5 ข้อสำคัญที่คุณอาจไม่รู้ ช่วงเวลาเทรด ตลาดเอเชีย
ตลาด Forex เปิดให้เทรดตลอด 24 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่ทุกช่วงเวลาที่เหมือนกัน — โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ซึ่งมักถูกมองว่าเป็น "ช่วงเงียบ" ทว่าจริง ๆ

ตลาด Forex เปิดให้เทรดตลอด 24 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่ทุกช่วงเวลาที่เหมือนกัน — โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ซึ่งมักถูกมองว่าเป็น "ช่วงเงียบ" ทว่าจริง ๆ แล้วช่วงนี้เต็มไปด้วยโอกาสที่มากกว่าที่คุณคิด บทความนี้จะแชร์ 5 เคล็ดลับจากประสบการณ์กว่า 20 ปีของ Kathy Lien นักเทรด Forex ระดับโลก เพื่อให้คุณเข้าใจว่าควรเทรดคู่เงินอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไรในช่วงตลาดเอเชีย
สรุปสาระสำคัญ
- หลีกเลี่ยงช่วง 17:00-19:00 น. (EST) เพราะตลาดแทบไม่เคลื่อนไหว
- ช่วง 20:00-21:00 น. (EST) คือโอกาสทองที่สามารถทำกำไร 100 pips ใน 2 ชั่วโมง
- คู่เงิน Cross เช่น EUR/AUD, AUD/CAD มีความผันผวนชัดเจนกว่าในตลาดเอเชีย
- ใช้ Bollinger Bands เป็นเครื่องมือหลักสำหรับ Swing Trade
- ระวังสัญญาณหลอก (Fake breakout) เพราะวอลุ่มในช่วงนี้ไม่สูงมาก
ทำไมตลาดเอเชียถึงมีค่ามากกว่าที่คิด
หลายคนมองว่าตลาดเอเชีย (เวลา 00:00-09:00 น. ตามเวลาไทย หรือ 17:00-02:00 น. EST) มีความผันผวนต่ำ ทำกำไรได้น้อย — แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดที่ต้นทุนสูง
Live · เวลาไทย
วิธีอ่านตารางสดด้านบน
- การ์ดของตลาดที่กำลังเปิดจะขึ้นสี พร้อมป้าย OPEN ส่วนตลาดที่ปิดจะเป็นสีเทา และป้าย CLOSED — เสาร์-อาทิตย์ทุกตลาดจะเทาทั้งแถบและขึ้นว่าปิดสุดสัปดาห์
- ช่วงที่แถบสองแถบบนไทม์ไลน์ 24 ชั่วโมงทับกันคือ Overlap — สภาพคล่องสูงสุดและ spread แคบที่สุดของวัน
- เลือกคู่เงินตามตลาดที่กำลังเปิด เช่น GBP/USD ช่วงลอนดอน หรือ USD/JPY ช่วงโตเกียว ส่วน XAU/USD เคลื่อนไหวดีที่สุดช่วงลอนดอนซ้อนนิวยอร์ก
- ตัวเลขบนการ์ดคือกรอบเซสชันตามธรรมเนียม ไม่ใช่เวลาที่ตลาดเปิด-ปิดจริง (ตลาดจริงเปิดยาวรวดเดียวทั้งสัปดาห์) เรายึดกรอบเวลาทำการ 08:00–16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของแต่ละศูนย์การเงิน — ลอนดอน 09:00–17:00 น. — แล้วแปลงเป็นเวลาไทย ช่วงหน้าหนาวตลาดลอนดอนและนิวยอร์กจะเลื่อนช้าลงราว 1 ชั่วโมง
- ส่วนเวลาเปิด-ปิดจริงของสัปดาห์เป็นตัวเลขที่เราวัดเองจากฟีดราคาบัญชีจริง ไม่ใช่ธรรมเนียม แถบสถานะด้านบนจึงสลับหน้าร้อน-หน้าหนาวให้เองตามปฏิทินสหรัฐฯ — ตัวเลขที่วัดได้ทั้งชุดอยู่ในหัวข้อถัดไป
ข้อเท็จจริง:
ตลาดนิวยอร์กอาจมีความผันผวนสูง ราคาวิ่งได้หลายทิศทาง แต่ตลาดเอเชียมีลักษณะ Trend-following — เมื่อเทรนด์เกิดขึ้น มักจะวิ่งไปในทิศทางเดิมอย่างต่อเนื่อง ทำให้จับจังหวะเข้าง่ายกว่าหากคุณอ่านกราฟถูก
Kathy Lien ผู้เขียนหนังสือ Day Trading and Swing Trading the Currency Market และเป็นผู้จัดการกองทุน Forex กว่า 20 ปี เธอเกิดในครอบครัวชาวจีนที่อพยพจากเวียดนาม ผ่านฮ่องกง สิงคโปร์ จนมาตั้งรกรากในอเมริกา — แต่เธอยังคงชื่นชอบการเทรดในช่วงตลาดเอเชียมาตลอด เธอเทรด Day trade ในตอนกลางวัน และ Swing trade ในตอนกลางคืน โดยช่วงเอเชียเป็นหนึ่งในเซสชันหลักที่เธอให้ความสำคัญ
ช่วงเวลาไหนเทรดได้ ช่วงไหนอันตราย
หลีกเลี่ยงช่วง 17:00-19:00 น. (EST)
นี่คือ จุดตายของตลาดเอเชีย — กราฟแทบไม่ขยับ ไม่มีข่าวสำคัญออก ไม่มีผู้เล่นใหญ่เข้ามา หากคุณเปิด chart ในช่วงนี้ คุณจะเห็นแท่งเทียนเล็ก ๆ มาก และ spread กว้าง
กฎข้อแรก: อย่าเสียเงินในจุดที่ไม่มีโอกาส — การรักษาทุนมีค่าเท่ากับการหาเงิน ดังนั้น ถ้าไม่มีเหตุผลดีพอ อย่าเทรด
เข้าเทรดช่วง 20:00-21:00 น. (EST)
นี่คือ Golden Hour ของตลาดเอเชีย
ในช่วงนี้ตลาดโตเกียวเปิดเต็มที่ ตลาดสิงคโปร์และฮ่องกงก็เริ่มมีวอลุ่ม ข่าวเศรษฐกิจจากออสเตรเลียและญี่ปุ่นมักออกในช่วงเช้าตรู่ (เวลาท้องถิ่น) ซึ่งตรงกับช่วงนี้พอดี
สิ่งที่เกิดขึ้น:
- ความผันผวนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สูงเท่าตลาดลอนดอน/นิวยอร์ก
- คุณสามารถทำกำไร 100 pips ภายใน 2 ชั่วโมง ได้หากจับทิศทางถูก
- เทรนด์ชัดเจนกว่า ไม่มีการกระโดดไปมาแบบ whipsaw
คำแนะนำ: ใช้ช่วง 20:00-21:00 น. (EST) ในการเปิดออเดอร์ใหม่ และใช้ช่วง 21:00-24:00 น. ในการ hold ออเดอร์ให้วิ่งตาม momentum
คู่เงินไหนเหมาะกับตลาดเอเชีย
เลือกคู่เงิน Cross มากกว่า Major
ในช่วงเอเชีย คู่เงิน Cross (ไม่มี USD) มักมีความผันผวนสูงกว่า เพราะตลาดเอเชีย-แปซิฟิกมีผลกระทบโดยตรงต่อสกุลเงินเหล่านี้
คู่เงินแนะนำ:
- EUR/AUD — ได้รับผลจากข่าวเศรษฐกิจยุโรปและออสเตรเลีย
- EUR/CAD — ได้รับผลจากราคาน้ำมันและนโยบาย ECB
- AUD/CHF — ความสัมพันธ์ระหว่าง Risk-on และ Safe haven
- AUD/CAD — ได้รับผลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์
รอสัญญาณ Golden Cross และ Death Cross
Golden Cross คือเมื่อ Moving Average ระยะสั้นตัดขึ้น MA ระยะยาว → สัญญาณ Bullish
Death Cross คือเมื่อ MA ระยะสั้นตัดลง MA ระยะยาว → สัญญาณ Bearish

ในตลาดเอเชีย เมื่อสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้น ราคามักจะวิ่งไปในทิศทางนั้นต่อเนื่อง เพราะไม่มีปัจจัยรบกวนมากนัก — นี่คือเวลาที่คุณต้องจับ
การวิเคราะห์ตลาดเอเชียยังสามารถใช้เป็น Leading Indicator สำหรับตลาดลอนดอน-นิวยอร์กได้ — หากเทรนด์แข็งแกร่งในช่วงเอเชีย มักจะวิ่งต่อในเซสชันถัดไป
กลยุทธ์การเทรดที่ใช้ได้จริง
Swing Trade ด้วย Bollinger Bands
Kathy Lien ใช้ Bollinger Bands เป็นเครื่องมือหลักในการหาจุดเข้า-ออก
หลักการพื้นฐาน:
- เมื่อราคาแตะ Lower Band และเริ่ม bounce กลับ → พิจารณา Buy
- เมื่อราคาแตะ Upper Band และเริ่มย่อตัว → พิจารณา Sell
ทำไมถึงเหมาะกับตลาดเอเชีย?
เพราะตลาดเอเชียมักเป็น Range-bound มากกว่า Trend — Bollinger Bands ช่วยให้คุณจับจังหวะ mean reversion ได้ดี
ตัวอย่างการตั้งค่า:
- Bollinger Bands (20, 2)
- ใช้ Timeframe H1 หรือ H4
- ตั้ง Stop Loss นอก Band ประมาณ 20-30 pips
- Take Profit ที่ Middle Line (SMA 20) หรือ Opposite Band
คำเตือน: อย่าเข้าทันทีที่ราคาแตะ Band — รอให้เห็น Candlestick Confirmation เช่น Pin Bar, Engulfing ก่อนเสมอ
Day Trader ต้องระวังสัญญาณหลอก
ปัญหาใหญ่ของตลาดเอเชีย คือ วอลุ่มต่ำ — นั่นหมายความว่า Breakout ที่เกิดขึ้นอาจเป็น False Breakout ได้ง่าย
วิธีป้องกัน:
- อย่าเข้าทันทีที่ราคาทะลุ Support/Resistance ครั้งแรก — รอให้มีการ retest และ confirm
- ใช้ Multiple Timeframes — ถ้า H1 แสดง breakout แต่ H4 ยังอยู่ในกรอบ → อย่าเข้า
- ตรวจสอบวอลุ่ม — Breakout ที่แท้จริงต้องมีวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย
ตัวอย่างการใช้ Price Action:
- ถ้าราคาทะลุ Resistance แล้วปิดเหนือ → รอ Retest ที่ Resistance เดิม (ซึ่งกลายเป็น Support)
- ถ้ายืนเหนือได้ → เข้า Buy
- ถ้าทะลุลงมา → เป็น False Breakout ให้ยกเลิก
ตัวอย่างกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง
กลยุทธ์ที่ 1: Range Trading ด้วย Bollinger Bands
ขั้นตอน:
- เปิด chart EUR/AUD Timeframe H1
- ใส่ Bollinger Bands (20, 2)
- รอราคาแตะ Lower Band
- ถ้ามี Bullish Candlestick Pattern (Hammer, Bullish Engulfing) → เข้า Buy
- Stop Loss ต่ำกว่า Lower Band 20 pips
- Take Profit ที่ Middle Line (SMA 20)
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง:
Risk/Reward ประมาณ 1:1.5 ถึง 1:2 — เหมาะกับการเทรดบ่อยในช่วงเอเชีย
กลยุทธ์ที่ 2: Trend Following ด้วย Moving Average Cross
ขั้นตอน:
- เปิด chart AUD/CAD Timeframe H4
- ใส่ EMA 10 และ EMA 50
- รอ EMA 10 ตัด EMA 50 (Golden Cross หรือ Death Cross)
- รอ Retest ที่ EMA 50
- เข้า Buy (ถ้า Golden Cross) หรือ Sell (ถ้า Death Cross)
- Stop Loss นอก EMA 50 ประมาณ 30 pips
- Take Profit ที่ Fibonacci Extension 1.618
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง:
Risk/Reward 1:3 หรือสูงกว่า — เหมาะกับการ Swing Trade หลายวัน
เปรียบเทียบตลาดเอเชียกับเซสชันอื่น
| ปัจจัย | ตลาดเอเชีย | ตลาดลอนดอน | ตลาดนิวยอร์ก |
|---|---|---|---|
| ความผันผวน | ต่ำ-ปานกลาง | สูง | สูงมาก |
| Spread | กว้าง (ช่วงเงียบ) | แคบ | แคบ |
| ลักษณะกราฟ | Range-bound | Trend + Breakout | Reversal + News-driven |
| คู่เงินแนะนำ | AUD, NZD, JPY Crosses | EUR, GBP, CHF | USD Majors |
| เทรดเดอร์ประเภท | Swing, Patient Day Trader | Day Trader, Scalper | News Trader, Scalper |
หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ชอบกราฟสงบ ไม่ชอบความเสี่ยงสูง ตลาดเอเชียคือคำตอบ — ใช้เวลาวิเคราะห์มากขึ้น ความเครียดน้อยลง
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
1. เทรดในช่วงที่ไม่มีวอลุ่ม
อย่าบังคับเทรดในช่วง 17:00-19:00 น. (EST) เพียงเพราะคุณอยากเทรด — นี่คือหนทางสู่การขาดทุนจาก spread และ slippage
2. ใช้ Leverage สูงเกินไป
แม้ตลาดเอเชียจะสงบ แต่ถ้าเกิด Flash Crash (เช่น Flash Crash ของ AUD/JPY ปี 2019) Leverage สูงจะทำให้คุณ Margin Call ภายในไม่กี่นาที
คำแนะนำ: ใช้ Leverage ไม่เกิน 1:50 สำหรับ Swing Trade และไม่เกิน 1:20 สำหรับ Day Trade
3. ไม่ตั้ง Stop Loss
บางคนคิดว่าตลาดเอเชียปลอดภัย จึงไม่ตั้ง Stop Loss — ผิดร้ายแรง
ข่าวกระทันหัน (เช่น ประกาศดอกเบี้ยฉุกเฉิน, เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์) อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

4. ติดกับดักสัญญาณหลอก
อย่าเข้า Breakout ทันทีในช่วงเอเชีย — รอ Confirmation เสมอ
เครื่องมือเสริมที่ควรใช้
- Economic Calendar: ติดตามข่าวจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ จีน
- Volume Indicator: ใช้เพื่อยืนยันว่า Breakout มีแรงจริงหรือไม่
- ATR (Average True Range): ใช้วัดความผันผวน — ถ้า ATR ต่ำ ให้ใช้ Take Profit แคบลง
- Fibonacci Retracement: ใช้หาจุด Entry ที่ดีหลังจาก Retest
ตัวอย่างการวิเคราะห์แบบเต็มรูปแบบ
สถานการณ์: คุณเห็นว่า AUD/USD ทะลุ Resistance ที่ 0.6500 ในช่วง 20:30 น. (EST)
ขั้นตอนการตรวจสอบ:
- เปิด H4 chart — Trend เป็น Uptrend หรือไม่?
- ตรวจสอบ RSI — เกิน 70 หรือยัง? (ถ้าเกิน = Overbought ระวัง Reversal)
- ดูวอลุ่ม — สูงกว่าค่าเฉลี่ยหรือไม่?
- รอ Retest ที่ 0.6500
- ถ้ายืนได้ → เข้า Buy ที่ 0.6510, Stop Loss 0.6480, Take Profit 0.6570
- Risk/Reward = 1:2
ถ้าผลเป็นอย่างไร?
- Win → +60 pips
- Loss → -30 pips
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ตลาดเอเชียเหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่หรือไม่?
ใช่ — เพราะความผันผวนไม่สูงมาก คุณมีเวลาคิดและวิเคราะห์มากขึ้น แต่ต้องระวังสัญญาณหลอกและอย่าใจร้อน
2. ควรใช้ Timeframe ไหนในตลาดเอเชีย?
H1 และ H4 เหมาะที่สุด — M15 หรือ M5 จะมี Noise มากเกินไป ส่วน Daily ช้าเกินไป
3. ถ้าเทรดคู่ USD/JPY ในช่วงเอเชียได้หรือไม่?
ได้ แต่ระวังว่า USD/JPY ได้รับอิทธิพลจากทั้งตลาดเอเชียและนิวยอร์ก — ถ้าคุณเทรดช่วงเอเชีย แนะนำให้เลือก AUD, NZD แทน
4. ใช้ EA หรือ Bot เทรดในช่วงเอเชียได้ไหม?
ได้ แต่ต้องปรับตั้งค่าให้เหมาะกับลักษณะกราฟ — ใช้ Range-bound Strategy มากกว่า Trend-following และตั้ง Stop Loss กว้างกว่าช่วงนิวยอร์ก
5. มีโบรกเกอร์ไหนที่ Spread แคบในช่วงเอเชียบ้าง?
โบรกเกอร์ที่มี Server ในเอเชีย-แปซิฟิก (เช่น สิงคโปร์, ฮ่องกง) มักมี Spread แคบกว่า — ตรวจสอบข้อมูลจาก Broker Comparison ของเราเพื่อดูรายละเอียด
แหล่งข้อมูล:
วิดีโอต้นฉบับโดย Kathy Lien และ Boris Schlossberg จากช่อง BKForex: https://youtu.be/DigPerJ7MEw
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →