เจาะลึกคดีเหมืองทองอัครา มีอะไรที่น่าสนใจ
คดีเหมืองทองอัครา หนึ่งในคดีข้อพิพาทที่ดำเนินมาอย่างยาวนานและซับซ้อนที่สุดอีกคดีหนึ่งของไทย สู่ข้อพิพาทที่ยืดเยื้อนานกว่า 10 ปี

คดีเหมืองทองอัครา เป็นหนึ่งในข้อพิพาทที่ซับซ้อนและยืดเยื้อนานที่สุดในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย โดยดำเนินมากว่าทศวรรษ เกี่ยวข้องกับการถกเถียงระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สิทธิมนุษยชน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในบทความนี้ เราจะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของคดีนี้ — ตั้งแต่ความเป็นมา ไทม์ไลน์สำคัญ ไปจนถึงความคืบหน้าล่าสุดและบทเรียนสำหรับนักลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปสาระสำคัญ
- เหมืองทองอัครา เดิมชื่อ 'เหมืองแร่ชาตรี' เป็นเหมืองแร่ทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัด รวมกว่า 3,900 ไร่
- คดีเริ่มต้นปี 2548 เมื่อชาวบ้านร้องเรียนเรื่องมลพิษ นำไปสู่การระงับกิจการปี 2559 โดยใช้มาตรา 44 และการฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (ICSID)
- ปี 2563 ICSID ตัดสินให้รัฐบาลไทยชดเชยค่าเสียหาย 13,600 ล้านบาท แต่รัฐบาลยื่นถอนคำร้องและดำเนินคดีต่อในศาลปกครองสูงสุด
- ความคืบหน้าล่าสุด (มิถุนายน 2567) อนุญาโตตุลาการเลื่อนคำตัดสินชี้ขาดออกไปเป็น 30 กันยายน 2567 เพื่อให้เวลาทั้งสองฝ่ายเจรจา
- บทเรียนสำคัญ: การลงทุนในโภคภัณฑ์ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงทางกฎหมาย นโยบายสิ่งแวดล้อม และความเป็นไปได้ในการดำเนินการระยะยาว
ความเป็นมาของคดีเหมืองทองอัครา
เหมืองทองอัครา เดิมชื่อ เหมืองแร่ชาตรี ถูกจัดให้เป็นเหมืองแร่ทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานประกอบกิจการในพื้นที่คาบเกี่ยว 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก
โครงการประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก:
ส่วนที่ 1: ครอบคลุมพื้นที่ 5 แปลง รวม 1,400 ไร่ เริ่มดำเนินการปี 2543 หมดอายุสัมปทานปี 2563
ส่วนที่ 2: ครอบคลุมพื้นที่ 9 แปลง รวม 2,500 ไร่ เริ่มดำเนินการปี 2551 หมดอายุสัมปทานปี 2571
รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 3,900 ไร่ หรือประมาณ 6.24 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่ดำเนินการ: เหมืองทองอัครา อยู่ที่ไหน
โครงการเหมืองทองอัครา ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด ดังนี้:
- จังหวัดพิจิตร: ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ
- จังหวัดเพชรบูรณ์: ตำบลวังน้ำขาว อำเภอวังน้ำขาว
- จังหวัดพิษณุโลก: ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเนินมะปราง
พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตภูเขาสูง มีชุมชนเกษตรกรรม ซึ่งความขัดแย้งเกิดจากผลกระทบต่อแหล่งน้ำ คุณภาพอากาศ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน
ไทม์ไลน์คดีเหมืองทองอัครา: จุดเริ่มต้นถึงปัจจุบัน
เพื่อให้เห็นภาพรวมของคดีที่ซับซ้อนนี้ได้ชัดเจน เราสรุปเหตุการณ์สำคัญตามลำดับเวลา:
2544: บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เริ่มดำเนินการเหมืองทองอัครา
2548: ชาวบ้านเริ่มร้องเรียนเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม — รายงานพบมลพิษทางน้ำ ฝุ่นละออง และเสียงดังรบกวน
2553: ชาวบ้านในตำบลเขาเจ็ดลูก จังหวัดพิษณุโลก ยื่นฟ้องศาลปกครองพิษณุโลก เรียกร้องให้เพิกถอนประทานบัตรเหมืองทอง
2556: องค์กรภาคประชาสังคมร่วมกับชาวบ้านจัดตั้ง "เครือข่ายต่อต้านเหมืองทองอัครา" เพื่อต่อสู้ในเชิงกฎหมายและสร้างความตรวจสอบจากสาธารณะ
2558: คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกรายงานชี้ว่า เหมืองทองอัครา ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีและสุขภาพ
2559: พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (มาตราพิเศษในช่วง คสช.) สั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองทองอัครา
2560: บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ยื่นฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (ICSID: International Centre for Settlement of Investment Disputes) เรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลไทย โดยอ้างว่าการระงับกิจการละเมิดข้อตกลงคุ้มครองการลงทุน
2562: ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ เพิกถอนประทานบัตรเหมืองทองอัครา 5 แปลง ด้วยเหตุผลว่าการออกใบอนุญาตไม่ชอบด้วยกฎหมายและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง
2563: อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (ICSID) ตัดสินให้รัฐบาลไทยชดเชยค่าเสียหายแก่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด จำนวน 13,600 ล้านบาท (ประมาณ 380 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ อัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น)
2564: รัฐบาลไทยถอนคำร้องต่อ ICSID และยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อเพิกถอนคดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ โดยอ้างว่าคำตัดสินไม่เป็นธรรมและมีข้อกฎหมายที่โต้แย้งได้
2566: เหมืองทองอัครา กลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง ในเดือนมีนาคม โดยบริษัทอัครา ผลิตและส่งทองคำในรูปแบบโดเร่ (Doré bar: แท่งทองคำดิบที่ยังไม่ผ่านการกลั่นบริสุทธิ์) ให้กับผู้ประกอบการในไทยทำการแปรรูปต่อ
โดเร่คืออะไร? Doré bar เป็นแท่งโลหะผสมที่ประกอบด้วยทองคำ เงิน และโลหะอื่นๆ ในสัดส่วนต่างๆ ยังไม่ใช่ทองคำบริสุทธิ์ (ความบริสุทธิ์ประมาณ 80-95%) จำเป็นต้องส่งไปกลั่นในโรงกลั่นเพื่อแยกทองคำออกมาให้บริสุทธิ์ถึง 99.5% ขึ้นไป ตามมาตรฐาน London Bullion Market Association (LBMA)
ความคืบหน้าของคดีเหมืองทองอัครา ในปัจจุบัน
ณ เดือนมิถุนายน 2567 อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้ เลื่อนการตัดสินชี้ขาดออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 30 มิถุนายน 2567 เป็น วันที่ 30 กันยายน 2567
เหตุผลหลักของการเลื่อน:
- การเจรจายังหาข้อยุติไม่ได้ — ทั้งสองฝ่ายยังคงมีจุดยืนต่างกัน โดยรัฐบาลไทยต้องการลดจำนวนค่าเสียหายลง ในขณะที่บริษัทอัครา ยืนยันตามคำตัดสินเดิม
- ยังมีช่องทางในการเจรจาอยู่ — อนุญาโตตุลาการเห็นว่าการให้เวลาเพิ่มอาจช่วยให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งจะดีกว่าการบังคับใช้คำตัดสิน
- เนื้อหาการเจรจาเป็นความลับ — ตามข้อตกลงระหว่างคู่กรณี รายละเอียดการเจรจาไม่สามารถนำออกมาเผยแพร่ได้
ผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ประเด็นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมากว่าทศวรรษนี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมลพิษทางน้ำ ฝุ่นละออง เสียงดัง และความไม่แน่นอนในการดำรงชีวิต รัฐบาลไทยจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ประเด็นสำคัญ: ทำไมคดีนี้จึงซับซ้อน
คดีเหมืองทองอัครา มีความซับซ้อนหลายมิติ ซึ่งทำให้การหาข้อยุติเป็นไปได้ยาก:
1. ความขัดแย้งระหว่างกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศ
- กฎหมายไทย: ศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้เพิกถอนสัมปทาน — ถือว่าการออกใบอนุญาตไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- อนุญาโตตุลาการ ICSID: ตัดสินให้รัฐบาลไทยชดเชยค่าเสียหาย — อ้างว่าการระงับกิจการละเมิดข้อตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศ
การที่คำตัดสินทั้งสองขัดแย้งกัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายสูง
2. จำนวนเงินค่าเสียหายสูงมาก
13,600 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่สูงมาก เทียบเท่า:
- ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศไทยประมาณ 1-2% ต่อปี
- งบประมาณโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายโครงการ
การจ่ายเงินจำนวนนี้จะส่งผลกระทบต่องบประมาณแห่งชาติ และอาจสร้างเยี่ยงอย่างให้กับข้อพิพาททำนองเดียวกันในอนาคต
3. ความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน
- ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: เหมืองทองอัครา เคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญ สร้างงาน และส่งออกทองคำ
- สิทธิมนุษยชน: ชาวบ้านมีสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี สุขภาพ และวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
การหาจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้เป็นความท้าทายระดับโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย
บทเรียนสำหรับนักลงทุนในตลาดทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์
คดีเหมืองทองอัครา ให้บทเรียนสำคัญหลายประการสำหรับนักลงทุนที่สนใจตลาดทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ:
ความเสี่ยงทางกฎหมายและนโยบาย (Regulatory Risk)
การลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่มีความเสี่ยงสูงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล กฎหมายสิ่งแวดล้อม และแรงกดดันจากสังคม — นักลงทุนควร:
- ศึกษาประวัติของบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
- ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในประเทศที่ลงทุน
- ประเมิน Environmental, Social, and Governance (ESG) risk อย่างจริงจัง
ความผันผวนของราคาทองคำไม่ได้ขึ้นกับอุปทานเพียงอย่างเดียว
คดีเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานทองคำในตลาดโลก (แม้ว่าเหมืองทองอัครา จะไม่ใช่แหล่งใหญ่ระดับโลก) แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญกว่า:

- นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) — อัตราดอกเบี้ยและการพิมพ์เงิน
- ความต้องการจากประเทศอินเดียและจีน — ผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก
- ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ — สงคราม วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ
นักลงทุนที่เทรดทองคำควรมองภาพรวมของตลาดโลก ไม่ใช่เพียงอุปทานจากเหมืองแร่แห่งใดแห่งหนึ่ง
โอกาสในการเทรด Gold Futures และ Gold CFDs
เหตุการณ์เช่นคดีเหมืองทองอัครา สามารถสร้าง volatility (ความผันผวน) ในตลาดทองคำระยะสั้น โดยเฉพาะในตลาดทองคำไทย (TFEX: Thailand Futures Exchange)
นักเทรดที่มีประสบการณ์อาจใช้โอกาสนี้ในการเทรด:
- Gold Futures: สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ที่ TFEX หรือ COMEX (ตลาดสหรัฐ)
- Gold CFDs: Contract for Difference ที่ให้เทรดทองคำโดยไม่ต้องถือครอง เหมาะสำหรับเทรดระยะสั้น
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรดทองคำ หากคุณสนใจเทรดทองคำ ควรศึกษา โบรกเทรดทอง และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทคนิคเทรดทองคำ ว่าแบบไหนเหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของคุณ — เทรดระยะสั้น (Day Trading) หรือถือระยะยาว (Buy and Hold)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คดีเหมืองทองอัครา เกิดจากอะไร?
คดีเริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัด (พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก) ร้องเรียนเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ มลพิษทางน้ำ ฝุ่นละออง เสียงดัง และผลกระทบต่อสุขภาพ ชาวบ้านรวมตัวกันต่อต้านและเรียกร้องให้มีการปิดเหมือง ในขณะที่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมาย และเรียกร้องค่าเสียหายเมื่อรัฐบาลระงับกิจการ
รัฐบาลไทยต้องจ่ายค่าเสียหาย 13,600 ล้านบาท จริงหรือไม่?
ณ เดือนกันยายน 2567 ยังไม่มีคำตัดสินสุดท้าย อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (ICSID) เคยตัดสินให้จ่ายปี 2563 แต่รัฐบาลไทยได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำตัดสิน และมีการเจรจาระหว่างสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์สุดท้ายอาจเป็นการตกลงกันหรือการบังคับใช้คำตัดสินเดิม
เหมืองทองอัครา ยังเปิดทำการอยู่หรือไม่?
ใช่ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 เหมืองทองอัครา กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง โดยบริษัทอัครา ผลิตและส่งทองคำในรูปแบบโดเร่ให้กับผู้ประกอบการในไทยทำการแปรรูป อย่างไรก็ตาม การดำเนินการอยู่ภายใต้การตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐและสาธารณะอย่างใกล้ชิด
นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้หรือไม่?
ไม่แนะนำสำหรับนักลงทุนทั่วไป เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากจากข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด ความไม่แน่นอนของค่าเสียหาย และความผันผวนของราคาหุ้น นักลงทุนที่พิจารณาควรมี:
- ความเข้าใจลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางกฎหมาย
- ทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้
- กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่ชัดเจน
การลงทุนในทองคำยังน่าสนใจอยู่หรือไม่ ในช่วงที่มีข้อพิพาทเหมืองแร่?
ใช่ แต่ควรลงทุนในรูปแบบอื่น มากกว่าการลงทุนโดยตรงในเหมืองแร่ เช่น:
- Gold ETF: กองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำคำ เทียบเท่าการถือทองคำแท่ง แต่ซื้อขายง่ายกว่า
- Physical Gold: ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ สำหรับการถือครองระยะยาว
- Gold Futures/CFDs: สำหรับนักเทรดที่มีประสบ
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →