U
UHAS
XAU/USD—0.00%

Chase Coleman เส้นทางเศรษฐี 3แสนล้าน

Chase Coleman เส้นทางเศรษฐี 3แสนล้าน ล่าสุด “Tiger Global Management” บริษัทด้านการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การควบคุมของ เชส โคลแมน

P
Patiphan Uhas
24 เมษายน 2565·4 นาทีอ่าน
แชร์
Chase Coleman เส้นทางเศรษฐี 3แสนล้าน

Chase Coleman III คือหนึ่งในผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในยุคของเขา ด้วยอายุเพียง 46 ปี เขาสร้างจักรวรรดิการลงทุนมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน Tiger Global Management — บริษัทที่กลายเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชั้นนำระดับโลกและหนึ่งในนักลงทุน venture capital ที่กระตือรือร้นที่สุดในวงการเทคโนโลยี บทความนี้จะพาคุณสำรวจเส้นทางตั้งแต่ต้นกำเนิดในครอบครัว old money จนถึงการสร้างความมั่งคั่งของตัวเองในโลก Wall Street

สรุปสาระสำคัญ

  • Chase Coleman III สร้างความมั่งคั่ง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยอายุ 46 ปี ทำให้เป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนที่อายุน้อยและรวยที่สุดในโลก
  • Tiger Global Management ที่เขาก่อตั้งในปี 2001 กลายเป็นนักลงทุนสตาร์ตอัพที่แอกทีฟที่สุด โดยปี 2021 ลงทุนในสตาร์ตอัพถึง 340 ครั้ง เพิ่มขึ้น 4 เท่าจากปีก่อน
  • เขาเป็นหนึ่งใน Tiger Cubs — กลุ่มลูกศิษย์ของ Julian Robertson ผู้ก่อตั้ง Tiger Management ที่ได้รับเงินทุนเริ่มต้น 25 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกองทุนของตัวเอง
  • กลยุทธ์สำคัญของ Tiger Global คือการตัดสินใจลงทุนอย่างรวดเร็ว บางครั้งใช้เวลาเพียงวันเดียวในการตัดสินใจดีลขนาดใหญ่
  • พอร์ตการลงทุนครอบคลุมบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น Facebook, LinkedIn, Spotify, Stripe, ByteDance, Coinbase และ Peloton

รากเหง้าจากครอบครัว Old Money

Chase Coleman III เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2518 (1975) ในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางการเงินและกฎหมายอันแข็งแกร่งในนิวยอร์ก เขาเติบโตในพื้นที่ Glen Head, Long Island โดยสืบเชื้อสายจาก Peter Stuyvesant — ผู้ว่าการคนสุดท้ายของ New Netherland ซึ่งเป็นชาวดัตช์ที่สร้างกำแพงป้องกันบนถนน Wall Street ในศตวรรษที่ 17 (จุดกำเนิดของชื่อ Wall Street ในปัจจุบัน)

พื้นฐานครอบครัวของ Coleman สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอิทธิพลที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน:

  • บิดา: เป็นหุ้นส่วนที่สำนักงานกฎหมาย Pillsbury Winthrop Shaw Pittman LLP ซึ่งเป็นบริษัทกฎหมายชั้นนำที่ให้บริการในอุตสาหกรรมพลังงาน บริการทางการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยี
  • มารดา: เป็นเจ้าของบริษัตออกแบบตกแต่งภายใน
  • ปู่: Charles Payson Coleman เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานกฎหมาย Davis Polk & Wardwell แห่งนิวยอร์กจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1982

การเติบโตในครอบครัวที่มีความเชื่อมโยงลึกกับวงการกฎหมายและธุรกิจระดับสูง ทำให้ Coleman ได้รับการศึกษาชั้นเลิศ — เรียนมัธยมที่ Deerfield Academy และสำเร็จการศึกษาจาก Williams College ในปี 1997 ด้วยปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิตสาขาภาษาสเปนและเศรษฐศาสตร์

จุดเริ่มต้นกับ Tiger Management และ Julian Robertson

หลังสำเร็จการศึกษาในปี 1997 Coleman เริ่มต้นอาชีพในวงการการเงินในฐานะนักวิเคราะห์กลุ่มเทคโนโลยีที่ Tiger Management — เฮดจ์ฟันด์รุ่นบุกเบิกที่ก่อตั้งโดย Julian Robertson ในปี 1980 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกองทุนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น

การเข้าร่วม Tiger Management ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ — Coleman โตมาพร้อมกับ Spencer Robertson ลูกชายของ Julian โดยทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กันและมีความสัมพันธ์อันดี การได้ทำงานภายใต้การดูแลของ Robertson ทำให้ Coleman ได้เรียนรู้หลักการลงทุนแบบ value investing และกลยุทธ์ long-short equity ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญในอาชีพของเขา

INFO

Julian Robertson ถือเป็น "เจ้าพ่อแห่งกองทุนป้องกันความเสี่ยง" ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 31.7% ต่อปีตลอดช่วง 1980-2000 ก่อนที่ Tiger Management จะปิดตัวในปี 2000 หลังเผชิญกับปัญหาการลงทุนในช่วงฟองสบู่ดอทคอม

การก่อตั้ง Tiger Global Management

เมื่อ Tiger Management ปิดตัวในปี 2000 Robertson มีทรัพย์สินเหลืออยู่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แทนที่จะลงทุนเอง เขาเลือกที่จะสนับสนุนกลุ่มลูกศิษย์ที่มีศักยภาพ (เรียกว่า Tiger Cubs) ให้ออกไปสร้างกองทุนของตัวเอง Coleman เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ที่ได้รับโอกาสนี้

ในปี 2001 ด้วยอายุเพียง 25 ปี Coleman ก่อตั้ง Tiger Global Management โดยได้รับเงินทุนเริ่มต้น 25 ล้านดอลลาร์จาก Robertson การใช้ชื่อ "Tiger" เป็นการแสดงความเคารพต่อเมนเทอร์และสืบทอดปรัชญาการลงทุนที่เขาได้เรียนรู้มา

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงแรก

Tiger Global เริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ long-only และ long-short equity โดยเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั้งในสหรัฐอเมริกาและตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ค่อยมีกองทุนใหญ่ๆ ให้ความสนใจมากนัก

ในปี 2003 Coleman เริ่มขยายธุรกิจไปสู่ Private Equity และ Venture Capital โดยนำเงินไปลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การตัดสินใจนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Tiger Global โดดเด่นจากกองทุนทั่วไป

ยุคทองของการลงทุนสตาร์ตอัพ

Tiger Global กลายเป็นหนึ่งในนักลงทุน venture capital ที่กระตือรือร้นที่สุดในโลก โดยเฉพาะในช่วงปี 2020-2021 ในปี 2021 กองทุนลงทุนในสตาร์ตอัพทั่วโลกถึง 340 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปี 2020 (ตามข้อมูลจาก CB Insights) ทำให้เป็นนักลงทุนที่แอกทีฟที่สุดในปีนั้น

พอร์ตการลงทุนที่โดดเด่น

Tiger Global มีพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายและประสบความสำเร็จสูง ครอบคลุมทุกขั้นตอนการระดมทุนตั้งแต่ Series A จนถึงก่อน IPO:

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ:

  • Facebook — ลงทุนก่อน IPO และได้กำไรมหาศาล
  • LinkedIn — ลงทุนในช่วงเติบโต
  • Spotify — ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงรายใหญ่ที่สุด
  • Stripe — แพลตฟอร์ม payment processing มูลค่ากว่า 50 พันล้านดอลลาร์
  • ByteDance — บริษัทแม่ของ TikTok

อีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลส:

  • JD.com — ยักษ์อีคอมเมิร์ซจีน
  • Flipkart — ผู้นำอีคอมเมิร์ซอินเดีย (ขายให้ Walmart ในราคา 16 พันล้านดอลลาร์)
  • Meituan — แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่รายใหญ่ของจีน
  • DiDi — บริการเรียกรถแบบจีน

ฟินเทคและบริการทางการเงิน:

  • Coinbase — แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
  • Credit Karma — บริการตรวจสอบเครดิต
  • Stone — ผู้ให้บริการ payment ในบราซิล
  • Toast — ระบบ POS สำหรับร้านอาหาร

อื่นๆ:

  • Peloton — สตาร์ตอัพฟิตเนสที่โด่งดังในช่วงโควิด-19
  • Warby Parker — แบรนด์แว่นตาออนไลน์
  • Roblox — แพลตฟอร์มเกมออนไลน์

ในปี 2022 Tiger Global ยังลงทุนใน NEAR Protocol (โครงการบล็อกเชน) จำนวน 350 ล้านดอลลาร์ ร่วมกับ FTX Ventures เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันบนบล็อกเชน (Dapp)

TIP

กลยุทธ์เด่นของ Tiger Global คือความเร็วในการตัดสินใจ — บางครั้งใช้เวลาเพียง 1 วันในการตัดสินใจลงทุนดีลขนาดใหญ่ ทำให้สามารถจับโอกาสได้เร็วกว่าคู่แข่งและเป็นที่ต้องการของผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัพที่ต้องการระดมทุนอย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์การลงทุนและปรัชญา

Tiger Global มีหลักการลงทุนที่ชัดเจนและแตกต่างจากกองทุนทั่วไป:

1. Global Technology Focus

กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยไม่จำกัดแค่สหรัฐอเมริกา แต่กระจายไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น จีน อินเดีย บราซิล และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2. Multi-Stage Investment

ลงทุนในทุกขั้นตอนการเติบโต ตั้งแต่ Series A (บริษัทเพิ่งเริ่มต้น) จนถึง late-stage ก่อน IPO ทำให้สามารถสนับสนุนบริษัทพอร์ตได้อย่างต่อเนื่อง

3. Speed and Decisiveness

การตัดสินใจอย่างรวดเร็วเป็นอาวุธลับสำคัญ Tiger Global สามารถให้คำตอบ term sheet ได้ภายใน 48 ชั่วโมง ในขณะที่กองทุนทั่วไปอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์

4. Conviction-Based Investing

เมื่อเห็นโอกาสที่ดี Tiger Global ไม่กลัวที่จะลงทุนจำนวนมากในบริษัทเดียว แสดงความมั่นใจในการวิเคราะห์และวิสัยทัศน์

ผลตอบแทนและความสำเร็จ

ความสำเร็จของ Tiger Global Management สะท้อนได้จากหลายตัวชี้วัด:

  • มูลค่าทรัพย์สินของ Coleman: ณ ปี 2022 มีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 105,000 ล้านบาท)
  • อันดับ Forbes: ติดอันดับ Top 10 ของผู้จัดการกองทุนที่รวยที่สุดในโลก และเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในรายชื่อ
  • Assets Under Management: Tiger Global บริหารเงินรวมกว่าหลักหมื่นล้านดอลลาร์
  • Portfolio Returns: หลายบริษัทที่ลงทุนกลายเป็น unicorn (มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์) และหลายแห่ง IPO ได้สำเร็จ

ในช่วงโควิด-19 (2020-2021) Tiger Global เป็นหนึ่งในกองทุนที่ได้กำไรสูงสุด เนื่องจากการเร่งตัวของธุรกิจเทคโนโลยีและ digital transformation ทั่วโลก

NOTE

แม้จะประสบความสำเร็จสูง แต่ Tiger Global ก็เผชิญความท้าทายในปี 2022 เมื่อตลาดหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นสตาร์ตอัพที่มี valuation สูง กองทุนรายงานขาดทุนในบางพอร์ต แต่ยังคงรักษาสถานะเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในวงการ venture capital

มรดกของ Tiger Cubs

Chase Coleman เป็นหนึ่งใน Tiger Cubs ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด กลุ่ม Tiger Cubs ประกอบด้วยอดีตพนักงานของ Julian Robertson ที่ได้รับการสนับสนุนให้สร้างกองทุนของตัวเอง รวมถึง:

  • Bill Hwang — ก่อตั้ง Tiger Asia Management (ประสบปัญหาในภายหลังจากกรณี Archegos Capital)
  • Lee Ainslie — ก่อตั้ง Maverick Capital
  • Andreas Halvorsen — ก่อตั้ง Viking Global Investors
  • Stephen Mandel — ก่อตั้ง Lone Pine Capital

กลุ่ม Tiger Cubs รวมกันบริหารเงินหลักแสนล้านดอลลาร์ และกลายเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลอย่างมากในวงการเฮดจ์ฟันด์ โดย Coleman ถือเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดมรดกของ Robertson ได้สำเร็จที่สุด

บุคลิกภาพและการใช้ชีวิต

ต่างจากเศรษฐีหลายคนในวงการ Wall Street, Chase Coleman เป็นคนที่รักษาความเป็นส่วนตัวสูงมาก เขาแทบไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อและไม่ปรากฏตัวในงานสังคมมากนัก "ปล่อยให้ผลงานพูดแทน" คือปรัชญาของเขา

Coleman มีครอบครัวและใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างเรียบง่าย แม้จะมีความมั่งคั่งมหาศาล เขาเน้นให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์และการตัดสินใจลงทุน มากกว่าการสร้างภาพลักษณ์สาธารณะ

คุณสามารถติดตาม profile ของเขาได้ที่:

บทเรียนสำหรับนักลงทุน

จากความสำเร็จของ Chase Coleman เราสามารถสรุปบทเรียนสำคัญได้หลายประการ:

  1. Mentorship Matters: การมีเมนเทอร์ที่ดีอย่าง Julian Robertson ช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง
  2. Global Vision: การมองข้ามขอบเขตประเทศและลงทุนในตลาดเกิดใหม่ก่อนที่จะฮอต
  3. Speed as Competitive Advantage: ในยุคที่ทุกคนมีข้อมูลเหมือนกัน ความเร็วในการตัดสินใจกลายเป็นข้อได้เปรียบ
  4. Conviction Over Consensus: กล้าลงทุนในสิ่งที่เชื่อมั่น แม้จะขัดกับความเห็นส่วนใหญ่
  5. Adapt to Change: การปรับจากหุ้นสาธารณะมาสู่ venture capital แสดงความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Chase Coleman มีทรัพย์สินมากเท่าไหร่?

ณ ปี 2022 Chase Coleman III มีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 105,000 ล้านบาท) ทำให้เป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนที่รวยที่สุดในโลกและเป็นคนที่อายุน้อยที่สุด (46 ปี) ในรายชื่อ Top 10 ของ Forbes

Tiger Global Management ลงทุนอะไรบ้าง?

Tiger Global ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก เช่น Facebook, LinkedIn, Spotify, Stripe, ByteDance, Coinbase, JD.com, Flipkart, Meituan, Peloton, Roblox และอีกหลายร้อยบริษัท โดยมุ่งเน้นอินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ ฟินเทค และอีคอมเมิร์ซในทุกทวีป

Tiger Cubs คืออะไร?

Tiger Cubs คือกลุ่มอดีตพนักงานของ Tiger Management ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Julian Robertson ให้สร้างเฮดจ์ฟันด์ของตัวเอง Chase Coleman เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ประสบความสำเร็จสูงสุด สมาชิกอื่นๆ ได้แก่ Lee Ainslie (Maverick Capital), Andreas Halvorsen (Viking Global) และ Stephen Mandel (Lone Pine Capital)

กลยุทธ์หลักของ Tiger Global คืออะไร?

Tiger Global ใช้กลยุทธ์ long-only และ long-short equity ในหุ้นสาธารณะ ควบคู่กับการลงทุน venture capital และ private equity ในสตาร์ตอัพเทคโนโลยี โดดเด่นด้วยความเร็วในการตัดสินใจ (บางครั้งภายใน 1 วัน) และการกระจายการลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอเมริกาใต้

ใครคือ Julian Robertson และเกี่ยวข้องกับ Chase Coleman อย่างไร?

Julian Robertson คือผู้ก่อตั้ง Tiger Management ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์รุ่นบุกเบิกที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 31.7% ต่อปีตลอด 20 ปี Chase Coleman ทำงานเป็นนักวิเคราะห์กลุ่มเทคโนโลยีภายใต้ Robertson และได้รับเงินทุนเริ่มต้น 25 ล้านดอลลาร์เพื่อก่อตั้ง Tiger Global Management ในปี 2001 Robertson ถือเป็นเมนเทอร์สำคัญที่หล่อหลอมปรัชญาการลงทุนของ Coleman

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →