12 อาชีพที่ สร้างรายได้ ให้ชาร์ลี ได้เดือนละ 4ล้านบาท
12 อาชีพที่สร้าง Passive Income ให้ชาร์ลี ได้เดือนละ 4ล้านบาท เป็น Youtuber ที่มีผู้ติดตามกว่า 640,000 คน และทำกว่า 12 อาชีพ

Charlie Chang เป็น YouTuber และนักธุรกิจอายุ 29 ปีที่สร้างรายได้จากแหล่งรายได้ถึง 12 ช่องทางพร้อมกัน โดยมีรายได้รวมประมาณ 4 ล้านบาทต่อเดือน เขาจบการศึกษาจากคณะจิตวิทยาในปี 2014 และเลือกที่จะสร้างธุรกิจของตัวเอง แทนที่จะเป็นหมอตามที่พ่อแม่คาดหวัง บทความนี้จะพาคุณไปดูแต่ละแหล่งรายได้ที่เขาสร้างขึ้น พร้อมเคล็ดลับที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้
สรุปสาระสำคัญ
- Charlie Chang สร้างรายได้จาก 12 แหล่งพร้อมกัน รวมเดือนละ 4 ล้านบาท
- รายได้หลักมาจากอสังหาริมทรัพย์ Amazon FBA และ Affiliate Marketing
- เริ่มจากการสร้าง Content ที่ให้คุณค่า แล้วค่อยขยายไป Passive Income
- กลยุทธ์สำคัญคือใช้ทักษะเดียวกันสร้างรายได้หลายช่องทาง
ใคร คือ Charlie Chang
Charlie Chang เป็น YouTuber ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 640,000 คน และเป็นนักธุรกิจที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย เนื้อหาในช่องของเขาครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ ทั้ง personal finance, digital marketing, การเป็นผู้ประกอบการ และการลงทุน
เขาจบการศึกษาจากคณะจิตวิทยาในปี 2014 แม้ว่าครอบครัวจะอยากให้เขาเป็นหมอ แต่เขาเลือกเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการ การตัดสินใจในวันนั้นนำพาเขามาสู่ความสำเร็จที่เห็นในปัจจุบัน โดยเขาสามารถสร้างรายได้จากหลายช่องทางพร้อมกัน ทั้งแบบ Active Income และ Passive Income
12 แหล่งรายได้ของ Charlie Chang
1. อสังหาริมทรัพย์ (Core Capital Realty)
Charlie เริ่มเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2019 โดยเริ่มจากการเป็นเอเจนท์ขายบ้าน สองปีต่อมาในปี 2021 เขาได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นทางการ
รายได้จากธุรกิจนี้มาจากค่าคอมมิชชั่นในการนำเสนอและปิดการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2.50-3.00% ของมูลค่าการขาย ถ้าขายบ้านได้ราคา $500,000 เอเจนท์จะได้ค่าคอมมิชชั่นประมาณ $12,500-$15,000
ดูข้อมูลเพิ่มเติม: https://corecapitalre.com/
2. Amazon FBA (Fulfillment by Amazon)
Charlie เริ่มขายสินค้าบน Amazon ตั้งแต่ปี 2016 โดยใช้รูปแบบ Amazon FBA ซึ่งเป็นการขายสินค้าโดยส่งสต็อกไปเก็บที่คลังสินค้าของ Amazon เมื่อมีคนสั่งซื้อ Amazon จะทำการแพ็คและจัดส่งให้ถึงมือลูกค้า
กลยุทธ์หลักของเขาคือการหาสินค้าที่ยังมีคู่แข่งน้อย (Blue Ocean Strategy) โดยวิเคราะห์หาสินค้าที่มีอุปสงค์แต่ยังไม่มีผู้ขายมากนัก จากนั้นจึงนำเข้าสินค้ามาขายผ่านแพลตฟอร์มของ Amazon
Amazon FBA เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ e-commerce โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคลังสินค้าและการจัดส่ง แต่ต้องระวังเรื่องค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่สูง
3. Affiliate Marketing
Affiliate Marketing คือการนำลิงก์สินค้าและบริการจากเว็บไซต์ต่างๆ มาแนะนำผ่านช่องทางของตัวเอง เมื่อมีคนคลิกลิงก์และซื้อสินค้า เราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทน
Charlie เริ่มทำ Affiliate Marketing ตั้งแต่กลางปี 2020 โดยวางลิงก์ไว้ในหลายช่องทาง ได้แก่:
- YouTube Channel (ในคำอธิบายวิดีโอ)
- เว็บไซต์ส่วนตัว
- Instagram และ TikTok
- Email Marketing
สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและให้คุณค่าแก่ผู้ติดตาม เมื่อมีคนเข้ามาดูเยอะ โอกาสที่พวกเขาจะคลิกลิงก์และซื้อสินค้าก็สูงขึ้นตามไปด้วย
โมเดลธุรกิจแบบ Win-Win-Win:
- บริษัทที่ฝากขายสินค้า = ได้ลูกค้าใหม่
- เจ้าของช่องทาง (Charlie) = ได้ค่าคอมมิชชั่น
- ผู้ชม = ได้ทั้งความรู้และสินค้าที่มีคุณภาพ
4. Mortgage Loan Originator (สินเชื่ือที่อยู่อาศัย)
Charlie เข้าสู่ธุรกิจสินเชื่ือที่อยู่อาศัยในปี 2013 เขาเคยทำงาน Full-time ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ และได้รับใบอนุญาตเป็น Mortgage Loan Originator ในปี 2017
งานของเขาคือช่วยลูกค้าในการจัดการสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน โดยได้รับค่าคอมมิชชั่นประมาณ 1.00-1.50% ของมูลค่าสินเชื่อ
ตัวอย่างการคำนวณ: หากลูกค้ากู้สินเชื่อ $500,000 ค่าคอมมิชชั่นที่ได้คือ $5,000-$7,500
ที่น่าสนใจคือ Charlie สามารถใช้ธุรกิจนี้ร่วมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเขาได้ หากเขานำลูกค้ามาซื้อบ้าน เขาจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการขายบ้าน และถ้าลูกค้าใช้บริการจัดสินเชื่อกับเขา เขาก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นอีกส่วนหนึ่ง — เสมือน "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว"
5. Photography (การถ่ายภาพ)
Charlie เริ่มเป็นช่างภาพตั้งแต่ปี 2007 เน้นงานถ่ายภาพบุคคล (portraiture) และงานถ่ายรูปรับปริญญา (graduation shoots)
แม้ว่าธุรกิจนี้จะไม่ใช่แหล่งรายได้หลักของเขา แต่ก็เป็นงานที่เขาชอบและสามารถสร้างรายได้พิเศษได้ เงินที่ได้จากการรับจ้างถ่ายรูป เขานำไปลงทุนในหุ้นและธุรกิจอื่นๆ ต่อ
6. Google AdSense บน YouTube
รายได้จาก YouTube AdSense เกิดจากการแสดงโฆษณาในวิดีโอ โดยผู้สร้างคอนเทนต์จะได้รับเงินตามจำนวนการเข้าชมและการคลิกโฆษณา
ด้วยผู้ติดตามมากกว่า 640,000 คน และวิดีโอที่มียอดวิวสูง Charlie สามารถสร้างรายได้ Passive Income จากแหล่งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมหลังจากอัปโหลดวิดีโอแล้ว
YouTube จ่ายค่าโฆษณาโดยเฉลี่ยประมาณ $2-$7 ต่อ 1,000 views (CPM) ขึ้นอยู่กับหมวดหมู่คอนเทนต์และกลุ่มเป้าหมาย
7. Brand Deals และ Sponsorships
ด้วยฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่ง Charlie ได้รับข้อเสนอจากแบรนด์ต่างๆ ให้ทำการโปรโมทสินค้าและบริการในวิดีโอของเขา
รายได้จากส่วนนี้มักจะสูงกว่า AdSense มาก โดยเฉพาะถ้าเป็นแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การลงทุน หรือธุรกิจ ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเขา
8. 6 Figure YouTube Academy (คอร์สออนไลน์)
Charlie สร้างคอร์สออนไลน์ที่สอนกลยุทธ์การสร้างรายได้จาก YouTube ในชื่อ "6 Figure YouTube Academy"
คอร์สนี้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น:
- วิธีสร้างและเติบโตช่อง YouTube
- กลยุทธ์การทำ SEO สำหรับวิดีโอ
- วิธีสร้างรายได้จากหลายช่องทาง
- เทคนิคการสร้าง Engagement และ Retention
การขายคอร์สออนไลน์เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ Passive Income ที่มีกำไรสูง เพราะผลิตครั้งเดียวแล้วสามารถขายได้หลายครั้ง
9. Modeling (งานนางแบบ)
Charlie รับงานถ่ายแบบเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้พิเศษที่เกิดจากโอกาสที่เข้ามา
แม้ว่าจะไม่ใช่รายได้หลัก แต่ก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายในแหล่งรายได้ และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับแบรนด์ส่วนตัวของเขาอีกด้วย
10. Consulting Calls (การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว)
Charlie เปิดให้บริการให้คำปรึกษาแบบ 1-on-1 ในราคา $500 ต่อครั้ง ผ่านทางเว็บไซต์ charliechang.co/coaching
หัวข้อที่เขาให้คำปรึกษา:
- การสร้างไลฟ์สไตล์แบบผู้ประกอบการ
- กลยุทธ์การสร้างรายได้แบบรวดเร็ว
- การบริหารเงินอย่างมีแบบแผน
- การสร้างนิสัยที่ดีและผลลัพธ์ที่ดี
- กิจวัตรประจำวันที่มีประสิทธิภาพ
- การเริ่มต้นและสร้างแบรนด์ธุรกิจ
- Amazon FBA
- การสร้างธุรกิจบน YouTube และโซเชียลมีเดีย
- สุขภาพและการออกกำลังกาย
การให้คำปรึกษาเป็นวิธีที่ดีในการสร้างรายได้จากความรู้และประสบการณ์ โดยไม่ต้องลงทุนในผลิตภัณฑ์หรือสินค้า
11. Stock Portfolio และ Cryptocurrency
Charlie เริ่มเทรดและลงทุนในหุ้นตั้งแต่ปี 2014 โดยเขาเป็น Long-term Trader ที่เน้นซื้อหุ้นและกองทุนของบริษัทที่เขาไว้วางใจ แล้วถือไว้ในระยะยาว

นอกจากหุ้นแล้ว เขายังลงทุนใน Cryptocurrency อีกด้วย แต่มักจะเน้นการลงทุนระยะยาวมากกว่าการเทรดระยะสั้น
การลงทุนในหุ้นและ Cryptocurrency มีความเสี่ยง ควรศึกษาให้ดีและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสี่ยงได้ อย่าลงทุนด้วยเงินกู้หรือเงินที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
12. Rental Income และ Investment Property
แหล่งรายได้สุดท้ายคือการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและปล่อยเช่า ซึ่งสร้างกระแสเงินสดประจำ (Cash Flow) ทุกเดือน
นอกจากรายได้จากค่าเช่าแล้ว เขายังได้ประโยชน์จาก:
- การเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์เมื่อเวลาผ่านไป (Capital Appreciation)
- ผลประโยชน์ทางภาษีจากการตัดค่าเสื่อมราคา
- การสร้าง Equity จากการผ่อนชำระเงินกู้
กลยุทธ์สำคัญจากการสร้างรายได้แบบ Charlie Chang
สร้างรายได้หลายช่องทางที่เสริมกันได้
Charlie ไม่ได้แค่สร้างรายได้ 12 ช่องทางแบบแยกกัน แต่เขาสร้างระบบที่ช่องทางหนึ่งช่วยเสริมอีกช่องทางหนึ่ง เช่น:
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ + สินเชื่อ = รายได้จาก 2 แหล่งในการทำธุรกรรมเดียว
- YouTube + Affiliate Marketing = รายได้จากโฆษณาและค่าคอมมิชชั่น
- ความรู้จากการทำธุรกิจ → สร้างคอนเทนต์ → ขายคอร์ส → ให้คำปรึกษา
เริ่มจาก Active Income แล้วค่อยสร้าง Passive Income
Charlie เริ่มต้นด้วยงานที่ต้องแลกเวลากับเงิน เช่น การถ่ายภาพ และการเป็นเอเจนท์ขายบ้าน แต่เขาค่อยๆ สร้างแหล่งรายได้ Passive Income เช่น YouTube AdSense, Affiliate Marketing และคอร์สออนไลน์
เมื่อมีรายได้ Passive Income เพียงพอ เขาก็สามารถเลือกทำงานที่ชอบและมีผลตอบแทนสูงได้มากขึ้น
ลงทุนในตัวเอง
ทุกธุรกิจของ Charlie เริ่มต้นจากการลงทุนเวลาและเงินในการเรียนรู้ เขาไม่กลัวที่จะลงทุนในคอร์สเรียน หนังสือ และการทดลองทำธุรกิจใหม่ๆ
กรณีศึกษา: วิธีเริ่มต้นสร้างรายได้หลายช่องทาง
สำหรับผู้ที่สนใจจะเริ่มสร้างรายได้แบบ Charlie นี่คือแนวทางที่แนะนำ:
ขั้นตอนที่ 1: เริ่มจากทักษะที่มีอยู่
- ประเมินความสามารถของตัวเอง
- เลือกทักษะที่สามารถสร้างรายได้ได้เร็ว
ขั้นตอนที่ 2: สร้างฐานผู้ติดตาม
- สร้างเว็บไซต์หรือช่อง Social Media
- แชร์ความรู้และประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มช่องทางรายได้
- เริ่มจาก Affiliate Marketing
- ขยายไปสู่การขายสินค้าหรือบริการของตัวเอง
ขั้นตอนที่ 4: สร้าง Passive Income
- สร้างคอนเทนต์ที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว
- พิจารณาคอร์สออนไลน์หรือ e-book
ขั้นตอนที่ 5: ลงทุนและขยายธุรกิจ
- นำกำไรไปลงทุนต่อ
- สร้างทีมหรือระบบอัตโนมัติ
การสร้างรายได้หลายช่องทางต้องใช้เวลาและความอดทน อย่าคาดหวังผลลัพธ์ในชั่วข้ามคืน มุ่งเน้นที่การสร้างคุณค่าให้ผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง แล้วรายได้จะตามมาเอง
สิ่งที่ควรระวัง
แม้ว่าการมีรายได้หลายช่องทางจะดูน่าสนใจ แต่ก็มีข้อควรระวัง:
อย่ากระจายตัวมากเกินไป
- เริ่มต้น 1-2 ช่องทางให้เป็นระบบก่อน
- ค่อยขยายไปช่องทางอื่นเมื่อพร้อม
จัดการเวลาให้ดี
- ใช้เครื่องมือจัดการเวลาและงาน
- ระบุงานที่สามารถ outsource หรือทำอัตโนมัติได้
ระวังเรื่องภาษี
- ทำบัญชีให้ถูกต้อง
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
อย่าลืม Work-Life Balance
- แม้จะมีธุรกิจหลายอย่าง แต่ต้องให้เวลากับสุขภาพและครอบครัว
- สร้างระบบที่ไม่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จำเป็นต้องมีเงินทุนเยอะไหมถึงจะเริ่มต้นสร้างรายได้หลายช่องทาง?
ไม่จำเป็น คุณสามารถเริ่มจากช่องทางที่ใช้เงินทุนน้อย เช่น Affiliate Marketing, YouTube หรือการให้คำปรึกษา แล้วค่อยนำกำไรที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจที่ต้องการเงินทุนมากขึ้น เช่น Amazon FBA หรืออสังหาริมทรัพย์
ควรเริ่มจากช่องทางไหนก่อนดี?
เริ่มจากช่องทางที่คุณมีทักษะหรือความรู้อยู่แล้ว จะช่วยให้คุณสร้างรายได้ได้เร็วขึ้น และสามารถเรียนรู้การทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นจึงขยายไปยังช่องทางอื่นที่เสริมกันได้
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะมีรายได้หลายล้านต่อเดือนเหมือน Charlie Chang?
Charlie ใช้เวลาประมาณ 10 ปี (ตั้งแต่ 2014 จนถึงปัจจุบัน) ในการสร้างระบบรายได้ทั้งหมด อย่าคาดหวังว่าจะร่ำรวยในชั่วข้ามคืน มุ่งเน้นที่การสร้างคุณค่าและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
Passive Income จริงๆ แล้วต้องทำงานไหมหรือเปล่า?
ในช่วงแรก คุณต้องลงแรงและเวลามาก เพื่อสร้างระบบ เช่น สร้างวิดีโอ YouTube หรือพัฒนาคอร์สออนไลน์ แต่เมื่อระบบทำงานได้แล้ว รายได้จะเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยใช้แรงน้อยลง
ควรเลิกงานประจำเพื่อมาทำธุรกิจแบบนี้ไหม?
ไม่แนะนำให้เลิกงานทันที ควรเริ่มสร้างธุรกิจเสริมในเวลาว่างก่อน เมื่อรายได้จากธุรกิจเสริมมากกว่าหรือเท่ากับเงินเดือนอย่างสม่ำเสมอแล้ว จึงค่อยพิจารณาลาออก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →