U
UHAS
XAU/USD0.00%

ทำกำไร Forex วันละ 5% ทำได้จริงหรอ?

ทำกำไร Forex วันละ 5% ทำได้จริงหรอ? การเที่เราทุกคนเข้ามาเทรดในตลาด Forex เราต่างก็หวังอยากจทั้งนั้น เราจึงมุ่งหวังที่จะทำกำไรในตลาด Forex

P
Patiphan Uhas
3 ธันวาคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
ทำกำไร Forex วันละ 5% ทำได้จริงหรอ?

การทำกำไรในตลาด Forex วันละ 5% ฟังดูน่าสนใจและเป็นเป้าหมายที่หลายคนตั้งไว้ แต่ความจริงแล้วเป้าหมายแบบนี้สามารถทำได้จริงหรือไม่? และที่สำคัญคือมันเป็นวิธีคิดที่เหมาะสมกับการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพหรือเปล่า บทความนี้จะพาคุณไปวิเคราะห์ด้วยตัวเลขจริงและเหตุผลเชิงจิตวิทยา เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าทำไมการตั้งเป้าแบบรายวันจึงอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีที่สุด

สรุปสาระสำคัญ

  • การทำกำไร 5% ในวันเดียวเป็นไปได้ แต่การทำได้ต่อเนื่องทุกวันเป็นไปไม่ได้เพราะความผันผวนของตลาด
  • การตั้งเป้ารายวันสร้างความกดดันทางจิตใจ ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดและเข้าออเดอร์ในจังหวะที่ไม่เหมาะสม
  • หากทำกำไร 5% ได้จริงทุกวัน เงิน 100 USD จะกลายเป็น 204,800 USD ภายใน 1 ปี — ซึ่งไม่สมจริงในโลกแห่งความเป็นจริง
  • เทรดเดอร์มืออาชีพวัดความสำเร็จจากการบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทนระยะยาว ไม่ใช่กำไรรายวัน
  • การตั้งเป้าหมายแบบรายเดือนหรือรายไตรมาสช่วยลดอารมณ์ในการเทรด และทำให้มีวินัยมากขึ้น

ทำไมเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ถึงตั้งเป้ากำไรรายวัน

เมื่อเราเริ่มต้นเทรด Forex เป้าหมายหลักของทุกคนคือการทำกำไร และเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีความก้าวหน้า หลายคนจึงเลือกที่จะตั้งเป้าหมายแบบรายวัน เช่น "วันนี้ต้องได้กำไร 5%" หรือ "ต้องได้ 100 USD ต่อวัน" วิธีคิดแบบนี้ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลในช่วงแรก เพราะทำให้เรารู้สึกว่ามีทิศทางชัด

แต่ความจริงแล้ว การตั้งเป้าหมายแบบนี้มักเกิดจาก:

  • ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับธรรมชาติของตลาด — คิดว่าตลาดจะมีโอกาสทำกำไรให้เราทุกวัน
  • การเปรียบเทียบกับรายได้ประจำ — อยากให้ Forex เป็นเหมือนเงินเดือนที่มั่นคง
  • ความเชื่อจากโฆษณาหรือคอร์สขายหลักสูตร — ที่อวดว่า "ทำวันละ 5% ได้จริง" โดยไม่เปิดเผยความเสี่ยงที่แท้จริง

การตั้งเป้าหมายแบบนี้ไม่เพียงไม่สมจริง แต่ยังสร้างความเครียดและกดดันทางจิตใจที่ส่งผลเสียต่อการตัดสินใจในการเทรด

การทำกำไร 5% ต่อวันเป็นไปได้หรือไม่

คำตอบสั้นๆ คือ: ทำได้ในบางวัน แต่ไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน

ตลาด Forex มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากการลงทุนอื่นๆ คือ มีความผันผวนสูงมาก ราคาขึ้นลงตามปัจจัยมากมาย เช่น:

  • ข่าวเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ (GDP, อัตราดอกเบี้ย, ตัวเลขการจ้างงาน)
  • เหตุการณ์ทางการเมือง (การเลือกตั้ง, ความขัดแย้ง, นโยบายใหม่)
  • สภาพคล่องในช่วงเวลาต่างๆ (เช่น ตลาดเอเชียกับตลาดยุโรปมีลักษณะต่างกัน)

บางวันกราฟมีแนวโน้มชัดเจน มี momentum ที่ดี เราอาจทำกำไรได้ง่ายกว่า 5% แต่บางวัน:

  • ตลาดเคลื่อนไหวแบบ sideways ราคาไม่ไปไหน ไม่มีโอกาสเทรด
  • ตลาดผันผวนรุนแรง ราคากระโดดไปมาจนคาดการณ์ไม่ได้
  • วันที่มีข่าวใหญ่ ความเสี่ยงสูง Spread กว้าง อาจทำให้ขาดทุนรุนแรง

https://youtu.be/bRUG8IFI0kA

ในวันที่ไม่เหมาะสม การบังคับตัวเองให้เทรดเพื่อให้ได้กำไร 5% คือการเอาชีวิตเข้าเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ตัวอย่างการคำนวณความเสี่ยงจริง

สมมติว่าเรามีทุน 100 USD และตั้งเป้ากำไรวันละ 5%

กรณีที่ 1: วันที่ราบรื่น

  • เริ่มต้นด้วย 100 USD
  • กำไร 5% = 5 USD
  • ปิดวันที่ 105 USD

กรณีที่ 2: วันที่ขาดทุนก่อน แล้วพยายามไล่ตาม

  • เริ่มต้นด้วย 100 USD
  • ออเดอร์แรกขาดทุน 10% = -10 USD
  • เหลือ 90 USD
  • เพื่อให้ได้เป้า 105 USD เราต้องทำกำไร: (105 - 90) / 90 = 16.67% จากเงินที่เหลือ

เห็นไหมว่า จากเป้า 5% กลายเป็นต้องทำ 16.67% ในวันเดียวกัน — นี่คือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

การคำนวณกำไรแบบทบต้น: ตัวเลขที่ดูดีเกินจริง

หลายคนอาจคิดว่า "ถ้าทำได้ 5% ทุกวันจริงๆ เราจะรวยเร็วมาก" — มาดูตัวเลขกันจริงๆ

แผนภาพการทบต้น: เส้นโค้งของการทบกำไรเข้าเงินต้นสามเปอร์เซ็นต์ต่อเดือนที่ชันขึ้นเรื่อย ๆ เทียบกับเส้นตรงของการถอนกำไรออกทุกเดือน
แผนภาพการทบต้น: เส้นโค้งของการทบกำไรเข้าเงินต้นสามเปอร์เซ็นต์ต่อเดือนที่ชันขึ้นเรื่อย ๆ เทียบกับเส้นตรงของการถอนกำไรออกทุกเดือน

ภายใน 1 ปี (250 วันเทรด)

  • ทุนเริ่มต้น: 100 USD
  • กำไร 5% ต่อวัน แบบทบต้น: 100 × (1.05)^250
  • ผลลัพธ์: 204,842 USD
ทำกำไร Forex

ใช่แล้ว จากเงิน 100 USD จะกลายเป็นมากกว่า 200,000 USD ภายในหนึ่งปี

ภายใน 2.5 ปี (625 วันเทรด)

  • ทุนเริ่มต้น: 100 USD
  • กำไร 5% ต่อวัน แบบทบต้น: 100 × (1.05)^625
  • ผลลัพธ์: มากกว่า 53,000,000,000 USD (53 พันล้านดอลลาร์)
ทำกำไร Forex

หากเป็นไปได้จริง คุณจะร่ำรวยกว่า Warren Buffett ภายในไม่กี่ปี — แต่ความจริงคือไม่มีใครทำได้แบบนี้

NOTE

ในความเป็นจริง นักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett ทำผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว การคาดหวังว่าจะได้ผลตอบแทนถึง 5% ต่อวันจึงไม่สมจริงอย่างยิ่ง

ทำไมเป้าหมายแบบรายวันจึงเป็นอันตราย

1. สร้างความกดดันทางจิตใจ

เมื่อเราตั้งเป้าหมายรายวันไว้ จิตใจจะถูกผูกมัดกับตัวเลขนั้น หากวันใดทำไม่ได้ เราจะรู้สึก:

  • ผิดหวัง เครียด หมดกำลังใจ
  • อยากเอาคืน (Revenge Trading) — พยายามเทรดเพิ่มเพื่อชดเชยความล้มเหลว
  • ใช้อารมณ์ตัดสินใจ แทนที่จะใช้ระบบเทรด

การเทรดที่ดีต้องมาจากจิตใจที่สงบและวินัยที่ดี ไม่ใช่จากความกดดัน

2. ทำให้เทรดในจังหวะที่ไม่ดี

เพื่อให้ได้กำไรตามเป้า เทรดเดอร์อาจบังคับตัวเองให้เข้าออเดอร์ในจังหวะที่ไม่มี setup ที่ดี เช่น:

  • เทรดในช่วงที่ไม่มี volatility
  • เทรดตามความรู้สึกว่า "ต้องได้สักออเดอร์"
  • ละเลยการตั้ง stop loss เพื่อหวังว่าราคาจะกลับมา

การเทรดในสภาวะเหล่านี้มักจบลงด้วยการขาดทุน

3. ละเลยการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

เทรดเดอร์มือใหม่มักคิดว่า "ถ้าใช้ leverage สูงๆ ก็ได้กำไรเร็ว" แต่ความจริงคือ:

แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน
แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน
  • Leverage สูง = ความเสี่ยงสูง
  • การขาดทุน 10% ในวันเดียวต้องใช้กำไร 11.11% เพื่อกลับมาที่เดิม
  • การขาดทุน 50% ต้องใช้กำไร 100% เพื่อกลับมาที่เดิม
INFO

นักลงทุนมืออาชีพจะตั้งกฎว่า ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตในแต่ละออเดอร์ เพื่อให้แม้เราจะผิด 10 ครั้งติดกัน พอร์ตก็ยังเหลือมากกว่า 80%

เทรดเดอร์มืออาชีพคิดอย่างไร

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวไม่ได้วัดความสำเร็จจากกำไรรายวัน แต่วัดจาก:

1. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

  • วันที่ขาดทุน เราจะควบคุมความเสียหายได้ดีแค่ไหน
  • เราสามารถหยุดเทรดเมื่อถึงขีดจำกัดขาดทุนต่อวันได้หรือไม่
  • เราใช้ position size ที่เหมาะสมกับทุนหรือไม่

2. ความสม่ำเสมอของระบบเทรด (Consistency)

  • เรามี setup หรือ strategy ที่ชัดเจนหรือไม่
  • เรายึดติดกับ trading plan ได้หรือเปล่า
  • Win rate และ risk-to-reward ratio ของเราเป็นอย่างไร

ตัวอย่าง: เทรดเดอร์ที่มี win rate 40% แต่มี risk:reward เป็น 1:3 สามารถทำกำไรได้ในระยะยาว

3. ผลตอบแทนระยะยาว

  • เป้าหมายแบบรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี
  • ดูจาก equity curve ว่ามีแนวโน้มขึ้นอย่างสม่ำเสมอหรือไม่
  • การเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มั่นคงและยั่งยืน

https://youtu.be/HwRlH6PiQfo

วิธีตั้งเป้าหมายที่สมจริงและยั่งยืน

1. ตั้งเป้าหมายแบบเปอร์เซ็นต์ต่อเดือน

แทนที่จะตั้งเป้ารายวัน ให้ตั้งเป้าแบบรายเดือน เช่น:

  • กำไร 10-20% ต่อเดือน — ซึ่งหากทำได้จริงต่อเนื่อง ถือว่าดีเลิศแล้ว
  • ผลตอบแทน 100-150% ต่อปี — ซึ่งดีกว่ากองทุนส่วนใหญ่มาก

การตั้งเป้าแบบนี้ทำให้เรามีความยืดหยุ่น:

  • บางวันไม่ต้องเทรด ถ้าไม่มีจังหวะที่ดี
  • บางสัปดาห์อาจทำกำไรเยอะ บางสัปดาห์อาจขาดทุนเล็กน้อย
  • สิ่งสำคัญคือ ผลรวมในแต่ละเดือนเป็นบวก

2. โฟกัสที่จำนวนครั้งที่เทรดคุณภาพ

แทนที่จะนับเป็นกำไรต่อวัน ให้นับว่า:

  • เราเทรดตาม setup ที่วางแผนไว้กี่ครั้ง
  • เรายึดติดกับ stop loss และ take profit หรือไม่
  • เราปล่อยให้กำไรวิ่งได้หรือเปล่า

หากเราเทรดอย่างมีคุณภาพ กำไรจะตามมาเอง

3. ติดตามผลแบบ drawdown

Maximum Drawdown คือ การลดลงสูงสุดของพอร์ตจากจุดสูงสุด เช่น:

  • พอร์ตสูงสุดที่ 10,000 USD
  • ขาดทุนลงมาต่ำสุดที่ 8,500 USD
  • Drawdown = 15%

เทรดเดอร์มืออาชีพจะพยายามให้ maximum drawdown ไม่เกิน 20% เพื่อให้สามารถฟื้นตัวได้ง่าย

TIP

กฎง่ายๆ สำหรับมือใหม่: ถ้าขาดทุนถึง 10% ของทุนในวันนั้น ให้หยุดเทรดทันที พักผ่อน review ระบบ แล้วค่อยกลับมาเทรดในวันใหม่

ข้อควรระวังเรื่อง "คำโฆษณา" ในวงการ Forex

การเห็นโฆษณาหรือคอร์สที่อ้างว่า "ทำกำไร Forex วันละ 5%" มักเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อ:

  • ดึงดูดคนที่อยากรวยเร็ว โดยไม่เปิดเผยความเสี่ยง
  • ขายคอร์สหรือ EA (Expert Advisor) ที่อ้างว่าทำกำไรได้แน่นอน
  • สร้างภาพลักษณ์ความสำเร็จปลอม ด้วยภาพหน้าจอที่อาจถูกตัดต่อหรือเป็น demo account

ในความเป็นจริง:

  • ไม่มีใครสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน
  • กฎหมายหลายประเทศห้ามรับประกันผลตอบแทนในการเทรด เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
  • เทรดเดอร์จริงๆ จะไม่อวดตัวเลขแบบรายวัน แต่จะแสดง equity curve หรือผลตอบแทนระยะยาวแทน
NOTE

หากคุณเห็นใครอวดว่า "ทำกำไร Forex ได้แน่นอนทุกวัน" ควรสงสัยทันที และถามตัวเองว่า "ถ้าเขาทำกำไรได้จริง ทำไมต้องมาขายคอร์ส?"

เทคนิคการจัดการอารมณ์ในการเทรด

การเทรดโดยไม่มีเป้ากำไรรายวัน ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเป้าหมาย แต่หมายถึงเราต้องจัดการอารมณ์ให้ดีขึ้น

1. ยอมรับว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด

  • ไม่มีเทรดเดอร์คนไหนชนะทุกครั้ง — แม้แต่ George Soros หรือ Paul Tudor Jones
  • สิ่งสำคัญคือ win rate × risk:reward ไม่ใช่ชนะทุกออเดอร์
  • ยอมรับขาดทุนเล็กๆ ได้ เพื่อรอโอกาสทำกำไรใหญ่

2. เขียน Trading Journal

บันทึกทุกการเทรดว่า:

  • ทำไมเข้าออเดอร์นี้ (setup อะไร)
  • อารมณ์ขณะนั้นเป็นอย่างไร (กลัว, โลภ, มั่นใจ)
  • ผลลัพธ์เป็นอย่างไร (ได้กำไรหรือขาดทุน)
  • บทเรียนที่ได้คืออะไร

การทำ journal จะช่วยให้เรารู้ว่า เราทำผิดพลาดซ้ำๆ ตรงไหน และควรปรับปรุงอย่างไร

3. มี Routine ก่อนและหลังเทรด

ก่อนเทรด:

  • เช็คข่าวเศรษฐกิจสำคัญของวัน
  • ดูกราฟ timeframe ใหญ่ (Daily, H4) เพื่อดู trend
  • ตั้ง stop loss และ take profit ก่อนเข้าออเดอร์

หลังเทรด:

  • บันทึก journal
  • ไม่ดูกราฟบ่อยจนเกินไปหลังปิดออเดอร์ (เพื่อไม่ให้เกิด FOMO)
  • Review สัปดาห์ละครั้งว่าเทรดไปตามแผนหรือไม่

กรณีศึกษา: เทรดเดอร์สองคนกับเป้าหมายต่างกัน

เทรดเดอร์ A: ตั้งเป้ากำไรวันละ 5%

  • ทุน: 1,000 USD
  • เป้าหมาย: 50 USD ต่อวัน
  • พฤติกรรม: บังคับตัวเองเทรดทุกวัน แม้ว่าจะไม่มี setup ที่ดี
  • ผลลัพธ์: ในช่วง 2 สัปดาห์แรกอาจได้กำไรบ้าง แต่เมื่อเจอวันที่ขาดทุน เขาพยายามไล่ตาม ใช้ leverage สูง และท้ายที่สุดพอร์ตแตกภายใน 1 เดือน

เทรดเดอร์ B: ตั้งเป้ากำไรเดือนละ 15%

  • ทุน: 1,000 USD
  • เป้าหมาย: 150 USD ต่อเดือน
  • พฤติกรรม: รอ setup ที่ดี บางวันไม่เทรดเลย บางวันเทรดได้ 2-3 ออเดอร์คุณภาพ
  • ผลลัพธ์: ในบางเดือนได้กำไร 20% บางเดือนได้แค่ 10% แต่ในระยะเวลา 1 ปี พอร์ตเติบโตอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าผมเทรดได้กำไร 5% จริงในบางวัน ผมควรทำอย่างไร?

นั่นเป็นเรื่องดี แต่อย่าหลงคิดว่าจะทำได้ทุกวัน ให้มองว่าวันนั้นเป็นโบนัส และยังคงยึดติดกับเป้าหมายระยะยาว (เดือน/ไตรมาส) อย่าปรับเพิ่ม risk เพียงเพราะวันนั้นได้กำไรดี

กำไรเท่าไหร่ต่อเดือนถึงจะถือว่าดี?

สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป กำไร 10-20% ต่อเดือน ถือว่าดีมาก หากทำได้อย่างสม่ำเสมอ นั่นหมายถึงผลตอบแทน 100-200% ต่อปี ซึ่งดีกว่ากองทุนส่วนใหญ่

ผมควรใช้ leverage เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย?

สำหรับมือใหม่ ควรใช้ leverage ไม่เกิน 1:30 ถึง 1:50 และตั้ง position size ให้เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของทุนต่อออเดอร์ การใช้ leverage สูงเกิน 1

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง