U
UHAS
XAU/USD—0.00%

Forex โกง หรือไม่? ฟอกเงิน, ระดมทุน, แชร์ลูกโซ่

ทุกปีมีข่าวฟอเร็กซ์ถูกโกงหลายสิบคดี ตั้งแต่ชวนลงทุนแล้วเชิดเงินหนี ไปจนถึงโบรกเกอร์โนเนมปิดเว็บหายตัว แต่คำถามที่แท้จริงคือ: Forex โกง หรือเปล่า

P
Patiphan Uhas
25 มกราคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
Forex โกง หรือไม่? ฟอกเงิน, ระดมทุน, แชร์ลูกโซ่

ทุกปีมีข่าวฟอเร็กซ์ถูกโกงหลายสิบคดี ตั้งแต่ชวนลงทุนแล้วเชิดเงินหนี ไปจนถึงโบรกเกอร์โนเนมปิดเว็บหายตัว แต่คำถามที่แท้จริงคือ: Forex โกง หรือเปล่า หรือที่โกงคือคนในตลาด? บทความนี้จะชี้ชัดว่าอะไรคือความจริง อะไรคือมายาคติ และคุณจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร

สรุปสาระสำคัญ

  • ตลาด Forex เองไม่โกง — มันคือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก
  • การฉ้อโกงในตลาด Forex มาจากบุคคลและบริษัทไม่มีใบอนุญาต ไม่ใช่ตลาดเอง
  • รูปแบบโกงพบบ่อย: ชวนลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่, โบรกเกอร์ปลอม, กองทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ
  • ป้องกันตัวเอง: ตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์, ไม่หลงเชื่อผลตอบแทนการันตี, เทรดเองไม่ฝากคนอื่น
  • หน่วยงานกำกับในไทยคือ ก.ล.ต. (SEC) และธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT)

Forex คืออะไร — และทำไมคนถึงเข้าใจผิด

Forex (Foreign Exchange หรือ FX) คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ — ตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยปริมาณการซื้อขายกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน (ข้อมูล BIS 2022)

ผู้เข้าร่วมในตลาดนี้ส่วนใหญ่คือ:

  • ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ (60-70% ของปริมาณ)
  • กองทุนป้องกันความเสี่ยง (hedge funds)
  • บริษัทข้ามชาติที่ต้องแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อธุรกิจ
  • เทรดเดอร์รายย่อยผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์

เมื่อคุณเทรด EUR/USD คุณไม่ได้ "เล่นพนัน" — คุณกำลังเก็งกำไรจากความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างยูโรกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามปัจจัยเศรษฐกิจจริง เช่น ดอกเบี้ย GDP และนโยบายการเงิน

INFO

ตลาด Forex ไม่มีศูนย์กลาง — ไม่เหมือนตลาดหุ้น มันเป็น over-the-counter (OTC) market ซื้อขายผ่านเครือข่ายธนาคารทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์

ตลาดนี้ถูกกฎหมาย มีการกำกับดูแล และจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจโลก — ไม่มีการโกงในตัวตลาดเอง แต่ปัญหาคือผู้คนที่ใช้ชื่อ "Forex" เป็นเครื่องมือหลอกลวง

Forex ไม่โกง — แต่มีคนใช้ Forex โกง

ความแตกต่างสำคัญที่คุณต้องเข้าใจ:

ตลาด Forex = ถูกกฎหมาย มีการกำกับดูแล

  • มีหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินที่ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์
  • โบรกเกอร์มีใบอนุญาตต้องเก็บเงินลูกค้าแยกจากเงินบริษัท
  • มีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เช่น negative balance protection

การฉ้อโกงในชื่อ Forex = ผิดกฎหมาย ไม่มีการกำกับดูแล

  • ไม่มีใบอนุญาต หรือใช้ใบอนุญาตปลอม
  • ไม่ใช่การเทรดจริง — เป็น Ponzi scheme หรือ pyramid scheme
  • สัญญาผลตอบแทนคงที่ (เช่น "รับประกัน 10% ต่อเดือน")
  • ปิดเว็บหายตัวพร้อมเงินลูกค้า

4 รูปแบบการโกงที่พบบ่อยในตลาด Forex

1. กองทุนรวมปลอม / Pool Trading

ชวนให้ฝากเงินเข้า "กองทุน" บอกว่ามีทีมเทรดเดอร์มืออาชีพคอยทำกำไร รับประกันผลตอบแทนสูง เช่น 8-15% ต่อเดือน

NOTE

ความจริง: เงินของคุณไม่ได้ถูกนำไปเทรดจริง แต่จ่ายผลตอบแทนให้คนก่อนหน้าด้วยเงินของคนใหม่ (Ponzi scheme) สุดท้ายเงินหมดแล้วก็ปิดเว็บหนี

ตัวอย่างข่าว: 30 นักลงทุนแจ้งความ ถูกเพจฟอเร็กซ์หลอกเงินกว่า 1,000 ล้านบาท

2. โบรกเกอร์ไม่มีใบอนุญาต

เปิดเว็บออนไลน์โฆษณาเงื่อนไขดีเกินจริง เช่น:

  • โบนัสฝากเงิน 200%
  • Spread 0 pip ไม่มีค่าคอมมิชชัน
  • ถอนเงินได้ภายใน 1 ชั่วโมง

ระยะเวลาในการดำเนินการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงินที่เลือกใช้

เมื่อคุณฝากเงินและเทรดได้กำไร คุณจะถอนเงินไม่ได้ บริษัทอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น "ต้อง verify บัตรประชาชน" "ต้องเทรดครบ 100 lot ก่อน" จนสุดท้ายเว็บปิดหายไป

วิธีสังเกต:

  • ไม่มีหมายเลขใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • บริษัทจดทะเบียนในประเทศที่ไม่มีกฎหมายควบคุม (เช่น Vanuatu, SVG)
  • เว็บไซต์เพิ่งสร้างไม่ถึง 1 ปี

3. แชร์ลูกโซ่ / MLM หลอกว่าสอนเทรด

จ่ายเงินซื้อคอร์สเรียนราคาแพง (50,000-300,000 บาท) สัญญาว่าจะสอนเทรดให้รวย แล้วชวนให้หานักเรียนใหม่เพื่อรับค่าคอมมิชชันส่วนแบ่ง

NOTE

โครงสร้างรายได้หลักมาจากการขายคอร์สต่อ ไม่ใช่จากการเทรดจริง — นี่คือ pyramid scheme ที่ผิดกฎหมาย

ตัวอย่างข่าว: DSI บุกค้นบ้านนายแพทย์แม่ทีมแชร์ลูกโซ่คอร์สสัมมนา Forex

4. Signal Service / Trading Robot ปลอม

ขาย "สัญญาณเทรด" หรือ "EA (Expert Advisor)" ราคาหลักหมื่นถึงหลักแสน สัญญาว่าชนะ 90% หรือทำกำไรอัตโนมัติระหว่างนอน

ความจริง: ไม่มี EA ไหนชนะได้ 90% ยาวนาน — ตลาดมีความไม่แน่นอน ถ้าระบบดีขนาดนั้นผู้พัฒนาจะไม่ต้องขาย

ทำไมคนถึงหลงเชื่อ — จิตวิทยาของการถูกหลอก

การฉ้อโกงใน Forex สำเร็จเพราะใช้จุดอ่อนของมนุษย์:

1. ความโลภ (Greed)

  • "ลงทุน 100,000 บาท รับ 10% ต่อเดือน = 10,000 บาท/เดือนไม่ต้องทำงาน"
  • เงินเดือนคนไทยเฉลี่ย 15,000 บาท ใครไม่อยากได้เงินเพิ่ม?

2. Survivorship Bias (เห็นแต่คนรวย)

  • โฆษณาโชว์แต่ภาพรถหรู บ้านใหญ่ ชีวิตหรูหรา
  • ไม่เห็นคนที่ขาดทุนหมดตัว (ซึ่งมีมากกว่า)

3. Fear of Missing Out (FOMO)

  • "เพื่อนลงทุนได้กำไรแล้ว ถ้าไม่เข้าตอนนี้จะพลาด"
  • "เปิดรับสมาชิกแค่ 100 คนแรก"

4. Social Proof (คนอื่นทำแล้วได้ผล)

  • รีวิวปลอม ภาพหน้าจอกำไรปลอม
  • ใช้ influencer มาโปรโมต

5. Authority Bias (เชื่อคนที่ดูเหมือนผู้เชี่ยวชาญ)

  • อ้างว่าเคยทำงานธนาคาร หรือศึกษาต่อต่างประเทศ
  • ใช้คำศัพท์เทคนิคให้ดูซับซ้อน
TIP

กฎสำคัญ: ถ้าดีเกินจริง มันคือหลอกจริง — ผลตอบแทนสูงมาพร้อมความเสี่ยงสูง ไม่มีการลงทุนไร้ความเสี่ยง

วิธีตรวจสอบว่าถูกโกงหรือไม่ — 8 ข้อที่ต้องเช็ก

ก่อนฝากเงินกับใคร ตรวจสอบตามนี้:

1. มีใบอนุญาตจริงหรือไม่

โบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายต้องมี:

  • หมายเลขใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • สามารถตรวจสอบได้จากเว็บหน่วยงานจริง ไม่ใช่แค่อ้างในเว็บตัวเอง

สัญญาณเตือน:

  • บริษัทจดทะเบียนใน Vanuatu, St. Vincent and the Grenadines (SVG) — ประเทศเหล่านี้มีกฎหมายหลวมมาก
  • อ้างใบอนุญาตปลอม หรือใบอนุญาตของบริษัทอื่น

2. รับประกันผลตอบแทนหรือไม่

ถ้าใครสัญญาผลตอบแทนคงที่ (เช่น 8% ต่อเดือน, 100% ต่อปี) หนีทันที — นี่คือสัญญาณ Ponzi scheme ชัดเจน

การเทรด Forex มีความเสี่ยง เทรดเดอร์มืออาชีพเองยังขาดทุนได้ ไม่มีใครรับประกันผลตอบแทนได้

3. ใครบริหารเงิน

การเทรดที่ถูกต้อง: คุณเทรดเองผ่านบัญชีโบรกเกอร์ของคุณ คุณควบคุมเงินตัวเอง

แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน
แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน

การโกง: ฝากเงินให้คนอื่นเทรดแทน หรือโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่ใช่บัญชีบริษัท

ถ้าใครบอกว่า "ฝากเงินกับฉัน ฉันเทรดให้" — อย่าทำ คุณจะเอาเงินคืนไม่ได้

4. เว็บไซต์และบริษัทมีอายุเท่าไหร่

ตรวจสอบด้วย Whois Lookup ว่าโดเมนจดทะเบียนมานานแค่ไหน

  • โบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้มักมีอายุมากกว่า 5-10 ปี
  • ถ้าเว็บเพิ่งสร้างไม่ถึง 1 ปี แต่อ้างว่า "ทำธุรกิจมา 15 ปี" — น่าสงสัย

5. เงื่อนไขถอนเงินเป็นอย่างไร

อ่านข้อกำหนดการถอนเงิน (Withdrawal Terms):

  • ใช้เวลาถอนนานแค่ไหน (ปกติ 1-5 วันทำการ)
  • มีเงื่อนไขอะไรบ้าง (เช่น ต้องเทรดครบ 10 lot ถึงจะถอนได้)
  • มีค่าธรรมเนียมถอนเท่าไหร่

ระยะเวลาในการดำเนินการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงินที่เลือกใช้

สัญญาณเตือน:

  • ถอนเงินไม่ได้เลย หรือใช้เวลานานกว่า 30 วัน
  • เงื่อนไขถอนเงินซับซ้อนมาก เช่น "ต้องหานักลงทุนใหม่ 5 คนถึงจะถอนได้"

6. มีรีวิวจากแหล่งอื่นหรือไม่

ค้นหาชื่อบริษัท + "scam" หรือ "review" ใน Google

  • ดูรีวิวจากเว็บไซต์อิสระ เช่น Trustpilot, Forex Peace Army, Reddit
  • อย่าเชื่อรีวิวในเว็บของบริษัทเอง (สามารถปลอมได้)

คำเตือน: บางโบรกเกอร์จ้างเขียนรีวิวปลอม ต้องอ่านหลาย ๆ แหล่ง

7. ต้องเชิญชวนคนอื่นต่อหรือไม่

ถ้าโครงสร้างรายได้มาจากการเชิญชวนคนอื่น (referral commission) มากกว่าการเทรดจริง — นี่คือ pyramid scheme

การเชิญชวนที่ถูกกฎหมาย: โบรกเกอร์ให้ IB (Introducing Broker) commission จากการแนะนำลูกค้า แต่ไม่บังคับ

Pyramid scheme: บังคับต้องหานักลงทุนใหม่ถึงจะได้เงิน หรือต้องมี downline ถึงจะถอนเงินได้

8. ติดต่อได้จริงหรือไม่

ลองติดต่อ customer support:

  • มีเบอร์โทรที่โทรได้จริงหรือไม่
  • มีที่อยู่สำนักงานจริง (ไม่ใช่ PO Box)
  • ตอบกลับอีเมลภายในเวลาสมเหตุสมผล (1-2 วันทำการ)

ถ้าติดต่อไม่ได้ หรือติดต่อแล้วไม่ตอบ — ไม่น่าเชื่อถือ

จะทำอย่างไรถ้าถูกโกงแล้ว

ขั้นตอนแรก: รวบรวมหลักฐาน

เก็บทุกอย่างที่พอจะหาได้:

  • ใบเสร็จการโอนเงิน
  • Screenshot หน้าเว็บไซต์, บทสนทนา
  • เอกสารสัญญา (ถ้ามี)
  • ข้อมูลบุคคลที่ติดต่อ (ชื่อ, เบอร์โทร, Line ID)

ขั้นตอนที่สอง: แจ้งความที่สถานีตำรวจ

ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ พร้อมหลักฐานทั้งหมด

ข้อหาที่อาจใช้:

  • ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 341 ประมวลกฎหมายอาญา)
  • ยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352)
  • ฟอกเงิน (พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)

ขั้นตอนที่สาม: แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำนักงาน ป.ป.ง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

สำนักงาน ก.ล.ต. (ถ้าเกี่ยวกับการระดมทุน)

จะได้เงินคืนไหม?

ตรงไปตรงมา: โอกาสได้เงินคืนน้อยมาก — โดยเฉพาะถ้าคนร้ายโอนเงินออกนอกประเทศแล้ว

แต่การแจ้งความยังมีประโยชน์:

  • ป้องกันไม่ให้คนอื่นถูกหลอกต่อ
  • ถ้าจับได้อาจยึดทรัพย์สินเพื่อคืนให้เหยื่อบางส่วน
  • สร้างข้อมูลให้ตำรวจติดตามเครือข่ายอาชญากรรม
NOTE

ข้อควรระวัง: หลังถูกโกงแล้ว อาจมีคนโทรมาบอกว่า "ช่วยเอาเงินคืนให้ได้" แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน — นี่คือการโกงซ้ำ อย่าหลง

วิธีเทรด Forex อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย

ถ้าคุณอยากเทรด Forex จริง ๆ ทำตามนี้:

1. เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต

เลือกโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมาย มีใบอนุญาตจากหน่วยงานชั้นนำ

แนะนำสำหรับเทรดเดอร์ไทย:

  • IC Markets — เหมาะกับเทรดเดอร์มือโปร
  • Exness — บัญชี Standard ฝากขั้นต่ำ $100 ส่วน Standard Cent, Pro, Zero และ Raw Spread $1,000 (อ่านจากพื้นที่สมาชิกเมื่อ 24 ส.ค. 2026)
  • XM — มี education ดี เหมาะมือใหม่

รายละเอียดใบอนุญาตของแต่ละรายตรวจได้ที่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์นั้นโดยตรง

Exness เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลในระดับสากล โดยถือใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินที่ได้รับการยอมรับหลายแห่งทั่วโลก ใบอนุญาตเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Exness ในด้านความโปร่งใส ความปลอดภัย และการสร้างสภาพแวดล้อมการเทรดที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ ดูรายละเอียดใบอนุญาตที่เว็บไซต์ Exness

You are on the website of the IBs of Exness company. This site is not owned or operated by Exness.

2. เปิดบัญชีเดโม่ก่อน

อย่าเทรดเงินจริงทันที — ทดลองเทรดในบัญชีเดโม่ก่อนอย่างน้อย 3-6 เดือน

บัญชีเดโม่ใช้เงินเสมือนจริง แต่ราคาและเงื่อนไขเหมือนกับบัญชีจริง คุณจะได้รู้ว่า:

  • แพลตฟอร์มใช้งานอย่างไร
  • กลยุทธ์ที่คุณใช้ได้ผลจริงหรือไม่
  • จิตวิทยาของการเทรดเป็นอย่างไร

3. เริ่มต้นด้วยเงินน้อย

เมื่อเทรดจริง เริ่มด้วยเงินที่เสียแล้วไม่กระทบชีวิต — อาจจะ 1,000-5,000 บาท

ห้าม:

  • ห้ามกู้เงินมาเทรด
  • ห้ามใช้เงินค่าเล่าเรียนลูก
  • ห้ามใช้เงินก้อนสุดท้ายที่มี

4. ใช้ leverage อย่างระมัดระวัง

Leverage (เลเวอเรจ) คือการกู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อเปิดออเดอร์ใหญ่กว่าเงินทุนจริง

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

ตัวอย่าง: Leverage 1:100 หมายความว่า คุณมีเงิน $100 สามารถเทรดได้ $10,000

ข้อดี: กำไรเพิ่มมากขึ้น ข้อเสีย: ขาดทุนมากขึ้นด้วย

NOTE

คำแนะนำ: เทรดเดอร์มือใหม่ไม่ควรใช้ leverage เกิน 1:30 — leverage สูง = เสี่ยงระเบิดบัญชี (margin call)

5. มี Risk Management

กฎสำคัญ: ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ของบัญชีต่อ 1 ออเดอร์

ถ้ามีเงิน 10,000 บาท อย่าเสี่ยงเกิน 100-200 บาทต่อครั้ง

ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง — ตัดขาดทุนอัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงระดับที่ตั้งไว้

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง