ซื้อขายสกุลเงินออนไลน์ เลือกคู่ไหนดีในการเทรด
ในตลาด Forex ที่มีคู่สกุลเงินให้เลือกเทรดหลายร้อยคู่ การเลือกคู่สกุลเงินที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสทำกำไร

ในตลาด Forex ที่มีคู่สกุลเงินให้เลือกเทรดหลายร้อยคู่ การเลือกคู่สกุลเงินที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ยังช่วยลดต้นทุนการเทรดและความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นได้อย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกคู่เงินเพื่อการเก็งกำไร พร้อมตัวอย่างจริงที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สรุปสาระสำคัญ
- เลือกคู่สกุลเงินที่มีปริมาณการซื้อขาย (Volume) สูง — ได้ Spread แคบและราคาเคลื่อนที่แบบ Smooth
- พิจารณาความพร้อมในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจ — ข่าวภาษาไทยหาง่ายกว่าข่าวต่างประเทศ
- ศึกษานิสัยกราฟ (Price Action) ว่าวิ่งเป็น Trend หรือ Sideways ให้ตรงกับกลยุทธ์ที่คุณใช้
- เปรียบเทียบ Spread และ Commission — คู่หลักมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคู่รอง
- หลีกเลี่ยงคู่ Exotic ถ้าคุณยังไม่มีประสบการณ์ — Spread กว้างและ Slippage สูง
ทำไมการเลือกคู่สกุลเงินถึงสำคัญ
การเทรด Forex แตกต่างจากการลงทุนในหุ้นหรือทองคำตรงที่คุณเทรด "คู่" สกุลเงิน ไม่ใช่สกุลเงินเดี่ยว ๆ เช่น EUR/USD คุณซื้อ Euro และขาย US Dollar ไปพร้อมกัน ดังนั้นการเลือกคู่สกุลเงินจึงมีผลโดยตรงต่อ:
- ต้นทุนการเทรด — Spread และ Commission แตกต่างกันมากระหว่างคู่หลักและคู่รอง
- ความผันผวน — บางคู่วิ่งได้ 100-150 pips ต่อวัน บางคู่แทบไม่ขยับ
- โอกาสทำกำไร — คู่ที่มี Volume สูงมักมีโอกาส Setup เข้า Position บ่อยกว่า
ตัวอย่างเช่น EUR/USD มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในโลก (ประมาณ 24% ของตลาด Forex ทั้งหมด) ทำให้ Spread แคบเพียง 0.6-1.0 pip ในขณะที่คู่ Exotic อย่าง USD/TRY (ดอลลาร์/ลีราตุรกี) มี Spread กว้างถึง 15-30 pips ซึ่งต้องชนะมากกว่า 30 pips ถึงจะคุ้มทุนค่า Spread
คู่สกุลเงินแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก:
- Major Pairs — คู่หลักที่มี USD อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง (EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CHF)
- Minor Pairs (Cross Pairs) — คู่ที่ไม่มี USD แต่มีสกุลเงินหลักอย่างอื่น (EUR/GBP, EUR/JPY, GBP/JPY)
- Exotic Pairs — คู่ที่มีสกุลเงินตลาดเกิดใหม่หรือตลาดเล็ก (USD/THB, EUR/TRY, USD/ZAR)
หลักเกณฑ์ในการเลือกคู่สกุลเงินเพื่อการเทรด
1. ปริมาณการซื้อขาย (Trading Volume)
Volume คือปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นในคู่นั้น ๆ ใน 1 วัน ยิ่งมี Volume สูง ยิ่งได้ประโยชน์:

- Spread แคบ — โบรกเกอร์แข่งขันกันเสนอราคาดี
- Liquidity สูง — Order ของคุณจะถูก Execute ในราคาที่ต้องการ ไม่มี Slippage มาก
- กราฟ Smooth — ไม่มีการกระโดดราคา (Price Gap) กะทันหัน
ตัวอย่างคู่ที่มี Volume สูง:
| คู่สกุลเงิน | สัดส่วนของตลาด Forex | Spread โดยเฉลี่ย |
|---|---|---|
| EUR/USD | 24% | 0.6-1.0 pip |
| USD/JPY | 14% | 0.8-1.2 pips |
| GBP/USD | 9% | 1.0-1.5 pips |
| USD/CHF | 4% | 1.2-2.0 pips |
ตัวอย่างคู่ที่มี Volume ต่ำ:
| คู่สกุลเงิน | Spread โดยเฉลี่ย |
|---|---|
| USD/THB | 5-15 pips |
| EUR/TRY | 20-40 pips |
| USD/ZAR | 30-80 pips |
2. การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
การเทรด Forex ไม่ได้พึ่งแค่ Technical Analysis ข่าวเศรษฐกิจมีผลกระทบโดยตรงต่อราคา เช่น:
- ข่าวดอกเบี้ย Fed — กระทบทุกคู่ที่มี USD
- ข่าว ECB (ธนาคารกลางยุโรป) — กระทบ EUR
- ข่าว BOJ (ธนาคารกลางญี่ปุ่น) — กระทบ JPY
ถ้าคุณเลือกเทรดคู่ที่คุณเข้าถึงข่าวได้ง่าย คุณจะมีความได้เปรียบในการ:
- คาดการณ์ทิศทาง — รู้ก่อนว่าตลาดน่าจะวิ่งไปทางไหน
- หลีกเลี่ยงความเสี่ยง — ไม่ถือ Position ข้ามข่าวสำคัญถ้าไม่มั่นใจ
ตัวอย่างจริง:
เทรดเดอร์คนไทยเลือกเทรด USD/THB เพราะ:
- ข่าวในประเทศติดตามได้จากสื่อไทยทุกวัน (อัตราเงินเฟ้อ, GDP, ดอกเบี้ย BOT)
- ข่าว USD ติดตามได้จาก Investing.com หรือ Bloomberg ภาษาอังกฤษ
แต่ข้อเสีย USD/THB มี Spread กว้าง (5-15 pips) และ Exotic Pair ที่เสี่ยงต่อ Slippage สูงในช่วงข่าวใหญ่
ข้อควรระวัง: คู่ Exotic มักมี Liquidity ต่ำ ทำให้ราคาเคลื่อนไหวผิดปกติได้ง่าย เช่น USD/THB อาจกระโดดราคา 20-30 pips ในข่าวการเมืองไทยที่ไม่คาดคิด
3. นิสัยการเคลื่อนไหวของราคา (Price Action)
แต่ละคู่มี "จริต" ไม่เหมือนกัน:
- คู่ที่วิ่งเป็น Trend ชัดเจน — EUR/USD, USD/JPY (เหมาะกับกลยุทธ์ Trend Following)
- คู่ที่วิ่งเป็น Range/Sideways — EUR/CHF, AUD/NZD (เหมาะกับกลยุทธ์ Range Trading)
- คู่ที่ผันผวนสูง — GBP/JPY, GBP/USD (เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ทนความเสี่ยงสูง)
วิธีตรวจสอบนิสัยกราฟ:
- เปิดกราฟ Daily Timeframe ย้อนหลัง 3-6 เดือน
- สังเกต: วิ่งเป็นเทรนยาว ๆ หรือ วิ่งกลับไปกลับมาในกรอบ
- วัด ATR (Average True Range) — คู่ที่มี ATR สูงเคลื่อนไหวเร็ว
ตัวอย่าง:
| คู่สกุลเงิน | ATR (14 วัน) | ลักษณะ |
|---|---|---|
| EUR/USD | 50-70 pips | Trend ปานกลาง |
| GBP/JPY | 120-180 pips | ผันผวนสูง |
| EUR/CHF | 20-40 pips | Range แคบ |
4. ต้นทุนการเทรด (Spread + Commission)
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ที่โบรกเกอร์เก็บทุกครั้งที่คุณเปิด Position คู่หลัก (Major Pairs) มี Spread แคบ ในขณะที่คู่รองและคู่ Exotic มี Spread กว้าง

ตัวอย่างเปรียบเทียบ:
- EUR/USD — Spread 0.8 pip → ถ้าเทรด 1 Lot (100,000 หน่วย) เสียค่า Spread ประมาณ 8 USD
- USD/THB — Spread 10 pips → ถ้าเทรด 1 Lot เสียค่า Spread ประมาณ 100 USD
ถ้าคุณเป็น Scalper หรือ Day Trader ที่เปิด-ปิด Position บ่อย การเลือกคู่ที่มี Spread แคบจะช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก
เคล็ดลับ: ใช้บัญชี ECN หรือ Raw Spread เพื่อได้ Spread แท้ (0.0-0.5 pip) แล้วจ่าย Commission แทน มักคุ้มกว่าบัญชี Standard ที่ Spread กว้าง 1-2 pips
คู่สกุลเงินแนะนำสำหรับเทรดเดอร์แต่ละระดับ
สำหรับมือใหม่
- EUR/USD — Spread แคบ ข่าวหาง่าย เคลื่อนไหวไม่รุนแรงเกินไป
- USD/JPY — Spread แคบ มี Volume สูง
สำหรับเทรดเดอร์ระดับกลาง
- GBP/USD — ผันผวนปานกลาง เหมาะกับ Swing Trading
- AUD/USD — เชื่อมโยงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) วิเคราะห์ได้หลากหลายมุมมอง
สำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพ
- GBP/JPY — ผันผวนสูง เหมาะกับ Breakout Trading
- EUR/GBP — Cross Pair ที่มี Correlation สูงกับเศรษฐกิจยุโรป
หลีกเลี่ยงคู่เหล่านี้ถ้าคุณยังมือใหม่:
USD/ZAR (แรนด์แอฟริกาใต้), EUR/TRY (ลีราตุรกี), USD/MXN (เปโซเม็กซิโก) — Spread กว้างมาก (30-100 pips) และมี Political Risk สูง
กรณีศึกษา: การเลือกเทรด USD/THB
สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่สนใจเทรดเงินบาท คู่ USD/THB มีทั้งข้อดีและข้อเสีย:
ข้อดี:
- เข้าถึงข่าวในประเทศได้ง่าย (BOT, GDP, เงินเฟ้อ, การเมือง)
- เข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท (ท่องเที่ยว, ส่งออก, การลงทุนจากต่างชาติ)
ข้อเสีย:
- Spread กว้าง 5-15 pips (ขึ้นกับโบรกเกอร์)
- Exotic Pair ที่มี Liquidity ต่ำกว่า Major Pairs
- ความเสี่ยง Slippage สูงในช่วงข่าวสำคัญ
ตัวอย่างโบรกเกอร์ที่รองรับ USD/THB:
โบรกเกอร์ Exness เปิดให้เทรด USD/THB ในบัญชี Standard และ Pro โดยมี Spread เฉลี่ย 8-12 pips ในช่วง London Session
กลยุทธ์แนะนำสำหรับ USD/THB:
- เทรดในช่วง 14:00-22:00 เวลาไทย (Overlap ระหว่าง Europe-US Session)
- หลีกเลี่ยงเทรดในวันที่มีข่าว BOT ประกาศดอกเบี้ยหรือ GDP
- ใช้ Stop Loss กว้างกว่า Major Pairs อย่างน้อย 1.5 เท่า (เพราะ Spread กว้างและผันผวนสูง)
เทคนิคเพิ่มเติมในการเลือกคู่สกุลเงิน
พิจารณา Correlation ระหว่างคู่
บางคู่สกุลเงินเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน (Positive Correlation) หรือทิศทางตรงข้าม (Negative Correlation)
ตัวอย่าง:
- EUR/USD และ GBP/USD มี Correlation สูง (ประมาณ +0.80) — ถ้า EUR/USD ขึ้น GBP/USD มักขึ้นตาม
- EUR/USD และ USD/CHF มี Correlation ติดลบ (-0.90) — ถ้า EUR/USD ขึ้น USD/CHF มักลง
การรู้ Correlation ช่วยให้:
- หลีกเลี่ยงการเปิด Position ซ้ำซ้อน — ถ้าเปิด Long EUR/USD และ Long GBP/USD ก็เหมือนเปิด 2 Position ในทิศทางเดียวกัน
- Hedge ความเสี่ยง — เปิด Position ตรงข้ามในคู่ที่มี Negative Correlation เพื่อล็อคความเสี่ยง
ทดสอบบนบัญชี Demo ก่อน
ก่อนเทรดคู่ใหม่ด้วยเงินจริง ควร:
- เปิดบัญชี Demo กับโบรกเกอร์ที่เลือก
- เทรดคู่นั้น ๆ อย่างน้อย 20-30 Trades
- บันทึก Win Rate, Average Profit/Loss, Spread ที่จ่ายจริง
- ถ้าผลลัพธ์เป็นบวกต่อเนื่อง ค่อยย้ายไปบัญชีจริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คู่สกุลเงินไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?
EUR/USD เป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับมือใหม่ เพราะ:
- Spread แคบที่สุด (0.6-1.0 pip)
- ข่าวหาง่าย มีการวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ทั่วโลก
- เคลื่อนไหวไม่รุนแรงเกินไป เหมาะกับการฝึกฝน
ตัวเลือกที่ 2 คือ USD/JPY — Spread แคบเช่นกัน และมี Volume สูง
ควรเทรดกี่คู่พร้อมกัน?
สำหรับมือใหม่: 1-2 คู่เพียงพอ ให้เวลาศึกษาลึก ๆ กับแต่ละคู่
สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์: 3-5 คู่ เพื่อกระจายโอกาส แต่อย่าเกิน 7 คู่ เพราะจะติดตามข่าวไม่ทัน
Spread กว้างกว่า 5 pips ถือว่ามากหรือไม่?
ใช่ — สำหรับ Major Pairs (EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD) Spread ปกติควรอยู่ระหว่าง 0.6-2.0 pips ถ้า Spread มากกว่า 3 pips แสดงว่า:
- โบรกเกอร์คิดค่าบริการแพง หรือ
- คุณเทรดในช่วงเวลาที่ Liquidity ต่ำ (เช่น ช่วงกลางคืนเวลาเอเชีย)
สำหรับคู่ Exotic (USD/THB, EUR/TRY) Spread 5-15 pips ถือว่าปกติ
ควรเทรดคู่ที่มี Swap เป็นบวกหรือไม่?
Swap (ดอกเบี้ยค้างคืน) มีผลถ้าคุณถือ Position ข้ามคืน:

- Swap เป็นบวก — คุณได้รับดอกเบี้ย (เช่น Long AUD/JPY ในช่วงที่ดอกเบี้ย AUD สูงกว่า JPY)
- Swap เป็นลบ — คุณเสียดอกเบี้ย
สำหรับ Day Trader หรือ Scalper ที่ไม่ถือ Position ข้ามคืน Swap ไม่มีผลกระทบ แต่สำหรับ Swing Trader ควรพิจารณา Swap เพื่อลดต้นทุน
โบรกเกอร์ไหนรองรับคู่สกุลเงินหลากหลายที่สุด?
โบรกเกอร์ระดับโลกอย่าง Exness รองรับมากกว่า 100 คู่สกุลเงิน รวมถึง Exotic Pairs อย่าง USD/THB, USD/CNH (หยวนจีน) และ USD/SGD (ดอลลาร์สิงคโปร์) ในขณะที่โบรกเกอร์ขนาดเล็กอาจรองรับเพียง 20-30 คู่
สรุป: การเลือกคู่สกุลเงินที่เหมาะสมคือก้าวแรกของการเทรด Forex ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ยังช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น เริ่มจากคู่หลักอย่าง EUR/USD หรือ USD/JPY เพื่อฝึกฝน ศึกษานิสัยกราฟและข่าวสารให้ลึก แล้วค่อย ๆ ขยายไปยังคู่อื่นเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น และอย่าลืมทดสอบกลยุทธ์บนบัญชี Demo ก่อนเทรดจริงเสมอ
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →