เทรดด้วย EMA

เคล็ดลับ การเทรดด้วย Moving Average เทรดด้วย EMA

exness

เคล็ดลับ การเทรดด้วย Moving Average เทรดด้วย EMA ให้ได้กำไร โดยเนื้อหานี้ได้มาจากช่อง Rayner Teo เทรดเดอร์ผู้โด่งดัง ที่มีผู้ติดตามในช่อง Youtube กว่า 1.55 ล้านคน

 

เคล็ดลับ การเทรดด้วย Moving Average เทรดด้วย EMA

 

ผมจะบอกว่าในช่วงแรกๆ ที่ผมเทรด ผมเป็นเหมือนวิญญาณเร่ร่อนที่หลงทางอยู่ ล่องลอยอยู่ตามฟอรั่มการซื้อขาย บล็อก และเว็ปไซต์ต่างๆ พยายามเรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อขาย

 

ดังนั้นโดยธรรมชาติปกติโดยทั่วไปแล้ว หนึ่งใน Indicators ที่ผมค้นพบแรกๆ คือเส้น Moving average

 

 เทรดด้วย EMA

สัญญาณซื้อ : เกิดขึ้นเมื่อราคาตัดเส้นค่าเฉลี่ยนคลื่อนที่ของตัวมันเอง จากด้านล่างขึ้นด้านบน

สัญญาณขาย : เกิดขึ้นเมื่อราคาตัดเส้นค่าเฉลี่ยนเคลื่อนที่ของตัวมันเอง จากด้านบนลงล่าง

 

ผมได้ลองทำตามนั้นแล้ว แต่ก็ขาดทุนย่อยยับ หาความสำเร็จไม่ได้ และตอนนั้นผมก็ได้ข้อสรุปเลยว่า การใช้ MA สำหรับผมมันได้ผลเลย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

 

แต่2-3 ปี หลังจากนั้น ผมได้เรียนรู้มากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น และก็ได้ค้นพบว่า MA ไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่ผมเคยคิดตอนนั้นผมอาจจะไร้เดียงสาเกินไป

 

ผมอยากจะอธิบายให้ถูกต้อง สมมุติว่าพยายามจัดการแข่งขันรถให้กับ Ferrari และ Toyota

 

ซึ่งแน่นนอนอยู่แล้วที่ Ferrari จะต้องชนะ Toyota  เพราะว่าด้วยความแรงม้าของเครื่องยนต์ที่ ccใหญ่กว่า

 

แต่คุณจะบอกว่า  Toyota Vios เป็นรถที่ไร้ค่าก็ไม่ได้ เพราะว่าอย่างน้อยมันก็สามารถบรรจุคนได้เยอะกว่าเป็นเหมือนรถครอบครัว อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันและมีราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย

 

ประเด็นที่ผมจะพูดคือถึงแม้ว่า Toyota ไม่สามารถเอาชนะ Ferrari ได้โดยตรง แต่มันก็ยังมีข้อดีอื่นๆ  สรุปได้ว่ไม่ว่าจะเป็น  Ferrari หรือ Toyota  ก็มีข้อดีแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่ที่ว่าตรงไหนจะตอบโจทย์ผู้ใช้มากกว่ากัน

 

Toyota = Moving Average (รถ Toyota ก็เหมือนกับ Moving Average)

 

และในวันนี้ผมจะเอาความลับการซื้อขายที่ผมได้เรียนรู้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาแนะนำให้กับทุกคน ผมจะมาบอกว่าช่วงเวลาไหนดีต่อการเข้าซื้อ ให้เทรดตามเส้นทางที่มีแนวต้านน้อยที่สุด เพื่อให้เราสามารถเพิ่มความน่าจะเป็นของการซื้อขายที่ประสบความสำเร็จได้ และคุณสามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ยนเคลื่อนที่ (Moving Average)เพื่อปรับแนวโน้มของตลาดได้

 

เวลาที่เราเปิดกราฟขึ้นมา เราจะไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าและตอบฟันธงได้ทันทีว่าหุ้นนี้จะขึ้นต่อ หรือลงต่อ แนวโน้มเป็นอย่างไร ?

 

นี่คือคำตอบที่เส้นค่าเฉลี่ยช่วยได้ สภาวะไร้แนวโน้ม ที่เรียกว่า Sideway ราคาจะวิ่งออกด้านข้าง จุดสังเกตเส้นค่าเฉลี่ยจะวิ่งเป็นแนวนอน ส่วนในสภาวะที่มีแนวโน้มเกิดขึ้น เส้นค่าเฉลี่ยจะเคลื่อนที่ด้วยความชัน ยิ่งแนวโน้มชัดเจนเท่าไร องศาก็จะชันมากขึ้น!!

 

ใช้ Moving Average ทำอะไรได้บ้าง

  1. ใช้ Moving Average สำหรับดูแนวโน้มดูแนวโน้มของราคา
  2. ใช้ Moving Average หาแนวโน้มที่แข็งแรง
  3. ใช้ Moving Average สำหรับดูแนวรับแนวต้าน

 

ใช้ Moving Average สำหรับดูแนวโน้มดูแนวโน้มของราคา

หลักการทำงานของ Moving Average  คือการนำราคาที่มีความผันผวนของแต่ล่ะวัน มาหาค่าเฉลี่ยให้มัน Smooth มากขึ้น โดยจะแสดงเป็นเส้นเรียบ (Smooth) ในกราฟเพื่อให้ดูง่ายและสะดวกต่อการใช้บอกแนวโน้ม (Trend) ของตลาดที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร เพื่อใช้เป็นแนวทาง(คาดการณ์) แนวโน้มในอนาคตว่าควรจะไปทางไหน

 

ยกตัวอย่าง

การคำนวณค่าเฉลี่ย เช่น หากช่วงเวลาที่ตั้งไว้คือ5 ค่าปัจจุบันจะระบุค่าเฉลี่ยสำหรับ 5 ช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

1, 2, 3, 4, 5

 

สมมุติว่า ราคาบนชาร์ตของคุณคือ $1 $2 $3 $4 $5 ดังนั้น สิ่งที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ห้าช่วงเวลา

 

SMA (5) = ($1+ $2+ $3+$4+$5) / 5 = $3

 

ดังนั้น ราคาปัจจุบันคือ $3

 

ใช้ Moving Average หาแนวโน้มที่แข็งแรง

Relative strength คือการหาตลาดที่แข็งแกร่ง

 

ยกตัวอย่าง

US dollar / Singapore dollar (USD/SGD)

 

จะเห็นได้ว่าตอนนี้ราคา อยู่ต่ำกว่า EMA50

 

มาเปรียบเทียบกันกับ US dollar / Chinese Yuan (USD/CNY)

 

ถ้าดูผิวเผินจะคล้ายกับ US dollar / Singapore dollar (USD/SGD) แต่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นได้ว่า ราคา US dollar / Chinese Yuan (USD/CNY) อยู่เหนือกว่า EMA50

 

ดังนั้นสัญญานที่แข็งแกร่งกว่า (Relative strength) คือ US dollar / Chinese Yuan (USD/CNY)

 

แต่ในกรณี ถ้าสัญญานอยู่เหนือค่า EMA50 ทั้งสองจะทำอย่างไรดี?

  • Australia dollar / Japanese yen (AUD/JPY)

 

  • New Zealand dollar / Japanese yen (NZD/JPY)

 

ในกรณีนี้ให้ดูที่ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นราคากับเส้น MA

 

จะเห็นได้ว่า New Zealand dollar / Japanese yen (NZD/JPY) มีระยะห่างที่เยอะกว่า นั้นแสดงให้เห็นว่า นี่คือสัญญานที่แข็งแกร่งกว่า (Relative strength)

 

ต่อไปคือเทคนิคอันทรงพลัง

เรามาดูกันในกราฟของ Palladium Futures ใครก็มองออกว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น รีบๆซื้อก่อนที่มันจะเป็นตลาดขาลง จากมุมมองเชิงตระกะของผม ถ้าคุณมองกราฟย้อน จะเห็นว่าแต่ละช่วงจะมีการย้อนกลับลงของกราฟอยู่ที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่50 หรือ MA50 ดูได้จากภาพด้านล่าง

 

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคืออย่ารีบซื้อ รอให้กราฟวิ่งลงมาใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อที่ 50 (MA50)

 

 

ตอนนี้ดูตรงที่เส้นสีดำที่มีค่าต่ำกว่า MA 200  ปกติผมจะแนะนำตลอดว่า

  • ถ้าราคาต่ำกว่า MA 200 แนะนำให้หาโอกาสในการ Shot
  • ถ้าราคาสูงกว่า MA 200 แนะนำให้หาโอกาสในการ Buy

ในกรณีหากกราฟแกว่งขึ้นไป และมีการบรรจบกันของค่า EMA ที่ 200 ดังนั้นสิ่งนี้จะช่วยให้คุณซื้อขายบนเส้นทางที่ปลอดภัยหรือความเสี่ยงน้อย เพราะว่าเป็นการซื้อขายบนเส้นแนวทางที่มีแนวต้านน้อยที่สุด

 

แล้วคุณรู้เพิ่มความน่าจะเป็นของลักษณะเฉพาะ อย่าลืมว่าตอนนี้คุณกำลังซื้อขายกับแนวโน้ม ดังนั้นค่า 200 MA จึงเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์มากในการรู้ว่าคุณควรถือยาวหรือสั้น

 

ใช้ Moving Average สำหรับดูแนวรับแนวต้าน

Support and Resistance เส้นค่าเฉลี่ยนั้นยังสามารถทำหน้าที่ได้อีกหนึ่งอย่าง คือ เป็นเครื่องมือช่วยบอกแนวรับ แนวต้าน ในขาขึ้นราคาหุ้นชอบวิ่งกลับมาทดสอบแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย ถ้ารับอยู่ก็มีโอกาสขึ้นต่อ…

 

ส่วนในขาลงก็กลับกัน ราคาหุ้นมักวิ่งทะยานขึ้นทดสอบแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ยก่อน ถ้าไม่ผ่านถึงค่อยลงต่อ เมื่อราคาวิ่งใกล้เข้าเส้นค่าเฉลี่ยให้จับตามอง เพราะนี่คือจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการกลับตัวของราคา…

 

เส้นค่าเฉลี่ย (MA) จึงใช้เป็นกลยุทธ์และหาจุดเข้า-ออกได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเมื่อราคาทะลุเส้นค่าเฉลี่ย (แนวต้าน) หรือเพื่อ Stop loss ตอนราคาหลุดเส้น (แนวรับ)

 

เทรดด้วย EMA

คุณจะเห็นว่าตรงจุดนี้อยู่ต่ำกว่าเส้น 200MA ใน Daily Timeframe ผมจะไม่เข้าออเดอร์ เพียงเพราะราคาตอนนี้มันต่ำกว่าค่า 200 MA คุณอาจจะต้องใช้ดุลยนินิจเล็กน้อยเพื่อให้รู้ว่าอะไรมาก่อน การดำเนินการด้านราคามักจะมาก่อนเสมอ กรณีนี้ราคาเข้ามาในบริเวณแนวรับนี้ถูกต้อง ผมอยากจะซื้อแม้ว่าราคาจะต่ำกว่า 200 MA ตามที่ผมพูดไว้ถูกต้องว่า 200 MA เป็นเพียงแนวทางสำหรับผู้ที่ยังใหม่ต่อการเทรด

 

หากคุณยังไม่ทราบวิธีวิเคราะห์ตลาด คุณสามารถให้ความสนใจกับ MA 200 เพื่อมาเป็นแนวทางสำหรับการวิเคราะห์เทรด

 

ในฐานะผู้ตามเทรนด์ หากคุณต้องการขี่เทรนด์ขนาดใหญ่ในตลาด วิธีเดียวที่จะทำได้คือต้องมี Trailing Stop Loss สิ่งที่ผมหมายถึงโดย Trailing Stop Loss คือในขณะที่ตลาดเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในความโปรดปรานของคุณ คุณจะติดตาม Stop Loss เพื่อล็อคผลกำไรไปพร้อมกัน

 

วีดีโอต้นฉบับ

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับโบรกเกอร์

รวมบทความที่น่าสนใจ ข้อมูล ควรรู้เกี่ยวกับโบรกเกอร์ การเทรด Forex ตัวไหนน่าเล่น คู่เงิน Forex ที่นิยมเล่น มีอะไรบ้าง เลือกอย่างไร  ให้เทรดเดอร์หมดปัญหา ตอบทุกข้อสงสัย เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ เพื่อให้เทรดเดอร์ได้เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ