U
UHAS
XAU/USD—0.00%

CFD คืออะไร — เทรดฟอเร็กซ์และทองผ่าน CFD ฉบับเข้าใจง่าย

CFD คืออะไร ทำงานอย่างไร ต่างจาก Spot และ Futures ตรงไหน ใช้เทรดได้ทั้งฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโต และดัชนีหุ้น พร้อมข้อดี ข้อเสีย และวิธีเริ่มต้นอย่างปลอดภัย

P
Patiphan Uhas
29 มกราคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
CFD คืออะไร — เทรดฟอเร็กซ์และทองผ่าน CFD ฉบับเข้าใจง่าย

การเทรด Forex ผ่าน CFD (Contract for Difference) เป็นรูปแบบการลงทุนที่นักเทรดรายย่อยใช้มากที่สุดในปัจจุบัน แตกต่างจากการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจริงที่ธนาคารทำ โดย CFD ช่วยให้คุณสามารถเทรดตาม "ผลต่างของราคา" โดยไม่ต้องครอบครองสินทรัพย์จริง บทความนี้จะอธิบายว่า CFD คืออะไร ทำงานอย่างไร และแตกต่างจากการเทรดแบบ Spot อย่างไร พร้อมข้อควรระวังที่ทุกเทรดเดอร์ต้องรู้

สรุปสาระสำคัญ

  • CFD ย่อมาจาก Contract for Difference — สัญญาที่เทรดตามผลต่างของราคา ไม่มีการส่งมอบสินทรัพย์จริง
  • นักเทรดรายย่อยเทรด Forex ผ่าน CFD 100% เพราะไม่มีปริมาณคำสั่งซื้อขายที่มากพอต่อตลาด Spot โดยตรง
  • CFD ใช้ได้กับสินทรัพย์หลากหลาย — ไม่ใช่แค่คู่เงิน Forex แต่ยังครอบคลุม Bitcoin, ทองคำ, น้ำมัน, และดัชนีหุ้น
  • ข้อได้เปรียบคือ สภาพคล่องสูง เทรดได้ 24/5 และใช้เงินทุนน้อยกว่าการถือครองสินทรัพย์จริง
  • ข้อเสียคือมี Overnight Fee (Swap) และความเสี่ยงจาก Leverage — ต้องเข้าใจการจัดการความเสี่ยงก่อนเทรดจริง

CFD คืออะไร

CFD ย่อมาจาก Contract for Difference แปลตรงตัวว่า "สัญญาผลต่าง" คือสัญญาทางการเงินที่ให้คุณเทรดตาม ผลต่างของราคาสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์ตัวจริง

ตัวอย่างง่ายๆ คือ เมื่อคุณเทรด EUR/USD ผ่าน CFD คุณไม่ได้ "ถือครอง" เงินยูโรจริงๆ แต่คุณจะทำกำไรหรือขาดทุนตาม การเปลี่ยนแปลงของราคา EUR/USD เท่านั้น โบรกเกอร์จะคำนวณผลต่างระหว่างราคาเปิด (Entry Price) กับราคาปิด (Exit Price) แล้วชำระเงินให้คุณตามผลนั้น

INFO

CFD ไม่มีวันหมดอายุ (No Expiry Date) เหมือน Futures — คุณสามารถถือ Position ได้นานเท่าที่ต้องการ แต่จะมี Swap Fee (ค่าดอกเบี้ยข้ามคืน) สำหรับ Position ที่ค้างข้ามวัน

ความแตกต่างระหว่าง CFD, Spot และ Futures

ประเภทCFDSpotFutures
การส่งมอบสินทรัพย์ไม่มีมี (ภายใน T+1 หรือ T+2)มี (ตามวันหมดอายุ)
วันหมดอายุไม่มีไม่มีมี (ตามสัญญา)
ราคาซื้อขายตามราคาปัจจุบันตามราคาปัจจุบันอาจต่างจากราคาปัจจุบัน
ค่าธรรมเนียมข้ามคืนมี (Swap)ไม่มีไม่มี
เหมาะสำหรับนักเทรดรายย่อยสถาบัน/ธนาคารสถาบัน/Hedger

ทำไมนักเทรดรายย่อยจึงต้องเทรดผ่าน CFD

เหตุผลสำคัญมี 3 ข้อ:

1. ปริมาณคำสั่งซื้อขายของรายย่อยไม่ถึงระดับ Interbank
ตลาด Spot แท้จริงคือตลาดระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่มีคำสั่งซื้อขายหลักล้านถึงหลักพันล้านดอลลาร์ต่อคำสั่ง นักเทรดรายย่อยที่เทรดเพียง $1,000–$10,000 ไม่สามารถเข้าถึงตลาดนี้ได้โดยตรง

2. โบรกเกอร์เป็นตัวกลาง รวบรวมคำสั่งและเชื่อมต่อกับ Liquidity Provider
โบรกเกอร์จะเอาคำสั่งซื้อขายจากลูกค้าหลายรายมารวมกัน แล้วส่งไปยัง Liquidity Provider (ธนาคารหรือสถาบันการเงิน) เพื่อทำการซื้อขายจริง จากนั้นโบรกเกอร์จะคำนวณกำไร-ขาดทุนให้คุณตาม CFD

3. เงินทุนน้อยกว่า — ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง
หากคุณต้องการเทรด 1 Lot EUR/USD (มูลค่า 100,000 ยูโร) ในตลาด Spot คุณต้องมีเงิน 100,000 ยูโรจริงๆ แต่การเทรด CFD ใช้ระบบ Margin คุณอาจใช้เพียง $1,000–$2,000 (ขึ้นกับ Leverage) ก็เทรดได้แล้ว

NOTE

การใช้ Leverage สูง (เช่น 1:500) ช่วยให้เทรดได้ด้วยเงินทุนน้อย แต่ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย — คุณอาจขาดทุนเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว ควรเริ่มต้นด้วย Leverage ไม่เกิน 1:30 สำหรับมือใหม่

CFD ใช้ได้กับสินทรัพย์อะไรบ้าง

หนึ่งในจุดเด่นของ CFD คือความยืดหยุ่น — คุณสามารถใช้ CFD เทรด สินทรัพย์เกือบทุกประเภท ที่มีราคาอ้างอิงชัดเจน ได้แก่:

  • คู่เงิน Forex (EUR/USD, GBP/JPY, AUD/CAD ฯลฯ)
  • สกุลเงินดิจิทัล (Bitcoin, Ethereum, Ripple, Litecoin)
  • โลหะมีค่า (ทองคำ, เงิน, แพลทินัม)
  • พลังงาน (น้ำมันดิบ WTI, Brent, ก๊าซธรรมชาติ)
  • ดัชนีหุ้น (S&P 500, Dow Jones, DAX, Nikkei)
  • หุ้นรายตัว (Apple, Tesla, Amazon ในบางโบรกเกอร์)
  • สินค้าเกษตร (ข้าวสาลี, กาแฟ, น้ำตาล — น้อยกว่าในโบรกเกอร์ Forex ทั่วไป)

ด้วยความหลากหลายนี้ นักเทรดสามารถกระจายความเสี่ยง (Diversify) โดยไม่ต้องเปิดบัญชีกับหลายโบรกเกอร์

ข้อดีของการเทรด CFD

1. สภาพคล่องสูง

ตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย $6.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน (ข้อมูลจาก Bank for International Settlements, 2022) — ใหญ่กว่าตลาดหุ้นนิวยอร์กกว่า 330 เท่า คุณสามารถซื้อหรือขายได้ทันทีที่ราคาต้องการโดยไม่ต้องรอคู่สัญญา

2. เปิดเทรดได้ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์

ตลาด Forex เปิดตั้งแต่วันจันทร์ 04:00 น. ถึงเช้าวันเสาร์ 03:58 น. เวลาไทย (หน้าหนาวของฝั่งตะวันตกเลื่อนเป็น 05:00 น. และ 04:58 น.) คุณสามารถเทรดได้ตลอดเวลา — เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการเทรดนอกเวลา

3. ใช้เงินทุนน้อย — ระบบ Margin

ด้วยระบบ Margin คุณสามารถเทรดสินทรัพย์มูลค่าสูงโดยใช้เงินทุนเพียงเศษเสี้ยว เช่น:

  • Leverage 1:100 → ฝาก $1,000 สามารถเทรดได้ $100,000
  • Leverage 1:30 → ฝาก $1,000 สามารถเทรดได้ $30,000
TIP

โบรกเกอร์ที่ได้รับการควบคุมโดย FCA (UK) หรือ CySEC (EU) มักจำกัด Leverage สูงสุดที่ 1:30 สำหรับลูกค้ารายย่อย — เพื่อลดความเสี่ยง

4. กำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

คุณสามารถเปิด Short Position (เทรดขาลง) ได้ง่ายเท่ากับการเปิด Long Position — ไม่จำเป็นต้อง "ยืม" สินทรัพย์เหมือนตลาดหุ้น

แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน

ข้อเสียและความเสี่ยงของ CFD

1. Overnight Fee (Swap)

หากคุณถือ Position ค้างคืน โบรกเกอร์จะคิดค่า Swap — ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายหรือรายได้ (ขึ้นกับทิศทางและอัตราดอกเบี้ยของคู่เงิน) เช่น:

  • ถือ Long USD/JPY ค้างคืน → อาจได้รับ Swap เป็นบวก (เพราะดอกเบี้ย USD สูงกว่า JPY)
  • ถือ Short EUR/USD ค้างคืน → อาจเสีย Swap เป็นลบ
แผนภาพ Swap: การถือออเดอร์ข้ามคืนถูกคิดดอกเบี้ยทุกวันตอนปิดวัน คืนวันพุธมักคิดสามเท่า ถือฝั่งสกุลดอกเบี้ยสูงได้รับ ถือฝั่งดอกเบี้ยต่ำต้องจ่าย
แผนภาพ Swap: การถือออเดอร์ข้ามคืนถูกคิดดอกเบี้ยทุกวันตอนปิดวัน คืนวันพุธมักคิดสามเท่า ถือฝั่งสกุลดอกเบี้ยสูงได้รับ ถือฝั่งดอกเบี้ยต่ำต้องจ่าย

2. ความเสี่ยงจาก Leverage

Leverage ขยายทั้งกำไรและขาดทุน เช่น:

  • ราคาเคลื่อนไหว 1% → กำไร/ขาดทุน 30% (ถ้าใช้ Leverage 1:30)
  • ราคาเคลื่อนไหว 3.5% ในทิศทางผิด → เงินทุนหมด (Margin Call)
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
NOTE

ตามสถิติของ ESMA (European Securities and Markets Authority) พบว่า 74-89% ของนักเทรด CFD รายย่อยขาดทุน — ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ Leverage สูงเกินไปและไม่มีแผนบริหารความเสี่ยง

3. ไม่มีกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์

คุณไม่ได้ "เป็นเจ้าของ" สินทรัพย์จริง — เช่น ไม่มีสิทธิ์เข้าประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ได้รับเงินปันผล (สำหรับ CFD หุ้น) และไม่สามารถโอนหรือถอนสินทรัพย์ออกไปได้

Forex กับ หุ้น แตกต่างกันอย่างไร

หลายคนเข้าใจผิดว่า "Forex คือหุ้นประเภทหนึ่ง" แต่ความจริงคือคนละตลาดกันโดยสิ้นเชิง:

ประเด็นForex (CFD)หุ้น (Stock)
สินทรัพย์อ้างอิงคู่เงิน (EUR/USD)หุ้นบริษัท (AAPL)
กรรมสิทธิ์ไม่มีมี (ถือหุ้นจริง)
เวลาเปิดตลาด24/59:30-16:00 (ตามตลาด)
Leverageสูง (1:30-1:500)ต่ำ (1:2-1:5)
สภาพคล่องสูงมากขึ้นกับหุ้นแต่ละตัว
ปัจจัยราคาอัตราดอกเบี้ย/เศรษฐกิจมหภาคผลประกอบการบริษัท

คำว่า "หุ้น Forex" จึงไม่มีความหมาย — เหมือนพูดว่า "ส้มกล้วย"

วิธีเริ่มต้นเทรด CFD อย่างถูกต้อง

1. เปิดบัญชี Demo เพื่อฝึกฝน

ทุกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือมีบริการบัญชีทดลอง (Demo Account) ที่จำลองสภาพแวดล้อมตลาดจริงทุกอย่าง คุณสามารถ:

  • ทดสอบกลยุทธ์การเทรดโดยไม่เสี่ยงเงินจริง
  • ทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม (MT4, MT5, cTrader)
  • คำนวณ Position Size และ Risk/Reward
TIP

แนะนำให้ฝึกบน Demo อย่างน้อย 3 เดือน หรือจนทำกำไรสม่ำเสมอ 3 เดือนติดต่อกัน ก่อนเปลี่ยนมาเทรดเงินจริง

2. เลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการควบคุม

โบรกเกอร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น:

  • FCA (Financial Conduct Authority, UK)
  • CySEC (Cyprus Securities and Exchange Commission)
  • ASIC (Australian Securities and Investments Commission)

หลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่:

  • ไม่มีเอกสารจดทะเบียนชัดเจน
  • สัญญา "รับประกันผลตอบแทน"
  • ติดต่อผ่าน Line เพียงอย่างเดียว ไม่มีเว็บไซต์ที่เป็นทางการ

3. กำหนดแผนบริหารความเสี่ยง

  • เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนต่อคำสั่ง — เช่น ถ้ามีเงิน $1,000 เสี่ยงได้ไม่เกิน $10-20 ต่อเทรด
  • ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง — ไม่มีข้อยกเว้น
  • เป้า Risk:Reward อย่างน้อย 1:2 — เสี่ยง 10 ดอลลาร์ ต้องมีโอกาสกำไร 20 ดอลลาร์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

CFD กับ Futures ต่างกันอย่างไร?
CFD ไม่มีวันหมดอายุ ใช้ราคาปัจจุบัน และมีค่า Swap ข้ามคืน ส่วน Futures มีวันหมดอายุตามสัญญา ราคาอาจต่างจากราคา Spot และไม่มีค่า Swap แต่ต้องต่อสัญญา (Roll Over) เมื่อใกล้หมดอายุ

เทรด CFD แล้วต้องเสียภาษีไหม?
ในประเทศไทย กำไรจากการเทรด Forex/CFD ถือเป็นรายได้ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ตามมาตรา 40(8) — รายได้อื่นๆ) อัตราภาษีขั้นบันไดตามกฎหมายปกติ ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีเพื่อการยื่นแบบที่ถูกต้อง

ทำไมโบรกเกอร์บางรายจึงไม่มี Commission แต่มี Spread กว้าง?
โบรกเกอร์ทำรายได้จาก Spread (ส่วนต่างระหว่างราคา Buy/Sell) โบรกเกอร์แบบ "No Commission" มักมี Spread กว้างกว่า (3-5 pips) ส่วนโบรกเกอร์แบบ ECN/STP จะมี Spread แคบ (0.1-0.5 pips) แต่คิด Commission ต่อ Lot ($3-7/Lot)

CFD เทรดได้ทุกสินทรัพย์ใช่ไหม?
ส่วนใหญ่ใช่ แต่ขึ้นกับโบรกเกอร์ — โบรกเกอร์ Forex มักมีคู่เงิน 40-100 คู่, Bitcoin/Ethereum 5-10 สกุล, ทองคำ/เงิน, น้ำมัน, ดัชนีหุ้น แต่อาจไม่มี CFD หุ้นรายตัวหรือสินค้าเกษตร

บัญชี Demo เหมือนเงินจริง 100% ไหม?
ใกล้เคียงมาก แต่มีข้อแตกต่างเล็กน้อย: (1) ไม่มีแรงกดดันทางจิตใจเหมือนเงินจริง (2) Slippage อาจน้อยกว่าเงินจริงในช่วงข่าวใหญ่ (3) Order Execution เร็วกว่าเล็กน้อย แนะนำให้ใช้ Demo เพื่อฝึกกลยุทธ์ แต่ต้องเข้าใจว่าอารมณ์เวลาเทรดเงินจริงจะต่างออกไป

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →