บทที่ 7 | Leverage Forex คืออะไร เลือกเท่าไหร่ดี

การเทรด Forex ให้มีกำไรไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินลงทุนอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ "อำนาจซื้อ" ที่โบรกเกอร์ให้มาอย่างไร — นั่นคือ Leverage เครื่องมือที่ช่วยให้คุณควบคุมออเดอร์ขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อย แต่พร้อมกับนั้นก็มาพร้อมความเสี่ยงที่คุณต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ ในบทความนี้ เราจะอธิบายว่า Leverage คืออะไร คำนวณอย่างไร และควรเลือกใช้เท่าไหร่จึงจะเหมาะกับพอร์ตของคุณ
สรุปสาระสำคัญ
- Leverage คือตัวคูณอำนาจซื้อ — ถ้าเลือก 1:100 หมายความว่า 1,000$ สามารถเปิดออเดอร์มูลค่า 100,000$ ได้
- Leverage สูง = กำไรเร็ว แต่ล้างพอร์ตเร็วเช่นกัน ต้องใช้คู่กับ Money Management ที่เข้มงวด
- มือใหม่ควรเริ่มจาก Leverage 1:10 ถึง 1:50 ก่อน และไม่ควรใช้เกิน 1:100 จนกว่าจะมีประสบการณ์เพียงพอ
- การเลือก Leverage ไม่ใช่การเลือก 'กำไรสูงสุด' แต่เป็นการเลือก 'ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้'
- ทุกสินทรัพย์มีขนาดสัญญา (Contract Size) ต่างกัน — ทองคำ 1 Lot = 100 ออนซ์, Forex 1 Lot = 100,000 หน่วย
Leverage Forex คืออะไร
Leverage ในภาษาไทยแปลตรงตัวว่า "คานงัด" — เหมือนเครื่องมือทางกลที่ช่วยให้คุณยกของหนักด้วยแรงเพียงเล็กน้อย ในตลาด Forex, Leverage ทำหน้าที่เดียวกัน: มันทำให้คุณสามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนจริงที่คุณมีหลายสิบเท่าถึงหลายพันเท่า
ตัวอย่างที่ 1: Leverage 1:10
- ถ้าคุณมีเงินในบัญชี 1,000.00 USD
- คุณสามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุด 10,000.00 USD
- นั่นคือ ซื้อของได้มากกว่าเงินจริง 10 เท่า
ตัวอย่างที่ 2: Leverage 1:100
- ถ้าคุณมีเงินในบัญชี 1,000.00 USD
- คุณสามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุด 100,000.00 USD
- นั่นคือ ซื้อของได้มากกว่าเงินจริง 100 เท่า
ในตลาด Forex มาตรฐานสากลกำหนดให้ 1 Lot มีมูลค่า 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน หากไม่มี Leverage คุณจะต้องใช้เงินทุนจริง 100,000.00 USD เพื่อเปิดออเดอร์ 1 Lot EURUSD แต่ด้วย Leverage 1:100 คุณใช้เพียง 1,000.00 USD ก็สามารถควบคุมออเดอร์ขนาดเดียวกันได้
Margin และ Leverage ต่างกันอย่างไร?
Margin คือเงินที่โบรกเกอร์กักไว้เพื่อค้ำประกันออเดอร์ของคุณ ส่วน Leverage คืออัตราส่วนที่บอกว่าคุณสามารถยืมเงินมาเทรดได้มากเท่าไหร่ — ถ้า Leverage 1:100 หมายความว่า Margin Requirement = 1%
ความสำคัญของ Leverage ในการเทรด Forex
การมี Leverage ทำให้ตลาด Forex เข้าถึงได้สำหรับนักเทรดทุกระดับ — ไม่ใช่แค่สถาบันการเงินหรือกองทุนขนาดใหญ่เท่านั้น นักเทรดรายย่อยที่มีเงินลงทุนเพียง 1,000.00 USD ก็สามารถเข้าร่วมตลาดมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ต่อวันได้
ทำไม Leverage จึงสำคัญ:
- เพิ่มโอกาสทำกำไร — เมื่อคู่เงินเคลื่อนไหว 100 Pips คุณจะได้กำไร 1,000.00 USD จากออเดอร์ 1 Lot (ไม่ใช่แค่ 10.00 USD จากทุนจริง)
- ใช้ทุนน้อยลง — ไม่ต้องล็อกเงินทั้งหมดไว้ในออเดอร์เดียว ทำให้บริหารพอร์ตได้คล่องตัว
- ทดสอบกลยุทธ์ได้จริง — มือใหม่สามารถเทรดขนาด Lot จริง (ไม่ใช่ Mini/Micro) แม้ทุนจำกัด
ข้อควรระวัง: Leverage เพิ่มกำไร และ ขาดทุนในอัตราเดียวกัน ถ้าคุณเปิด 1 Lot ด้วย Leverage 1:100 และราคาวิ่งผิดทาง 100 Pips คุณจะขาดทุน 1,000.00 USD ทันที — ซึ่งอาจเท่ากับเงินทุนทั้งหมดของคุณ
Leverage กับการเปิด Lot ได้สูงสุดเท่าไหร่
ตารางด้านล่างแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Leverage กับขนาด Lot สูงสุดที่คุณสามารถเปิดได้ (สมมติเงินทุน 1,000.00 USD และเทรดคู่เงินมาตรฐาน 1 Lot = 100,000.00 USD):
| Leverage | เงินทุน (USD) | Lot สูงสุด | Margin ต่อ 1 Lot (USD) |
|---|---|---|---|
| 1:10 | 1,000.00 | 0.10 | 10,000.00 |
| 1:50 | 1,000.00 | 0.50 | 2,000.00 |
| 1:100 | 1,000.00 | 1.00 | 1,000.00 |
| 1:200 | 1,000.00 | 2.00 | 500.00 |
| 1:500 | 1,000.00 | 5.00 | 200.00 |
| 1:1000 | 1,000.00 | 10.00 | 100.00 |
| 1:2000 | 1,000.00 | 20.00 | 50.00 |
สิ่งที่ต้องเข้าใจ:
- Leverage สูง ≠ ต้องเปิด Lot ใหญ่ คุณสามารถเลือก Leverage 1:500 แต่เปิดแค่ 0.01 Lot ก็ได้
- Margin สูง = ความปลอดภัยสูง ถ้าคุณใช้ Margin เพียง 10-20% ของเงินทุน คุณจะมีเงินเหลือพอที่จะรับมือกับความผันผวน
- Margin Call เกิดขึ้นเมื่อ Equity < Margin Requirement โบรกเกอร์จะบังคับปิดออเดอร์ของคุณเพื่อป้องกันหนี้ติดลบ
กฎทอง: ใช้ Leverage สูง แต่เปิด Lot เล็ก — นั่นคือวิธีที่มืออาชีพทำ พวกเขาเลือก Leverage 1:500 เพื่อให้ Margin Requirement ต่ำ แต่จริงๆ แล้วเปิดแค่ 1-2% ของพอร์ตต่อออเดอร์
Leverage คือ "ความเสี่ยง" หรือ "โอกาส"
คำตอบคือ: ทั้งสองอย่าง — ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้มันอย่างไร
ตัวอย่างการใช้ Leverage แบบมีความเสี่ยงสูง:
- นาย A มีเงิน 1,000.00 USD เลือก Leverage 1:1000
- เปิดออเดอร์เต็มสูงสุด = 10 Lot EURUSD
- ถ้าราคาวิ่งผิดทาง 10 Pips = ขาดทุน 1,000.00 USD (เจ๊งทันที)
- ถ้าราคาวิ่งถูกทาง 100 Pips = กำไร 10,000.00 USD (เพิ่มพอร์ต 10 เท่าใน 1 วัน)
ตัวอย่างการใช้ Leverage แบบมีการจัดการความเสี่ยง:
- นาย B มีเงิน 1,000.00 USD เลือก Leverage 1:100
- เปิดออเดอร์ 0.10 Lot EURUSD (ใช้ Margin เพียง 100.00 USD หรือ 10%)
- ถ้าราคาวิ่งผิดทาง 100 Pips = ขาดทุน 100.00 USD (ยังเหลือเงิน 90%)
- ถ้าราคาวิ่งถูกทาง 100 Pips = กำไร 100.00 USD (เพิ่มพอร์ต 10%)
ข้อสรุป:
- Leverage สูง + เปิด Lot เยอะ = เสี่ยงมาก กำไรมาก ล้างพอร์ตง่าย
- Leverage สูง + เปิด Lot น้อย = เสี่ยงน้อย กำไรน้อย Margin ว่างเยอะ
- Leverage ต่ำ + เปิด Lot น้อย = เสี่ยงน้อยมาก กำไรน้อยมาก เหมาะมือใหม่
กฎ "High Risk, High Return" เป็นจริง — แต่อย่าลืมว่า การเทรดที่ดีต้องคำนึงถึงการปกป้องเงินทุนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ไล่จับกำไรสูงสุด
ควรเลือก Leverage เท่าไหร่ดี
คำตอบขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย:
1. ระดับประสบการณ์
- มือใหม่ (0-6 เดือน): เลือก 1:10 ถึง 1:30 เพื่อฝึกวินัยและเรียนรู้การจัดการความเสี่ยง
- มือกลาง (6-24 เดือน): เลือก 1:50 ถึง 1:100 เมื่อมี Win Rate และ Risk/Reward ที่สม่ำเสมอ
- มืออาชีพ (2 ปีขึ้นไป): เลือก 1:100 ถึง 1:500 และใช้คู่กับ Money Management ที่เข้มงวด
2. กลยุทธ์การเทรด
- Scalping (เทรดระยะสั้น): อาจใช้ Leverage สูงถึง 1:200-1:500 เพราะเปิด-ปิดเร็ว Stop Loss แน่น
- Swing Trading (เทรดระยะกลาง): ควรใช้ 1:30-1:100 เพราะ Stop Loss กว้างกว่า ต้องรับมือความผันผวนระหว่างวัน
- Position Trading (เทรดระยะยาว): เลือก 1:10-1:50 เพราะถือออเดอร์หลายวันถึงหลายสัปดาห์
3. ขนาดเงินทุน
- ทุนน้อยกว่า 1,000 USD: อย่าเลือก Leverage เกิน 1:100 และเปิดแค่ 0.01-0.05 Lot
- ทุน 1,000-10,000 USD: เลือก 1:50-1:200 แล้วคำนวณ Risk ต่อออเดอร์ไม่เกิน 2%
- ทุนมากกว่า 10,000 USD: เลือก 1:30-1:100 เพราะมี Margin เพียงพอโดยไม่ต้องพึ่ง Leverage สูง
ข้อห้าม: อย่าเลือก Leverage 1:1000 หรือ 1:2000 หากคุณเป็นมือใหม่หรือไม่มีระบบ Money Management ที่ชัดเจน โบรกเกอร์บางแห่งเสนอ Leverage สูงเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่สถิติบอกว่า 95% ของคนที่ใช้ Leverage สูงเกินไปจะล้างพอร์ตภายใน 6 เดือน
ขนาดสัญญา (Contract Size) ของสินทรัพย์แต่ละประเภท
การเลือก Leverage ต้องเข้าใจว่า 1 Lot ของแต่ละสินทรัพย์มีมูลค่าเท่าไหร่ เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทมี Contract Size ต่างกัน
Forex (คู่เงิน)
- Contract Size: 100,000 หน่วย
- ตัวอย่าง: ถ้า EURUSD อยู่ที่ 1.12000
1 Lot = 100,000 × 1.12 = 112,000.00 USD - Leverage 1:1000: ใช้เงินเพียง 112.00 USD เพื่อเปิด 1 Lot
กรณีพิเศษ: คู่เงินที่ USD ไม่อยู่ตัวหลัง เช่น USDTHB ที่ 30.12
1 Lot = 100,000 × 30.12 = 3,012,000.00 THB
Leverage 1:1000: ใช้ 3,012.00 THB เพื่อเปิด 1 Lot
ทองคำ (XAUUSD)
- Contract Size: 100 ออนซ์
- ตัวอย่าง: ถ้าทองคำอยู่ที่ 1,800.00 USD/ออนซ์
1 Lot = 100 × 1,800 = 180,000.00 USD - Leverage 1:1000: ใช้เงินเพียง 180.00 USD เพื่อเปิด 1 Lot
น้ำมันดิบ (USOIL/UKOIL)
- Contract Size: 1,000 บาร์เรล
- ตัวอย่าง: ถ้าน้ำมันอยู่ที่ 70.00 USD/บาร์เรล
1 Lot = 1,000 × 70 = 70,000.00 USD - Leverage 1:1000: ใช้เงินเพียง 70.00 USD เพื่อเปิด 1 Lot
หุ้น (Stocks CFD)
- Contract Size: 100 หุ้น (มาตรฐาน)
- ตัวอย่าง: ถ้า Apple (AAPL) อยู่ที่ 170.00 USD
1 Lot = 100 × 170 = 17,000.00 USD - Leverage 1:1000: ใช้เงินเพียง 17.00 USD เพื่อเปิด 1 Lot
คริปโตเคอเรนซี (Crypto CFD)
- Contract Size: 1 เหรียญ (โดยทั่วไป)
- ตัวอย่าง: ถ้า Bitcoin อยู่ที่ 50,000.00 USD
1 Lot = 1 × 50,000 = 50,000.00 USD - Leverage 1:100: ใช้เงินเพียง 500.00 USD เพื่อเปิด 1 Lot
วิธีตรวจสอบ Contract Size: ในโปรแกรม MetaTrader 4/5 คลิกขวาที่คู่เงินหรือสินทรัพย์ → เลือก "Specification" → ดูที่ช่อง "Contract Size" ค่านี้บอกว่า 1 Lot เท่ากับกี่หน่วย
ตัวอย่างเปรียบเทียบ Leverage กับความเสี่ยง
มาดูกรณีศึกษา 2 คน ที่มีเงินทุนเท่ากันแต่เลือก Leverage ต่างกัน:
กรณี A: ใช้ Leverage สูงแบบไม่มีการจัดการความเสี่ยง
- เงินทุน: 1,000.00 USD
- Leverage: 1:1000
- ออเดอร์: เปิด 10 Lot EURUSD (ใช้ Margin เต็ม 100%)
- ผลลัพธ์:
- ราคาวิ่งผิดทาง 10 Pips → ขาดทุน 1,000.00 USD → ล้างพอร์ตทันที
- ราคาวิ่งถูกทาง 100 Pips → กำไร 10,000.00 USD → เพิ่มพอร์ต 1,000%
ปัญหา: ไม่มีที่ให้ผิดพลาด เพียง 10 Pips ผิดทาง = Game Over
กรณี B: ใช้ Leverage ปานกลางพร้อม Money Management
- เงินทุน: 1,000.00 USD
- Leverage: 1:100
- ออเดอร์: เปิด 0.10 Lot EURUSD (ใช้ Margin เพียง 100.00 USD หรือ 10%)
- ผลลัพธ์:
- ราคาวิ่งผิดทาง 100 Pips → ขาดทุน 100.00 USD → ยังเหลือเงิน 900.00 USD
- ราคาวิ่งถูกทาง 100 Pips → กำไร 100.00 USD → เพิ่มพอร์ต 10%
ข้อดี: มีโอกาสผิดพลาดได้หลายครั้งก่อนล้างพอร์ต สามารถเรียนรู้และปรับปรุงกลยุทธ์ได้
หลักการ 2% Rule: อย่าให้ความเสี่ยงต่อออเดอร์เดียวเกิน 2% ของเงินทุนทั้งหมด ถ้ามีเงิน 1,000.00 USD อย่าให้ขาดทุนเกิน 20.00 USD ต่อออเดอร์ — นั่นหมายความว่าต้องตั้ง Stop Loss และคำนวณ Lot Size ให้เหมาะสม
วิธีคำนวณ Margin และ Lot Size ที่เหมาะสม
สูตรพื้นฐาน:
Margin Required = (Contract Size × Lot × ราคาปัจจุบัน) / Leverage
ตัวอย่างที่ 1:
คุณมีเงิน 5,000.00 USD, เลือก Leverage 1:100, ต้องการเปิด 0.50 Lot EURUSD (ราคา 1.12000)
Margin = (100,000 × 0.50 × 1.12) / 100
Margin = 56,000 / 100
Margin = 560.00 USD
สรุป: คุณต้องใช้ Margin 560.00 USD หรือ 11.2% ของเงินทุน — อยู่ในระดับปลอดภัย
ตัวอย่างที่ 2:
คุณมีเงิน 1,000.00 USD, เลือก Leverage 1:500, ต้องการเปิด 2 Lot ทองคำ XAUUSD (ราคา 1,800.00)
Margin = (100 × 2 × 1,800) / 500
Margin = 360,000 / 500
Margin = 720.00 USD
สรุป: คุณใช้ Margin 720.00 USD หรือ 72% — ความเสี่ยงสูงเกินไป เพราะเหลือเงินว่างเพียง 280.00 USD ไม่พอรับมือความผันผวน
วิธีคำนวณ Lot Size ที่ปลอดภัย:
- กำหนดความเสี่ยงต่อออเดอร์ เช่น 2% ของเงินทุน
- กำหนด Stop Loss เป็น Pips เช่น 50 Pips
- คำนวณ:
Risk Amount = เงินทุน × % ความเสี่ยง
Lot Size = Risk Amount / (Stop Loss Pips × มูลค่าต่อ Pip)
ตัวอย่าง: เงินทุน 1,000.00 USD, Risk 2% (20.00 USD), Stop Loss 50 Pips, EURUSD (1 Pip = 10 USD สำหรับ 1 Lot)
Lot Size = 20 / (50 × 10)
Lot Size = 20 / 500
Lot Size = 0.04 Lot
สรุป: ควรเปิดไม่เกิน 0.04 Lot เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ที่ 2% ของพอร์ต
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Leverage
- เข้าใจผิดว่า Leverage สูง = กำไรมากเสมอ
ความจริง: Leverage เป็นเพียงเครื่องมือ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์และการจัดการความเสี
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patihan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →