U
UHAS
XAU/USD—0.00%

กองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG ทางเลือกใหม่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย

ใครที่อยากลดหย่อนภาษี ต้องห้ามพลาดกับ กองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG ที่พร้อมลงทุนระยะยาวที่สามารถทำกำไรได้ในอนาคต กองทุนนี้คืออะไรรีบมาหาคำตอบเลย

P
Patiphan Uhas
4 มีนาคม 2567·4 นาทีอ่าน
แชร์
กองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG คืออะไร เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางลดภาษีเพิ่มเติมนอกเหนือจากกรอบ RMF และ SSF กองทุน ThaiESG กลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจในปี 2024 เพราะช่วยให้คุณสามารถลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีกสูงสุด 100,000 บาท โดยไม่นับรวมกับกรอบ 500,000 บาทที่มีอยู่เดิม ทั้งยังเป็นการสนับสนุนบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนอีกด้วย

สรุปสาระสำคัญ

  • กองทุน ThaiESG ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท หรือ 30% ของรายได้ (แล้วแต่จำนวนใดน้อยกว่า) โดยไม่นับรวมกับกรอบ RMF/SSF
  • ต้องถือครองอย่างน้อย 8 ปี จึงจะขายได้โดยไม่เสียสิทธิ์ลดหย่อนภาษี
  • ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยที่ผ่านการคัดเลือกด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) จาก ก.ล.ต.
  • เหมาะกับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยระยะยาว และต้องการลดภาษีแบบสองชั้น

กองทุน ThaiESG คืออะไร และทำไมถึงพิเศษกว่ากองทุนลดหย่อนภาษีทั่วไป

กองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG คืออะไร

กองทุน ThaiESG (Thai ESG Fund) ย่อมาจาก Environmental, Social and Governance คือกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนที่ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของบริษัทไทยที่ผ่านการคัดเลือกด้านความยั่งยืน โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ ไม่นับรวมกับกรอบลดหย่อนภาษี 500,000 บาท ที่ครอบคลุม RMF, SSF, PVD, กบข. และประกันบำนาญ

นั่นหมายความว่าหากคุณใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีครบ 500,000 บาทแล้ว คุณยังสามารถซื้อกองทุน ThaiESG เพิ่มได้อีก สูงสุด 100,000 บาท (หรือ 30% ของเงินได้พึงประเมิน แล้วแต่จำนวนใดน้อยกว่า) เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติม ทำให้วงเงินรวมทั้งหมดที่สามารถลดหย่อนภาษีจากการลงทุนได้สูงสุดถึง 600,000 บาท

ข้อกำหนดสำคัญ:

  • ต้องถือครองอย่างน้อย 8 ปีปฏิทิน นับจากวันที่ซื้อ ถ้าขายก่อนครบกำหนดจะต้องนำเงินลดหย่อนภาษีไปชดใช้คืน
  • ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ในปีที่ซื้อเท่านั้น (ต้องซื้อภายใน 31 ธันวาคม ของปีภาษีนั้น ๆ)
  • ไม่จำกัดจำนวนกองทุน สามารถซื้อหลายกองรวมกันได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
TIP

ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีเงินได้ 800,000 บาท/ปี

  • ลดหย่อนผ่าน RMF/SSF ได้สูงสุด 500,000 บาท
  • ลดหย่อนผ่าน ThaiESG ได้เพิ่ม: min(100,000, 800,000 × 30%) = 100,000 บาท
  • รวมลดหย่อนได้ทั้งสิ้น 600,000 บาท

กองทุน ThaiESG ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง

กองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG ลงทุนในอะไรบ้าง

กองทุน ThaiESG ต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ความยั่งยืนอย่างน้อย 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

หุ้นไทยที่ผ่านการคัดเลือกด้าน ESG

สำนักงาน ก.ล.ต. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดทำ SET ESG Ratings เพื่อประเมินบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใน 3 มิติ:

  • E - Environmental: การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการของเสีย การใช้พลังงานสะอาด
  • S - Social: ความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น สิทธิแรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน การพัฒนาชุมชน
  • G - Governance: ธรรมาภิบาล เช่น ความโปร่งใสในการบริหาร คณะกรรมการอิสระ การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

ปัจจุบันมีบริษัทที่ผ่านการประเมิน SET ESG Ratings รวม 193 บริษัท สามารถตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดได้ที่ https://setsustainability.com/libraries/1258/item/set-esg-ratings

ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Bonds)

กองทุนสามารถลงทุนในตราสารหนี้ไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อความยั่งยืน 3 ประเภท:

  1. Green Bond (ตราสารสีเขียว) — ระดมทุนเพื่อโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้า
  2. Social Bond (ตราสารเพื่อสังคม) — ระดมทุนเพื่อโครงการที่มีผลกระทบทางสังคมเชิงบวก เช่น โรงพยาบาลชุมชน ที่อยู่อาศัยราคาถูก
  3. Sustainability Bond (ตราสารเพื่อความยั่งยืน) — ระดมทุนเพื่อโครงการที่ครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อมและสังคม
  4. Sustainability-Linked Bond (SLB) — ตราสารที่อัตราดอกเบี้ยผูกกับเป้าหมายความยั่งยืนของผู้ออก เช่น ลดการปล่อย CO₂ ลง 30% ใน 5 ปี
INFO

กองทุนแต่ละกองมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน บางกองเน้นหุ้นขนาดใหญ่ (Large Cap) บางกองกระจายทั้งหุ้นและตราสารหนี้ คุณควรอ่าน หนังสือชี้ชวน และดู Fund Fact Sheet เพื่อเข้าใจสัดส่วนการลงทุนก่อนตัดสินใจ

ใครควรพิจารณาลงทุนกองทุน ThaiESG

กองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG เหมาะกับใครบ้าง

1. นักลงทุนที่ต้องการเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีเกิน 500,000 บาท

หากคุณใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจาก RMF, SSF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันบำนาญครบ 500,000 บาทแล้ว แต่ยังต้องการลดภาษีเพิ่ม กองทุน ThaiESG คือคำตอบ เพราะช่วยให้คุณลดหย่อนได้อีก 100,000 บาท ซึ่งเทียบเท่ากับประหยัดภาษีได้ 15,000–30,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีของคุณ)

ตัวอย่าง:

  • เงินเดือน 100,000 บาท/เดือน (1.2 ล้านบาท/ปี)
  • ลดหย่อนผ่าน RMF + SSF = 500,000 บาท
  • ลดหย่อนผ่าน ThaiESG = 100,000 บาท (ไม่เกิน 30% ของเงินได้)
  • รวมลดหย่อน = 600,000 บาท
  • ประหยัดภาษีได้ประมาณ 105,000 บาท (อัตราภาษีเฉลี่ยประมาณ 17.5%)

2. ผู้ที่พร้อมผูกมัดเงินลงทุนระยะยาว 8 ปี

ข้อจำกัดสำคัญของกองทุน ThaiESG คือ ไม่สามารถขายก่อน 8 ปี โดยไม่เสียสิทธิ์ลดหย่อนภาษี ดังนั้นกองทุนนี้เหมาะกับคุณถ้า:

  • มีเงินก้อนสำรองฉุกเฉินเพียงพอแล้ว (อย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่าย)
  • ไม่ต้องการใช้เงินก้อนนี้ในระยะ 8 ปีข้างหน้า
  • มองการลงทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเกษียณหรือเป้าหมายระยะยาว
NOTE

ข้อควรระวัง: หากคุณขายก่อนครบ 8 ปี คุณต้องนำเงินที่ได้รับลดหย่อนภาษีไปชดใช้คืนในปีภาษีที่ขาย พร้อมเสียดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน (18% ต่อปี) นับจากวันที่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

3. ผู้ที่เชื่อมั่นในศักยภาพตลาดหุ้นไทยระยะยาว

เนื่องจากกองทุน ThaiESG ลงทุนหลักในหุ้นไทย การถือครอง 8 ปีจึงต้องอาศัยความเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นไทยจะเติบโตได้ในระยะยาว ปัจจัยที่ควรพิจารณา:

  • ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทย: ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2014–2023) ดัชนี SET มีผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 4–6% ต่อปี (รวมเงินปันผล)
  • ความผันผวน: ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง อาจขาดทุนในปีแรก ๆ ก่อนฟื้นตัวในปีหลัง
  • เงินเฟ้อ: หากผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี ขณะที่เงินเฟ้อเฉลี่ย 2% คุณจะได้ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Return) ประมาณ 3% ต่อปี

4. นักลงทุนที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน (Impact Investing)

กองทุน ThaiESG เป็นการลงทุนที่มี "ผลกระทบ" (Impact) เพราะช่วยสนับสนุนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ถ้าคุณต้องการให้เงินลงทุนของคุณ "ทำงาน" เพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมควบคู่กับผลตอบแทน กองทุนนี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสม

เปรียบเทียบกองทุน ThaiESG กับกองทุนลดหย่อนภาษีอื่น ๆ

เกณฑ์RMFSSFThaiESG
วงเงินลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ไม่เกิน 100,000 บาท หรือ 30% ของเงินได้
รวมกับกรอบ 500,000✅ นับรวม✅ นับรวม❌ ไม่นับรวม (กรอบแยก)
ระยะเวลาถือครองขั้นต่ำจนถึงอายุ 55 ปี10 ปี8 ปี
สินทรัพย์ที่ลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ ทั้งไทยและต่างประเทศหุ้น ตราสารหนี้ ทั้งไทยและต่างประเทศหุ้น/ตราสารหนี้ไทยที่ผ่านเกณฑ์ ESG อย่างน้อย 80%
ความยืดหยุ่นต่ำ (ผูกมัดถึงเกษียณ)ปานกลางปานกลาง
TIP

กลยุทธ์ที่เหมาะสม: ควรซื้อ RMF/SSF ให้ครบ 500,000 บาทก่อน (เพราะมีตัวเลือกกองทุนหลากหลายกว่า) แล้วจึงซื้อ ThaiESG เพิ่มเติมอีก 100,000 บาท เพื่อเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษี

จุดแข็งและข้อควรระวังของกองทุน ThaiESG

จุดแข็ง

  • ลดหย่อนภาษีแบบเพิ่มเติม: ไม่นับรวมกับกรอบ 500,000 บาท ช่วยประหยัดภาษีได้มากขึ้น
  • ระยะเวลาถือครองสั้นกว่า RMF: แค่ 8 ปี เทียบกับ RMF ที่ต้องถือจนอายุ 55 ปี
  • สนับสนุนความยั่งยืน: ลงทุนในบริษัทที่มีธรรมาภิบาล ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม
  • กระจายความเสี่ยง: ถ้าซื้อหลายกองทุน จะได้ความหลากหลายในหุ้นและตราสารหนี้

ข้อจำกัดและความเสี่ยง

  • ผูกมัดเงินระยะยาว: ขายก่อน 8 ปีต้องคืนภาษี พร้อมดอกเบี้ย
  • ความผันผวนสูง: เนื่องจากลงทุนในหุ้นไทย มูลค่าอาจขาดทุนในระยะสั้น
  • ทางเลือกกองทุนจำกัด: มีกองทุน ThaiESG น้อยกว่า RMF/SSF ทำให้เลือกน้อยกว่า
  • ผลตอบแทนไม่รับประกัน: อาจได้ผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาดหวัง หรือติดลบในบางช่วง
NOTE

ข้อควรระวัง: กองทุน ThaiESG ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องสูง หรือคาดว่าจะต้องใช้เงินก้อนนี้ภายใน 8 ปี ควรมีเงินฉุกเฉินและเงินลงทุนระยะสั้นแยกไว้ก่อน

วิธีเลือกกองทุน ThaiESG ที่เหมาะกับคุณ

  1. ตรวจสอบนโยบายการลงทุน: บางกองเน้นหุ้น 100%, บางกองผสมตราสารหนี้ ควรเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้
  2. ดูผลตอบแทนย้อนหลัง: แม้ผลการดำเนินงานในอดีตไม่การันตีอนาคต แต่สามารถบ่งบอกประสิทธิภาพการบริหารกองทุนได้
  3. พิจารณาค่าธรรมเนียม: ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) และค่าซื้อขาย (Front-end/Back-end Load) ส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิ
  4. อ่านรายชื่อหุ้นที่ลงทุน: ตรวจสอบ Top 10 Holdings ใน Fund Fact Sheet ว่าเป็นหุ้นที่คุณมั่นใจ
  5. กระจายความเสี่ยง: สามารถซื้อหลายกองทุน ThaiESG รวมกันได้ (ไม่เกิน 100,000 บาท) เพื่อกระจายความเสี่ยง

ขั้นตอนการซื้อกองทุน ThaiESG

  1. เปิดบัญชีกองทุนรวม: ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (แอดไวเซอร์) หรือผ่านตัวแทนขาย
  2. เลือกกองทุน ThaiESG: ตรวจสอบรายชื่อกองทุนที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์
  3. ซื้อภายในปีภาษี: ต้องซื้อภายใน 31 ธันวาคม ของปีที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
  4. รับหนังสือรับรอง: บริษัทจัดการกองทุนจะออกหนังสือรับรองการลงทุนเพื่อนำไปแนบยื่นภาษี
  5. ยื่นภาษีเงินได้: กรอกจำนวนเงินที่ซื้อ ThaiESG ในแบบ ภ.ง.ด. 90/91
INFO

เคล็ดลับ: บางบริษัทจัดการกองทุนเปิดให้ซื้อผ่านแอปพลิเคชัน สะดวกและรวดเร็ว แต่ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมให้ดี เพราะบางช่องทางอาจคิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม

สรุป: กองทุน ThaiESG เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร

เหมาะกับ:

  • นักลงทุนที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีครบ 500,000 บาทแล้ว และต้องการลดภาษีเพิ่มอีก 100,000 บาท
  • ผู้ที่มีเงินก้อนสำรองเพียงพอ และพร้อมผูกมัดเงินลงทุน 8 ปี
  • นักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพตลาดหุ้นไทยระยะยาว
  • ผู้ที่ต้องการสนับสนุนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ไม่เหมาะกับ:

  • ผู้ที่ต้องการสภาพคล่องสูง หรือคาดว่าจะต้องใช้เงินก้อนนี้ภายใน 8 ปี
  • นักลงทุนที่ไม่มีเงินฉุกเฉิน หรือมีหนี้ดอกเบี้ยสูง (ควรชำระหนี้ก่อน)
  • ผู้ที่ไม่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย หรือรับความเสี่ยงต่ำมาก

กองทุน ThaiESG เป็นเครื่องมือลดภาษีที่ทรงพลังสำหรับนักลงทุนที่มีรายได้สูงและต้องการเพิ่มประสิทธิภาพภาษี แต่ต้องใช้ด้วยความรอบคอบและเข้าใจข้อจำกัดอย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงินหรือศึกษาข้อมูลกองทุนอย่างละเอียด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**ถ้าซื้อกองทุน ThaiESG แล้วต้องขาย

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →