U
UHAS
XAU/USD—0.00%

Risk Reward Ratio คืออะไร ทำไมต้องคำนวณให้เป็น

พาทำความเข้าใจอัตราเสี่ยง หรือ Risk Reward Ratio คืออะไร มีวิธีคำนวณอย่างไรบ้าง และควรบริหารความเสี่ยงในการเทรดแบบไหนให้ปลอดภัย และทำกำไรได้

P
Patiphan Uhas
28 มกราคม 2568·5 นาทีอ่าน
แชร์
Risk Reward Ratio คืออะไร มีวิธีคำนวณอย่างไรก่อนลงทุน

การเทรดที่ประสบความสำเร็จไม่ได้พึ่งพาดวงหรือจังหวะซื้อขายที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ Risk Reward Ratio คือเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกเทรดเดอร์ต้องเข้าใจ เพื่อคำนวณว่าการเปิดออร์เดอร์แต่ละครั้งคุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่ ในบทความนี้ เราจะอธิบายวิธีคำนวณ เกณฑ์มาตรฐานที่นิยมใช้ และความสัมพันธ์กับอัตราชนะที่จะทำให้คุณเทรดอย่างมีหลักการ

สรุปสาระสำคัญ

  • Risk Reward Ratio คือ อัตราส่วนระหว่างกำไรที่คาดหวังกับขาดทุนที่ยอมรับได้ ยิ่งค่าสูงยิ่งคุ้มค่า
  • สูตรคำนวณ: (ราคาเป้าหมาย - ราคาเข้า) / (ราคาเข้า - Stop Loss)
  • อัตราส่วน 1:2 (เสี่ยง 1 หวังได้ 2) เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่นิยมใช้
  • Risk Reward Ratio สูงช่วยลด Win Rate ที่ต้องการเพื่อทำกำไร
  • ต้องใช้คู่กับการตั้ง Stop Loss และ Take Profit อย่างมีวินัย

Risk Reward Ratio คืออะไร

Risk Reward Ratio (อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน) คือตัวชี้วัดที่บอกว่าในการเทรดหนึ่งครั้ง คุณต้องเสี่ยงเงินเท่าไหร่เพื่อแลกกับโอกาสทำกำไรเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปิดออร์เดอร์ที่ราคา 1,800 USD/oz บนทองคำ ตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 1,790 USD/oz (เสี่ยงขาดทุน 10 USD) และตั้ง Take Profit ที่ 1,820 USD/oz (หวังกำไร 20 USD) นั่นคือ Risk Reward Ratio 1:2

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

การรู้จักใช้เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเปิดออร์เดอร์ที่เสี่ยงสูงแต่ได้กำไรน้อย ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่เทรดเดอร์มือใหม่มักเจอ นอกจากนี้ยังช่วยให้เทรดเป็นระบบมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งอารมณ์หรือลางสังหรณ์

ทำไม Risk Reward Ratio คือสิ่งสำคัญกับการลงทุน

ทำไม Risk Reward Ratio คือสิ่งสำคัญกับการลงทุน

หลายคนมองแต่โอกาสทำกำไรสูง ๆ โดยลืมประเมินว่าถ้าผิดจะขาดทุนเท่าไหร่ การใช้ Risk Reward Ratio จะช่วยให้คุณมองภาพรวมทั้งสองด้านก่อนตัดสินใจ

ประเมินความคุ้มค่าก่อนเปิดออร์เดอร์

การคำนวณ Risk Reward Ratio ช่วยให้คุณรู้ว่าการเทรดนั้นคุ้มค่าพอหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเสี่ยง 100 USD แต่หวังกำไรแค่ 50 USD (อัตราส่วน 2:1) นั่นคือดีลที่ไม่คุ้มค่า เพราะถึงคุณจะชนะ 60% ของครั้ง ก็ยังขาดทุนสะสมได้ในระยะยาว

การประเมินนี้จะช่วยคัดกรองโอกาสที่ไม่คุ้มค่าออกไป ทำให้คุณเปิดแต่ออร์เดอร์ที่มีอัตราส่วนเหมาะสม

สร้างระบบเทรดที่ชัดเจน

เมื่อคุณกำหนดเกณฑ์ Risk Reward Ratio ขั้นต่ำไว้ (เช่น ต้องไม่ต่ำกว่า 1:2) คุณจะมีระเบียบในการเทรดชัดเจนขึ้น แต่ละออร์เดอร์จะมีจุด Stop Loss และ Take Profit ที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ตัดสินใจขณะเห็นกราฟขึ้นลง

นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียดและการเทรดแบบใช้อารมณ์ เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าถ้าเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คุณจะขาดทุนไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้

วิธีคำนวณ Risk Reward Ratio

การคำนวณ Risk Reward Ratio ใช้สูตรง่าย ๆ ดังนี้:

Risk Reward Ratio = (ราคาเป้าหมาย - ราคาเข้า) / (ราคาเข้า - Stop Loss)

หรือพูดให้เข้าใจง่าย:

Risk Reward Ratio = กำไรที่คาดหวัง / ขาดทุนที่ยอมรับได้

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติคุณเทรดคู่เงิน EUR/USD โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ราคาเข้า (Entry): 1.1000
  • ราคา Stop Loss: 1.0950 (ขาดทุน 50 pips)
  • ราคา Take Profit: 1.1100 (กำไร 100 pips)

Risk Reward Ratio = (1.1100 - 1.1000) / (1.1000 - 1.0950) = 100 / 50 = 2

นั่นคือ คุณเสี่ยง 1 เพื่อหวังได้ 2 หรือเขียนเป็นอัตราส่วนคือ 1:2

TIP

เวลาบันทึกผลเทรด ควรเขียนอัตราส่วนในรูป "เสี่ยง : ได้" เช่น 1:2 หรือ 1:3 เพื่อให้อ่านง่าย อย่าสลับเป็น 2:1 เพราะจะทำให้สับสน

การคำนวณในตลาดทองคำ

ในตลาดทองคำ การคำนวณเหมือนกัน เพียงแต่หน่วยเป็น USD/oz หรือบาทต่อบาททอง

สมมติคุณเทรดทอง Spot Gold (XAU/USD):

  • ราคาเข้า: 2,000.00 USD/oz
  • Stop Loss: 1,990.00 USD/oz (เสี่ยง 10.00 USD)
  • Take Profit: 2,030.00 USD/oz (หวังได้ 30.00 USD)

Risk Reward Ratio = (2,030 - 2,000) / (2,000 - 1,990) = 30 / 10 = 3

นั่นคือ 1:3 ซึ่งถือว่าดีมาก

Risk Reward Ratio เท่าไหร่ดีถึงจะเหมาะสม

Risk Reward Ratio เท่าไหร่ดีถึงจะเหมาะสม

ไม่มีคำตอบตายตัวว่าอัตราส่วนเท่าไหร่ดีที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรด ระยะเวลาถือครอง และความผันผวนของตลาด แต่เราสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับตามความนิยมได้ดังนี้

1. Risk Reward Ratio 1:1

ลักษณะ:

  • เหมาะกับการเทรดระยะสั้นมาก (Scalping หรือ Day Trading)
  • ต้องมี Win Rate สูงกว่า 50% เพื่อทำกำไร
  • เน้นทำกำไรเล็ก ๆ แต่บ่อยครั้ง

ข้อดี: เทรดได้บ่อย มีโอกาสเร็ว

ข้อเสีย: ต้องชนะบ่อยมาก ค่าธรรมเนียมและ Spread กัดกำไร

NOTE

อัตราส่วน 1:1 ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ เพราะต้องการทักษะสูงและความแม่นยำในการจับจังหวะ

2. Risk Reward Ratio 1:2

ลักษณะ:

  • เป็นอัตราส่วนมาตรฐานที่นิยมใช้มากที่สุด
  • เหมาะกับการเทรด Swing Trading หรือ Intraday
  • ต้องมี Win Rate ประมาณ 40% ขึ้นไปเพื่อทำกำไร

ข้อดี: สมดุลระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน ใช้ได้กับหลายสไตล์

ข้อเสีย: ต้องมีวินัยในการปิดออร์เดอร์ตามแผน

นี่คือเกณฑ์ขั้นต่ำที่เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้ ถ้าออร์เดอร์ไหนได้ Risk Reward Ratio ต่ำกว่า 1:2 หลายคนจะข้ามไม่เข้า

3. Risk Reward Ratio 1:3 ขึ้นไป

ลักษณะ:

  • เหมาะกับการเทรดระยะยาว (Position Trading)
  • ต้องการความอดทนสูง ถือออร์เดอร์ได้นาน
  • ต้องมี Win Rate แค่ 30-35% ก็สามารถทำกำไรได้

ข้อดี: ทำกำไรก้อนใหญ่ ไม่ต้องเทรดบ่อย

ข้อเสีย: ต้องรอนาน ต้องทนดู Drawdown ระหว่างทาง

อัตราส่วน 1:3 หรือสูงกว่าเหมาะกับคนที่มีแผนการเทรดระยะยาว มีเงินทุนเพียงพอ และไม่ต้องการความตื่นเต้นแบบเทรดรายวัน

Risk Reward Ratio กับ Win Rate สัมพันธ์กันอย่างไร

Risk Reward Ratio และ Win Rate (อัตราการชนะ) ทำงานคู่กัน คุณไม่สามารถมองแค่ด้านเดียวได้ ความสัมพันธ์คำนวณได้จากสูตร:

Win Rate ขั้นต่ำที่ต้องการ = 1 / (1 + Risk Reward Ratio)

ตารางเปรียบเทียบ

Risk Reward RatioWin Rate ขั้นต่ำความหมาย
1:150.00%ต้องชนะครึ่งหนึ่งเพื่อคุ้มทุน
1:233.33%ต้องชนะ 1 ใน 3 ครั้งเพื่อคุ้มทุน
1:325.00%ต้องชนะ 1 ใน 4 ครั้งเพื่อคุ้มทุน

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติคุณใช้ Risk Reward Ratio 1:2 ทุกครั้ง และเทรดไป 10 ครั้ง โดยชนะ 4 ครั้ง (Win Rate 40%) แพ้ 6 ครั้ง

การคำนวณกำไร/ขาดทุน:

  • ครั้งที่ชนะ: +2 × 4 = +8 หน่วย
  • ครั้งที่แพ้: -1 × 6 = -6 หน่วย
  • กำไรสุทธิ: +2 หน่วย

ถึงคุณจะชนะแค่ 40% แต่คุณยังทำกำไรได้ เพราะอัตราส่วนความเสี่ยงดี

INFO

ข้อมูลจาก Journal of Trading Studies พบว่า เทรดเดอร์ที่มี Risk Reward Ratio 1:2 ขึ้นไป และ Win Rate สูงกว่า 40% มักจะรอดชีวิตในตลาดได้นานกว่า 3 ปีขึ้นไป

ข้อควรระวังในการใช้ Risk Reward Ratio

แม้ Risk Reward Ratio จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้

1. อย่าเพิ่ง Take Profit ไกลเกินจริง

บางคนอาจตั้ง Take Profit ไว้ไกลมาก ๆ เพื่อให้ได้อัตราส่วนดูดี เช่น 1:5 แต่จริง ๆ แล้วราคาไม่เคยไปถึง ทำให้ปิดออร์เดอร์ไม่ได้ นี่คือการหลอกตัวเอง

คุณต้องตั้ง Take Profit บริเวณที่ราคามีโอกาสไปถึงจริง ๆ ตามโครงสร้างของกราฟ เช่น แนวต้าน/แนวรับที่สำคัญ

2. Stop Loss ต้องสมเหตุสมผล

อย่าตั้ง Stop Loss แคบเกินไปเพื่อให้ได้อัตราส่วนดี เพราะจะถูก Stop Out บ่อยมาก Stop Loss ควรตั้งบริเวณที่ถ้าราคามาถึงจริง ๆ แสดงว่าทิศทางที่คุณคิดผิดไปแล้ว

3. ต้องมีวินัยปิดตามแผน

ถึงคุณจะวางแผน Risk Reward Ratio สวยงามแค่ไหน ถ้าไม่มีวินัยปิดออร์เดอร์ตามจุด Stop Loss หรือ Take Profit ที่กำหนดไว้ มันก็ไร้ประโยชน์ หลายคนเห็นขาดทุนแล้วไม่ยอมปิด หวังว่ากราฟจะกลับ ซึ่งเป็นสาเหตุของการขาดทุนใหญ่

ตัวอย่างการใช้งานจริง

มาดูตัวอย่างการเทรดทองคำ (XAU/USD) โดยใช้ Risk Reward Ratio เป็นหลัก

สถานการณ์:

  • กราฟทองคำปรับตัวลงมาถึงแนวรับสำคัญที่ 1,980 USD/oz
  • เทรดเดอร์วิเคราะห์ว่ามีโอกาสกลับตัวขึ้นไปถึง 2,020 USD/oz
  • ถ้าแนวรับแตก ราคาน่าจะลงไปถึง 1,960 USD/oz

การวางแผน:

  • Entry: 1,980.00
  • Stop Loss: 1,960.00 (เสี่ยง 20 USD)
  • Take Profit: 2,020.00 (หวังได้ 40 USD)
  • Risk Reward Ratio = 40 / 20 = 2 หรือ 1:2

ถ้าเทรดเดอร์ใช้ 1 lot (100 oz) และตั้งจำนวนเงินที่เสี่ยงไว้ที่ 2,000 USD (2% ของเงินทุน 100,000 USD) เมื่อออร์เดอร์ปิด:

  • ถ้าชนะ: กำไร 4,000 USD
  • ถ้าแพ้: ขาดทุน 2,000 USD

นี่คือการเทรดที่มีระบบและคุ้มค่า

เครื่องมือช่วยคำนวณ Risk Reward Ratio

ในแพลตฟอร์มเทรดสมัยใหม่ เช่น MetaTrader 4/5 มีเครื่องมือช่วยคำนวณอัตโนมัติ:

  1. Risk Reward Indicator — แสดงอัตราส่วนบนกราฟทันที
  2. Position Size Calculator — คำนวณว่าควรเปิด lot size เท่าไหร่ตาม Risk ที่กำหนด
  3. Trade Journal Software — บันทึกและวิเคราะห์ Risk Reward Ratio ของทุกออร์เดอร์

คุณสามารถค้นหา Indicator เหล่านี้ได้ใน MQL5 Market หรือ TradingView Scripts โดยส่วนใหญ่ให้ใช้ฟรี

สรุปหลักการใช้ Risk Reward Ratio ให้ได้ผล

การเทรดที่ยั่งยืนต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ Risk Reward Ratio คือเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้คุณประเมินความคุ้มค่าของแต่ละออร์เดอร์ก่อนเปิด หลักการสำคัญ:

  • กำหนด Risk Reward Ratio ขั้นต่ำไว้ที่ 1:2
  • ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ก่อนเปิดออร์เดอร์เสมอ
  • ปิดออร์เดอร์ตามแผนที่วางไว้ ไม่เปลี่ยนใจกลางคัน
  • บันทึกผลการเทรดเพื่อหา Win Rate ที่แท้จริง

ถ้าคุณสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์การเทรดอื่น ๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คอร์สเทรด Forex หรือเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือเพื่อเริ่มต้นเทรดอย่างมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Risk Reward Ratio ต่ำกว่า 1:1 ใช้ได้ไหม?

ใช้ได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะคุณต้องชนะมากกว่า 50% เพื่อทำกำไร ซึ่งยากมากในตลาด Forex และทองคำที่มีความผันผวนสูง อัตราส่วนต่ำกว่า 1:1 เหมาะกับการเทรดความถี่สูงมาก (High-Frequency Trading) ที่มีระบบอัตโนมัติเท่านั้น

ถ้า Win Rate สูงมาก ต้องใช้ Risk Reward Ratio สูงด้วยไหม?

ไม่จำเป็น แม้ Win Rate สูง เช่น 70-80% คุณก็ควรรักษา Risk Reward Ratio ไว้อย่างน้อย 1:1 เพื่อป้องกันกรณีที่แพ้ติด ๆ กัน การมี Risk Reward Ratio ดีจะช่วยให้เงินทุนอยู่รอดในช่วงที่เกิด Losing Streak

ควรเปลี่ยน Risk Reward Ratio ตามสภาวะตลาดไหม?

ควร แต่อย่าเปลี่ยนบ่อยเกินไป ในตลาดที่มี Volatility สูง (เช่น ช่วงประกาศข่าวสำคัญ) คุณอาจต้องขยาย Stop Loss และ Take Profit ออกไป แต่ต้องรักษาอัตราส่วนไว้ให้คุ้มค่า เช่น 1:2 หรือสูงกว่า

Risk Reward Ratio กับ Position Sizing เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อคุณรู้ว่าจะเสี่ยงเงินเท่าไหร่ (เช่น 2% ของเงินทุน) และรู้ระยะ Stop Loss (เช่น 50 pips) คุณจะคำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมได้ สูตร: Lot Size = (เงินเสี่ยง × ราคาต่อ pip) / ระยะ Stop Loss

เครื่องมือ

Lot Size Calculator

คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize

ผลลัพธ์
ความเสี่ยงต่อ Trade
$100.00
Lot Size แนะนำ
2.00
Lot size คำนวณ2.0000 lots
Risk/Trade1% = $100.00
Pip value @ 2.00 lot$2.00/pip

หลัก Risk Management

1% Rule
เสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อ Trade — มือใหม่ควรเริ่มที่ 0.5% เพื่อให้ account อยู่รอดระหว่างเรียนรู้
2% Rule
มือกลาง-อาชีพที่มีระบบชัดเจน ความแม่นยำสูง อาจเพิ่มเป็น 2% ต่อ Trade ได้
ห้ามเกิน 5%
เสี่ยงเกิน 5% ต่อ Trade = Gambling ไม่ใช่ Trading — ถ้าแพ้ติดกัน 10 ครั้ง จะหมดพอร์ต 40%

มือใหม่ควรเริ่มต้นที่ Risk Reward Ratio เท่าไหร?

แนะนำ 1:2 เป็นจุดเริ่มต้น เพราะเป็นมาตรฐานที่สมดุลและใช้ง่าย เมื่อเทรดไปสัก 3-6 เดือนและมี Trading Journal บันทึกไว้ คุณจะรู้ Win Rate ของตัวเองแล้วค่อยปรับ Risk Reward Ratio ให้เหมาะสมกับสไตล์ของคุณ

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง