7 นิสัยคนญี่ปุ่น ทำให้เป็น 'เศรษฐี' สำหรับคน อยากรวย
7 นิสัยคนญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณเป็น 'เศรษฐี' สำหรับคน อยากรวย ในบทความนี้เราคัด7 นิสัย เด็ดๆ ของคนญี่ปุ่น

คุณอาจคิดว่าการเป็นเศรษฐีต้องอาศัยเพียงโชคลาภหรือเงินทุนมหาศาล แต่ความจริงแล้ว "นิสัย" คือรากฐานสำคัญที่สุดของความมั่งคั่งที่ยั่งยืน บทความนี้รวบรวม 7 หลักการจากภูมิปัญญาญี่ปุ่นโบราณและสมัยใหม่—ตั้งแต่คำสอนของมิยาโมโตะ มูซาชิ ตำนานซามุไรผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ ไปจนถึงหลักคิดของ Honda Ken นักคิดและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินชาวญี่ปุ่น—ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับการเทรด การลงทุน และการสร้างความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ทันที
สรุปสาระสำคัญ
- การยอมรับข้อบกพร่องของตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างแท้จริง
- ความรู้ + ทัศนคติที่ดี = ไม่มีทางอดตาย แม้จะเริ่มต้นจากศูนย์
- การมีกลยุทธ์เฉพาะทางเพียงหนึ่งอย่างที่เชี่ยวชาญจริงดีกว่ารู้หลายอย่างแบบผิวเผิน
- เศรษฐีไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุด แต่เป็นคนที่ทำงานอย่างชาญฉลาด (Work Smart)
- การสู้เมื่อรู้ว่าจะชนะคือหลักการบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุด
ภูมิหลังที่น่าสนใจ: จากซามุไรสู่นักเทรด
มิยาโมโตะ มูซาชิ — ตำนานซามุไรผู้ไม่เคยพ่าย
มิยาโมโตะ มูซาชิ (Miyamoto Musashi) คือซามุไรในตำนานของญี่ปุ่นที่ผ่านการต่อสู้ที่เอาชีวิตเป็นเดิมพันมากกว่า 60 ครั้ง โดยไม่เคยพ่ายแพ้แม้แต่ครั้งเดียว สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นไม่ใช่แค่ฝีมือดาบ แต่คือ การวางแผน การอ่านจิตวิทยาคู่ต่อสู้ และความสามารถในการปรับตัว
ในบั้นปลายชีวิต มูซาชิได้เขียนหนังสือ "Go Rin no Sho" หรือ "คัมภีร์ 5 ห่วง" ที่อธิบายหลักการต่อสู้และการใช้ชีวิตผ่านองค์ประกอบ 5 ธาตุ:
- ดิน (Chi) — การสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ไม่มีพื้นฐานดีไม่มีทางชนะ
- น้ำ (Sui) — ความยืดหยุ่น ปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดุจน้ำไหล
- ไฟ (Ka) — การรุกและโจมตีอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นโอกาส พลิกสถานการณ์ด้วยรายละเอียดเล็กๆ
- ลม (Fu) — การศึกษาคู่ต่อสู้ รู้จักวิธีการของคนอื่นเพื่อหาจุดอ่อน
- ความว่างเปล่า (Ku) — การมองเห็นภาพรวม ปล่อยวาง และเปิดใจรับโอกาสใหม่
หลักการเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้ด้วยดาบ แต่สามารถนำมาใช้กับธุรกิจ การเทรด และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Honda Ken — นักคิดและผู้เชี่ยวชาญการเงินยุคใหม่
Honda Ken คือนักเขียน นักคิด และที่ปรึกษาด้านการเงินชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาเป็นผู้บริหารของบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่งและช่วยให้คนจำนวนมากประสบความสำเร็จในธุรกิจร่วมทุน
Honda Ken นำเอาหลักการโบราณของญี่ปุ่นมาผสมผสานกับความเป็นจริงของโลกธุรกิจสมัยใหม่ สร้างเป็นแนวคิดที่ใช้ได้จริงสำหรับการสร้างความมั่งคั่ง เมื่อนำหลักคิดของเขามารวมกับภูมิปัญญาของมูซาชิ จึงกลายเป็น 7 นิสัยของคนญี่ปุ่นที่ทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐี
คำถามที่น่าสนใจ: แล้วซามุไรยุคโบราณเกี่ยวอะไรกับการเทรดหรือการลงทุน? คำตอบอยู่ที่ว่า หลักการต่อสู้ของมูซาชิสามารถนำมาปรับใช้กับการต่อสู้ในตลาดการเงินได้อย่างตรงจุด ทั้งเรื่องการวางแผน การบริหารความเสี่ยง และการรอจังหวะที่เหมาะสม
7 นิสัยของคนญี่ปุ่นที่ทำให้คุณเป็นเศรษฐี
1. ไม่โกหกตัวเอง และตระหนักถึงข้อบกพร่องของตัวเอง
"เมื่อใดก็ตามที่คุณคิดว่าคุณฉลาดแล้ว เมื่อนั้นคือจุดที่คุณกำลังโง่อย่างที่สุด"
ความลำเอียงเข้าข้างตัวเอง (Self-Bias) คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการพัฒนา มูซาชิค้นพบว่าคู่ต่อสู้หลายคนล้มเหลวเพราะปกปิดความกลัวภายใน หรือหยิ่งผยองจนไม่พัฒนาทักษะ ในขณะที่ตัวเขาเองยอมรับว่ายังมีช่องโหว่และต้องเรียนรู้ตลอดเวลา
การรู้จัก "ข้อบกพร่อง" ของตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการเติบโต ประเด็นคือ คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นข้อบกพร่องของตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะถ้าไม่รู้ว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน ก็ไม่มีทางแก้ไขได้
สำหรับการเทรด: เทรดเดอร์หลายคนทำผิดพลาดซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว บางคนมีอีโก้สูงเกินไปจนไม่ยอมตัดขาดทุน บางคนยังกลัวลงทุนจนพลาดโอกาสดีๆ คุณต้องหาข้อบกพร่องของตัวเองให้เจอ และแก้ไขมันอย่างจริงจัง
ลองทำ "Trading Journal" บันทึกทุกครั้งที่เทรด รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น คุณจะค้นพบ Pattern พฤติกรรมที่ทำให้คุณขาดทุนซ้ำๆ
นอกจากการหาข้อบกพร่องแล้ว การ "รู้จักตัวเอง" ยังหมายถึงการรู้ทันความคิดและการกระทำของตัวเอง เพราะชีวิตของเราดำเนินไปตามสิ่งที่เราคิดและทำ
2. รู้จักตัวเองและทำในสิ่งที่ชอบ
การทำงานในสิ่งที่คุณชอบจนทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ได้คือหนทางสู่ความสำเร็จและความสุข เมื่อคุณทำสิ่งที่ชอบ คุณจะได้พลังงานมหาศาล พบเจอคนที่น่าทึ่ง และโอกาสดีๆ จะเข้ามาหาคุณอย่างไม่ขาดสาย
แต่ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก็จงรักในสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ หาข้อดีของมันให้เจอ ทำมันให้เต็มที่ด้วยความรักและความสุข ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เกิดเป็นผลงานที่มีคุณภาพ แล้วสิ่งดีๆ จะตามมาในภายหลัง
สำหรับการเทรด: ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองชอบแนวไหน (Scalping, Swing Trading, หรือ Long-term Investment) คุณจะรู้สึกมีพลังและสนุกกับการค้นหาความรู้และกลยุทธ์ใหม่ๆ การประสบความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เร็วและง่ายขึ้น
ห้ามลอกเลียนแบบคนอื่น 100% — แต่ละคนมีบุคลิกและความถนัดไม่เหมือนกัน กลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลกับคนอื่นอาจใช้ไม่ได้กับคุณ คุณต้องหาแนวทางของคุณเอง
3. มีความฝันและมุ่งมั่นลงมือทำมันเต็มที่
มูซาชิเป็นคนที่มุ่งมั่นในวิชาดาบมาก เพราะเขารู้เป้าหมายสูงสุดของตัวเอง คือการเป็น "นักดาบฝีมือเลิศ" แม้จะมีหลายสิ่งที่น่าสนใจมารบกวนใจ แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นไปยังเป้าหมายนั้นอย่างไม่หวั่นไหว
ความฝันเป็นเครื่องกระตุ้นให้เราลงมือทำสิ่งต่างๆ ให้เป็นจริง และเมื่อเรากล้าที่จะฝัน เราจะไม่ย่อท้อหรือปล่อยให้ความฝันหลุดลอยไป แต่เราจะ จดจ่อกับความฝันอย่างมีพลัง มุ่งมั่นทุ่มเททำมันให้สำเร็จ
การทำการใดต้องกล้าตัดสินใจและลงมือทำ ไม่ใช่แค่คิดว่าจะทำแล้วไม่ลงมือสักที การตัดสินใจช้าเท่ากับการตัดสินใจไปแล้วว่า "จะไม่ตัดสินใจ"
สำหรับการเทรด: ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าคุณต้องการอะไรจากการเทรด — เงิน 10,000 บาทต่อเดือน? ความเป็นอิสระทางการเงิน? หรือเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ? เมื่อมีเป้าหมายชัด คุณจะมีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
4. มีความรู้ + ทัศนคติที่ดี = ไม่มีทางอดตาย
"คนมีความรู้กับทัศนคติที่ดี ไม่มีทางอับจนหรืออดตาย"
มูซาชิใช้อาวุธหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดาบ หอก หรือมีดสั้น แต่ "อาวุธทุกชนิด" นั้นหมายรวมถึงร่างกาย มือ แขน ขา สมอง หรือแม้แต่สิ่งรอบตัวเช่นไม้พาย การไม่ยึดติดกับอาวุธเพียงชนิดเดียวคือความยืดหยุ่นที่สำคัญ
ในโลกปัจจุบัน อาวุธ = ความรู้ คุณต้องมีความรู้หลากหลายและรู้ว่าควรใช้อาวุธอะไรกับสถานการณ์ใด การมีความรู้เพียงอย่างเดียวไม่พอ คุณต้องมี ทัศนคติที่ดี ด้วย
ตัวอย่างจริง: มีเศรษฐีคนหนึ่งตั้งภาระกิจให้ตัวเองเป็นคนไร้บ้าน ไม่มีเงินสักบาทในบัญชี แต่ด้วยความรู้และทัศนคติที่ดี เขาสามารถสร้างรายได้ $1,000,000 ภายใน 1 ปี (ดูวิดีโอ) สิ่งนี้พิสูจน์ว่า ทัศนคติและความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
สำหรับการเทรด: เทรดเดอร์ที่ดีต้องมีความรู้ทั้งเรื่อง Technical Analysis, Fundamental Analysis, Risk Management และ Trading Psychology พร้อมกับทัศนคติที่ดี (ไม่โลภ ไม่กลัว ยอมรับขาดทุน) คุณจะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น
การมีความรู้ไม่ได้หมายความว่าต้องรู้ทุกอย่าง แต่หมายถึงรู้ว่า "เมื่อไหร่ควรใช้อะไร" และ "เมื่อไหร่ควรหยุด"
5. สร้างตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ หากลยุทธ์เด็ดเพียงหนึ่งเดียว
มูซาชิมีความรู้รอบด้านหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร ศิลปะ เซน วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ แต่สิ่งที่เขาให้ความสนใจที่สุดคือ ศิลปะในการต่อสู้โดยใช้ดาบ นั่นคือจุดแข็งหลักของเขา
แม้คุณจะสามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้ แต่คุณต้อง หาจุดแข็งเพียงหนึ่งอย่างให้กับตัวเองจนเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือที่เรียกว่า "กลยุทธ์ท่าไม้ตาย" ของคุณ
กลยุทธ์ไม่ใช่แค่การท่องตำรา แต่ต้องใช้เวลาฝึกฝน ทั้งทัศนคติและประสบการณ์ ขัดเกลาจนตระหนักรู้แจ้งถึงข้อเท็จจริงด้วยตัวของคุณเอง
บรู๊ซ ลี เคยกล่าวว่า:
"ผมไม่กลัวคนที่เคยฝึกเตะมา 10,000 ครั้ง แต่กลัวคนที่ฝึกเตะท่าเดิมมาแล้ว 10,000 ครั้ง"
สำหรับการเทรด: คุณต้องมีกลยุทธ์เฉพาะของตัวเอง ที่คุณฝึกฝนจนชำนาญจริง ไม่ว่าจะเป็น Price Action, Candlestick Patterns, หรือ Trend Following แค่หนึ่งกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญจริงก็เพียงพอให้คุณทำกำไรได้สม่ำเสมอแล้ว
อย่าพยายามเรียนรู้ทุก Indicator ทุกกลยุทธ์ จงเลือกเพียง 1-2 กลยุทธ์แล้วฝึกฝนจนเป็นธรรมชาติ
6. ใช้เวลาอย่างชาญฉลาดและให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
"Work Smart not Work Hard" คือการรู้ว่า:
- อะไรควรทำ และอะไรไม่ควรทำ?
- อะไรควรทำก่อน และอะไรควรทำทีหลัง?
- อะไรควรรอ และอะไรควรลงมือทำเลยตอนนี้?
เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินเป็นทองได้ คุณค่าของเวลาขึ้นอยู่กับการรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การบริหารเวลาที่ดีทำให้ชีวิตมีความสมดุลครบทุกด้าน ทั้งการงาน ครอบครัว และสังคม
ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ต้องมีการวางแผนและวางเป้าหมาย เมื่อวางเป้าแล้วคุณจะเห็นภาพว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ แต่ถ้าไม่มีเป้าหมาย คุณจะใช้เวลาเรื่อยเปื่อยไปวันๆ โดยเปล่าประโยชน์
สำหรับการเทรด: การวางแผนให้มีประสิทธิภาพและรู้จักรอโอกาสอย่างใจเย็นคือ Work Smart ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกวัน หรือใช้กลยุทธ์ซับซ้อน แค่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเข้า เมื่อไหร่ควรออก และเมื่อไหร่ควรนั่งเฉยๆ คุณก็สามารถทำกำไรได้แล้ว
ระวัง "Overtrading" — การเทรดบ่อยเกินไปโดยไม่มีแผนคือการเสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์
7. สู้เมื่อรู้ว่าจะชนะ
มูซาชิเคยกล่าวว่า "คนโง่คือคนที่พร้อมจะสู้แม้รู้ว่าตัวเองกำลังจะแพ้" แต่ถ้าเราวางแผนมาเป็นอย่างดี รู้ดีว่านัดนี้เราต้องชนะ เมื่อนั้นให้สู้อย่างเต็มที่ ลุยไปแบบไม่ยั้ง แล้วชัยชนะจะเป็นของเรา
สำหรับการเทรด: คือการรู้จักประเมินสถานการณ์ก่อนลงทุน เข้าเทรดเมื่อได้เปรียบเท่านั้น รู้จักประเมิน Risk-Reward Ratio ว่าคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าไม่คุ้มค่า ก็อย่าเข้า
เทรดเดอร์มืออาชีพไม่ได้เทรดทุกสัญญาณ แต่เลือกเฉพาะสัญญาณที่มีความน่าจะเป็นสูงเท่านั้น พวกเขารอโอกาสที่แท้จริง แล้วลงทุนอย่างมั่นใจเมื่อรู้ว่าตัวเองได้เปรียบ
หลัก Risk-Reward Ratio ที่ดีควรอยู่ที่ 1:2 ขึ้นไป หมายความว่าถ้าคุณเสี่ยง 100 บาท คุณต้องมีโอกาสได้กำไร 200 บาทขึ้นไป จึงควรเข้าเทรด
บทเรียนเสริมจาก: 6 นิสัยของเศรษฐีในหนังสือ "คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น"
นอกจาก 7 นิสัยข้างต้นแล้ว ยังมีนิสัย 6 อย่างของเศรษฐีที่คุณควรรู้:
- ทำงานเกินกว่าความคาดหวัง และจ่ายเงินเกินกว่าที่อีกฝ่ายเรียกร้อง — การให้มากกว่าที่ควรจะได้สร้างชื่อเสียงและความไว้วางใจ
- คบหากับเศรษฐี — คุณจะกลายเป็นค่าเฉลี่ยของ 5 คนที่คุณใกล้ชิดที่สุด
- ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด และทำให้ดีที่สุด — เศรษฐีไม่ยอมรับความพอใช้ได้ พวกเขาต้องการความเป็นเลิศ
- **ทำตามบทบาทและหน้าที่ พร้อม
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →