เทรด Forex แบบการพนัน

ทำไมคนชอบ เทรด Forex แบบการพนัน ชอบเล่นการพนัน?

exness

ทำไมคนชอบ เทรด Forex แบบการพนัน ทำไมคนเราถึงชอบการพนัน? เพราะเขาอยากรวยเร็วๆ หรือไม่? นั่นก็อาจจะใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มีหลายเหตุผลด้วยกันที่ทำให้มนุษย์ชอบเล่นการพนัน

 

ทำไมคนชอบ เทรด Forex แบบการพนัน ชอบเล่นการพนัน?

  • เล่นพนันด้วยความโลภ ที่อยากจะรวยเร็วๆ
  • เล่นพนันด้วยความอยากที่จะรู้สึกการเป็น “ผู้ชนะ”
  • เล่นพนันเพราะว่าความตื่นเต้นอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านในขณะที่เล่น
  • เล่นพนันเพื่อการเข้าสังคม
  • เล่นพนันเพื่อหนีปัญหาความวิตกกังวลหรือความเครียด

 

สำหรับบางคนการพนันอาจเป็นอะไรที่ควบคุมได้ แต่สำหรับบางคนไม่เป็นเช่นนั้น ยิ่งเขาเสียเท่าไหร่ ยิ่งใส่หนักมากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

สิ่งแรกที่ควรทราบคือผู้คนไม่ได้เล่นการพนันเพียงแค่อยากที่จะเอาชนะเพียงเท่านั้น

 

Mark Griffiths นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเสพติดทางพฤติกรรม จากมหาวิทยาลัย Nottingham Trent  ชี้ให้เห็นว่านักพนันได้ระบุแรงจูงใจที่หลากหลายสำหรับนิสัยโดยเฉพาะของตัวเอง

 

จากการสำรวจนักพนันจำนวน 5,500 คน แน่นอนที่พวกเขามีความโลภที่อยากได้เงินก้อนโตนั้นถือว่าเป็นปัจจัยแรก แต่นอกเหนือจากนนั้น พวกเขายังมีความคิดเห็นที่เหมือนกันว่า “เพราว่ามันสนุก” และ “เพราะมันน่าตื่นเต้น”

 

Mark Griffiths กล่าว  “ถึงแม้ว่าพวกเขาจะขาดทุนในขณะที่เล่นการพนัน แต่ร่างกายก็ยังคงผลิตสารอะดรีนาลินและเอ็นดอร์ฟินอยู่” , “ผู้คนกำลังซื้อความบันเทิง”

 

การวิจัยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากการศึกษาในปี 2009 โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพบว่าผู้คนประมาณ 92% มี “เกณฑ์การสูญเสีย” แต่พวกเขาก็ยังมีความสนุกเพลินไปกับพนัน

 

Sridhar Narayanan  กล่าว “ผู้คนยอมทนต่อการสูญเสีย และดูเหมือนจะพอใจกับชัยชนะที่ได้ผลตอบแทนค่อนข้างน้อย”

 

Rutledge  กล่าวเสริม “หากผู้คนสูญเสียจำนวนมากและนั่นทำให้ความคาดหวังของพวกเขาต่ำลง เมื่อเขาสร้างเงินได้นิดนึงก็ทำให้เขาเกิดความพึงพอใจที่จะเล่นต่อ”

 

สรุป สิ่งที่ชักจูงมนุษย์ให้เข้ามายังโลกของการพนันคือความโลภ ต่อมาคือความสนุกตื่นเต้นกับอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านในตัว จึงทำให้มนุษย์เหล่านั้นกลายเป็นนักพนัน

 

 

ทำไมมนุษย์ถึงมีความโลภ?

Why are humans so greedy?

 

ทำไมมนุษย์ถึงมีความโลภ? ความโลภเกิดจากอะไร?

  • ความโลภมีใน DNA ของมนุษย์ที่มาจากการความกลัวตายในยุคหิน
  • ความโลภที่มาจากการที่อยากเป็นที่ยอมรับ อำนาจ ความน่านับถือ
  • ความโลภที่มาจากการอิจฉา
  • ความโลภที่มาจากการอยากมีอิสระทางด้านการเงินและการใช้ชีวิต

 

ถ้าหากพูดถึงความโลภแล้วมันมีอยู่ 2 ด้าน ด้านดีและไม่ดี

 

ด้านดี: ความโลภสามารถนำพามนุษย์อย่างเราไปประความสำเร็จร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้ ในควาความโลภมีพลังของความพยายาม มานะ อดทน เพื่อที่จะทำให้ตนเองนั้นบรรลุเป้าหมาย หรือการที่อยากเอาชนะตนเอง

 

ด้านไม่ดี: คือความโลภที่เกิดจากการไปเบียดเบียนผู้อื่น อยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตนจึงทำทุกวิถีทางเพื่อจะให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง หรือการที่อยากเอาชนะคนอื่น

 

ความโลภมีใน DNA ของมนุษย์ที่มาจากการความกลัวตายในยุคหิน

มีการวิจัยออกมาว่า ชิมแปนซีมี DNA 96 % ที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ และความโลภก็ถือว่าเป็น “สัญชาตญาณดิบ” ที่มีเหมือนกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ทั้งหลาย สัญชาตญาณดิบคืออารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง เหงา เศร้า หงอย ความต้องการต่างๆ

 

https://youtube.com/shorts/EjkL4EdM6r4?feature=share

เพื่อให้เห็นภาพ นี่คือพฤติกรรมความโลภของลิง

 

ความโลภสืบทอดมาจากพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบัน ในสมัยยุคหินเก่าหรือยุคที่คนอาศัยอยู่ในถ้ำ คนในยุคหินเก่าดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์ และเสาะแสวงหาพืชผักผลไม้กินเป็นอาหารมีการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ

 

และสภาวะแวดล้อมอย่างเต็มที่ กล่าวคือ เมื่อฝูงสัตว์ที่ล่าเป็นอาหารหมดลงก็ต้องอพยพย้ายถิ่นติดตามฝูงสัตว์ไปเรื่อย ๆ การที่มนุษย์จำเป็นต้องแสวงหาถิ่นที่อยู่ใหม่เพราะต้องล่าสัตว์

 

ในยุคนั้นอาหารหายาก ผู้คนจึงอดอดตายกัน ผู้รอดชีวิตคือคนที่มีความโลภในการการหาอาหารมาตุนเพื่อยังชีพ นอกจากความโลภแล้วยังมีความเห็นแก่ตัว

 

เนื่องจากอาหารหาได้ยากจึงไม่แบ่งปันให้กับผู้อื่น เอาตัวเองกับครัวครัวรอดไว้ก่อน ครอบครัวหรือชนเผ่าที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอดในยุคนั้นได้ จึงเป็นเหตุทำให้ อารมณ์เหล่านี้มันได้ฝังรากลึกจนเป็น “สัญชาตญาณ” ของมนุษย์ในปัจจุบัน

 

ความโลภที่มาจากการที่อยากเป็นที่ยอมรับ อำนาจ ความน่านับถือ

มาย้อนอดีตกันเพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงรักความโลภ?

 

ในยุคหินกลาง มนุษย์รู้จักการเลี้ยงสัตว์และเริ่มมีการเพาะปลูกพืช แต่อาชีพหลักของมนุษย์ในสมัยนี้ยังคงเป็นการล่าสัตว์ และยังเร่ร่อนไปตามแหล่งสมบูรณ์ โดยมักตั้งหลักแหล่งอยู่ตามแหล่งน้ำ ชายฝั่งทะเล ประกอบอาชีพประมง ล่าสัตว์และบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์

 

เนื่องจากมีทรัพยากรมีมากมายในยุคนั้น และมนุษย์มีพัฒนาการที่ดีขึ้นในการเป็นผู้ล่า มีความสามารถในการคิดค้นประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องทุ่นแรงต่างๆในการใช้ชีวิตให้ง่าย

 

ความโลภในยุคหินกลาง คือการล่าสัตว์ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ได้มาซึ่ง อำนาจ บารมี และอิทธิพล

 

สมัยนั้นวัดความสามารถในการล่าสัตว์ ดังนั้น ในช่วงเวลานั้นผู้คนชอบที่จะฝึกฝนทักษะการล่าสัตว์ของพวกเขา แทนที่จะสะสมความมั่งคั่ง

 

ต่อมาคือยุคหินใหม่ – ยุคสัมฤทธิ์ ช่วงนี้มีพัฒนาการทางการเกษตร ผู้คนเรียนรู้การทำฟาร์มและเริ่มเลี้ยงสัตว์ในยุคนี้ ประชากรเริ่มเพิ่มขึ้น ธรรมชาติของความมั่งคั่งเปลี่ยนไป

 

ในช่วงนี้อำนาจ บารมี และอิทธิพลของประชาชนถูกกำหนดโดยความสามารถของเขาในการปลูกพืชผลและจำนวนโคที่เขาครอบครอง ผู้คนในสมัยนี้เริ่มปรับตัวอยู่กับธรรมชาติได้ ไม่ย้ายไปย้ายมาเหมือนดั่งสมัยก่อน จึงทำให้เกิดการตั้งหมู่บ้านเป็นชนเผ่าหรือเมือง

 

ความโลภในยุคนี้การกระหายอำนาจ การเป็นที่ยอมรับ ความมั่งคั่งร่ำรวย ของเจ้าผู้ครองเมืองจึงทำให้เกิดการแย่งสงครามดินแดนระหว่างเผ่า การที่ชุมชนต่างๆ มีประชากรเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งระบบนิเวศไม่สามารถรองรับความต้องการได้ มนุษย์จึงต้องทำสงครามเพื่อแย่งพื้นที่ทำมาหากินและทรัพยากรกันอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ

 

ความโลภที่มาจากการอิจฉา

ก่อนที่โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Instagram จะเข้ามาถึง ผู้คนในสมัยนั้นมักจะพอใจกับสิ่งที่พวกเขามีอยู่ เพราะว่าไม่ได้รับรู้ถึงไลฟ์สไตล์ชีวิตที่แสนจะดี๊ดีของคนอื่น

 

พอมีโลกของโซเชียลมีเดียเข้ามา ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนไป เกิดการเปรียบเทียบมากยิ่งขึ้น ความอิจฉาและความน้อยเนื้อต่ำใจมากยิ่งขึ้น เห็นเหล่าคนรวยใช้ชีวิตที่หรูหรา ก็อยากจะมีอย่างเขาบ้าง จึงทำให้เกิดความโลภและความอยากมีอยากได้เพิ่มมากขึ้น

 

ความโลภที่มาจากการอยากมีอิสระทางด้านการเงิน

การที่ผู้คนมีความโลภ อยากมั่งคั่งร่ำรวยก็ไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำที่จะยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของตัวเองและคนรอบข้างให้ดีขึ้น แต่ความโลภนั้นต้องไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น

 

บางคนก็เลือกที่จะใช้ความโลภเป็นแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และผลพวงได้ที่ตามมาคือเป็นที่ยอมรับทางสังคม

 

ความโลภในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนที่มั่งคั่งทางการเงินเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการที่เป็นคนน่ายอมรับนับถือ การที่เป็นบุคคลที่มีอำนาจทางสังคม

 

ยกตัวอย่างเช่น

  • โอปราห์ วินฟรีย์ เคยถูกไล่ออกจากการเป็นผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์ ด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่เหมาะสมกับรายการโทรทัศน์ ด้วยความโลภและความอยากเอาชนะ เพื่อที่จะพิสูจน์ตัวเอง เธอจึงสร้างธุรกิจโทรทัศน์ของเธอขึ้นเอง จนประสบความสำเร็จ เธอจึงกลายเป็นผู้หญิงชาวแอฟริกัน อเมริกันที่รวยที่สุดในศตวรรษที่ 20

 

ลองคิดเล่นๆดู หากผู้คนปราศจากความโลภแล้ว โลกคงจะดูเชื่องช้าเชื่องซึมขาดการแข่งขันแย่งชิง แต่ใดๆแล้วความโลภต้องโลภไปในทางที่ดี ไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น

 

 

 

Source

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับโบรกเกอร์

รวมบทความที่น่าสนใจ ข้อมูล ควรรู้เกี่ยวกับโบรกเกอร์ การเทรด Forex ตัวไหนน่าเล่น คู่เงิน Forex ที่นิยมเล่น มีอะไรบ้าง เลือกอย่างไร  ให้เทรดเดอร์หมดปัญหา ตอบทุกข้อสงสัย เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ เพื่อให้เทรดเดอร์ได้เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ