Andrew J. Krieger เทรดเดอร์ Forex กำไรหมื่นล้าน ถล่มค่าเงินนิวซีแลนด์ (NZD)
Andrew J. Krieger คือหนึ่งในเทรดเดอร์สกุลเงินที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลก ด้วยการถล่มค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ในช่วง Black Monday ปี

Andrew J. Krieger คือหนึ่งในเทรดเดอร์สกุลเงินที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลก ด้วยการถล่มค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ในช่วง Black Monday ปี 1987 ทำกำไรให้กับ Bankers Trust มากกว่า $300 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกลยุทธ์การเทรดของเขา วิธีคิด และบทเรียนที่เทรดเดอร์ทุกคนควรศึกษา
สรุปสาระสำคัญ
- Andrew Krieger สร้างกำไร $300 ล้านให้ Bankers Trust จากการ short NZD ด้วยเลเวอเรจ 400:1 ในช่วง Black Monday 1987
- เขาใช้วิเคราะห์มหภาค (Macro Analysis) ผ่าน Dollar Index เพื่อหาจุดที่สกุลเงินขนาดเล็กถูกตีค่าสูงเกินจริง
- กลยุทธ์หลักของเขาคือรอจังหวะ (Timing) ที่แม่นยำ และใช้เลเวอเรจเฉพาะเมื่อมั่นใจในทิศทาง
- การบริหารความเสี่ยงของ Krieger ไม่ใช่การเสี่ยงโชค แต่เป็นการคำนวณ Risk/Reward อย่างละเอียด
- หลังออกจาก Bankers Trust เขาเข้าร่วมทีม George Soros และต่อมาตั้งบริษัทของตัวเอง Krieger & Associates
จุดเริ่มต้นของเทรดเดอร์ระดับตำนาน
Andrew J. Krieger จบการศึกษาจาก Wharton School of Business มหาวิทยาลัย Pennsylvania สาขาภาษาสันสกฤตและปรัชญา — พื้นฐานทางวิชาการที่แตกต่างจากเทรดเดอร์ทั่วไป แต่ให้พื้นฐานการคิดเชิงวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง
เขาเริ่มอาชีพการเทรดที่ Salomon Brothers ธนาคารเพื่อการลงทุนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใน Wall Street ผลงานของเขาในการเทรดสกุลเงินโดดเด่นจนทำให้ Bankers Trust ดึงตัวเขามาร่วมทีม
ในปี 1986 ฝ่ายบริหารของ Bankers Trust มอบวงเงินลงทุนให้เขาถึง $700 ล้านดอลลาร์ — ตัวเลขที่สูงกว่าวงเงินมาตรฐาน ($50 ล้าน) มากกว่า 14 เท่า ความไว้วางใจนี้มาจากผลตอบแทนที่เขาสร้างให้ธนาคารอย่างต่อเนื่อง
Black Monday 1987: วันที่ตลาดโลกพังทลาย
วันที่ 19 ตุลาคม 1987 ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดภาวะขายทิ้ง (Panic Selling) อย่างรุนแรง ดัชนี Dow Jones Industrial Average ในสหรัฐอเมริการ่วงลง 22.6% ในเวลาเพียงวันเดียว — การลดลงที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสมัยใหม่
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เกิดอาการตื่นตระหนก บางคนสูญเสียพอร์ตทั้งหมด บางคนหาที่ปลอดภัยเพื่อ "นั่งดูไฟไหม้ฟาง" แต่ Andrew Krieger มองเห็นโอกาสในภาวะวิกฤติ
Dollar Index และการวิเคราะห์มหภาค
ในช่วงนั้น ค่าเงิน USD อ่อนค่าลงจากความตื่นตระหนกในตลาดหุ้นอเมริกา นักลงทุนเริ่มย้ายเงินออกจาก USD ไปยังสกุลเงินอื่นๆ ที่ "ดูปลอดภัยกว่า" — รวมถึงสกุลเงินของประเทศขนาดเล็กอย่างนิวซีแลนด์ (NZD)

Krieger วิเคราะห์ว่า:
- NZD กำลังถูกตีราคาสูงเกินจริง (Overvalued) เพราะนักลงทุนพากันหนีเข้าสกุลเงินทางเลือก
- เศรษฐกิจนิวซีแลนด์มีขนาดเล็กมาก ไม่มีพื้นฐานเพียงพอที่จะรองรับค่าเงินที่แข็งค่าขนาดนี้
- ปริมาณเงิน NZD ที่หมุนเวียนในตลาด (Money Supply) น้อยมาก — ทำให้ตลาดเปราะบาง หากมีแรงขายขนาดใหญ่เข้ามา
การถล่ม NZD: การเทรดที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์
Krieger ตัดสินใจเปิดออร์เดอร์ Short NZD/USD ด้วยเลเวอเรจ 400:1 — ขนาดออร์เดอร์ใหญ่กว่ามูลค่าการซื้อขาย NZD ทั้งหมดในตลาดในขณะนั้น
เลเวอเรจ 400:1 หมายความว่าเขาควบคุมมูลค่าสินทรัพย์ที่มากกว่าเงินทุนจริง 400 เท่า — ความเสี่ยงสูงมาก แต่ผลตอบแทนก็สูงตาม หากราคาเคลื่อนไหวตามทิศทางที่คาดการณ์ไว้
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ค่าเงิน NZD ร่วงลง 5% เทียบกับ USD และมีความผันผวนสูงสุดถึง 10% ในระหว่างวัน
Krieger ปิดออร์เดอร์ด้วยกำไรระหว่าง $220-300 ล้านดอลลาร์ ให้กับ Bankers Trust บางแหล่งข่าวระบุว่ามูลค่าการเทรดทั้งหมดอาจสูงถึง $700 ล้าน — $1 พันล้านดอลลาร์
ผลกระทบต่อนิวซีแลนด์และอาชีพของ Krieger
การเทรดครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ ค่าเงิน NZD ร่วงลงทำให้:
- ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ต้องเข้าแทรกแซงตลาด (Currency Intervention)
- รัฐบาลนิวซีแลนด์ร้องขอให้ Bankers Trust ปลด Andrew Krieger ออก
ผลตอบแทนที่ Krieger ได้รับจากการเทรดครั้งนี้คือ $3 ล้านดอลลาร์ — เพียง 1% ของกำไรที่เขาสร้างให้ธนาคาร ($300 ล้าน) เขารู้สึกผิดหวังกับค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำเกินไป
ก้าวต่อไปหลัง Bankers Trust
ในปี 1988 Krieger ตัดสินใจลาออกจาก Bankers Trust และเข้าร่วมทีมกับ George Soros ที่ Soros Fund Management — กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่โด่งดังด้วยการเก็งกำไรสกุลเงิน
ต่อมาเขาก่อตั้งบริษัทของตัวเอง Krieger & Associates Ltd. เพื่อบริหารพอร์ตลงทุนและให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์การเทรดระดับสถาบัน
5 กลยุทธ์การเทรดของ Andrew Krieger
1. Timing คือทุกอย่าง — รู้ว่าเมื่อใดควรเข้าและออก
Krieger ไม่เทรดบ่อย แต่เมื่อเขาเทรด เขามั่นใจในจังหวะที่เลือก เขาใช้การวิเคราะห์มหภาค (Macro Analysis) ร่วมกับ Dollar Index เพื่อหาจุดที่ตลาดมี Imbalance — ความไม่สมดุลระหว่างมูลค่าจริงกับราคาตลาด
Dollar Index (DXY) คือดัชนีที่วัดค่าเงิน USD เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เช่น EUR, JPY, GBP หาก DXY อ่อนค่า แสดงว่าสกุลเงินอื่นๆ กำลังแข็งค่าขึ้น — Krieger ใช้สัญญาณนี้ในการหา Short Opportunity
2. มองการณ์ไกล — หาสินทรัพย์ที่ถูกตีราคาสูงเกินจริง
เขาเชื่อว่า NZD มีมูลค่าสูงเกินไป (Overvalued) เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ ในขณะที่เทรดเดอร์ทั่วไปมองหา "สกุลเงินที่ปลอดภัย" Krieger มองหา สกุลเงินที่กำลังจะพังทลาย
3. จิตใจที่แข็งแกร่ง — Emotional Control
การเปิดออร์เดอร์ขนาดใหญ่มากกว่ามูลค่าตลาด NZD ทั้งหมด ต้องการความกล้าและความสงบสติอารมณ์ระดับสูง เขาไม่ตื่นตระหนกเมื่อเห็นความผันผวน แต่รอให้ราคาเคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์แล้วปิดออร์เดอร์
4. การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด
แม้จะใช้เลเวอเรจสูง Krieger มี Risk Management Plan ที่ชัดเจน:
- คำนวณ Maximum Drawdown ที่ยอมรับได้
- มี Stop Loss แม้ว่าจะไม่เปิดเผยระดับราคา
- ทดสอบสมมติฐาน (Scenario Analysis) ก่อนเข้าเทรด

คำเตือน: การใช้เลเวอเรจ 400:1 ไม่เหมาะสมกับเทรดเดอร์รายย่อย Krieger ใช้เลเวอเรจสูงได้เพราะ (1) เขามีวงเงินขนาดใหญ่ (2) มีทีมวิเคราะห์สนับสนุน (3) มีประสบการณ์หลายปี สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป การใช้เลเวอเรจ 10:1 — 50:1 ถือว่าปลอดภัยกว่ามาก
5. ใช้เลเวอเรจเฉพาะเมื่อมั่นใจ
Krieger ไม่ใช้เลเวอเรจสูงทุกครั้ง — เขาใช้เฉพาะเมื่อทิศทางตลาดชัดเจน และมี Conviction (ความมั่นใจ) สูง โอกาสแบบนี้ปีหนึ่งอาจมีเพียง 2-3 ครั้ง

บทเรียนสำหรับเทรดเดอร์สมัยใหม่
1. Dollar Index เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทรงพลัง
เทรดเดอร์ Forex ควรติดตาม DXY เพื่อดูแนวโน้มใหญ่ของค่าเงิน USD หาก DXY อ่อนค่า สกุลเงินอื่นๆ มักจะแข็งค่าขึ้น — ให้โอกาสในการ Long สกุลเงินที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง หรือ Short สกุลเงินที่อ่อนแอ
2. อย่าใช้เลเวอเรจสูงโดยไม่มีแผน
Krieger ใช้เลเวอเรจ 400:1 เพราะ:
- เขาวิเคราะห์ข้อมูลมา หลายสัปดาห์
- มี Risk Management ที่ชัดเจน
- ได้รับอนุมัติจากฝ่ายบริหาร
เทรดเดอร์รายย่อยที่ใช้เลเวอเรจสูงโดยไม่มีแผน มักจะ Margin Call ภายในไม่กี่วัน
3. โอกาสใหญ่มาจากความวุ่นวาย (Crisis = Opportunity)
Black Monday ทำให้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ขาดทุน แต่ Krieger ทำกำไรมหาศาล เพราะเขา:
- ไม่ตื่นตระหนกตามกระแส
- มองหาจุดที่ตลาด Overreact
- เข้าเทรดในทิศทางตรงข้ามกับฝูงชน (Contrarian)
4. ต้องมีทุนเพียงพอ
Krieger มีวงเงิน $700 ล้านรองรับ — แม้ตลาดจะเคลื่อนไหวผิดทางชั่วคราว เขาก็ยังไม่ถูก Stop Out หากคุณมีทุนน้อย ควรลด Lot Size และเลเวอเรจลง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Andrew Krieger ทำกำไรได้เท่าไหร่จากการถล่ม NZD?
Krieger สร้างกำไรให้ Bankers Trust ระหว่าง $220-300 ล้านดอลลาร์ จากการเทรด NZD/USD ในช่วง Black Monday 1987 แต่เขาได้รับเพียง $3 ล้าน (1% ของกำไรทั้งหมด) เป็นค่าคอมมิชชั่น
ทำไม Krieger ถึงออกจาก Bankers Trust?
เขารู้สึกผิดหวังกับค่าตอบแทนที่ได้รับ (เพียง 1%) และถูกกดดันจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ให้ธนาคารปลดเขาออก เขาจึงตัดสินใจลาออกและไปร่วมงานกับ George Soros
Andrew Krieger รวยแค่ไหน?
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Krieger ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เขาเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ระดับตำนานที่มีความมั่งคั่งสูง และบริจาคเงิน 10% ของผลกำไรทุกปีให้กับมูลนิธิ Karma Foundation ที่เขาก่อตั้งกับภรรยา
หนังสือของ Andrew Krieger มีอะไรบ้าง?
Krieger เขียนหนังสือชื่อ "The Money Bazaar" ซึ่งอธิบายว่าผู้เล่นระดับสถาบันพยายามควบคุมมูลค่าสกุลเงินโลกอย่างไร และกลไกที่อยู่เบื้องหลังตลาด Forex
เทรดเดอร์รายย่อยควรใช้เลเวอเรจเท่าไหร่?
สำหรับเทรดเดอร์รายย่อย เราแนะนำให้ใช้เลเวอเรจไม่เกิน 1:30 — 1:50 และควรรักษา Risk Per Trade ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมด การใช้เลเวอเรจสูงเกิน 1:100 ต้องมีประสบการณ์และแผนบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง
มรดกของ Andrew Krieger ในโลกการเทรด
Valerie และ Andrew Krieger | ภาพโดย Democrat Photo by Ed Townsend
นอกจากความสำเร็จในอาชีพการเทรด Krieger และภรรยา Valerie ยังก่อตั้ง Karma Foundation — มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการศึกษาและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เขาบริจาค 10% ของผลกำไรทุกปีให้กับมูลนิธิ
สรุป: บทเรียนจากเทรดเดอร์ระดับตำนาน
Andrew J. Krieger พิสูจน์ให้เห็นว่าการทำกำไรจาก Forex ไม่ใช่เรื่องโชคหรือการพนัน — แต่เป็น การวิเคราะห์ การคำนวณความเสี่ยง และการบริหารจิตใจ ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
แม้เขาจะไม่รวยเท่า Warren Buffett หรือ George Soros แต่ชื่อของเขาจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ Forex ในฐานะหนึ่งในเทรดเดอร์ที่กล้าต่อต้านกระแส และสร้างกำไรมหาศาลจากความวุ่นวายของตลาด
สำหรับเทรดเดอร์สมัยใหม่ เรื่องราวของ Krieger เป็นเครื่องเตือนใจว่า:
- การเทรดที่ดีมาจากการเตรียมตัวที่ดี ไม่ใช่การเสี่ยงโชค
- Timing และ Patience สำคัญกว่าการเทรดบ่อย
- การบริหารความเสี่ยงคือพื้นฐานของความสำเร็จ — ไม่ใช่กำไรเดียว
หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรดเดอร์ระดับโลกท่านอื่นๆ สามารถติดตามบทความชุด "เทรดเดอร์ระดับตำนาน" ของเราได้ที่ Uhas.com
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


