ทำไม คนเราไม่รู้จักพอ? เทรดได้กำไร ก็ไม่พอ จนพาขาดทุน
ทำไม คนเราไม่รู้จักพอ? เทรดได้กำไร ก็ไม่พอ จนพาขาดทุน เราอาจคิดว่าการที่เราห้ามใจไม่ให้เกิด “ความรู้สึกอยาก” เป็นเรื่องของเหตุผล สติปัญญา หรือตรรกะล้วนๆ

คุณเคยสังเกตไหมว่า แม้จะเทรดได้กำไรแล้ว ก็ยังอยากเทรดต่อ — จนบางครั้งพาพอร์ตพังกลางคัน? ความจริงแล้ว "ไม่รู้จักพอ" ไม่ใช่แค่ปัญหาของความโลภ แต่เป็นกลไกทางชีววิทยาที่ฝังลึกในสมองของเรา บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมมนุษย์ถึง "แสวงหา" อยู่เรื่อยๆ และเทรดเดอร์จะใช้ความรู้นี้ควบคุมตัวเองได้อย่างไร
สรุปสาระสำคัญ
- สมองหลั่งโดปามีนเมื่อได้รับรางวัล (กำไร) ทำให้เราอยากทำซ้ำอีก — นี่คือ 'ระบบรางวัล' ที่ทำให้ไม่รู้จักพอ
- Frontal cortex คือสมองส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจและยับยั้งชั่งใจ — ถ้าอ่อนแอ เราจะปล่อยตามอารมณ์
- ความปรารถนาของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ถ้าควบคุมได้ มันจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่นำไปสู่ความสำเร็จ
- การฝึกสติและวางแผนก่อนเทรด (trading plan) ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการควบคุมตัวเอง
ทำไมสมองถึงทำให้เราไม่รู้จักพอ?
เราอาจคิดว่าการห้ามใจไม่ให้โลภเป็นเรื่องของเหตุผลหรือตรรกะล้วนๆ แต่ความจริงแล้ว สมองกับอารมณ์ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ประสาทวิทยาอธิบายว่าอารมณ์ไม่ใช่แค่สารเคมีลอยอยู่ในสมอง — มันเชื่อมโยงกับการตัดสินใจและพฤติกรรมทุกอย่างที่เราทำ
การทำงานของสมอง: จากกระแสไฟฟ้าสู่ความรู้สึก
สมองมีเซลล์นับแสนล้านเซลล์ เชื่อมต่อกันผ่าน ไซแนปส์ (synapse) เมื่อมีสิ่งกระตุ้นจากภายนอก (เช่น เห็นราคาทองขึ้น 2.00% ในหนึ่งวัน) เซลล์สมองจะส่งสัญญาณไฟฟ้าผ่าน axon ไปยัง dendrite ของเซลล์ข้างเคียง
ณ จุดไซแนปส์นั้น สัญญาณไฟฟ้าจะถูกแปลงเป็น สารสื่อประสาท (neurotransmitter) ที่สั่งให้ร่างกายรับรู้ข้อมูล — เช่น ความรู้สึกตื่นเต้น ใจเต้นแรง มือสั่น หรืออยากกดออเดอร์ทันที
จำไว้: สมองของเราปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา (neuroplasticity) ยิ่งทำบ่อย ยิ่งเชื่อมโยงแน่น — นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์ที่ชอบเปิดออเดอร์แบบ revenge trading จะยากที่จะเลิก
อารมณ์ + สมอง = พฤติกรรมของคุณ
คุณไม่สามารถแยกอารมณ์ออกจากสมองได้ ถ้าตัดส่วนอารมณ์ทิ้ง เราจะไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรควรทำ อะไรไม่ควร
ตัวอย่าง:
- มีความรู้สึก อยาก จนใจกระวนกระวาย → มือกดซื้อทันที
- กลัว ผวา → ตัวสั่น ปิดออเดอร์ก่อนเวลา
- โกรธ (revenge trading) → มือสั่น เปิดออเดอร์ซ้ำๆ
นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์มือใหม่มักบอกว่า "รู้ตัวอยู่ว่าไม่ควรเปิดออเดอร์ แต่มือมันกดเอง"
7 สัญชาตญาณหลักของมนุษย์ (ตาม Jaak Panksepp)
Jaak Panksepp นักประสาทวิทยาผู้คิดค้นคำว่า Affective Neuroscience อธิบายว่าสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (รวมถึงมนุษย์) มีสัญชาตญาณหลัก 7 ประการ:
- การแสวงหา (Seeking) → รางวัล ความตื่นเต้น กระตือรือร้น
- ความโกรธ (Rage) → หงุดหงิด โมโห
- ความกลัว (Fear) → วิตกกังวล
- ตัณหา (Lust) → ความหลงใหล
- ความรักและห่วงใย (Care) → ความอ่อนโยน
- ความหวาดกลัว (Panic) → เหงา เศร้า
- การเล่น (Play) → ความสนุกสนาน
ระบบ "การแสวงหา" คือตัวการสำคัญที่สุด
โดปามีน (dopamine) คือสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจและความปีติยินดี เมื่อคุณทำอะไรแล้วรู้สึกมีความสุข (เช่น เทรดแล้วได้กำไร) ร่างกายจะหลั่งโดปามีนออกมา และมันจะกระตุ้นให้คุณอยาก ทำซ้ำอีก ด้วยความมั่นใจ กระตือรือร้น และท้าทาย
ระวัง: ระบบรางวัล (reward circuit) ทำงานแบบวงจร — ยิ่งทำบ่อย ยิ่งต้องการมาก จนอาจกลายเป็นการเสพติด (addiction)
การทดลองในหนูของ Jaak Panksepp
Panksepp ทำการทดลองกับหนู: เมื่อหนูกดคันโยกแล้วได้อาหาร → ระดับโดปามีนเพิ่มขึ้นทุกครั้ง หนูจะกดซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
การทดลองที่น่าสนใจกว่าคือ: ถ้าหนูกดคันโยกแล้วถูกไฟฟ้าช็อต → หนูก็ยังกดต่อ เพราะมันยังคงแสวงหา "ความพึงพอใจ" จากการกดเอง
Panksepp สรุปในหนังสือ Affective Neuroscience ว่า:
"หนูพยายามหาวิธีให้ไฟช็อตในแบบที่ตัวเองพอใจ — พวกมันแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการที่จะแสวงหาตัวเอง"
บทเรียนสำหรับเทรดเดอร์
การไม่รู้จักพอมี 2 องค์ประกอบหลัก:
- รางวัล (กำไร) ที่เป็นสิ่งล่อใจ
- การแสวงหาตัวเอง — แม้จะรู้ว่าอาจเสี่ยง ก็ยังอยากทำต่อ
นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์หลายคนเปิดออเดอร์ซ้ำๆ แม้จะขาดทุนไปแล้ว เพราะสมองยังคงแสวงหา "ความพอใจ" จากการกดเปิดออเดอร์
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
Abraham Maslow นักจิตวิทยาชื่อดัง อธิบายว่ามนุษย์มีความต้องการแบบลำดับขั้น (Hierarchy of Needs) และ ไม่มีที่สิ้นสุด — เมื่อได้สิ่งหนึ่งแล้ว ก็จะต้องการสิ่งที่สูงกว่า
Maslow กล่าวว่า:
"มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการอยู่เสมอและไม่มีวันสิ้นสุด สิ่งที่มนุษย์ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาได้รับหรือมีอยู่แล้ว"
Evan Thompson ศาสตราจารย์ด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัย University of British Columbia เสริมว่า:
"ถ้าคุณเป็นศิลปิน คุณต้องหารูปแบบใหม่ตลอด ถ้าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ คุณต้องตั้งคำถามใหม่ตลอด โลกเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ — การแสวงหาจึงไม่มีที่สิ้นสุด"
ถ้าไม่มี "การแสวงหา" โลกจะไม่พัฒนา
ความจริงแล้ว การไม่รู้จักพอ = พลังขับเคลื่อนการพัฒนา ถ้าหากมนุษย์หยุดแสวงหา โลกก็จะหยุดนิ่ง
แต่คำถามสำคัญคือ: คุณแสวงหาอะไร? และมันให้คุณค่าอะไรกับคุณ?
Frontal Cortex: สมองส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจ
Robert Sapolsky นักวิจัยและศาสตราจารย์จาก Stanford University อธิบายในหนังสือ Behave: The Biology of Humans at Our Best and Worst ว่า Frontal cortex (สมองกลีบหน้า) คือส่วนที่ควบคุม:
- การวางแผนและตัดสินใจ
- การควบคุมพฤติกรรมทางสังคม
- การรู้จักผิดชอบชั่วดี
- การยับยั้งชั่งใจ (impulse control)
Frontal cortex ทำงานร่วมกับระบบลิมบิก (limbic system) ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมอารมณ์ เมื่อเจอสถานการณ์ที่ขัดแย้งกัน (เช่น อยากเทรดต่อ แต่รู้ว่าไม่ควร) Frontal cortex จะตัดสินว่าควรทำอะไร
ตัวอย่างการทำงานของ Frontal Cortex
- คุณอยากดื่มแอลกอฮอล์ → Frontal cortex บอก: "พรุ่งนี้ต้องประชุมตอนเช้า อย่าดื่ม"
- คุณเห็นเงินวางอยู่ตรงหน้า → Frontal cortex บอก: "นั่นไม่ใช่เงินของเรา อย่าแตะ"
- คุณอยากเปิดออเดอร์ต่อ → Frontal cortex บอก: "วันนี้เทรดครบ 3 ออเดอร์แล้ว หยุดตาม trading plan"
เคล็ดลับ: เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ trading plan เป็นเครื่องมือเสริม Frontal cortex — เขียนกฎไว้ก่อนเทรด เพื่อไม่ต้องให้สมองตัดสินใจตอนที่อารมณ์กำลังรุนแรง
Executive Function: ภารกิจสำคัญของ Frontal Cortex
ในทางจิตวิทยา การทำงานของ Frontal cortex เรียกว่า Executive function ซึ่งเกี่ยวข้องกับ:
- การแยกแยะความคิดที่ขัดแย้งกัน
- การตัดสินความมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์
- การพยากรณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
- การควบคุมตนในสังคม (การระงับความอยากตามสัญชาตญาณ)
เชื่อกันว่า ความรู้สึกผิด ความสำนึกผิด ความยับยั้งชั่งใจ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่า Frontal cortex ของคุณทำงานได้ดีแค่ไหน
ความปรารถนามีจุดสิ้นสุดไหม?
คำตอบคือ: ไม่มี
แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์แต่ละคนต่างกัน คือ ความสามารถในการควบคุม Frontal cortex หรือการห้ามใจตัวเอง ในการกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมควร
2 ประเภทของคนที่ "ไม่มีความปรารถนา"
- คนบรรลุธรรม → พึงพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ มีความสุขและเพียงพอแล้ว (เช่น พระสงฆ์)
- คนขี้เกียจ → ขาดความทะเยอทะยาน แต่ในใจลึกๆ ก็มีความอยากได้ อยากมี อยากเป็น เช่นกัน
เทรดเดอร์ควบคุมตัวเองได้อย่างไร?
"คนไม่รู้จักพอ" ที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ = ล้มเหลว
"คนไม่รู้จักพอ" ที่ควบคุมอารมณ์ได้ = ประสบความสำเร็จ
คนที่ประสบความสำเร็จในการเทรดมีความสามารถในการควบคุม Frontal cortex ของตัวเองได้ดี — สามารถบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่สมควรทำ แม้จะไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากทำ
วิธีฝึก Frontal Cortex ให้แข็งแกร่ง
- ทำสมาธิและเจริญสติ → ฝึกรับรู้อารมณ์ของตัวเอง โดยไม่ปล่อยตามมัน
- เขียน Trading Plan → กำหนดกฎก่อนเทรด (เช่น เทรดไม่เกิน 3 ออเดอร์ต่อวัน, risk ไม่เกิน 2% ต่อออเดอร์)
- ใช้ Stop Loss ทุกออเดอร์ → ตัดความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้
- บันทึก Trading Journal → ทบทวนว่าอารมณ์ตอนไหนทำให้ตัดสินใจผิด
หมายเหตุ: การทำสมาธิไม่ได้หมายความว่า "ไม่คิดอะไรเลย" แต่หมายถึง "รู้ตัวว่ากำลังคิดอะไร และเลือกได้ว่าจะปล่อยตามหรือไม่"
ส่งท้าย: ไม่รู้จักพอคือเหรียญสองด้าน
ความจริงแล้ว "การไม่รู้จักพอ" เป็นเหรียญสองด้าน ถ้าเราใช้มันไปในทางที่ดี — ไม่เบียดเบียนตัวเองและคนอื่น — มันจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าไม่สามารถควบคุมได้ มันจะพาเราไปสู่ความล้มเหลว
คนที่ประสบความสำเร็จในการเทรดคือคนที่:
- รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
- มี trading plan ที่ชัดเจน
- ควบคุม Frontal cortex ได้ดี
- ใช้สติในการตัดสินใจ ไม่ปล่อยตามอารมณ์
ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณใช้ความไม่รู้จักพอด้านไหนของชีวิต — นั่นคือสิ่งที่กำหนดว่าคุณจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ทำไมฉันเทรดได้กำไรแล้วยังอยากเทรดต่อ?
เพราะสมองหลั่งโดปามีนเมื่อได้กำไร ทำให้รู้สึกพึงพอใจและอยากทำซ้ำอีก — นี่คือ "ระบบรางวัล" (reward circuit) ที่ทำงานแบบวงจร ยิ่งทำบ่อย ยิ่งต้องการมาก
2. จะควบคุมตัวเองไม่ให้เทรดมากเกินไปได้อย่างไร?
ใช้ trading plan กำหนดจำนวนออเดอร์ต่อวัน (เช่น ไม่เกิน 3 ออเดอร์) และฝึกสมาธิเพื่อเสริมสร้างความสามารถของ Frontal cortex ในการยับยั้งชั่งใจ
3. ความไม่รู้จักพอเป็นสิ่งไม่ดีเสมอไปหรือไม่?
ไม่ใช่ — ถ้าคุณควบคุมได้ ความไม่รู้จักพอจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้คุณเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าควบคุมไม่ได้ มันจะพาคุณไปสู่การเสพติดและความล้มเหลว
4. Frontal cortex คืออะไร และทำไมสำคัญกับการเทรด?
Frontal cortex คือสมองส่วนหน้าที่ควบคุมการตัดสินใจ การวางแผน และการยับยั้งชั่งใจ — เทรดเดอร์ที่ควบคุม Frontal cortex ได้ดีจะสามารถทำตาม trading plan และไม่ปล่อยตามอารมณ์
5. การทำสมาธิช่วยในการเทรดได้จริงหรือ?
ได้ — การทำสมาธิฝึกให้คุณรับรู้อารมณ์ของตัวเอง (เช่น ความโลภ ความกลัว) และเลือกได้ว่าจะปล่อยตามหรือไม่ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องตัดสินใจภายใต้ความกดดัน
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


