รู้ทัน กลโกง Forex เจอแบบนี้! หนีสิครับ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มิจฉาชีพใช้ชื่อ "Forex" เป็นเครื่องมือหลอกลวงนักลงทุนหน้าใหม่จนเกิดความเสียหายนับพันล้านบาท บทความนี้จะช่วยให้คุณจดจำสัญญาณเตือน 7

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มิจฉาชีพใช้ชื่อ "Forex" เป็นเครื่องมือหลอกลวงนักลงทุนหน้าใหม่จนเกิดความเสียหายนับพันล้านบาท บทความนี้จะช่วยให้คุณจดจำสัญญาณเตือน 7 ประการที่บ่งชี้ว่าคุณกำลังเจอกลโกง Forex และวิธีปกป้องเงินลงทุนของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปสาระสำคัญ
- กลโกง Forex ส่วนใหญ่เรียกเงินแบบ 'ระดมทุน' ไม่ให้คุณถอนเงินเข้าบัญชีตัวเองได้
- การการันตีผลตอบแทนมากกว่า 20% ต่อเดือนเป็นสัญญาณอันตรายระดับสูง
- โบรกเกอร์ที่แจกโบนัสสูงเกินจริงและไม่มีชื่อเสียงมีความเสี่ยงเป็นโบรกเกอร์เถื่อน
- ระบบแชร์ลูกโซ่หรือ MLM ไม่เกี่ยวข้องกับการเทรด Forex ที่ถูกต้องเลย
- นักเทรดมืออาชีพจริงจะไม่ตามตื้อหรือบังคับให้คุณฝากเงิน
ทำไมกลโกง Forex จึงแพร่หลายในไทย
Forex เป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ความนิยมและการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเห็นโอกาสใช้ชื่อ "Forex" เป็นฉากหน้าในการหลอกลวง
การเทรด Forex ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องทำผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FCA (UK), ASIC (Australia), หรือ CySEC (Cyprus) คุณจะเปิดบัญชีในชื่อของคุณเอง สามารถฝากและถอนเงินได้โดยตรงผ่านระบบธนาคาร และไม่มีการรับประกันผลตอบแทนใดๆ
แต่กลโกงที่แอบอ้างชื่อ Forex มักมีโครงสร้างแบบ Ponzi scheme หรือ pyramid scheme ที่จ่ายผลตอบแทนให้นักลงทุนเก่าด้วยเงินของนักลงทุนใหม่ จนกระทั่งระบบล่มสลายเมื่อไม่มีเงินทุนใหม่ไหลเข้ามา
7 สัญญาณเตือนที่บ่งชี้กลโกง Forex
1. เรียกเงินแบบระดมทุนและไม่ให้ถอนเอง
สัญญาณอันตรายระดับสูงสุด: หากคุณไม่สามารถเปิดบัญชีในชื่อตัวเองและถอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคุณได้โดยตรง — นั่นไม่ใช่การเทรด Forex แต่เป็นการระดมทุนผิดกฎหมาย
การเทรด Forex ที่ถูกต้องมีกระบวนการดังนี้:
- คุณเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ในชื่อของคุณเอง
- คุณฝากเงินจากบัญชีธนาคารของคุณเข้าบัญชีเทรด
- คุณเทรดเองหรือใช้ copy trading (ถ้าโบรกเกอร์รองรับ)
- คุณถอนเงินกลับเข้าบัญชีธนาคารของคุณเองได้ทุกเมื่อ
หากมีคนบอกให้คุณ "โอนเงินมาให้เราเทรดให้" หรือ "ฝากเงินเข้าบริษัทแล้วรอรับเงินปันผลทุกเดือน" — คุณกำลังเจอกลโกงแน่นอน ไม่มีข้อยกเว้น
2. การันตีผลตอบแทนมากกว่า 20% ต่อเดือน
ในโลกของการลงทุนมืออาชีพ ผลตอบแทนเฉลี่ย 20% ต่อปี (ประมาณ 1.67% ต่อเดือน) ถือว่าเป็นผลงานที่ดีมากแล้ว กองทุน hedge fund ที่ดีที่สุดในโลกทำผลตอบแทนเฉลี่ย 15-20% ต่อปี
การการันตีกำไร 20% ต่อเดือนหรือ 240% ต่อปีเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในระยะยาว เพราะ:
- ตลาด Forex มีความผันผวน (volatility) สูง บางวันอาจไม่มีโอกาสเทรดที่ดี
- ช่วง sideways market หรือตลาดไม่มีทิศทาง เทรดเดอร์มืออาชีพอาจหยุดเทรด
- การรับประกันผลตอบแทนขัดกับธรรมชาติของตลาดการเงินที่มีความเสี่ยง
นักเทรดมืออาชีพจะตั้งเป้าหมายผลตอบแทน (target return) ที่ยืดหยุ่นได้ เช่น 5-10% ต่อเดือน แต่จะไม่การันตี เพราะบางเดือนอาจขาดทุน 3% บางเดือนกำไร 15% ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
หากมีใครบอกว่า "รับประกันกำไร 25% ทุกเดือน แน่นอน" — คุณกำลังถูกหลอกให้เข้าร่วม Ponzi scheme ที่จะจ่ายเงินให้คุณด้วยเงินของนักลงทุนคนอื่น ไม่ใช่กำไรจากการเทรดจริง
3. ตามตื้อให้ฝากเงินอย่างต่อเนื่อง
นักเทรดมืออาชีพหรือโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงจะให้ข้อมูล ให้คำแนะนำ และให้เวลาคุณตัดสินใจ ไม่มีการบังคับหรือเร่งรัด
สัญญาณที่บ่งชี้การหลอกลวง:
- โทร/ไลน์/เฟซบุ๊กตื้อทุกวันให้ฝากเงิน
- บอกว่า "โปรโมชั่นหมดในวันนี้" หรือ "เหลืออีกแค่ 5 ที่นั่ง"
- ใช้ภาษาแบบ high-pressure sales: "คุณจะพลาดโอกาสดีแบบนี้เหรอ"
- พยายามสร้างความรู้สึกเร่งด่วนและกลัวพลาด (FOMO - Fear of Missing Out)
หลักการปกป้องตัวเอง: ถ้าใครตามตื้อให้คุณตัดสินใจเร็ว แปลว่าสิ่งนั้นไม่ใช่โอกาสที่ดี การลงทุนที่ดีจริงจะยังอยู่ตรงนั้นแม้คุณใช้เวลาศึกษา 1-2 เดือน
4. ระบบแชร์ลูกโซ่หรือ MLM
การเทรด Forex ที่ถูกต้องไม่มีระบบดังนี้:
- ไม่มีการหาสมาชิกใหม่มาสมัครต่อ
- ไม่มีระบบทีม upline/downline
- ไม่มีค่าคอมมิชชั่นจากการแนะนำคน
- ไม่มีระดับชั้น (rank) แบบ MLM
หากบริษัทหรือคนที่ชวนคุณบอกว่า "แนะนำเพื่อนมาสมัคร 3 คน รับโบนัส 1,000 บาท" หรือ "ทีมคุณมียอดรวม 100,000 บาท คุณได้โบนัส 5%" — นั่นคือ pyramid scheme หรือ multi-level marketing (MLM) ที่ผิดกฎหมายเมื่อนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์การเงิน
ในประเทศไทย การระดมทุนแบบแชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมาย พ.ร.บ. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และสำนักงาน ป.ป.ช. มีอำนาจสืบสวนและดำเนินคดี
5. โบรกเกอร์ไม่มีชื่อเสียงและแจกโบนัสสูงผิดปกติ
โบรกเกอร์ชั้นนำที่ได้รับความเชื่อถือทั่วโลก เช่น:

- IC Markets (ออสเตรเลีย)
- Pepperstone (ออสเตรเลีย/อังกฤษ)
- OANDA (สหรัฐ/ยุโรป)
- XM Group (ไซปรัส)
โบรกเกอร์เหล่านี้มีลักษณะร่วม:
- ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวด
- ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี
- มีรีวิวและรางวัลจากสื่อการเงินระดับโลก
- แจกโบนัสในระดับสมเหตุสมผล (เช่น 20-50% bonus) ไม่ใช่ 100-300%
โบนัส 100% หรือ 200% ที่โบรกเกอร์เถื่อนแจกนั้นมาจากไหน? คำตอบคือ — มาจากเงินของนักลงทุนคนอื่นๆ หรือเป็นเงินเสมือนที่ถอนไม่ได้จริง เมื่อคุณพยายามถอน ระบบจะมีข้อแม้มากมายจนคุณถอนไม่สำเร็จ
สัญญาณเตือนของโบรกเกอร์เถื่อน:
- เพิ่งเปิดให้บริการไม่กี่เดือน ไม่มีประวัติ
- ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้
- เว็บไซต์ไม่มีข้อมูลทางกฎหมาย ไม่มีที่อยู่ชัด
- แจกโบนัสสูงผิดปกติ เช่น 200-500%
- มีโปรโมชั่นที่ดูดีเกินจริง
6. โปรไฟล์โซเชียลที่สร้างภาพหลอกลวง
มิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นนักเทรดมักมีรูปแบบการสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจน:
- ถ่ายรูปกับรถหรู แต่เป็นรถโชว์รูมหรือรถเช่า
- ถ่ายรูปกับธนบัตรเป็นกระสอบ (ซึ่งเป็นของปลอมหรือยืมมา)
- โพสต์ "วันนี้กำไร 50,000 บาท" ทุกวัน แต่ไม่แสดง statement จริง
- อัปเดตภาพไลฟ์สไตล์หรูหราอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความอิจฉา
นักเทรดมืออาชีพจริง:
- ไม่จำเป็นต้องโชว์ความร่ำรวยเพื่อหาลูกค้า
- แชร์ความรู้ วิธีคิด และกลยุทธ์การเทรด
- โปร่งใสเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่สมจริง
- มักมี track record ที่ตรวจสอบได้จากแพลตฟอร์มอย่าง Myfxbook
หลักการง่ายๆ: ถ้าคนนั้นร่ำรวยจากการเทรดจริง เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาคนมาสมัครทีมแบบ MLM เขาจะมุ่งเน้นพัฒนาทักษะและเทรดต่อไป
7. โชว์แต่กำไรรายวัน ไม่โชว์ผลงานระยะยาว
กลโกงมักใช้วิธีนี้เพื่อหลอกลวง:
- โพสต์ "วันนี้กำไร 15%" ทุกวัน
- แต่ไม่ยอมแสดง account statement แบบเต็ม 6-12 เดือน
- ไม่มี verified track record จาก Myfxbook หรือ FX Blue
- ไม่แสดงประวัติการขาดทุน (ซึ่งทุกเทรดเดอร์ต้องมี)
การประเมินนักเทรดมืออาชีพควรดูจาก:
- ผลตอบแทนต่อปี (annual return) ไม่ใช่รายวัน
- Maximum drawdown (ขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลาหนึ่ง)
- Sharpe ratio (ผลตอบแทนเทียบความเสี่ยง)
- Win rate และ risk-reward ratio
นักเทรดมืออาชีพที่มี track record 5 ปี โดยทำผลตอบแทนเฉลี่ย 25% ต่อปี ดีกว่านักเทรดที่อ้างว่า "กำไรทุกวัน 20%" แต่ไม่มีหลักฐานยาว
วิธีปกป้องตัวเองจากกลโกง Forex
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงเท่านั้น
ตรวจสอบว่าโบรกเกอร์:

- ได้รับใบอนุญาตจาก FCA, ASIC, CySEC, หรือ NFA
- ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี
- มีรีวิวจากเว็บไซต์อิสระ เช่น Trustpilot, ForexPeaceArmy
- มีเงินทุนสำรองที่ชัดเจน (segregated accounts)
เรียนรู้เทรดด้วยตัวเอง
ห้ามฝากเงินให้คนอื่นเทรด เพราะ:
- คุณไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้
- คุณไม่รู้ว่าเงินของคุณถูกนำไปใช้จริงหรือไม่
- หากโดนหลอก คุณจะไม่มีทางเอาเงินคืน
แทนที่จะฝากคนอื่น ให้:
- เรียนรู้พื้นฐาน Forex จากแหล่งที่เชื่อถือได้
- ฝึกเทรดใน demo account 3-6 เดือน
- เริ่มต้นด้วยเงินจริงจำนวนเล็กน้อย (5,000-10,000 บาท)
- พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
ใช้ leverage อย่างระมัดระวัง
ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด
ก่อนลงทุนทุกครั้ง:
- ค้นหาชื่อบริษัท + คำว่า "scam" หรือ "review" ใน Google
- ตรวจสอบใบอนุญาตจากเว็บไซต์หน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง
- อ่านรีวิวจากหลายแหล่ง ไม่ใช่แค่เว็บของบริษัทนั้น
- ถามคำถามในฟอรัมหรือกลุ่มนักเทรดที่เชื่อถือได้
จะทำอย่างไรถ้าโดนหลอกแล้ว
หากคุณสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อของกลโกง Forex:
- หยุดโอนเงินเพิ่มทันที — ไม่ว่าจะมีการบังคับหรือเร่งรัดอย่างไร
- รวบรวมหลักฐาน — Screenshot, ใบโอนเงิน, ข้อความ, เอกสารทั้งหมด
- แจ้งความที่สถานีตำรวจ — ยื่นคำร้องทันที เพื่อสร้างหลักฐานทางกฎหมาย
- แจ้ง ป.ป.ช. และสำนักงาน คปภ. — หากเกี่ยวข้องกับการระดมทุนหรือการเงินผิดกฎหมาย
- แจ้งธนาคาร — บางธนาคารสามารถระงับการโอนเงินถ้าทำทันท่วงที
สายด่วนแจ้งเบาะแส ป.ป.ช.: 1205
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านการเงิน: 1213
อย่างไรก็ตาม โอกาสได้เงินคืนค่อนข้างต่ำ เพราะมิจฉาชีพมักโอนเงินออกนอกประเทศหรือใช้บัญชีกระจาย การป้องกันจึงสำคัญกว่าการแก้ไข
เริ่มต้นเทรด Forex อย่างปลอดภัย
หากคุณต้องการเทรด Forex อย่างจริงจัง:
- เรียนรู้พื้นฐาน — เข้าใจว่า pip, lot, spread, leverage คืออะไร
- เลือกโบรกเกอร์ที่ถูกต้อง — ต้องมีใบอนุญาตและชื่อเสียงดี
- ฝึกใน demo account — อย่างน้อย 3-6 เดือน จนมั่นใจในกลยุทธ์
- เริ่มด้วยเงินน้อย — ฝากแค่ 5,000-10,000 บาทในช่วงแรก
- จัดการความเสี่ยง — เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อการเทรด 1 ครั้ง
- เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง — ตลาดเปลี่ยนแปลงตลอด ต้องพัฒนาทักษะไม่หยุด
การเทรด Forex ไม่ใช่ทางรวยเร็ว แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน เหมือนการเรียนดนตรีหรือภาษา ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเชี่ยวชาญ และไม่มีการรับประกันกำไร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Forex คือการพนันหรือไม่?
Forex ไม่ใช่การพนันหากคุณใช้วิธีการที่ถูกต้อง นักเทรดมืออาชีพใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค (technical analysis) และพื้นฐาน (fundamental analysis) เพื่อตัดสินใจ ไม่ใช่เดาสุ่ม อย่างไรก็ตาม หากคุณเทรดแบบไม่มีแผน ไม่จัดการความเสี่ยง ก็ไม่ต่างจากการพนัน
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเทรด Forex ได้?
โบรกเกอร์หลายแห่งเปิดบัญชีได้ตั้งแต่ 100-200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,500-7,000 บาท) แต่แนะนำให้เริ่มด้วย 10,000 บาทขึ้นไป เพื่อมีพื้นที่จัดการความเสี่ยงได้สบายและไม่ถูก margin call ง่าย
Leverage สูงดีหรือไม่?
Leverage สูง (เช่น 1:500) ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้กำไรมากขึ้น แต่หมายความว่าคุณจะขาดทุนเร็วขึ้นหากเทรดผิด นักเทรดมืออาชีพมักใช้ leverage ระดับกลาง (1:50 ถึง 1:100) และจัดการ position size อย่างระมัดระวัง
ถ้าฝากคนอื่นเทรดให้ จะปลอดภัยไหม?
ไม่แนะนำเด็ดขาด แม้คนนั้นจะเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก เพราะคุณไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ และหากเกิดปัญหา คุณอาจไม่สามารถเอาเงินคืนได้ หากต้องการ copy trading ให้ใช้ระบบ copy trading ของโบรกเกอร์ชั้นนำที่เงินอยู่ในบัญชีของคุณเอง
โบรกเกอร์ไทยกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ ต่างกันอย่างไร?
โบรกเกอร์ไทยที่ถูกกฎหมาย (Authorized Forex Dealer) ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ธปท. มีเงินทุนสำรองสูง และมีการคุ้มครองผู้ลงทุนตามกฎหมายไทย แต่ค่าธรรมเนียมมักสูงกว่า โบรกเกอร์ต่างประเทศที่มีชื่อเ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →



