FTMO คืออะไร FTMO สมัครอย่างไร
FTMO คืออะไร FTMO สมัครอย่างไร FTMO Challange คืออะไร ทำไมเหล่าเทรดเดอร์ถึงต้องให้ความสำคัญกับการสอบ FTMO มีวิธีการเตรียมตัวสอบยังไง เรามีคำตอบ

FTMO เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มจัดสรรเงินทุนสำหรับเทรดเดอร์ (Prop Trading Firm) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน หากคุณมีทักษะการเทรดที่ดีแต่ขาดเงินทุนในการเริ่มต้น FTMO อาจเป็นช่องทางที่ช่วยให้คุณเทรดด้วยเงินทุนสูงถึง 200,000 USD โดยไม่ต้องเสี่ยงเงินตัวเอง บทความนี้จะอธิบายว่า FTMO คืออะไร กระบวนการสมัครและสอบเป็นอย่างไร รวมถึงค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้
สรุปสาระสำคัญ
- FTMO คือแพลตฟอร์มที่ให้เงินทุนแก่เทรดเดอร์ที่ผ่านการประเมินความสามารถ โดยแบ่งกำไร 70-90% ให้เทรดเดอร์
- กระบวนการสอบมี 2 ขั้นตอน: Challenge (ทำกำไร 10% ใน 30 วัน) และ Verification (ทำกำไร 5% ใน 60 วัน)
- ค่าสมัครสอบเริ่มต้นที่ 155 EUR สำหรับบัญชี 10,000 USD และเพิ่มขึ้นตามขนาดบัญชีที่เลือก
- เทรดเดอร์ต้องปฏิบัติตามกฎเข้มงวด เช่น ขาดทุนสูงสุดไม่เกิน 10% ของบัญชี และขาดทุนรายวันไม่เกิน 5%
- เมื่อผ่านการประเมินแล้ว คุณจะได้รับเงินคืนค่าสมัครและสามารถถอนกำไรได้ทุกเดือน
FTMO คืออะไร และทำงานอย่างไร
FTMO เป็น Proprietary Trading Firm หรือบริษัทเทรดด้วยเงินทุนของตัวเองที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศสาธารณรัฐเช็ก บริษัทนี้มีแนวคิดที่ว่า เทรดเดอร์ที่มีความสามารถหลายคนไม่สามารถเริ่มต้นได้เพราะขาดเงินทุน ดังนั้น FTMO จึงสร้างระบบประเมินความสามารถผ่านกระบวนการสอบที่เรียกว่า "FTMO Challenge"
เมื่อเทรดเดอร์ผ่านการประเมิน พวกเขาจะได้รับเงินทุนจาก FTMO ตั้งแต่ 10,000 USD ไปจนถึง 200,000 USD เพื่อนำไปเทรดตามกลยุทธ์ของตนเอง โดยกำไรที่ทำได้จะถูกแบ่งระหว่างเทรดเดอร์และบริษัท โดยทั่วไปเทรดเดอร์จะได้รับ 70-80% ของกำไร (และอาจสูงถึง 90% สำหรับเทรดเดอร์ที่มีผลงานดีเยี่ยม)
สิ่งที่ทำให้ FTMO แตกต่างจากการเทรดด้วยเงินตัวเอง คือ คุณไม่ต้องเสี่ยงเงินทุนของตัวเอง — คุณเพียงแค่เสียค่าสมัครสอบเท่านั้น และหากผ่านการประเมิน ค่าสมัครนี้จะถูกคืนให้ในการถอนกำไรครั้งแรก
ขั้นตอนการสมัครและสอบ FTMO
กระบวนการของ FTMO แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ซึ่งแต่ละขั้นมีเงื่อนไขที่เทรดเดอร์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ขั้นที่ 1: FTMO Challenge
นี่คือขั้นตอนแรกของการประเมิน ซึ่งเทรดเดอร์จะได้รับบัญชี demo เพื่อทดสอบความสามารถ เงื่อนไขหลักมีดังนี้:
- เป้าหมาย: ทำกำไร 10% ของเงินทุนเริ่มต้น
- ระยะเวลา: 30 วันเทรด (ไม่ใช่วันปฏิทิน)
- Maximum Daily Loss: ห้ามขาดทุนเกิน 5% ของยอดเริ่มต้นในวันใดวันหนึ่ง
- Maximum Loss: ห้ามขาดทุนสะสมเกิน 10% ของยอดเริ่มต้นตลอดระยะเวลาการทดสอบ
- Minimum Trading Days: ต้องเทรดอย่างน้อย 4 วัน
ตัวอย่าง: หากคุณเลือกบัญชี 100,000 USD คุณต้องทำกำไร 10,000 USD ภายใน 30 วันเทรด โดยห้ามขาดทุนเกิน 5,000 USD ในวันใดวันหนึ่ง และห้ามขาดทุนสะสมเกิน 10,000 USD
ขั้นที่ 2: Verification
เมื่อผ่าน Challenge แล้ว คุณจะเข้าสู่ขั้น Verification ซึ่งเป็นการยืนยันว่าผลงานของคุณไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เงื่อนไขมีดังนี้:
- เป้าหมาย: ทำกำไร 5% ของเงินทุนเริ่มต้น
- ระยะเวลา: 60 วันเทรด
- Maximum Daily Loss: เหมือนขั้น Challenge (5%)
- Maximum Loss: เหมือนขั้น Challenge (10%)
- Minimum Trading Days: ต้องเทรดอย่างน้อย 4 วัน
ขั้นตอนนี้ง่ายกว่าเพราะเป้ากำไรต่ำกว่า แต่คุณยังต้องรักษาวินัยในการบริหารความเสี่ยงเหมือนเดิม
ขั้นที่ 3: FTMO Funded Account
เมื่อผ่านทั้ง 2 ขั้นตอน คุณจะได้รับบัญชีจริงที่ FTMO จัดสรรเงินทุนให้ เงื่อนไขการเทรดมีดังนี้:
- สัดส่วนแบ่งกำไร: คุณได้รับ 70-80% ของกำไร (90% สำหรับ Scaling Plan)
- การถอนเงิน: สามารถถอนกำไรได้ทุกเดือน โดยการถอนครั้งแรกจะรวมเงินคืนค่าสมัครด้วย
- Scaling Plan: ถ้าทำกำไรได้ต่อเนื่อง FTMO จะเพิ่มเงินทุนให้สูงสุดถึง 2,000,000 USD
FTMO จะคืนค่าสมัครสอบให้เมื่อคุณถอนกำไรครั้งแรกจากบัญชีจริง นั่นหมายความว่าหากคุณสอบผ่านและทำกำไรได้ ค่าสมัครถือเป็นเงินลงทุนที่คุ้มค่า
ค่าใช้จ่ายและประเภทบัญชี FTMO
FTMO มีให้เลือกหลายประเภทบัญชี ขึ้นอยู่กับขนาดเงินทุนที่คุณต้องการเทรดและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ค่าสมัครสอบจะแตกต่างกันตามตัวเลือกเหล่านี้
ตารางค่าสมัครสอบ (Normal Risk)
| ขนาดบัญชี | ค่าสมัครสอบ | กำไรเป้าหมาย (Challenge) | กำไรเป้าหมาย (Verification) |
|---|---|---|---|
| 10,000 USD | 155 EUR (~5,500 THB) | 1,000 USD | 500 USD |
| 25,000 USD | 250 EUR (~8,800 THB) | 2,500 USD | 1,250 USD |
| 50,000 USD | 345 EUR (~12,200 THB) | 5,000 USD | 2,500 USD |
| 100,000 USD | 540 EUR (~19,000 THB) | 10,000 USD | 5,000 USD |
| 200,000 USD | 1,080 EUR (~38,000 THB) | 20,000 USD | 10,000 USD |
ความแตกต่างระหว่าง Normal และ Aggressive
FTMO เสนอ 2 โปรแกรม:
Normal Risk:
- Maximum Daily Loss: 5%
- Maximum Loss: 10%
- ค่าสมัครถูกกว่า
- เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบบริหารความเสี่ยงแบบระมัดระวัง
Aggressive:
- Maximum Daily Loss: 5%
- Maximum Loss: 20%
- ค่าสมัครแพงกว่าประมาณ 20-30%
- เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Drawdown สูง
แม้โปรแกรม Aggressive จะให้พื้นที่ขาดทุนมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรเทรดแบบเสี่ยงมากขึ้น — การบริหารความเสี่ยงที่ดียังคงเป็นกุญแจสำคัญในการผ่านการประเมิน
กฎและเงื่อนไขสำคัญของ FTMO ที่ต้องรู้
การเทรดกับ FTMO ไม่ใช่การเทรดอิสระทั้งหมด — มีกฎบางข้อที่คุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นบัญชีอาจถูกระงับ
กฎหลักที่สำคัญ
-
ห้ามเทรดก่อนข่าวเศรษฐกิจสำคัญ: ห้ามเปิดออเดอร์ 2 นาทีก่อนและ 2 นาทีหลังข่าว High Impact (เช่น NFP, FOMC) หากมีออเดอร์ค้างอยู่ต้องอยู่ห่างจากราคาปัจจุบันอย่างน้อย 20 pips
-
Minimum Trading Days: ต้องเทรดอย่างน้อย 4 วันในแต่ละขั้นตอน ไม่สามารถทำกำไรครบแล้วปิดบัญชีทันทีได้
-
Maximum Daily Loss: คำนวณจากยอดเงินสูงสุดในวันนั้น (Balance หรือ Equity แล้วแต่ตัวไหนสูงกว่า) ตัวอย่าง: ถ้าเริ่มต้นวันด้วย 100,000 USD และทำกำไรไป 3,000 USD ยอดสูงสุดจะเป็น 103,000 USD — คุณห้ามขาดทุนเกิน 5% ของ 103,000 = 5,150 USD ในวันนั้น
-
Maximum Loss: คำนวณจากยอดเริ่มต้นของบัญชี ไม่ว่าคุณจะทำกำไรมาเท่าใด ขีดจำกัดขาดทุนยังคงเท่าเดิม
-
ห้ามใช้ EA หรือ Expert Advisor บางประเภท: FTMO อนุญาตให้ใช้ EA แต่ห้าม Arbitrage, High-Frequency Trading, และกลยุทธ์ที่อาศัยช่องโหว่ของระบบ
-
เงินทุนสะสมไม่เกิน 300,000 USD: หากคุณมีหลายบัญชี เงินทุนรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 300,000 USD (ยกเว้นในบางกรณีที่ได้รับอนุมัติพิเศษ)
เคล็ดลับการผ่านการประเมิน
-
เทรดให้ผ่านออเดอร์แรก: ผลการเทรดในช่วงแรกมีผลต่อจิตใจมาก หากขาดทุนตั้งแต่ออเดอร์แรกจะทำให้รู้สึกกดดัน ควรรอจังหวะที่มั่นใจจริงๆ ก่อนเปิดออเดอร์
-
ไม่ต้องรีบทำกำไรให้ครบทันที: คุณมี 30 วันเทรด ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกวัน จงเลือกโอกาสที่ดีที่สุด
-
รักษาวินัยในการตัด Loss: ถ้าออเดอร์ไม่เป็นไปตามแผน ตัด Loss ทันที อย่าปล่อยให้ขาดทุนลุกลามจนถึงขีด Daily Loss
-
จดบันทึกทุก Trade: ช่วยให้คุณวิเคราะห์ว่ากลยุทธ์ใดได้ผลและควรปรับปรุงอะไร
-
อย่าเทรดแบบ Revenge Trading: หากขาดทุนในวันหนึ่ง อย่ารีบเทรดเพิ่มเพื่อคืนทุน — นี่คือกับดักที่ทำให้หลายคนสอบตก
ข้อดีและข้อเสียของ FTMO
ข้อดี
-
ไม่ต้องเสี่ยงเงินทุนตัวเอง: คุณเพียงเสียค่าสมัครสอบ (และได้คืนเมื่อผ่าน) ไม่ต้องใช้เงินออมหรือกู้ยืมมาเทรด
-
สัดส่วนแบ่งกำไรสูง: 70-90% เป็นอัตราที่ดีมากเมื่อเทียบกับการทำงานให้บริษัทเทรดทั่วไป
-
โอกาสเพิ่มเงินทุน: ผ่าน Scaling Plan คุณสามารถเพิ่มเงินทุนจาก 10,000 USD เป็น 2,000,000 USD ได้
-
ถอนกำไรได้ทุกเดือน: ถอนได้เดือนละครั้งตามรอบของโปรแกรม
-
ระบบสนับสนุนและการศึกษา: FTMO มี webinar, performance coach, และ trading journal เพื่อช่วยพัฒนาทักษะ
ข้อเสีย
-
กฎเข้มงวด: หากฝ่าฝืนกฎ (เช่น เทรดก่อนข่าว) บัญชีอาจถูกระงับทันทีโดยไม่มีการคืนเงิน
-
ค่าสมัครสูง: สำหรับบัญชีขนาดใหญ่ (เช่น 200,000 USD) ค่าสมัครอยู่ที่ 38,000 บาท ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อยสำหรับหลายคน
-
ความกดดัน: การมีเป้าหมายกำไรและขีดจำกัดขาดทุนอาจทำให้เทรดเดอร์บางคนรู้สึกกดดันและเทรดผิดปกติ
-
ไม่รับประกันว่าจะผ่าน: สถิติของ FTMO บอกว่ามีเทรดเดอร์ประมาณ 10-15% เท่านั้นที่ผ่านการประเมินทั้ง 2 ขั้น
FTMO เหมาะกับเทรดเดอร์แบบไหน
ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการสอบ FTMO — ต่อไปนี้คือลักษณะของเทรดเดอร์ที่มีโอกาสสูงในการผ่านการประเมิน:
เหมาะสำหรับ:
- เทรดเดอร์ที่มีกลยุทธ์ชัดเจนและผลงานสม่ำเสมออย่างน้อย 6 เดือน
- ผู้ที่มีวินัยในการตัด Loss และไม่ใช้ Leverage สูงเกินไป
- คนที่ต้องการเงินทุนมากกว่าที่มีอยู่ แต่ไม่อยากกู้ยืมหรือเสี่ยงเงินออม
- เทรดเดอร์ที่สามารถรับมือกับความกดดันและมีสุขภาพจิตดี
ไม่เหมาะสำหรับ:
- มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเทรดไม่ถึง 3 เดือน
- คนที่ยังไม่มีกลยุทธ์ชัดเจนหรือเทรดแบบสุ่ม
- เทรดเดอร์ที่ชอบใช้ Leverage สูงมาก (1:500 ขึ้นไป) — FTMO จำกัด Leverage ไว้ที่ 1:100
- ผู้ที่ไม่สามารถยอมรับความล้มเหลวได้ — การสอบตกเป็นเรื่องปกติและเป็นประสบการณ์การเรียนรู้
ก่อนจ่ายเงินสมัครสอบจริง ลองใช้ FTMO Free Trial Account ก่อน เพื่อทดสอบว่ากลยุทธ์ของคุณสามารถทำตามเงื่อนไขได้หรือไม่ นี่จะช่วยประหยัดเงินและเพิ่มโอกาสผ่านได้มาก
ทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก FTMO
ถ้าคุณพบว่า FTMO ไม่เหมาะกับคุณ ยังมี Prop Firm อื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น:
- The5ers: ไม่มีเป้ากำไรที่ตายตัว แต่ต้องทำผลงานได้สม่ำเสมอ
- MyForexFunds: กระบวนการประเมินยืดหยุ่นกว่า มีโปรแกรม Rapid ที่ผ่านได้เร็วกว่า
- FundedNext: สัดส่วนแบ่งกำไรสูงถึง 90% ตั้งแต่เริ่มต้น
- Fidelcrest: มีทั้งโปรแกรม Demo Challenge และ Instant Funding
แต่ละ Prop Firm มีเงื่อนไข กฎ และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ควรศึกษาและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
FTMO คืออะไร และทำกำไรได้จริงหรือไม่?
FTMO คือแพลตฟอร์มจัดสรรเงินทุนที่ให้เทรดเดอร์ที่ผ่านการประเมินสามารถเทรดด้วยเงินของบริษัท โดยแบ่งกำไร 70-90% ให้เทรดเดอร์ ระบบนี้ถูกต้องตามกฎหมายและมีเทรดเดอร์หลายพันคนทั่วโลกที่ถอนกำไรจาก FTMO ได้จริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับทักษะและวินัยของแต่ละคน
ค่าสมัคร FTMO เท่าไหร่ และได้คืนหรือไม่?
ค่าสมัครขึ้นอยู่กับขนาดบัญชี เริ่มต้นที่ 155 EUR (~5,500 บาท) สำหรับบัญชี 10,000 USD ไปจนถึง 1,080 EUR (~38,000 บาท) สำหรับบัญชี 200,000 USD เมื่อคุณผ่านการประเมินและถอนกำไรครั้งแรก FTMO จะคืนค่าสมัครให้ทั้งหมด
สอบ FTMO ยากแค่ไหน และมีใครผ่านบ้าง?
สถิติแสดงว่ามีเทรดเดอร์ประมาณ 10-15% ที่ผ่านทั้ง 2 ขั้นตอน ความยากอยู่ที่การรักษาวินัยและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดมากกว่าการทำกำไร เทรดเดอร์ที่มีกลยุทธ์ชัดเจนและประสบการณ์อย่างน้อย 6-12 เดือนมีโอกาสผ่านสูงกว่ามือใหม่มาก
FTMO ถอนเงินได้จริงหรือไม่ ใช้เวลานานแค่ไหน?
ถอนได้จริงและมีเทรดเดอร์จำนวนมากที่โพสต์หลักฐานการถอนเงินออนไลน์ คุณสามารถขอถอนเงินได้ทุกเดือน โดยปกติ FTMO จะโอนเงินภายใน 1-2 วันทำการหลังจากอนุมัติคำขอ วิธีการโอนรองรับหลายช่องทาง เช่น Bank Wire, Skrill, Crypto
มีทางลัดหรือเทคนิคพิเศษในการผ่านสอบ FTMO หรือไม่?
ไม่มีทางลัด — สิ่งสำคัญคือวินัย การบริหารความเสี่ยง และความอดทน อย่างไรก็ตาม มีเทคนิคที่ช่วยเพิ่มโอกาส เช่น ใช้ FTMO Free Trial ทดสอบกลยุทธ์ก่อน ไม่เทรดในวันที่มีข่าวสำคัญ เทรดในช่วง Session ที่คุณถนัดที่สุด และตัด Loss อย่างรวดเร็วเมื่อราคาไม่เป็นไปตามแผน
FTMO
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →