รวม Candlestick ที่นิยมใช้ในตลาดหุ้น
การอ่านแท่งเทียนหรือ Candlestick คือทักษะพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับเทรดเดอร์ทุกคน ไม่ว่าจะเทรดหุ้น Forex หรือทองคำ เพราะแท่งเทียนไม่ใช่แค่กราฟราคา…

การอ่านแท่งเทียนหรือ Candlestick คือทักษะพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับเทรดเดอร์ทุกคน ไม่ว่าจะเทรดหุ้น Forex หรือทองคำ เพราะแท่งเทียนไม่ใช่แค่กราฟราคา แต่เป็นภาษาที่บอกเล่าอารมณ์ของตลาด — ว่าฝั่งซื้อกำลังครองเกม หรือฝั่งขายกำลังเข้ายึดพื้นที่คืน ในบทความนี้ เราจะพาคุณทำความเข้าใจ 11 รูปแบบ Candlestick ที่พบได้บ่อยที่สุดในตลาด พร้อมวิธีตีความและข้อควรระวังในการใช้งานจริง
สรุปสาระสำคัญ
- Candlestick เป็นเครื่องมือบอกจังหวะกลับตัว (reversal) และความต่อเนื่องของเทรนด์ (continuation)
- แท่งเทียนแต่ละรูปแบบสะท้อนจิตวิทยาตลาด — ใครกำลังชนะระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
- ห้ามใช้แท่งเทียนตัวเดียว ต้องพิจารณาร่วมกับปริมาณการซื้อขาย (volume) แนวรับแนวต้าน และ indicator อื่น ๆ
- รูปแบบที่มีแรงยืนยันสูง เช่น Engulfing และ Hammer ต้องมีขนาดตัวเทียนชัดเจนและ volume สนับสนุน
Candlestick 11 รูปแบบที่ต้องรู้จักสำหรับเทรดเดอร์
เราได้คัดเลือกแท่งเทียน 11 รูปแบบที่มีความถี่ปรากฏสูงและมีอำนาจพยากรณ์ที่เชื่อถือได้ แบ่งตามบริบทการเกิด (ขาขึ้น/ขาลง) และความหมายทางเทคนิค
1. Shooting Star — สัญญาณเตือนจุดพีคราคา
Shooting Star เกิดขึ้นหลังจากราคาขึ้นมาต่อเนื่อง มีลักษณะคือ:

- ตัวเทียนเล็ก อยู่ด้านล่างของ range ทั้งหมด
- เงาบนยาว อย่างน้อย 2 เท่าของตัวเทียน
- เงาล่างสั้นมากหรือไม่มี
ความหมาย: ผู้ซื้อพยายามดันราคาขึ้นสูงสุด (ทำให้เกิดเงาบนยาว) แต่ฝั่งขายทุบกลับลงมาอย่างรุนแรง ปิดใกล้จุดต่ำสุดของวัน บ่งบอกว่า แรงซื้อเริ่มหมดไอ และอาจเป็นจุดกลับตัวลง
Shooting Star มีอำนาจมากขึ้นถ้าเกิดที่แนวต้านสำคัญ (resistance) หรือมี volume สูงผิดปกติ ห้ามขายทันทีเมื่อเห็นแท่งนี้ — รอแท่งถัดไปยืนยันด้วยการปิดต่ำกว่า Shooting Star อย่างน้อย 50%
2. Bullish Harami — สัญญาณฟื้นตัวหลังขาลง
Bullish Harami เกิดหลังจากราคาลงมาต่อเนื่อง ประกอบด้วย 2 แท่ง:
- แท่งแรก: แท่งแดงตัวยาว (ขาลงแรง)
- แท่งที่สอง: แท่งเขียวตัวเล็ก อยู่ภายในช่วงราคา ของแท่งแรกทั้งหมด
ความหมาย: แรงขายเริ่มชะลอ ผู้ซื้อเริ่มเข้ามาทดสอบ แต่ยังไม่มากพอที่จะกลับเทรนด์ทันที นี่คือ สัญญาณเตือนภายใน — เทรนด์ลงอาจจะหมดแรง
วิธีใช้: ตั้ง Stop Loss ใต้จุดต่ำสุด ของแท่งแดง และรอแท่งถัดไปทะลุจุดสูงสุดของแท่งเขียวก่อนเข้าซื้อ
3. Bearish Harami — สัญญาณอ่อนแรงหลังขาขึ้น
Bearish Harami เป็นคู่ตรงข้ามของ Bullish Harami:
- แท่งแรก: แท่งเขียวตัวยาว (ขาขึ้นแรง)
- แท่งที่สอง: แท่งแดงตัวเล็ก อยู่ภายในช่วงราคาของแท่งแรก
ความหมาย: แรงซื้อเริ่มลดลง ฝั่งขายเริ่มเข้ามา แต่ยังไม่มีแรงพอที่จะกลับเทรนด์ทันที เป็นสัญญาณ ระมัดระวัง สำหรับผู้ถือสถานะซื้อ
Harami ทั้งสองรูปแบบมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าถ้าเกิดใกล้แนวรับ-แนวต้านสำคัญ หรือระดับ Fibonacci retracement 50%-61.8%
4. Dark Cloud Cover — เมฆดำปกคลุม สัญญาณกลับหัว
Dark Cloud Cover เกิดในเทรนด์ขาขึ้น ประกอบด้วย:
- แท่งแรก: แท่งเขียวตัวยาว
- แท่งที่สอง: แท่งแดง เปิดสูงกว่า ราคาปิดของแท่งแรก แต่ ปิดต่ำกว่า 50% ของแท่งเขียว
ความหมาย: ตลาดเปิดด้วยความหวังสูง (gap up) แต่ฝั่งขายเข้ามาทุบอย่างรุนแรง ปิดกลับต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของวันก่อน บ่งบอกว่า ฝั่งขายครองเกม
เทคนิคใช้: Dark Cloud Cover ที่ปิดต่ำกว่า 60-70% ของแท่งเขียวมีแรงมากกว่า ถ้าเกิดหลังจากขาขึ้นยาว 5-7 แท่งติด ความเสี่ยงกลับตัวสูงมาก
5. Bearish Engulfing — กลืนกิน สัญญาณกลับลงแรง
Bearish Engulfing เป็นหนึ่งในรูปแบบที่แรงที่สุด:

- แท่งแรก: แท่งเขียวขนาดเล็ก-กลาง
- แท่งที่สอง: แท่งแดงตัวใหญ่ กลืน แท่งเขียวทั้งหมด (เปิดสูงกว่า ปิดต่ำกว่า)
ความหมาย: ฝั่งขายเข้ามาอย่างมีพลัง กวาดล้างผู้ซื้อทั้งหมดของวันก่อนหน้า นี่คือ การเปลี่ยนมือ จากผู้ซื้อไปสู่ผู้ขาย
Bearish Engulfing ที่เกิดหลัง gap up มีแรงสะเทือนสูงสุด — เรียกว่า "Key Reversal Day" ในหุ้นสหรัฐฯ ถือเป็นจังหวะขายหรือปิด long position ทันที
6. Bullish Engulfing — กลืนกิน สัญญาณกลับขึ้นแรง
Bullish Engulfing เป็นคู่ตรงข้าม:
- แท่งแรก: แท่งแดงขนาดเล็ก-กลาง
- แท่งที่สอง: แท่งเขียวตัวใหญ่ กลืน แท่งแดงทั้งหมด (เปิดต่ำกว่า ปิดสูงกว่า)
ความหมาย: ฝั่งซื้อกลับมามีพลัง กวาดล้างผู้ขายของวันก่อนหน้า บ่งบอกว่า ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโลภ
วิธียืนยัน: Bullish Engulfing ที่เกิดพร้อม volume สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่า Engulfing ที่เกิดบน volume เบาบาง
7. Piercing Pattern — แทงทะลุ สัญญาณฟื้นตัว
Piercing Pattern คล้าย Bullish Engulfing แต่ไม่กลืนหมด:
- แท่งแรก: แท่งแดงตัวยาว
- แท่งที่สอง: แท่งเขียว เปิดต่ำกว่า แท่งแดง แต่ ปิดสูงกว่า 50% ของแท่งแดง
ความหมาย: ตลาดเปิดด้วยความกลัว (gap down) แต่ผู้ซื้อกลับมาแรง ดันราคาขึ้นได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของวันก่อน นี่คือ การปฏิเสธความกลัว
เกณฑ์ดี: ยิ่งแท่งเขียวปิดลึกเข้าไปในตัวแท่งแดงมากเท่าไร (เกินครึ่งแท่งขึ้นไปมากๆ) สัญญาณยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น
8. Hammer — ค้อน สัญญาณกลับขึ้นที่แนวรับ
Hammer เป็นแท่งเดี่ยวที่มีลักษณะ:
- ตัวเทียนเล็ก อยู่ด้านบนของ range
- เงาล่างยาว อย่างน้อย 2-3 เท่าของตัวเทียน
- เงาบนสั้นมากหรือไม่มี
ความหมาย: ฝั่งขายทุบราคาลงอย่างรุนแรง (ทำให้เกิดเงาล่างยาว) แต่ฝั่งซื้อกลับมารับไว้ได้ ปิดใกล้จุดสูงสุดของวัน บ่งบอกว่า มีแรงซื้อรอรับที่ระดับล่าง
Hammer ที่เกิดที่แนวรับสำคัญ (support) หรือใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน มีแนวโน้มน่าเชื่อถือมากขึ้น ถ้าแท่งถัดไปปิดสูงกว่า Hammer อีก ถือเป็นการยืนยันแล้ว
9. Inverted Hammer — ค้อนกลับหัว สัญญาณฟื้นตัวอ่อน
Inverted Hammer คล้าย Shooting Star แต่เกิดในเทรนด์ขาลง:
- ตัวเทียนเล็ก อยู่ด้านล่างของ range
- เงาบนยาว อย่างน้อย 2 เท่าของตัวเทียน
- เงาล่างสั้นมากหรือไม่มี
ความหมาย: ผู้ซื้อพยายามดันขึ้น แต่ฝั่งขายยังแรง ทำให้ปิดกลับใกล้จุดต่ำสุด อย่างไรก็ตาม การที่ มีคนพยายามซื้อ ในเทรนด์ลงถือเป็นสัญญาณเตือนว่าแรงขายอาจใกล้หมด
เทคนิค: Inverted Hammer ต้องมีแท่งยืนยัน — ถ้าแท่งถัดไปปิดสูงกว่า Inverted Hammer จึงถือว่ากลับตัวจริง ถ้าปิดต่ำกว่า แสดงว่ายังขาลงต่อ
10. Evening Star — ดาวค่ำ สัญญาณกลับหัวสามแท่ง
Evening Star เป็นรูปแบบ 3 แท่งที่เกิดหลังขาขึ้น:

- แท่งที่ 1: แท่งเขียวตัวยาว
- แท่งที่ 2: แท่งเล็ก (เขียวหรือแดงก็ได้) ที่มี gap up — เรียกว่า "Star"
- แท่งที่ 3: แท่งแดงตัวยาว ที่ ปิดต่ำกว่า 50% ของแท่งเขียวแรก
ความหมาย: แท่งที่ 2 บ่งบอกว่าตลาด ไม่แน่ใจ (indecision) หลังจากขาขึ้นแรง แท่งที่ 3 ยืนยันว่าฝั่งขายชนะ นี่คือ การเปลี่ยนมือแบบค่อยเป็นค่อยไป
ข้อสังเกต: Evening Star ที่แท่งที่ 2 เป็น Doji (เปิดปิดเท่ากัน) — เรียกว่า Evening Doji Star — มีแนวโน้มแม่นยำขึ้น เพราะสะท้อนความลังเลของตลาดได้ชัดเจนกว่าแท่งเล็กทั่วไป
11. Morning Star — ดาวรุ่ง สัญญาณกลับขึ้นสามแท่ง
Morning Star เป็นคู่ตรงข้ามของ Evening Star:
- แท่งที่ 1: แท่งแดงตัวยาว
- แท่งที่ 2: แท่งเล็ก ที่มี gap down — เรียกว่า "Star"
- แท่งที่ 3: แท่งเขียวตัวยาว ที่ ปิดสูงกว่า 50% ของแท่งแดงแรก
ความหมาย: หลังจากขาลงแรง ตลาดเกิดความไม่แน่ใจ (แท่งที่ 2) แล้วผู้ซื้อกลับมาครองเกม (แท่งที่ 3) นี่คือ การกลับตัวขั้นสูง
Morning Star และ Evening Star ต้องใช้ร่วมกับ volume — ถ้าแท่งที่ 3 มี volume สูงกว่าแท่งที่ 1-2 รวมกัน ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลักการใช้ Candlestick ให้ได้ผล — 4 ข้อห้ามพลาด
การอ่านแท่งเทียนไม่ใช่เวทมนตร์ มีข้อควรระวังที่ต้องเข้าใจ:
ต้องดู Context ของเทรนด์ก่อน
Hammer ที่เกิดในเทรนด์ขาขึ้นไม่ใช่สัญญาณกลับตัว แต่เป็นการ pullback ปกติ ดังนั้น ต้องระบุก่อนว่าอยู่ในเทรนด์ไหน ด้วยเครื่องมืออย่าง moving average (MA50, MA200) หรือ trendline
Volume เป็นตัวยืนยัน
Engulfing ที่มี volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมีโอกาสล้มเหลวสูงกว่า เพราะไม่มี participation พอ กฎทอง: รูปแบบกลับตัวควรมี volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันอย่างชัดเจน
ใช้ร่วมกับแนวรับแนวต้าน
Shooting Star ที่เกิดกลางอากาศไม่มีความหมาย แต่ถ้าเกิดที่ resistance ที่ราคาชนมา 3 ครั้งแล้ว หรือที่ Fibonacci 161.8% extension ความน่าเชื่อถือพุ่งขึ้นทันที
ห้ามเทรดจากแท่งเทียนตัวเดียว
ยกเว้น Engulfing แบบสมบูรณ์ ส่วนใหญ่ควร รอแท่งยืนยัน — คือแท่งถัดไปที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์ นี่คือวิธีลดความเสี่ยงจาก false signal ที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง
ตัวอย่างการใช้งานจริง — Bullish Engulfing บน EUR/USD
สมมติราคา EUR/USD ลงมาจาก 1.1000 ถึง 1.0850 ใน 5 วัน จากนั้นเกิด Bullish Engulfing ที่ 1.0850:
- ตรวจสอบ context: 1.0850 คือ support ที่ราคาดีดกลับมา 2 ครั้งในเดือนก่อน ✅
- ดู volume: แท่งเขียวมี volume 150% ของค่าเฉลี่ย 20-day ✅
- รอยืนยัน: แท่งถัดไปปิดที่ 1.0880 (สูงกว่า Engulfing) ✅
- เข้า long: ที่ 1.0885 ตั้ง Stop Loss ที่ 1.0830 (ใต้ Engulfing 20 pips) เป้าหมาย 1.0950 (แนวต้านถัดไป)
- Risk:Reward: เสี่ยง 55 pips ได้ 65 pips — อัตราส่วน 1:1.18
ผลลัพธ์: ราคาวิ่งถึง 1.0945 ใน 3 วัน กำไร 60 pips (0.68% จากเงินทุน ถ้าใช้ leverage 1:100 จะได้ 68% แต่ เราไม่แนะนำ leverage สูง)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Candlestick
Overtrading — เทรดทุกแท่งที่เห็น
Hammer 1 อันไม่ได้แปลว่าต้องซื้อทันที บางครั้ง Hammer เกิด 3 ครั้งก่อนจะกลับตัวจริง ต้อง เลือกเฉพาะที่มี confluence (แนวรับ + indicator + volume สนับสนุน)
ไม่ตั้ง Stop Loss
Candlestick บอก จุดเข้า ได้ดี แต่ไม่ได้บอกว่า ผิดที่ไหน คุณต้องกำหนดเองว่า "ถ้าราคาไปต่ำกว่า/สูงกว่าจุดไหน แสดงว่ารูปแบบนี้ล้มเหลว" — และตั้ง Stop ตรงนั้น
มองข้าม Timeframe ใหญ่
Bullish Engulfing บน 5-minute chart มีน้ำหนักน้อยกว่า Bullish Engulfing บน daily chart มาก ถ้าคุณไม่ได้เป็น scalper ควรดู daily หรือ 4-hour chart เป็นหลัก
โดยทั่วไป Candlestick รูปแบบเดียวกันบน daily chart มีความน่าเชื่อถือสูงกว่าบน timeframe เล็กอย่าง 1-hour chart เพราะแท่งรายวันผ่านการต่อสู้ของแรงซื้อ-ขายทั้งวัน ไม่ใช่แค่ความผันผวนระยะสั้น
เครื่องมือเสริมที่ควรใช้ควบคู่
Relative Strength Index (RSI)
ถ้า Hammer เกิดตอน RSI อยู่ที่ 25-30 (oversold) ความน่าเชื่อถือสูงกว่า Hammer ที่เกิดตอน RSI 50
Moving Average
Bullish Engulfing ที่เกิดใกล้ 200-day MA (และราคาดีดกลับขึ้น) มีแนวโน้มน่าเชื่อถือขึ้นมาก เพราะ MA 200 คือ "แนวรับทางจิตวิทยา" ที่นักลงทุนสถาบันจับตาอยู่
Fibonacci Retracement
Dark Cloud Cover ที่เกิดที่ Fibonacci 61.8% retracement มีแรงมากกว่าที่เกิดที่ 38.2% เพราะ 61.8% คือจุดที่ผู้ขายมักรอ
สรุป — Candlestick คือภาษาของตลาด แต่ไม่ใช่คำสั่ง
แท่งเทียนเป็นเครื่องมือบอกเล่า ความรู้สึกของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น — ว่าฝั่งไหนกำลังชนะ ว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยน แต่มันไม่ใช่คำสั่งซื้อขายที่ต้องทำทันที คุณต้องเอามาใช้ร่วมกับ:
- Volume (ยืนยันว่ามีคนเล่นจริง)
- Support/Resistance (บอกว่ากำลังอยู่ที่ไหนในภาพใหญ่)
- Indicator อย่าง RSI, MACD (เพิ่มความมั่นใจ)
- Risk management (ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง)
ถ้าคุณใช้ Candlestick ถูกวิธี คุณจะมีโอกาส เข้าเทรดก่อนคนอื่น 1-2 แท่ง — ซึ่งในตลาดที่เคลื่อนไหว 50-100 pips ต่อวัน นั่นคือความได้เปรียบที่ชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Candlestick รูปแบบไหนแม่นที่สุด?
ไม่มีรูปแบบใดแม่น 100% แต่รูปแบบที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักมากที่สุดคือ Bullish Engulfing และ Bearish Engulfing โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลังเทรนด์ที่ลากมายาวและมี volume สนับสนุน รองลงมาคือ Morning Star/Evening Star ซึ่งเป็นรูปแบบสามแท่งที่มีขั้นตอนยืนยันในตัวเอง
ต้องใช้ Timeframe ไหนในการดู Candlestick?
สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป แนะนำ daily chart หรือ 4-hour chart เพราะ noise น้อยกว่า timeframe เล็ก สัญญาณที่เกิดขึ้นจึงมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนคนที่เทรดสั้นบน M5-M15 ต้องยอมรับว่า false signal จะถี่ขึ้น และควรคุมความเสี่ยงต่อออเดอร์ให้เข้มงวดขึ้นตามไปด้วย
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


