

  1. Unemployment Rate
  2. GDP (Gross Domestic Product)
  3. CPI (Consumer Price Index)
  4. Interest rates
  5. NFP

เทรด forex ด้วยข่าว

 

1. Unemployment Rate: อัตราการว่างงาน

รายงานอัตราการว่างงานส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร ?

  • อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น >>> แปลว่า คนไม่มีงานทำหรือหางานไม่ได้เพราะธุรกิจลดรายจ่ายหรือเลิกกิจการ ส่งผลให้ผู้คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ระบบเศรษกิจตกต่ำ
    • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)

 

  • อัตราการว่างงานที่ลดลง >>> แปลว่า คนมีงานทำมากขึ้น ผู้คนใช้เงินมากขึ้น ส่งผลต่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ระบบเศรษกิจแข็งแกร่งขึ้น
    • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)

 

2. GDP: ดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ

GDP คือ ค่าที่ใช้วัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีชื่อเต็มว่า Gross Domestic Product หมายถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลมาตรฐานของมูลค่าในตัวเงินกับขนาดโดยรวมของเศรษฐกิจของประเทศ

 

GDP ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?

  • GDP เพิ่มขึ้น >>> หมายความว่า มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นภายในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศนั้นเติบโตขึ้น
    • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)
  • GDP ลดลง >>> หมายความว่า มีการใช้เงินน้อยลง บ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้นหยุดชะงักหรือชะลอตัวลง
    • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)

 

3. CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค

Consumer Price Index (CPI) ดัชนีราคาผู้บริโภคคือวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโดยเฉลี่ยในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อวัดอัตราเงินเฟ้อ  โดยตัวเลข CPI ที่สูงแปลได้ว่าเงินเฟ้อสูง

 

CPI ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?

  • CPI มีค่าบวก >>> หมายความว่า สินค้าและบริการมีราคาเพิ่มขึ้นมาก ผู้คนใช้จ่ายเงินมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อเพิ่มมาก นั้นแสดงว่าระบบเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น
  • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)

 

  • CPI มีค่าติดลบ>>> หมายความว่า สินค้าและบริการมีราคาเพิ่มขึ้นน้อย อัตราเงินเฟ้อเพิ่มน้อย หากเกิดขึ้นติดต่อกันยาวนานอาจทำให้เกิดภาวะเงินฝืดได้
  • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)

 

4. Interest Rate: อัตราดอกเบี้ย

เมื่อธนาคารกลางเห็นว่าประเทศกำลังตกอยู่ในสภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะเงินฝืดก็จะมีมาตรการการปรับอัตราดอกเบี้ยให้กลับมาอยู่ในจุดสมดุล

 

การปรับอัตราดอกเบี้ย Interest Rate ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?

  • การเพิ่มอัตราดอกเบี้ย>>> เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ผู้คนเริ่มระมัดระวังในการใช้จ่าย ส่งผลให้เงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง
    • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง ไม่พุ่งขึ้นสูง)

 

  • การลดอัตราดอกเบี้ย>>> เมื่อดอกเบี้ยต่ำลง เป็นแรงจูงใจให้ผู้คนเข้ามาทำกิจกรรมในระบบเศรฐมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้มีชีวิตชีวา
    • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น)

 

5. NFP (Non-farm Payrolls): “ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร”

NFP ถือว่าเป็นดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจ ที่มีความสำคัญมากที่สุดตัวหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ตัวเลขนี้เป็นการรวบรวมอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งหมายถึงปริมาณการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น หรือ ลดลง เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ใช้สะท้อนการขยาย หรือ หดตัวทางเศรษฐกิจผ่านทางการจ้างงานที่มีแนวโน้มลดลงหรือเพิ่มขึ้น

 

NFP ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?

  • NFP เป็นบวก>>> หมายความว่า มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ผู้คนมีเงินมากขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาขยายตัวขึ้น
  • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)

 

  • NFP เป็นลบ>>> หมายความว่า การจ้างงานลดลง ผู้คนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาหดตัวลง
  • (ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)

 

Source