Forex โกง หรือไม่? ฟอกเงิน, ระดมทุน, แชร์ลูกโซ่
ทุกปีมีข่าวฟอเร็กซ์ถูกโกงหลายสิบคดี ตั้งแต่ชวนลงทุนแล้วเชิดเงินหนี ไปจนถึงโบรกเกอร์โนเนมปิดเว็บหายตัว แต่คำถามที่แท้จริงคือ: Forex โกง หรือเปล่า

ทุกปีมีข่าวฟอเร็กซ์ถูกโกงหลายสิบคดี ตั้งแต่ชวนลงทุนแล้วเชิดเงินหนี ไปจนถึงโบรกเกอร์โนเนมปิดเว็บหายตัว แต่คำถามที่แท้จริงคือ: Forex โกง หรือเปล่า หรือที่โกงคือคนในตลาด? บทความนี้จะชี้ชัดว่าอะไรคือความจริง อะไรคือมายาคติ และคุณจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร
สรุปสาระสำคัญ
- ตลาด Forex เองไม่โกง — มันคือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก
- การฉ้อโกงในตลาด Forex มาจากบุคคลและบริษัทไม่มีใบอนุญาต ไม่ใช่ตลาดเอง
- รูปแบบโกงพบบ่อย: ชวนลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่, โบรกเกอร์ปลอม, กองทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ
- ป้องกันตัวเอง: ตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์, ไม่หลงเชื่อผลตอบแทนการันตี, เทรดเองไม่ฝากคนอื่น
- หน่วยงานกำกับในไทยคือ ก.ล.ต. (SEC) และธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT)
Forex คืออะไร — และทำไมคนถึงเข้าใจผิด
Forex (Foreign Exchange หรือ FX) คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ — ตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยปริมาณการซื้อขายกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน (ข้อมูล BIS 2022)
ผู้เข้าร่วมในตลาดนี้ส่วนใหญ่คือ:
- ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ (60-70% ของปริมาณ)
- กองทุนป้องกันความเสี่ยง (hedge funds)
- บริษัทข้ามชาติที่ต้องแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อธุรกิจ
- เทรดเดอร์รายย่อยผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์
เมื่อคุณเทรด EUR/USD คุณไม่ได้ "เล่นพนัน" — คุณกำลังเก็งกำไรจากความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างยูโรกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามปัจจัยเศรษฐกิจจริง เช่น ดอกเบี้ย GDP และนโยบายการเงิน
ตลาด Forex ไม่มีศูนย์กลาง — ไม่เหมือนตลาดหุ้น มันเป็น over-the-counter (OTC) market ซื้อขายผ่านเครือข่ายธนาคารทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
ตลาดนี้ถูกกฎหมาย มีการกำกับดูแล และจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจโลก — ไม่มีการโกงในตัวตลาดเอง แต่ปัญหาคือผู้คนที่ใช้ชื่อ "Forex" เป็นเครื่องมือหลอกลวง
Forex ไม่โกง — แต่มีคนใช้ Forex โกง
ความแตกต่างสำคัญที่คุณต้องเข้าใจ:
ตลาด Forex = ถูกกฎหมาย มีการกำกับดูแล
- มีหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินที่ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์
- โบรกเกอร์มีใบอนุญาตต้องเก็บเงินลูกค้าแยกจากเงินบริษัท
- มีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เช่น negative balance protection
การฉ้อโกงในชื่อ Forex = ผิดกฎหมาย ไม่มีการกำกับดูแล
- ไม่มีใบอนุญาต หรือใช้ใบอนุญาตปลอม
- ไม่ใช่การเทรดจริง — เป็น Ponzi scheme หรือ pyramid scheme
- สัญญาผลตอบแทนคงที่ (เช่น "รับประกัน 10% ต่อเดือน")
- ปิดเว็บหายตัวพร้อมเงินลูกค้า
4 รูปแบบการโกงที่พบบ่อยในตลาด Forex
1. กองทุนรวมปลอม / Pool Trading
ชวนให้ฝากเงินเข้า "กองทุน" บอกว่ามีทีมเทรดเดอร์มืออาชีพคอยทำกำไร รับประกันผลตอบแทนสูง เช่น 8-15% ต่อเดือน
ความจริง: เงินของคุณไม่ได้ถูกนำไปเทรดจริง แต่จ่ายผลตอบแทนให้คนก่อนหน้าด้วยเงินของคนใหม่ (Ponzi scheme) สุดท้ายเงินหมดแล้วก็ปิดเว็บหนี
ตัวอย่างข่าว: 30 นักลงทุนแจ้งความ ถูกเพจฟอเร็กซ์หลอกเงินกว่า 1,000 ล้านบาท
2. โบรกเกอร์ไม่มีใบอนุญาต
เปิดเว็บออนไลน์โฆษณาเงื่อนไขดีเกินจริง เช่น:
- โบนัสฝากเงิน 200%
- Spread 0 pip ไม่มีค่าคอมมิชชัน
- ถอนเงินได้ภายใน 1 ชั่วโมง
ระยะเวลาในการดำเนินการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงินที่เลือกใช้
เมื่อคุณฝากเงินและเทรดได้กำไร คุณจะถอนเงินไม่ได้ บริษัทอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น "ต้อง verify บัตรประชาชน" "ต้องเทรดครบ 100 lot ก่อน" จนสุดท้ายเว็บปิดหายไป
วิธีสังเกต:
- ไม่มีหมายเลขใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล
- บริษัทจดทะเบียนในประเทศที่ไม่มีกฎหมายควบคุม (เช่น Vanuatu, SVG)
- เว็บไซต์เพิ่งสร้างไม่ถึง 1 ปี
3. แชร์ลูกโซ่ / MLM หลอกว่าสอนเทรด
จ่ายเงินซื้อคอร์สเรียนราคาแพง (50,000-300,000 บาท) สัญญาว่าจะสอนเทรดให้รวย แล้วชวนให้หานักเรียนใหม่เพื่อรับค่าคอมมิชชันส่วนแบ่ง
โครงสร้างรายได้หลักมาจากการขายคอร์สต่อ ไม่ใช่จากการเทรดจริง — นี่คือ pyramid scheme ที่ผิดกฎหมาย
ตัวอย่างข่าว: DSI บุกค้นบ้านนายแพทย์แม่ทีมแชร์ลูกโซ่คอร์สสัมมนา Forex
4. Signal Service / Trading Robot ปลอม
ขาย "สัญญาณเทรด" หรือ "EA (Expert Advisor)" ราคาหลักหมื่นถึงหลักแสน สัญญาว่าชนะ 90% หรือทำกำไรอัตโนมัติระหว่างนอน
ความจริง: ไม่มี EA ไหนชนะได้ 90% ยาวนาน — ตลาดมีความไม่แน่นอน ถ้าระบบดีขนาดนั้นผู้พัฒนาจะไม่ต้องขาย
ทำไมคนถึงหลงเชื่อ — จิตวิทยาของการถูกหลอก
การฉ้อโกงใน Forex สำเร็จเพราะใช้จุดอ่อนของมนุษย์:
1. ความโลภ (Greed)
- "ลงทุน 100,000 บาท รับ 10% ต่อเดือน = 10,000 บาท/เดือนไม่ต้องทำงาน"
- เงินเดือนคนไทยเฉลี่ย 15,000 บาท ใครไม่อยากได้เงินเพิ่ม?
2. Survivorship Bias (เห็นแต่คนรวย)
- โฆษณาโชว์แต่ภาพรถหรู บ้านใหญ่ ชีวิตหรูหรา
- ไม่เห็นคนที่ขาดทุนหมดตัว (ซึ่งมีมากกว่า)
3. Fear of Missing Out (FOMO)
- "เพื่อนลงทุนได้กำไรแล้ว ถ้าไม่เข้าตอนนี้จะพลาด"
- "เปิดรับสมาชิกแค่ 100 คนแรก"
4. Social Proof (คนอื่นทำแล้วได้ผล)
- รีวิวปลอม ภาพหน้าจอกำไรปลอม
- ใช้ influencer มาโปรโมต
5. Authority Bias (เชื่อคนที่ดูเหมือนผู้เชี่ยวชาญ)
- อ้างว่าเคยทำงานธนาคาร หรือศึกษาต่อต่างประเทศ
- ใช้คำศัพท์เทคนิคให้ดูซับซ้อน
กฎสำคัญ: ถ้าดีเกินจริง มันคือหลอกจริง — ผลตอบแทนสูงมาพร้อมความเสี่ยงสูง ไม่มีการลงทุนไร้ความเสี่ยง
วิธีตรวจสอบว่าถูกโกงหรือไม่ — 8 ข้อที่ต้องเช็ก
ก่อนฝากเงินกับใคร ตรวจสอบตามนี้:
1. มีใบอนุญาตจริงหรือไม่
โบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายต้องมี:
- หมายเลขใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล
- สามารถตรวจสอบได้จากเว็บหน่วยงานจริง ไม่ใช่แค่อ้างในเว็บตัวเอง
สัญญาณเตือน:
- บริษัทจดทะเบียนใน Vanuatu, St. Vincent and the Grenadines (SVG) — ประเทศเหล่านี้มีกฎหมายหลวมมาก
- อ้างใบอนุญาตปลอม หรือใบอนุญาตของบริษัทอื่น
2. รับประกันผลตอบแทนหรือไม่
ถ้าใครสัญญาผลตอบแทนคงที่ (เช่น 8% ต่อเดือน, 100% ต่อปี) หนีทันที — นี่คือสัญญาณ Ponzi scheme ชัดเจน
การเทรด Forex มีความเสี่ยง เทรดเดอร์มืออาชีพเองยังขาดทุนได้ ไม่มีใครรับประกันผลตอบแทนได้
3. ใครบริหารเงิน
การเทรดที่ถูกต้อง: คุณเทรดเองผ่านบัญชีโบรกเกอร์ของคุณ คุณควบคุมเงินตัวเอง

การโกง: ฝากเงินให้คนอื่นเทรดแทน หรือโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่ใช่บัญชีบริษัท
ถ้าใครบอกว่า "ฝากเงินกับฉัน ฉันเทรดให้" — อย่าทำ คุณจะเอาเงินคืนไม่ได้
4. เว็บไซต์และบริษัทมีอายุเท่าไหร่
ตรวจสอบด้วย Whois Lookup ว่าโดเมนจดทะเบียนมานานแค่ไหน
- โบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้มักมีอายุมากกว่า 5-10 ปี
- ถ้าเว็บเพิ่งสร้างไม่ถึง 1 ปี แต่อ้างว่า "ทำธุรกิจมา 15 ปี" — น่าสงสัย
5. เงื่อนไขถอนเงินเป็นอย่างไร
อ่านข้อกำหนดการถอนเงิน (Withdrawal Terms):
- ใช้เวลาถอนนานแค่ไหน (ปกติ 1-5 วันทำการ)
- มีเงื่อนไขอะไรบ้าง (เช่น ต้องเทรดครบ 10 lot ถึงจะถอนได้)
- มีค่าธรรมเนียมถอนเท่าไหร่
ระยะเวลาในการดำเนินการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงินที่เลือกใช้
สัญญาณเตือน:
- ถอนเงินไม่ได้เลย หรือใช้เวลานานกว่า 30 วัน
- เงื่อนไขถอนเงินซับซ้อนมาก เช่น "ต้องหานักลงทุนใหม่ 5 คนถึงจะถอนได้"
6. มีรีวิวจากแหล่งอื่นหรือไม่
ค้นหาชื่อบริษัท + "scam" หรือ "review" ใน Google
- ดูรีวิวจากเว็บไซต์อิสระ เช่น Trustpilot, Forex Peace Army, Reddit
- อย่าเชื่อรีวิวในเว็บของบริษัทเอง (สามารถปลอมได้)
คำเตือน: บางโบรกเกอร์จ้างเขียนรีวิวปลอม ต้องอ่านหลาย ๆ แหล่ง
7. ต้องเชิญชวนคนอื่นต่อหรือไม่
ถ้าโครงสร้างรายได้มาจากการเชิญชวนคนอื่น (referral commission) มากกว่าการเทรดจริง — นี่คือ pyramid scheme
การเชิญชวนที่ถูกกฎหมาย: โบรกเกอร์ให้ IB (Introducing Broker) commission จากการแนะนำลูกค้า แต่ไม่บังคับ
Pyramid scheme: บังคับต้องหานักลงทุนใหม่ถึงจะได้เงิน หรือต้องมี downline ถึงจะถอนเงินได้
8. ติดต่อได้จริงหรือไม่
ลองติดต่อ customer support:
- มีเบอร์โทรที่โทรได้จริงหรือไม่
- มีที่อยู่สำนักงานจริง (ไม่ใช่ PO Box)
- ตอบกลับอีเมลภายในเวลาสมเหตุสมผล (1-2 วันทำการ)
ถ้าติดต่อไม่ได้ หรือติดต่อแล้วไม่ตอบ — ไม่น่าเชื่อถือ
จะทำอย่างไรถ้าถูกโกงแล้ว
ขั้นตอนแรก: รวบรวมหลักฐาน
เก็บทุกอย่างที่พอจะหาได้:
- ใบเสร็จการโอนเงิน
- Screenshot หน้าเว็บไซต์, บทสนทนา
- เอกสารสัญญา (ถ้ามี)
- ข้อมูลบุคคลที่ติดต่อ (ชื่อ, เบอร์โทร, Line ID)
ขั้นตอนที่สอง: แจ้งความที่สถานีตำรวจ
ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ พร้อมหลักฐานทั้งหมด
ข้อหาที่อาจใช้:
- ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 341 ประมวลกฎหมายอาญา)
- ยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352)
- ฟอกเงิน (พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)
ขั้นตอนที่สาม: แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงาน ป.ป.ง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)
- เว็บไซต์: https://www.amlo.go.th/
- โทร: 1710
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
- เว็บไซต์: https://www.dsi.go.th/
- โทร: 1202
สำนักงาน ก.ล.ต. (ถ้าเกี่ยวกับการระดมทุน)
- เว็บไซต์: https://www.sec.or.th/
- โทร: 1207
จะได้เงินคืนไหม?
ตรงไปตรงมา: โอกาสได้เงินคืนน้อยมาก — โดยเฉพาะถ้าคนร้ายโอนเงินออกนอกประเทศแล้ว
แต่การแจ้งความยังมีประโยชน์:
- ป้องกันไม่ให้คนอื่นถูกหลอกต่อ
- ถ้าจับได้อาจยึดทรัพย์สินเพื่อคืนให้เหยื่อบางส่วน
- สร้างข้อมูลให้ตำรวจติดตามเครือข่ายอาชญากรรม
ข้อควรระวัง: หลังถูกโกงแล้ว อาจมีคนโทรมาบอกว่า "ช่วยเอาเงินคืนให้ได้" แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน — นี่คือการโกงซ้ำ อย่าหลง
วิธีเทรด Forex อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย
ถ้าคุณอยากเทรด Forex จริง ๆ ทำตามนี้:
1. เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต
เลือกโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมาย มีใบอนุญาตจากหน่วยงานชั้นนำ
แนะนำสำหรับเทรดเดอร์ไทย:
- IC Markets — เหมาะกับเทรดเดอร์มือโปร
- Exness — บัญชี Standard ฝากขั้นต่ำ $100 ส่วน Standard Cent, Pro, Zero และ Raw Spread $1,000 (อ่านจากพื้นที่สมาชิกเมื่อ 24 ส.ค. 2026)
- XM — มี education ดี เหมาะมือใหม่
รายละเอียดใบอนุญาตของแต่ละรายตรวจได้ที่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์นั้นโดยตรง
Exness เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลในระดับสากล โดยถือใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินที่ได้รับการยอมรับหลายแห่งทั่วโลก ใบอนุญาตเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Exness ในด้านความโปร่งใส ความปลอดภัย และการสร้างสภาพแวดล้อมการเทรดที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ ดูรายละเอียดใบอนุญาตที่เว็บไซต์ Exness
You are on the website of the IBs of Exness company. This site is not owned or operated by Exness.
2. เปิดบัญชีเดโม่ก่อน
อย่าเทรดเงินจริงทันที — ทดลองเทรดในบัญชีเดโม่ก่อนอย่างน้อย 3-6 เดือน
บัญชีเดโม่ใช้เงินเสมือนจริง แต่ราคาและเงื่อนไขเหมือนกับบัญชีจริง คุณจะได้รู้ว่า:
- แพลตฟอร์มใช้งานอย่างไร
- กลยุทธ์ที่คุณใช้ได้ผลจริงหรือไม่
- จิตวิทยาของการเทรดเป็นอย่างไร
3. เริ่มต้นด้วยเงินน้อย
เมื่อเทรดจริง เริ่มด้วยเงินที่เสียแล้วไม่กระทบชีวิต — อาจจะ 1,000-5,000 บาท
ห้าม:
- ห้ามกู้เงินมาเทรด
- ห้ามใช้เงินค่าเล่าเรียนลูก
- ห้ามใช้เงินก้อนสุดท้ายที่มี
4. ใช้ leverage อย่างระมัดระวัง
Leverage (เลเวอเรจ) คือการกู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อเปิดออเดอร์ใหญ่กว่าเงินทุนจริง

ตัวอย่าง: Leverage 1:100 หมายความว่า คุณมีเงิน $100 สามารถเทรดได้ $10,000
ข้อดี: กำไรเพิ่มมากขึ้น ข้อเสีย: ขาดทุนมากขึ้นด้วย
คำแนะนำ: เทรดเดอร์มือใหม่ไม่ควรใช้ leverage เกิน 1:30 — leverage สูง = เสี่ยงระเบิดบัญชี (margin call)
5. มี Risk Management
กฎสำคัญ: ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ของบัญชีต่อ 1 ออเดอร์
ถ้ามีเงิน 10,000 บาท อย่าเสี่ยงเกิน 100-200 บาทต่อครั้ง
ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง — ตัดขาดทุนอัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงระดับที่ตั้งไว้
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


