U
UHAS
XAU/USD0.00%

12 อาชีพที่ สร้างรายได้ ให้ชาร์ลี ได้เดือนละ 4ล้านบาท

12 อาชีพที่สร้าง Passive Income ให้ชาร์ลี ได้เดือนละ 4ล้านบาท เป็น Youtuber ที่มีผู้ติดตามกว่า 640,000 คน และทำกว่า 12 อาชีพ

P
Patiphan Uhas
1 เมษายน 2565·3 นาทีอ่าน
แชร์
12 อาชีพที่ สร้างรายได้ ให้ชาร์ลี ได้เดือนละ 4ล้านบาท

Charlie Chang เป็น YouTuber และนักธุรกิจอายุ 29 ปีที่สร้างรายได้จากแหล่งรายได้ถึง 12 ช่องทางพร้อมกัน โดยมีรายได้รวมประมาณ 4 ล้านบาทต่อเดือน เขาจบการศึกษาจากคณะจิตวิทยาในปี 2014 และเลือกที่จะสร้างธุรกิจของตัวเอง แทนที่จะเป็นหมอตามที่พ่อแม่คาดหวัง บทความนี้จะพาคุณไปดูแต่ละแหล่งรายได้ที่เขาสร้างขึ้น พร้อมเคล็ดลับที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้

สรุปสาระสำคัญ

  • Charlie Chang สร้างรายได้จาก 12 แหล่งพร้อมกัน รวมเดือนละ 4 ล้านบาท
  • รายได้หลักมาจากอสังหาริมทรัพย์ Amazon FBA และ Affiliate Marketing
  • เริ่มจากการสร้าง Content ที่ให้คุณค่า แล้วค่อยขยายไป Passive Income
  • กลยุทธ์สำคัญคือใช้ทักษะเดียวกันสร้างรายได้หลายช่องทาง

ใคร คือ Charlie Chang

Charlie Chang เป็น YouTuber ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 640,000 คน และเป็นนักธุรกิจที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย เนื้อหาในช่องของเขาครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ ทั้ง personal finance, digital marketing, การเป็นผู้ประกอบการ และการลงทุน

เขาจบการศึกษาจากคณะจิตวิทยาในปี 2014 แม้ว่าครอบครัวจะอยากให้เขาเป็นหมอ แต่เขาเลือกเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการ การตัดสินใจในวันนั้นนำพาเขามาสู่ความสำเร็จที่เห็นในปัจจุบัน โดยเขาสามารถสร้างรายได้จากหลายช่องทางพร้อมกัน ทั้งแบบ Active Income และ Passive Income

Passive Income

12 แหล่งรายได้ของ Charlie Chang

1. อสังหาริมทรัพย์ (Core Capital Realty)

Charlie เริ่มเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2019 โดยเริ่มจากการเป็นเอเจนท์ขายบ้าน สองปีต่อมาในปี 2021 เขาได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นทางการ

รายได้จากธุรกิจนี้มาจากค่าคอมมิชชั่นในการนำเสนอและปิดการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2.50-3.00% ของมูลค่าการขาย ถ้าขายบ้านได้ราคา $500,000 เอเจนท์จะได้ค่าคอมมิชชั่นประมาณ $12,500-$15,000

ดูข้อมูลเพิ่มเติม: https://corecapitalre.com/

2. Amazon FBA (Fulfillment by Amazon)

Charlie เริ่มขายสินค้าบน Amazon ตั้งแต่ปี 2016 โดยใช้รูปแบบ Amazon FBA ซึ่งเป็นการขายสินค้าโดยส่งสต็อกไปเก็บที่คลังสินค้าของ Amazon เมื่อมีคนสั่งซื้อ Amazon จะทำการแพ็คและจัดส่งให้ถึงมือลูกค้า

กลยุทธ์หลักของเขาคือการหาสินค้าที่ยังมีคู่แข่งน้อย (Blue Ocean Strategy) โดยวิเคราะห์หาสินค้าที่มีอุปสงค์แต่ยังไม่มีผู้ขายมากนัก จากนั้นจึงนำเข้าสินค้ามาขายผ่านแพลตฟอร์มของ Amazon

TIP

Amazon FBA เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ e-commerce โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคลังสินค้าและการจัดส่ง แต่ต้องระวังเรื่องค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่สูง

3. Affiliate Marketing

Affiliate Marketing คือการนำลิงก์สินค้าและบริการจากเว็บไซต์ต่างๆ มาแนะนำผ่านช่องทางของตัวเอง เมื่อมีคนคลิกลิงก์และซื้อสินค้า เราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทน

Charlie เริ่มทำ Affiliate Marketing ตั้งแต่กลางปี 2020 โดยวางลิงก์ไว้ในหลายช่องทาง ได้แก่:

  • YouTube Channel (ในคำอธิบายวิดีโอ)
  • เว็บไซต์ส่วนตัว
  • Instagram และ TikTok
  • Email Marketing

สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและให้คุณค่าแก่ผู้ติดตาม เมื่อมีคนเข้ามาดูเยอะ โอกาสที่พวกเขาจะคลิกลิงก์และซื้อสินค้าก็สูงขึ้นตามไปด้วย

โมเดลธุรกิจแบบ Win-Win-Win:

  • บริษัทที่ฝากขายสินค้า = ได้ลูกค้าใหม่
  • เจ้าของช่องทาง (Charlie) = ได้ค่าคอมมิชชั่น
  • ผู้ชม = ได้ทั้งความรู้และสินค้าที่มีคุณภาพ

4. Mortgage Loan Originator (สินเชื่ือที่อยู่อาศัย)

Charlie เข้าสู่ธุรกิจสินเชื่ือที่อยู่อาศัยในปี 2013 เขาเคยทำงาน Full-time ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ และได้รับใบอนุญาตเป็น Mortgage Loan Originator ในปี 2017

งานของเขาคือช่วยลูกค้าในการจัดการสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน โดยได้รับค่าคอมมิชชั่นประมาณ 1.00-1.50% ของมูลค่าสินเชื่อ

ตัวอย่างการคำนวณ: หากลูกค้ากู้สินเชื่อ $500,000 ค่าคอมมิชชั่นที่ได้คือ $5,000-$7,500

ที่น่าสนใจคือ Charlie สามารถใช้ธุรกิจนี้ร่วมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเขาได้ หากเขานำลูกค้ามาซื้อบ้าน เขาจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการขายบ้าน และถ้าลูกค้าใช้บริการจัดสินเชื่อกับเขา เขาก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นอีกส่วนหนึ่ง — เสมือน "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว"

5. Photography (การถ่ายภาพ)

Charlie เริ่มเป็นช่างภาพตั้งแต่ปี 2007 เน้นงานถ่ายภาพบุคคล (portraiture) และงานถ่ายรูปรับปริญญา (graduation shoots)

แม้ว่าธุรกิจนี้จะไม่ใช่แหล่งรายได้หลักของเขา แต่ก็เป็นงานที่เขาชอบและสามารถสร้างรายได้พิเศษได้ เงินที่ได้จากการรับจ้างถ่ายรูป เขานำไปลงทุนในหุ้นและธุรกิจอื่นๆ ต่อ

6. Google AdSense บน YouTube

รายได้จาก YouTube AdSense เกิดจากการแสดงโฆษณาในวิดีโอ โดยผู้สร้างคอนเทนต์จะได้รับเงินตามจำนวนการเข้าชมและการคลิกโฆษณา

ด้วยผู้ติดตามมากกว่า 640,000 คน และวิดีโอที่มียอดวิวสูง Charlie สามารถสร้างรายได้ Passive Income จากแหล่งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมหลังจากอัปโหลดวิดีโอแล้ว

INFO

YouTube จ่ายค่าโฆษณาโดยเฉลี่ยประมาณ $2-$7 ต่อ 1,000 views (CPM) ขึ้นอยู่กับหมวดหมู่คอนเทนต์และกลุ่มเป้าหมาย

7. Brand Deals และ Sponsorships

ด้วยฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่ง Charlie ได้รับข้อเสนอจากแบรนด์ต่างๆ ให้ทำการโปรโมทสินค้าและบริการในวิดีโอของเขา

รายได้จากส่วนนี้มักจะสูงกว่า AdSense มาก โดยเฉพาะถ้าเป็นแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การลงทุน หรือธุรกิจ ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเขา

8. 6 Figure YouTube Academy (คอร์สออนไลน์)

Charlie สร้างคอร์สออนไลน์ที่สอนกลยุทธ์การสร้างรายได้จาก YouTube ในชื่อ "6 Figure YouTube Academy"

คอร์สนี้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น:

  • วิธีสร้างและเติบโตช่อง YouTube
  • กลยุทธ์การทำ SEO สำหรับวิดีโอ
  • วิธีสร้างรายได้จากหลายช่องทาง
  • เทคนิคการสร้าง Engagement และ Retention

การขายคอร์สออนไลน์เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ Passive Income ที่มีกำไรสูง เพราะผลิตครั้งเดียวแล้วสามารถขายได้หลายครั้ง

9. Modeling (งานนางแบบ)

Charlie รับงานถ่ายแบบเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้พิเศษที่เกิดจากโอกาสที่เข้ามา

แม้ว่าจะไม่ใช่รายได้หลัก แต่ก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายในแหล่งรายได้ และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับแบรนด์ส่วนตัวของเขาอีกด้วย

10. Consulting Calls (การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว)

Charlie เปิดให้บริการให้คำปรึกษาแบบ 1-on-1 ในราคา $500 ต่อครั้ง ผ่านทางเว็บไซต์ charliechang.co/coaching

หัวข้อที่เขาให้คำปรึกษา:

  • การสร้างไลฟ์สไตล์แบบผู้ประกอบการ
  • กลยุทธ์การสร้างรายได้แบบรวดเร็ว
  • การบริหารเงินอย่างมีแบบแผน
  • การสร้างนิสัยที่ดีและผลลัพธ์ที่ดี
  • กิจวัตรประจำวันที่มีประสิทธิภาพ
  • การเริ่มต้นและสร้างแบรนด์ธุรกิจ
  • Amazon FBA
  • การสร้างธุรกิจบน YouTube และโซเชียลมีเดีย
  • สุขภาพและการออกกำลังกาย
TIP

การให้คำปรึกษาเป็นวิธีที่ดีในการสร้างรายได้จากความรู้และประสบการณ์ โดยไม่ต้องลงทุนในผลิตภัณฑ์หรือสินค้า

11. Stock Portfolio และ Cryptocurrency

Charlie เริ่มเทรดและลงทุนในหุ้นตั้งแต่ปี 2014 โดยเขาเป็น Long-term Trader ที่เน้นซื้อหุ้นและกองทุนของบริษัทที่เขาไว้วางใจ แล้วถือไว้ในระยะยาว

แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ
แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ

นอกจากหุ้นแล้ว เขายังลงทุนใน Cryptocurrency อีกด้วย แต่มักจะเน้นการลงทุนระยะยาวมากกว่าการเทรดระยะสั้น

NOTE

การลงทุนในหุ้นและ Cryptocurrency มีความเสี่ยง ควรศึกษาให้ดีและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสี่ยงได้ อย่าลงทุนด้วยเงินกู้หรือเงินที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

12. Rental Income และ Investment Property

แหล่งรายได้สุดท้ายคือการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและปล่อยเช่า ซึ่งสร้างกระแสเงินสดประจำ (Cash Flow) ทุกเดือน

นอกจากรายได้จากค่าเช่าแล้ว เขายังได้ประโยชน์จาก:

  • การเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์เมื่อเวลาผ่านไป (Capital Appreciation)
  • ผลประโยชน์ทางภาษีจากการตัดค่าเสื่อมราคา
  • การสร้าง Equity จากการผ่อนชำระเงินกู้

กลยุทธ์สำคัญจากการสร้างรายได้แบบ Charlie Chang

สร้างรายได้หลายช่องทางที่เสริมกันได้

Charlie ไม่ได้แค่สร้างรายได้ 12 ช่องทางแบบแยกกัน แต่เขาสร้างระบบที่ช่องทางหนึ่งช่วยเสริมอีกช่องทางหนึ่ง เช่น:

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ + สินเชื่อ = รายได้จาก 2 แหล่งในการทำธุรกรรมเดียว
  • YouTube + Affiliate Marketing = รายได้จากโฆษณาและค่าคอมมิชชั่น
  • ความรู้จากการทำธุรกิจ → สร้างคอนเทนต์ → ขายคอร์ส → ให้คำปรึกษา

เริ่มจาก Active Income แล้วค่อยสร้าง Passive Income

Charlie เริ่มต้นด้วยงานที่ต้องแลกเวลากับเงิน เช่น การถ่ายภาพ และการเป็นเอเจนท์ขายบ้าน แต่เขาค่อยๆ สร้างแหล่งรายได้ Passive Income เช่น YouTube AdSense, Affiliate Marketing และคอร์สออนไลน์

เมื่อมีรายได้ Passive Income เพียงพอ เขาก็สามารถเลือกทำงานที่ชอบและมีผลตอบแทนสูงได้มากขึ้น

ลงทุนในตัวเอง

ทุกธุรกิจของ Charlie เริ่มต้นจากการลงทุนเวลาและเงินในการเรียนรู้ เขาไม่กลัวที่จะลงทุนในคอร์สเรียน หนังสือ และการทดลองทำธุรกิจใหม่ๆ

กรณีศึกษา: วิธีเริ่มต้นสร้างรายได้หลายช่องทาง

สำหรับผู้ที่สนใจจะเริ่มสร้างรายได้แบบ Charlie นี่คือแนวทางที่แนะนำ:

ขั้นตอนที่ 1: เริ่มจากทักษะที่มีอยู่

  • ประเมินความสามารถของตัวเอง
  • เลือกทักษะที่สามารถสร้างรายได้ได้เร็ว

ขั้นตอนที่ 2: สร้างฐานผู้ติดตาม

  • สร้างเว็บไซต์หรือช่อง Social Media
  • แชร์ความรู้และประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มช่องทางรายได้

  • เริ่มจาก Affiliate Marketing
  • ขยายไปสู่การขายสินค้าหรือบริการของตัวเอง

ขั้นตอนที่ 4: สร้าง Passive Income

  • สร้างคอนเทนต์ที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว
  • พิจารณาคอร์สออนไลน์หรือ e-book

ขั้นตอนที่ 5: ลงทุนและขยายธุรกิจ

  • นำกำไรไปลงทุนต่อ
  • สร้างทีมหรือระบบอัตโนมัติ
INFO

การสร้างรายได้หลายช่องทางต้องใช้เวลาและความอดทน อย่าคาดหวังผลลัพธ์ในชั่วข้ามคืน มุ่งเน้นที่การสร้างคุณค่าให้ผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง แล้วรายได้จะตามมาเอง

สิ่งที่ควรระวัง

แม้ว่าการมีรายได้หลายช่องทางจะดูน่าสนใจ แต่ก็มีข้อควรระวัง:

อย่ากระจายตัวมากเกินไป

  • เริ่มต้น 1-2 ช่องทางให้เป็นระบบก่อน
  • ค่อยขยายไปช่องทางอื่นเมื่อพร้อม

จัดการเวลาให้ดี

  • ใช้เครื่องมือจัดการเวลาและงาน
  • ระบุงานที่สามารถ outsource หรือทำอัตโนมัติได้

ระวังเรื่องภาษี

  • ทำบัญชีให้ถูกต้อง
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

อย่าลืม Work-Life Balance

  • แม้จะมีธุรกิจหลายอย่าง แต่ต้องให้เวลากับสุขภาพและครอบครัว
  • สร้างระบบที่ไม่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จำเป็นต้องมีเงินทุนเยอะไหมถึงจะเริ่มต้นสร้างรายได้หลายช่องทาง?

ไม่จำเป็น คุณสามารถเริ่มจากช่องทางที่ใช้เงินทุนน้อย เช่น Affiliate Marketing, YouTube หรือการให้คำปรึกษา แล้วค่อยนำกำไรที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจที่ต้องการเงินทุนมากขึ้น เช่น Amazon FBA หรืออสังหาริมทรัพย์

ควรเริ่มจากช่องทางไหนก่อนดี?

เริ่มจากช่องทางที่คุณมีทักษะหรือความรู้อยู่แล้ว จะช่วยให้คุณสร้างรายได้ได้เร็วขึ้น และสามารถเรียนรู้การทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นจึงขยายไปยังช่องทางอื่นที่เสริมกันได้

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะมีรายได้หลายล้านต่อเดือนเหมือน Charlie Chang?

Charlie ใช้เวลาประมาณ 10 ปี (ตั้งแต่ 2014 จนถึงปัจจุบัน) ในการสร้างระบบรายได้ทั้งหมด อย่าคาดหวังว่าจะร่ำรวยในชั่วข้ามคืน มุ่งเน้นที่การสร้างคุณค่าและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง

Passive Income จริงๆ แล้วต้องทำงานไหมหรือเปล่า?

ในช่วงแรก คุณต้องลงแรงและเวลามาก เพื่อสร้างระบบ เช่น สร้างวิดีโอ YouTube หรือพัฒนาคอร์สออนไลน์ แต่เมื่อระบบทำงานได้แล้ว รายได้จะเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยใช้แรงน้อยลง

ควรเลิกงานประจำเพื่อมาทำธุรกิจแบบนี้ไหม?

ไม่แนะนำให้เลิกงานทันที ควรเริ่มสร้างธุรกิจเสริมในเวลาว่างก่อน เมื่อรายได้จากธุรกิจเสริมมากกว่าหรือเท่ากับเงินเดือนอย่างสม่ำเสมอแล้ว จึงค่อยพิจารณาลาออก


แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง