อาการกลัวตกรถ

FOMO อาการกลัวตกรถ จนทำให้ การเทรดขาดทุน

exness

FOMO อาการกลัวตกรถ จนทำให้ การเทรดขาดทุน FOMO (Fear Of Missing Out) คือการกลัวที่ตัวเองจะตกเทรนด์ เป็นอาการกลัวการตกกระแสจนรู้สึกกระวนกระวาย กลัวว่าจะพลาดเรื่องสำคัญ อยู่ตลอดเวลา

 

FOMO อาการกลัวตกรถ จนทำให้ การเทรดขาดทุน

 

 

ในแง่ของจิตวิทยา FOMO ถือว่าเป็นอคติทางปัญญาอย่างหนึ่ง เป็นพฤติกรรมของมนุษย์ที่การกลัวตกเทรนด์ไม่ทันข่าวสารที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้ กลัวที่จะต้องเผชิญกับความคิดที่ว่าพวกเขาอาจพลาดโอกาสทางสังคมกับประสบการณ์ใหม่ๆ การลงทุนที่ทำกำไรได้ หรือเหตุการณ์ที่น่าพึงพอใจและอื่นๆอีกมากมาย

 

บางครั้งมนุษย์เราก็เผลอไปทำตามกระแส ทั้งที่มันอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่เขาชอบหรือเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับเขาจนเสียเงิน เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ

 

ยกตัวอย่าง …บางสถานการณ์ของ FOMO ที่สร้างประโยชน์หรือรายได้อย่างมหาศาลต่อแบรนด์ต่างๆ อย่างเช่นเกมส์ไล่ล่าตามหาโปเกม่อน ซึ่งเป็นเกม AI ที่จำลองทั้งโลกจริง และโลกของเกม เข้าหากัน

 

ย้อนกลับไปหลายปีในช่วง pokémon go เป็นที่นิยมยอดฮิตทั่วโลก

 

เพราะมันนวัตกรรมที่ใหม่ในสมัยนั้น  ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหน วัยเรียนหรือทำงาน ต่างพากันไล่ล่าหาตามจับโปเกม่อน

 

ส่วนคนที่ยังไม่ได้ดาวโหลดก็ทำให้กับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เหมือนเป็นการบังคับทางอ้อมจากกระแสสังคมให้ดาวโหลดเกมส์นี้เพื่อที่จะไม่ได้ตกเทรนด์

 

และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีPUBG ที่โด่งดังไม่แพ้กัน สร้างรายได้อย่างมากมายให้กับเจ้าของแบรนด์

 

 FOMO กับ การเทรด

 

อาการ FOMO จัดว่าเป็นอารมณ์ความกลัวอย่างหนึ่งที่ไหลไปตามสิ่งเร้าในสังคมและสถานการณ์รอบด้าน มัน“ไม่ใช่ความกลัวว่าจะขาดทุน” หรือกลัวว่า “ตลาดจะกลับทิศ” แต่เป็นความกลัวว่าเราจะพลาดการลงทุนที่ดีที่สุดรอบนี้ไป

 

คำว่า “กลัวพลาด” ถือเป็นศัตรูร้ายสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่เน้นลงทุนระยะสั้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุนและผลักดันให้เกิดการกลัวดังกล่าว คือ อารมณ์และความรู้สึก ทำให้นักลงทุนตกหลุมพรางจนนำไปสู่ความล้มเหลว

 

ในยุคปัจจุบันของโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้คนเราเข้าถึงชีวิตของผู้อื่นอย่างง่ายดาย และมันจึงทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างตัวคุณกับเทรดเดอร์คนอื่นๆ เช่นคนอื่นประสบความสำเร็จมากกว่า เขาทำได้เราก็ต้องทำได้ ทำให้เกิดความคาดหวังสูงมากเกินไป  ขาดมุมมองระยะยาว ความมั่นใจมากเกินไป/ความมั่นใจน้อยเกินไป และไม่มีความอดในการรอคอย

 

อารมณ์เป็นแรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง FOMO หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้เทรดเดอร์ตัดสินใจผิดพลาดขาดทุนได้ ดังนั้นควรตรวจสอบอารมณ์เหล่านี้ให้ดีแล้วแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

อารมณ์ที่นำไปสู่ภาวะ FOMO มีทั้งหมด 6 อย่างได้แก่

  1. ความโลภ
  2. ความกลัว
  3. ความเร่าร้อน
  4. ความอิจฉาริษยา
  5. ความใจร้อน
  6. ความวิตกกังวล

 

 

ปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อขายในภาวะ FOMO

 

ตลาดผันผวน

FOMO ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดขาขึ้นอย่างเดียวเพียงเท่านั้น ผู้คนต้องการกระโดดตามเทรนด์ อารมณ์นี้มันสามารถเล็ดลอดเข้ามาในจิตใจของเราได้ เมื่อมีการผันผวนของตลาด ล่อใจให้เทรดเดอร์ไม่อยากพลาดโอกาสดีๆ(ที่อาจจะเป็นกับดัก)

 

ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่

เมื่อเทรดเดอร์ประสบความสำเร็จสร้างรายได้อย่ามหาศาลมักจะตกหลุมพลางของภาวะ FOMOได้ง่าย โดยเชื่อว่าตัวเองเชี่ยวชาญแล้วในตลาดนี้

 

ขาดทุนซ้ำซาก

การขาดทุนซ้ำซาก จนทำให้ท้อแท้ ขาดความมั่นใจ เมื่อลงทุนใหม่อีกครั้ง เนื่องจากความวิตกกังวลและความผิดหวังเกิดจึงทำให้ไม่กล้าที่จะไม่ถือต่อไปในระยะยาว ในที่สุดสิ่งนี้ก็สามารถนำไปสู่การขาดทุนที่มากยิ่งขึ้น

 

ข่าวและข่าวลือ

การฟังข่าวและข่าวลือโดยปราศจากการไตร่ตรองให้ดี อาจนำไปสู่ภาวะ FOMO ได้

 

โซเชียลมีเดีย

การที่เราไปติดตามผู้เชียวชาญหลายๆคนทางโซเชียลมีเดีย การที่เขาออกมาวิจารณ์บางอย่าง ทำให้เทรดเดอร์อย่างๆเราๆ ตื่นตระหนกปักธงเชื่อแนวโน้มที่เขาพูดออกมา สิ่งนี่ก็เป็นกับดักเหมื่อนกัน เพราะฉะนั้นควรจะกรองข้อมูลให้ดี

 

4 เคล็ดลับเพื่อหลีกเลี่ยงอาการ FOMO ในขณะเทรด

 

1. ไม่ร้อนวิชามากเกินไป

เวลาเทรดเดอร์ได้ยินผู้เชี่ยวชาญออกมาแนะนำว่าตัวนี้กราฟตัวนี้มีแนวโน้มจะขึ้น หรือตัวที่สังคมกำลังให้ความสนใจ จึงทำให้เราไม่ลังเลหรือตรวจสอบดีๆก่อนลงทุน

 

เพราะถ้าหากดำเนินการช้าอาจทำให้พลาดโอกาสที่จะสร้างกำไรได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีเทรดเดอร์หลายคนติดกับดัก กระโดดเข้าตลาดโดยไม่ใช้เวลาพิจารณาเยอะ เพราะว่ายิ่งตัดสินใจช้าเท่าไหร่ ยิ่งมีความเสี่ยงพลาดในโอกาสมากขึ้นเท่านั้น

 

มีเทรดเดอร์จำนวนมาก ที่จะพยายามเข้าเทรด โดยการเข้าเทรดแบบสุ่ม เพื่อเข้าสู่การเทรดในตลาด และหวังว่ามันจะสร้างผลกำไรคืนให้ แต่ทุกอย่างมันไม่ได้ได้มาง่ายๆอย่าคิด

 

ทางแก้คือทำการวิจัยตลาดอย่างรอบคอบ หาการลงทุนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ หาจุดสมดุลและคุ้มทุนที่สุด

 

2. สร้างแผนทางการเงินและทำตามแผนอย่างเคร่งครัด

เวลาที่คุณทำการเทรด คุณคาดหวังในการเทรดได้กี่ครั้งต่อวันหรือสัปดาห์ นานแค่ไหน? อะไรคือเป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะยาวที่ต้องการประสบความสำเร็จ และสามารถรับความเสี่ยงได้แค่ไหน

 

3. เอาชนะอคติของตัวเองให้ได้

มนุษย์เรามีอคติความลำเอียงทางพฤติกรรมเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม  มีอยู่ 2 อคติใหญ่ๆ ที่พบบ่อยที่สุดและส่งผลกระตุ้นให้เกิดอาการ FOMO ให้รุนแรงมากขึ้น

 

Confirmation bias – มนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะค้นหาข้อมูลมาสนับสนุนความเชื่อตัวเอง แล้วคิดว่าความเชื่อของตนนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว

 

วิธีแก้ปัญหา: ค้นหาข้อมูลที่ขัดแย้งกับสิ่งที่คุณคิด

 

Overconfidence – การวิจัยแสดงให้เห็นว่าหลายคนมีความมั่นใจในความสามารถในการลงทุนของตนเองมากเกินไป สาเหตุมันมาจากการเทรดที่ได้กำไรบ่อยๆ เทรดเดอร์มักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะเป็นผู้เชียวชาญ ทำให้การเทรดหลังจากนั้นเป็นการเทรดลอตใหญ่และไม่วางแผนอย่างรัดกุม

 

วิธีแก้ปัญหา: พยายามถามความรู้สึกตัวเองบ่อยๆ ว่านี่เราหลงตัวเองมากเกินไหม อีกทางแก้หนึ่งก็หนึ่งปรึกษาผู้เชียวชาญบุคคลที่สามที่มีความคิดต่างกันกับคุณ แล้วมาพิจารณาอีกที

 

4. มองการณ์ไกล

เมื่อคุณไม่เข้าใจว่า จะมีการเทรดรายการใหม่ๆ หลายแสนรายการ รอคุณอยู่ มือสมัครเล่นหลายคน หันมาให้ความสำคัญกับการเทรดเพียงตรงหน้า เพียงครั้งเดียวอย่างมากเกินไป และยังต้องการบังคับให้การเทรดในครั้งนี้ ชนะอีกด้วย การเทรดแบบไม่มองการณ์ไกล ก็เหมือนกับการขุดหลุมฝังตัวเอง

 

สำหรับเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ พวกเขามักจะมองการณ์ไกล ค่อยๆก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆมั่งคั่งขึ้นอย่างมั่นคง ไม่หลงกลไปกับกระแสติดกับดับFOMO จดจ่อกับการบรรลุเป้าหมายอย่างอดทน

 

Source

 

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับโบรกเกอร์

รวมบทความที่น่าสนใจ ข้อมูล ควรรู้เกี่ยวกับโบรกเกอร์ การเทรด Forex ตัวไหนน่าเล่น คู่เงิน Forex ที่นิยมเล่น มีอะไรบ้าง เลือกอย่างไร  ให้เทรดเดอร์หมดปัญหา ตอบทุกข้อสงสัย เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ เพื่อให้เทรดเดอร์ได้เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ