รวมวิธีคิดหาเปอร์เซ็นต์แบบง่ายๆ
การคิดเปอร์เซ็นต์คืออัตราส่วนร้อยละ โดยจะมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ซึ่งเป็นความรู้คณิตศาสตร์ที่มีความสำคัญและได้มีการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

การคำนวณเปอร์เซ็นต์เป็นทักษะพื้นฐานที่คุณใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน — ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณส่วนลดสินค้า กำไรขาดทุนจากการลงทุน หรือค่าคอมมิชชันจากการขาย บทความนี้จะอธิบายวิธีการคิดเปอร์เซ็นต์แบบละเอียด พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อให้คุณมั่นใจในการคำนวณทางการเงินทุกสถานการณ์
สรุปสาระสำคัญ
- เปอร์เซ็นต์คืออัตราส่วนร้อยละ ใช้สัญลักษณ์ % แทนค่า 'ส่วนหนึ่งต่อร้อย'
- สูตรพื้นฐาน: (ส่วน ÷ ส่วนรวม) × 100 = เปอร์เซ็นต์
- การคำนวณกำไรขาดทุน: (กำไร ÷ ต้นทุน) × 100 = เปอร์เซ็นต์กำไร
- การคำนวณส่วนลด: ราคาเต็ม × (เปอร์เซ็นต์ส่วนลด ÷ 100) = จำนวนเงินที่ลด
- ทักษะการคำนวณเปอร์เซ็นต์มีประโยชน์โดยตรงกับการจัดการเงิน การลงทุน และการวางแผนทางการเงิน
ความหมายของเปอร์เซ็นต์
เปอร์เซ็นต์ (Percent) มาจากภาษาละติน "per centum" แปลว่า "ต่อร้อย" — เป็นหน่วยแสดงอัตราส่วนที่บอกว่าค่าใดค่าหนึ่งคิดเป็นเท่าไรต่อ 100 หน่วย ตัวอย่างเช่น 25% หมายถึง 25 ส่วนต่อ 100 ส่วน หรือเท่ากับ 0.25 ในรูปทศนิยม
ในชีวิตประจำวัน คุณจะพบเปอร์เซ็นต์ในหลายบริบท:
- ส่วนลดสินค้า — "ลด 30%" หมายถึงราคาลดลง 30 บาทต่อทุก 100 บาท
- ดอกเบี้ย — "อัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี" หมายถึงคุณได้รับ 2.50 บาทจากเงินต้น 100 บาทต่อปี
- กำไรขาดทุน — "กำไร 15%" หมายถึงคุณได้กำไร 15 บาทจากต้นทุน 100 บาท
สูตรพื้นฐานที่ต้องจำ: เปอร์เซ็นต์ = (ส่วน ÷ ส่วนรวม) × 100
ตัวอย่าง: คุณมีเงิน 1,000 บาท ใช้ไป 250 บาท → เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ = (250 ÷ 1,000) × 100 = 25%
วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์กำไร-ขาดทุน
การคำนวณกำไรขาดทุนเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ — ช่วยให้คุณประเมินประสิทธิภาพของการเทรดหรือการขายสินค้าได้แม่นยำ
สูตรคำนวณกำไรขาดทุน
กำไร/ขาดทุน = ราคาขาย - ต้นทุน
เปอร์เซ็นต์กำไร/ขาดทุน = (กำไร/ขาดทุน ÷ ต้นทุน) × 100
ตัวอย่างการคำนวณกำไร
สถานการณ์: คุณซื้อเสื้อมือสองในราคา 150.00 บาท แล้วขายต่อในราคา 300.00 บาท ต้องการทราบจำนวนกำไรและเปอร์เซ็นต์กำไร
ขั้นตอนการคำนวณ:
-
หาจำนวนกำไร
- กำไร = 300.00 - 150.00 = 150.00 บาท
-
หาเปอร์เซ็นต์กำไร
- เปอร์เซ็นต์กำไร = (150.00 ÷ 150.00) × 100 = 100.00%
สรุป: คุณได้กำไร 150.00 บาท คิดเป็นกำไร 100% จากต้นทุนเริ่มต้น
ตัวอย่างการคำนวณขาดทุน
สถานการณ์: คุณซื้อหุ้นในราคา 1,000.00 บาท แต่ต้องขายออกในราคา 850.00 บาท
ขั้นตอนการคำนวณ:
-
หาจำนวนขาดทุน
- ขาดทุน = 850.00 - 1,000.00 = -150.00 บาท
-
หาเปอร์เซ็นต์ขาดทุน
- เปอร์เซ็นต์ขาดทุน = (-150.00 ÷ 1,000.00) × 100 = -15.00%
สรุป: คุณขาดทุน 150.00 บาท คิดเป็นขาดทุน 15% จากเงินต้นที่ลงทุนไป
สำคัญสำหรับนักลงทุน: เมื่อคุณขาดทุน 50% คุณต้องทำกำไร 100% จึงจะกลับมาถึงจุดเดิม — เพราะฐานคำนวณเปลี่ยนไป ตัวอย่าง: เงินต้น 10,000 บาท ขาดทุน 50% เหลือ 5,000 บาท ต้องกำไร 5,000 บาท (100% ของ 5,000) จึงกลับมาเป็น 10,000 บาท นี่คือเหตุผลที่การควบคุมความเสี่ยงสำคัญกว่าการไล่กำไร
การคำนวณส่วนลดและเปอร์เซ็นต์ลดราคา
การคำนวณส่วนลดเป็นทักษะที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน — ช่วยให้คุณรู้ว่าต้องจ่ายเงินจริงเท่าไรหลังหักส่วนลดแล้ว
สูตรคำนวณส่วนลด
จำนวนเงินที่ลด = ราคาเต็ม × (เปอร์เซ็นต์ส่วนลด ÷ 100)
ราคาหลังหักส่วนลด = ราคาเต็ม - จำนวนเงินที่ลด
หรือสามารถคำนวณโดยตรงได้ด้วยสูตร:
ราคาหลังหักส่วนลด = ราคาเต็ม × (1 - เปอร์เซ็นต์ส่วนลด ÷ 100)
ตัวอย่างการคำนวณส่วนลด
สถานการณ์: เสื้อราคา 500.00 บาท มีป้ายโปรโมชั่นลดราคา 25% ต้องการทราบราคาหลังหักส่วนลด
วิธีที่ 1 — คำนวณแบบแยกขั้นตอน:
-
หาจำนวนเงินที่ลด
- จำนวนที่ลด = 500.00 × (25 ÷ 100) = 500.00 × 0.25 = 125.00 บาท
-
หาราคาสุทธิ
- ราคาสุทธิ = 500.00 - 125.00 = 375.00 บาท
วิธีที่ 2 — คำนวณโดยตรง:
- ราคาสุทธิ = 500.00 × (1 - 0.25) = 500.00 × 0.75 = 375.00 บาท
สรุป: หลังหักส่วนลด 25% เสื้อราคา 500.00 บาท เหลือราคา 375.00 บาท (ลดไป 125.00 บาท)
ตัวอย่างส่วนลดหลายชั้น
สถานการณ์: กางเกงราคา 800.00 บาท ลด 20% และมีส่วนลดเพิ่มสำหรับสมาชิกอีก 10% ต้องการทราบราคาสุทธิสุดท้าย
ขั้นตอนการคำนวณ:
-
ลดครั้งที่ 1 (20%)
- ราคาหลังลดครั้งที่ 1 = 800.00 × (1 - 0.20) = 800.00 × 0.80 = 640.00 บาท
-
ลดครั้งที่ 2 (10% จากราคาใหม่)
- ราคาสุทธิสุดท้าย = 640.00 × (1 - 0.10) = 640.00 × 0.90 = 576.00 บาท
สรุป: กางเกงราคา 800.00 บาท หลังลด 20% และลดเพิ่มอีก 10% เหลือราคา 576.00 บาท (ไม่ใช่ลด 30% โดยตรง — ซึ่งจะเหลือ 560.00 บาท)
เคล็ดลับ: ส่วนลดหลายชั้นไม่สามารถรวมกันได้โดยตรง — ต้องคำนวณทีละชั้นตามลำดับ เพราะฐานคำนวณเปลี่ยนไปในแต่ละรอบ
การคำนวณค่าคอมมิชชัน
ค่าคอมมิชชันเป็นรายได้หลักของพนักงานขาย นายหน้า หรือ affiliate marketers — การคำนวณที่ถูกต้องช่วยให้คุณประมาณรายได้และวางแผนการขายได้แม่นยำ
สูตรคำนวณค่าคอมมิชชัน
ค่าคอมมิชชัน = ยอดขายรวม × (เปอร์เซ็นต์คอมมิชชัน ÷ 100)
สำหรับการขายหลายรายการ:
ค่าคอมมิชชันรวม = (ราคาสินค้า × จำนวนที่ขาย) × (เปอร์เซ็นต์คอมมิชชัน ÷ 100)
ตัวอย่างการคำนวณค่าคอมมิชชัน
สถานการณ์: คุณขายเสื้อได้ 10 ตัว ราคาตัวละ 500.00 บาท โดยบริษัทจ่ายค่าคอมมิชชัน 10% ต่อการขายแต่ละตัว ต้องการทราบค่าคอมมิชชันรวมที่จะได้รับ
ขั้นตอนการคำนวณ:
-
หาค่าคอมมิชชันต่อ 1 ตัว
- ค่าคอมมิชชันต่อตัว = 500.00 × (10 ÷ 100) = 500.00 × 0.10 = 50.00 บาท
-
หาค่าคอมมิชชันรวม
- ค่าคอมมิชชันรวม = 50.00 × 10 = 500.00 บาท
วิธีคำนวณแบบรวมในขั้นตอนเดียว:
- ยอดขายรวม = 500.00 × 10 = 5,000.00 บาท
- ค่าคอมมิชชันรวม = 5,000.00 × 0.10 = 500.00 บาท
สรุป: จากการขายเสื้อ 10 ตัว ๆ ละ 500.00 บาท ด้วยอัตราคอมมิชชัน 10% คุณจะได้รับค่าคอมมิชชันรวม 500.00 บาท
ตัวอย่างค่าคอมมิชชันแบบขั้นบันได
สถานการณ์: บริษัทมีโครงสร้างค่าคอมมิชชันแบบขั้นบันได:
- ขาย 0-5,000 บาท: คอมมิชชัน 5%
- ขาย 5,001-10,000 บาท: คอมมิชชัน 7%
- ขายเกิน 10,000 บาท: คอมมิชชัน 10%
คุณขายได้ 12,000.00 บาท ต้องการทราบค่าคอมมิชชันรวม
ขั้นตอนการคำนวณ:
-
ช่วงที่ 1 (0-5,000 บาท)
- ค่าคอมมิชชัน = 5,000.00 × 0.05 = 250.00 บาท
-
ช่วงที่ 2 (5,001-10,000 บาท)
- จำนวนที่คำนวณ = 10,000.00 - 5,000.00 = 5,000.00 บาท
- ค่าคอมมิชชัน = 5,000.00 × 0.07 = 350.00 บาท
-
ช่วงที่ 3 (เกิน 10,000 บาท)
- จำนวนที่คำนวณ = 12,000.00 - 10,000.00 = 2,000.00 บาท
- ค่าคอมมิชชัน = 2,000.00 × 0.10 = 200.00 บาท
-
รวมค่าคอมมิชชันทั้งหมด
- ค่าคอมมิชชันรวม = 250.00 + 350.00 + 200.00 = 800.00 บาท
สรุป: จากยอดขาย 12,000.00 บาท ในระบบขั้นบันได คุณได้รับค่าคอมมิชชันรวม 800.00 บาท (คิดเป็น 6.67% ของยอดขายรวม)
การใช้เปอร์เซ็นต์ในการเทรดและการลงทุน
นักเทรดและนักลงทุนใช้การคำนวณเปอร์เซ็นต์เป็นหลักในการวิเคราะห์และจัดการความเสี่ยง — เข้าใจเรื่องนี้ช่วยให้คุณควบคุมพอร์ตโฟลิโอได้ดีขึ้น
การคำนวณผลตอบแทน (Return on Investment: ROI)
สูตร ROI:
ROI (%) = [(มูลค่าปัจจุบัน - มูลค่าเริ่มต้น) ÷ มูลค่าเริ่มต้น] × 100
ตัวอย่าง: คุณลงทุน 50,000.00 บาท หลังจาก 1 ปี มูลค่าพอร์ตเพิ่มเป็น 57,500.00 บาท
- ROI = [(57,500.00 - 50,000.00) ÷ 50,000.00] × 100 = (7,500.00 ÷ 50,000.00) × 100 = 15.00%
การกำหนด Stop Loss ด้วยเปอร์เซ็นต์
นักเทรดมักกำหนด Stop Loss เป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาเข้า — เพื่อจำกัดขาดทุนไม่เกินจำนวนที่รับได้

ตัวอย่าง: คุณซื้อหุ้นที่ราคา 100.00 บาท กำหนด Stop Loss ที่ 5%
- ราคา Stop Loss = 100.00 × (1 - 0.05) = 100.00 × 0.95 = 95.00 บาท
- ขาดทุนสูงสุดต่อหุ้น = 100.00 - 95.00 = 5.00 บาท (5%)
คำเตือนสำคัญ: การใช้ Leverage สูง (เช่น 1:100) ทำให้เปอร์เซ็นต์กำไรขาดทุนเพิ่มขึ้นตาม — ถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทาง 1% ด้วย Leverage 1:100 คุณอาจขาดทุนถึง 100% ของเงินต้น ดังนั้นต้องระวังการใช้ Leverage สูงและต้องมี Stop Loss ที่เข้มงวด
การคำนวณ Position Sizing
สูตร Position Size:
เครื่องมือ
Lot Size Calculator
คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize
หลัก Risk Management
Position Size = (เงินทุน × เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อการเทรด) ÷ ระยะ Stop Loss (เป็นเงิน)
ตัวอย่าง: คุณมีเงินทุน 100,000.00 บาท ยอมรับความเสี่ยง 2% ต่อการเทรด (2,000.00 บาท) ระยะ Stop Loss 50.00 บาท
- Position Size = 2,000.00 ÷ 50.00 = 40 หุ้น
ถ้าแต่ละหุ้นราคา 100.00 บาท คุณใช้เงินจริง 40 × 100.00 = 4,000.00 บาท (4% ของเงินทุน) แต่ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ 2,000.00 บาท (2% ของเงินทุน) เท่านั้น
เคล็ดลับการคำนวณเปอร์เซ็นต์อย่างรวดเร็ว
การคำนวณเปอร์เซ็นต์แบบคร่าวๆ ในหัว
หา 10%: หารด้วย 10 (หรือเลื่อนจุดทศนิยม 1 ตำแหน่ง)
- 10% ของ 1,250 = 125
หา 5%: หา 10% แล้วหารด้วย 2
- 5% ของ 1,250 = 125 ÷ 2 = 62.50
หา 1%: หารด้วย 100 (หรือเลื่อนจุดทศนิยม 2 ตำแหน่ง)
- 1% ของ 1,250 = 12.50
หา 25%: หารด้วย 4
- 25% ของ 1,200 = 1,200 ÷ 4 = 300
หา 20%: หา 10% แล้วคูณ 2
- 20% ของ 500 = 50 × 2 = 100
หา 15%: หา 10% + 5%
- 15% ของ 800 = 80 + 40 = 120
การใช้เครื่องคิดเลขในมือถือ
วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ด้วยเครื่องคิดเลขทั่วไป:
หาค่าเปอร์เซ็นต์ของตัวเลข:
- ตัวอย่าง: 25% ของ 500
- กด:
500 × 25 %→ ได้ผลลัพธ์ 125
หาราคาหลังหักส่วนลด:
- ตัวอย่าง: 500 บาท ลด 25%
- วิธีที่ 1:
500 - (500 × 25 %)→ ได้ 375 - วิธีที่ 2:
500 × 75 %→ ได้ 375
หาราคาหลังบวก VAT 7%:
- ตัวอย่าง: ราคาไม่รวม VAT 1,000 บาท
- กด:
1000 × 107 %→ ได้ 1,070
ข้อควรระวังในการคำนวณเปอร์เซ็นต์
1. ความสับสนระหว่างจุดฐานคำนวณ
เปอร์เซ็นต์เพิ่มและเปอร์เซ็นต์ลดไม่เท่ากัน:
- สินค้าราคา 100 บาท เพิ่มขึ้น 50% = 150 บาท
- สินค้าราคา 150 บาท ลดลง 50% = 75 บาท (ไม่กลับมาเป็น 100)
เพราะจุดฐานการคำนวณต่างกัน — การเพิ่มใช้ฐาน 100 การลดใช้ฐาน 150
2. การรวมเปอร์เซ็นต์โดยตรง
ห้ามรวมเปอร์เซ็นต์โดยตรงกรณีที่มีส่วนลดหลายชั้น:
- ลด 20% แล้วลดอีก 10% ≠ ลด 30%
- จริงๆ คือ: (1 - 0.20) × (1 - 0.10) = 0.80 × 0.90 = 0.72 → ลด 28%
3. การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
การคำนวณ VAT มี 2 กรณี:
กรณีราคาไม่รวม VAT → รวม VAT:
- ราคารวม VAT = ราคาไม่รวม VAT × 1.07
- ตัวอย่าง: 1,000.00 × 1.07 = 1,070.00 บาท
กรณีราคารวม VAT → แยก VAT ออก:
- ราคาไม่รวม VAT = ราคารวม VAT ÷ 1.07
- VAT = ราคารวม VAT - ราคาไม่รวม VAT
- ตัวอย่าง: 1,070.00 ÷ 1.07 = 1,000.00 บาท (ไม่รวม VAT), VAT = 70.00 บาท
สูตรแยก VAT: ถ้าคุณมีราคารวม VAT แล้วและต้องการรู้ว่า VAT คิดเป็นเท่าไร สามารถใช้สูตร: VAT = ราคารวม × (7 ÷ 107) ได้เลย
ตัวอย่าง: ราคารวม 1,070.00 บาท → VAT = 1,070.00 × (7 ÷ 107) = 70.00 บาท
การประยุกต์ใช้เปอร์เซ็นต์ในการวางแผนการเงิน
การออมเงินตามหลัก 50/30/20
กฎ 50/30/20 เป็นกรอบการจัดสรรเงินเดือนที่แนะนำโดยนักวางแผนการเงิน:
- 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น (อาหาร ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ)
- 30% สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ความบันเทิง ช
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →