ข้อผิดพลาดจากการเทรด Forex

ข้อผิดพลาดจากการเทรด Forex ของเทรดเดอร์

ข้อผิดพลาดจากการเทรด Forex ของเทรดเดอร์  ความผิดพลาดในเรื่องการเงินนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การทำผิดพลาดเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ขั้นตอนหนึ่งในการซื้อขายหรือลงทุน

 

นักลงทุนมักลงทุนระยะยาวกับหลักทรัพย์จำพวกหุ้นและกองทุนรวมถึงหลักทรัพย์อื่นๆส่วนการการลงทุนหรือซื้อขายระยะสั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกการซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชั่นและธุรกรรมอื่นๆร่วมด้วย การซื้อขายระยะยาวและระยะสั้นเป็นธุรกรรมที่มีความแตกต่างกัน

 

ความผิดพลาดของการลงทุนสองประเภทนี้ก็มีความผิดพลาดในกรณีที่แตกต่างกัน บทความนี้จะมาพูดถึงสิ่งที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการลงทุน

 

ข้อผิดพลาดจากการเทรด Forex ของเทรดเดอร์

 

1. ไม่มีแผนการซื้อขาย หรือไม่มีระบบเทรด

เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่นั้นจะเข้าสู่การเทรดด้วยแผนที่กำหนดไว้อย่างดี เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะรู้จุดเข้าและจุดออกที่แน่นอน รู้จำนวนเงินทุนที่ลงทุนไปและรู้ตัวเองว่ารับความเสี่ยงในการลงทุนสูงสุดได้ที่ประมาณเท่าไหร่

 

ในขณะที่ เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ มักจะไม่มีแผนการซื้อขายก่อนเริ่มการซื้อขาย และถึงแม้ว่าเทรดเดอร์มือใหม่ มีแผนการเทรดที่ดี แต่ก็มีโอกาสหลงทางจากแผนการเทรดได้ หรือพูดง่ายๆคือมีความรวนเรเผลอไผลมากกว่าเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ช่ำชองแล้ว

 

2. ไม่กล้าเสี่ยง

สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลย คือ การยอมรับความเสี่ยง มีเทรดเดอร์หลายคนที่ไม่สามารถรับมือกับความผันผวนและการขึ้นๆลงๆของตลาดหุ้นหรือตลาด Forex เทรดเดอร์บางคนอาจต้องการรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอ จึงทำให้เทรดเดอร์หลายคนเลือกลงทุนยอมรับความเสี่ยงต่ำเหล่านี้ ดีกว่าที่จะลงทุนในบริษัทใหม่มาแรง

 

แต่บางครั้งการลงทุนในบริษัทใหม่มาแรง ก็อาจจะทำให้การลงทุนเติบโตขึ้นได้ จำไว้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนนั้นมาพร้อมกับความเสี่ยง

 

การลงทุนประเภทต่างๆ นั้น มองโดยรวมแล้วจะขยับขึ้นเป็นขั้นบันไดความเสี่ยงและจะให้ผลตอบแทนที่มากขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น หากการลงทุนนั้นให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจมากเราจึงจำเป็นต้องพิจารณาความเสี่ยงด้วย

 

3. ไม่มีกรอบเวลา

อย่าลงทุนโดยไม่มีกรอบเวลาในใจ การกำหนดกรอบเวลาเป็นเรื่องที่จะทราบผลตอบแทนในการลงทุน เช่น คุณตั้งใจลงทุนระยะเวลาเท่าไหร่เพื่อเวลาเกษียณ หรือลงทุนเพื่อวางแผนที่จะสะสมเงินเพื่อซื้อบ้าน คุณจะได้เข้าใจกรอบเวลาของตัวเองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวหรือระยะสั้น

 

เพื่อที่คุณจะประเมินตลาดหุ้นหรือตลาดที่คุณลงทุนว่ามีแนวโน้มจะเป็นไปอย่างไร เมื่อคุณเข้าใจกรอบเวลาในการลงทุนของตัวเองคุณก็จะพบกับการลงทุนที่ตรงใจและตรงโพรไฟล์

 

4. ไม่ใช้คำสั่งหยุดขาดทุน Stop Loss

จะเป็นปัญหาในการลงทุนอย่างมาก หากคุณไม่รู้จักวิธีใช้คำสั่งหยุดขาดทุน หรือคำสั่ง Stop Loss คำสั่งหยุดขาดทุนนั้นมีหลายแบบ และสามารถจำกัดการขาดทุนได้ เพราะการเคลื่อนไหวในตลาดการเงินนั้นมีการเปลี่ยนแปลงแต่คำสั่งเหล่านี้จะดำเนินการอัตโนมัติเมื่อถึงขอบเขตที่คุณตั้งไว้

 

5. ปล่อยให้การสูญเสียเงินทุนเติบโต

แน่นอนว่าการขาดทุนเพียงเล็กน้อยและรวดเร็วนั้นเกิดขึ้นได้แต่ในทางกลับกันหากการลงทุนนั้นติดลบต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการจำกัดการขาดทุนก็อาจจะทำให้พอร์ตตายไปในที่สุด นักลงทุนบางคนคิดว่าจะรอให้ติดลบไปก่อนเพราะคาดหวังว่าการซื้อขายจะกลับขึ้นมาทำกำไรได้

 

แต่การขาดทุนที่ถูกผูกมัดเป็นเวลานานอาจส่งผลให้การขาดทุนเพิ่มขึ้นและทำให้เป็นการเปลืองเงินทุนอย่างรุนแรง

 

6. การซื้อด้วย Margin ที่มากเกินไป

Margin คือการใช้เงินที่ยืมมาจากโบรกเกอร์เพื่อซื้อหลักทรัพย์และแม้ว่า Margin จะช่วยให้คุณทำเงินได้มากขึ้นแต่ก็อาจทำให้เกิดการขาดทุนเกินจริงได้มากเช่นกัน

 

ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องรู้และเข้าใจว่า Margin นั้นทำงานอย่างไร เทรดเดอร์มือใหม่ส่วนใหญ่อาจจะเอนเอียงตามคำโฆษณาเหมือนเป็นเงินฟรี

 

แต่หากคุณใช้ Margin และการลงทุนไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ คุณอาจจะกลายเป็นหนี้ก้อนโตโดยเปล่าประโยชน์ คุณควรถามตัวเองว่าคุณจะซื้อหุ้นด้วยเครดิตตัวเองหรือไม่ การใช้ Margin คุณจะต้องติดตามกำไรขาดทุนอย่างใกล้ชิดเพราะหากคุณไม่มีเวลาหรือติดตาม

 

คุณอาจจะต้องเผชิญกับ Margin call ได้ หากคุณยังเป็นเทรดเดอร์หรือนักลงทุนรายใหม่การใช้ Margin เพียงเล็กน้อยเป็นเรื่องที่ดีกว่า

 

ปล. การใช้ Margin เป็นเหมือนการยืมเงินโบรกเกอร์มาเทรด เช่น เรามีเงินลงทุนแค่ 50 บาท แต่อยากไปซื้อหุ้นราคา 100 บาท เราจึงทำการยืมโบรกเกอร์มาเทรด แต่ราคาหุ้นลงมาที่ราคา 20 บาท ทำให้เราติดหนี้โบรกเกอร์ 30 บาท นั่นเอง

บทความนี้เกี่ยวกับโบรกเกอร์