U
UHAS
XAU/USD—0.00%

10 วิธีเช็คทองแท้-ปลอม แนะนำโดยช่างทำทองมืออาชีพ

รวม 10 วิธีเช็คทองแท้-ปลอม ที่แนะนำโดยช่างทำทองมืออาชีพ ทั้งการชั่งน้ำหนัก การดูขนาด เผาด้วยไฟ และอื่นๆ อีกหลายวิธี มาดูกัน

P
Patiphan Uhas
20 สิงหาคม 2567·2 นาทีอ่าน
แชร์
เผย 10 วิธีเช็คทองแท้-ปลอม โดยช่างทำทองมืออาชีพ

วิธีที่เร็วที่สุดคือแม่เหล็ก ทองแท้ไม่ติดแม่เหล็กเลย

แต่แค่นั้นไม่พอ เพราะทองเหลืองกับทองแดงก็ไม่ติดเหมือนกัน ข้างล่างคือ 10 วิธีที่ช่างทำทองใช้จริง เรียงจากที่ทำเองได้ที่บ้าน ไปจนถึงที่ต้องส่งร้าน

สรุปสาระสำคัญ

  • ทองแท้มีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างจากโลหะอื่น — ไม่ติดแม่เหล็ก มีความหนาแน่นสูง และสีไม่เปลี่ยนเมื่อเผาไฟ
  • การตรวจสอบตราประทับ น้ำหนัก และรอยต่อเป็นวิธีเบื้องต้นที่ใช้ได้ผลดี
  • วิธีทดสอบด้วยการเผาไฟหรือกัดไม่แนะนำให้ทำบ่อย เพราะอาจทำให้ทองเสียรูป
  • หากไม่มั่นใจ ควรนำไปให้ร้านทองหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบด้วยเครื่องมือมาตรฐาน

ทำไมต้องเช็คทองแท้-ปลอม

ทองปลอมส่วนใหญ่คือทองเหลือง ทองแดง หรือสังกะสี ชุบสีทองทับ ต้นทุนไม่กี่สิบบาท แต่ขายได้เป็นหมื่น

พอราคาทองขึ้น คนขายของแบบนี้ก็ขยันขึ้นตาม

อีกเรื่องที่คนมองข้าม: ทองไทย 96.5% กับทองต่างประเทศที่บริสุทธิ์ต่ำกว่า ได้ราคารับซื้อคนละชั้นกัน ถ้าจะขายหรือจำนำ ต้องรู้ก่อนว่าของในมือเป็นแบบไหน

10 วิธีเช็คทองแท้ที่มืออาชีพแนะนำ

1. ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบ

ทองคำมีความหนาแน่นสูงกว่าโลหะส่วนใหญ่ที่ใช้ทำทองปลอม — ทอง 24K มีความหนาแน่น 19.32 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร ดังนั้นทองแท้จะหนักกว่าทองปลอมที่มีขนาดใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน

วิธีทดสอบคือใช้เครื่องชั่งดิจิทัลที่แม่นยำถึง 0.01 กรัม เปรียบเทียบน้ำหนักของทองรูปพรรณที่มีขนาดหรือปริมาตรใกล้เคียงกัน หากน้ำหนักต่างกันมากกว่า 5-10% จากที่คาดไว้ อาจเป็นสัญญาณว่าเป็นทองปลอมหรือมีโลหะอื่นเจือปน

TIP

สำหรับทองรูปพรรณไทย 96.5% น้ำหนัก 1 บาท (15.16 กรัม) ควรชั่งได้ประมาณ 15.12-15.20 กรัม หากน้ำหนักน้อยกว่า 14.50 กรัม ควรสงสัยว่าอาจไม่ใช่ทองแท้

2. ตรวจสอบขนาดและสัดส่วน

ทองแท้มีมาตรฐานการผลิตที่ชัดเจน โดยเฉพาะทองรูปพรรณจากร้านทองที่มีชื่อเสียง ขนาดและสัดส่วนของทองแท่ง สร้อยคอ หรือแหวนจะสม่ำเสมอและตรงตามมาตรฐานของแต่ละน้ำหนัก

สังเกตความหนาของทอง — ทองปลอมมักทำให้หนาขึ้นเพื่อให้ดูมีน้ำหนัก แต่ความหนาแน่นต่ำกว่าทำให้ขนาดโตกว่าทองแท้ที่น้ำหนักเท่ากัน หากเปรียบเทียบแหวน 2 กรัม แล้วพบว่าอันหนึ่งใหญ่กว่าอีกอันอย่างเห็นได้ชัด อันที่ใหญ่กว่าอาจเป็นทองปลอม

ดูลวดลายด้วย ของแท้จากร้านมาตรฐานลายจะคมและสม่ำเสมอทั้งชิ้น ของปลอมลายหยาบและมักไม่เท่ากัน

3. ตรวจสอบตราประทับ

ทองรูปพรรณแท้ทุกชิ้นต้องมีตราประทับที่บ่งบอกถึง:

  • เปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ (96.5 สำหรับทองไทย หรือ 18K, 22K, 24K สำหรับทองต่างประเทศ)
  • โลโก้หรือชื่อร้านทอง
  • เลขทะเบียนผู้ผลิต (สำหรับร้านที่จดทะเบียน)

ตราประทับของทองแท้จะคมชัด อ่านได้ง่าย และจมลึกลงในตัวทองอย่างสม่ำเสมอ หากตราประทับเบลอ ตื้น หรือแลดูเหมือนติดภายหลัง ควรระวังว่าอาจเป็นทองปลอม

NOTE

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีปลอมตราประทับที่ดูเหมือนของแท้ได้ ดังนั้นอย่าใช้การตรวจสอบตราประทับเป็นวิธีเดียวในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับวิธีอื่นด้วย

4. ทดสอบเสียงกระทบกระจก

การโยนทองลงบนพื้นผิวแข็งอย่างกระจกเป็นวิธีเบื้องต้นที่ช่างทองใช้กันมานาน ทองแท้มีความหนาแน่นสูงและเนื้อเป็นเนื้อเดียว จึงให้เสียงที่มีลักษณะเฉพาะเมื่อกระทบพื้นผิวแข็ง

วิธีทดสอบ:

  1. เลือกใช้กระจกหนาที่มีพื้นผิวเรียบ สะอาด ไม่มีรอยแตก
  2. โยนทองลงจากความสูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร
  3. ฟังเสียงที่เกิดขึ้น

ทองแท้จะให้เสียงทุ้ม นุ่ม เหมือนเสียง "ตุบ" หรือ "ดั๊บ" ที่ไม่ก้อง และไม่มีเสียงแหลม ส่วนทองปลอมจะให้เสียงแหลมดัง ก้อง และอาจมีเสียงกระเด้งเบา ๆ

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ในการฟัง และไม่ได้เป็นวิธีที่แม่นยำ 100% เพราะโลหะบางชนิดก็สามารถให้เสียงคล้ายทองแท้ได้

5. ทดสอบความแข็ง

ทองแท้เป็นโลหะที่ค่อนข้างอ่อนนุ่ม — ทอง 24K มีความแข็ง Mohs scale เพียง 2.5-3 ทำให้สามารถเกิดรอยบุ๋มได้ง่ายเมื่อถูกกดแรง ในขณะที่โลหะอื่นส่วนใหญ่ที่ใช้ทำทองปลอมมีความแข็งมากกว่า

วิธีทดสอบด้วยการกัดเบา ๆ เป็นวิธีโบราณที่เคยนิยมใช้ในอดีต แต่ไม่แนะนำให้ทำในปัจจุบันเพราะ:

  • อาจทำให้ทองเสียรูปหรือเกิดรอยถาวร
  • ไม่สุขอนามัย
  • ทองปลอมบางชนิด เช่น ทองชุบบนตะกั่ว ก็สามารถเกิดรอยฟันได้เช่นกัน
INFO

หากต้องการทดสอบความแข็ง ควรใช้เล็บมือเบา ๆ จิกบริเวณที่ไม่เด่นชัด เช่น ด้านในของแหวนหรือใต้สร้อยคอ ทองแท้จะเกิดรอยบุ๋มเล็กน้อยที่สังเกตเห็นได้ ส่วนทองปลอมจะไม่เกิดรอยหรือรอยที่เกิดขึ้นดูไม่เป็นธรรมชาติ

6. สังเกตร่องรอยการใช้งาน

ทองแท้มีเนื้ออ่อนจึงเกิดร่องรอยการใช้งานได้ง่ายกว่าโลหะอื่น ดังนั้นทองเก่าที่ใช้มานานควรมี:

  • รอยขีดข่วนเล็ก ๆ บนผิวทอง
  • รอยบุ๋มหรือรอยถลอกบริเวณที่ถูกกระทบบ่อย
  • การสึกหรอบริเวณที่มีการเสียดสีสม่ำเสมอ เช่น ด้านในของแหวน

สังเกตลักษณะของรอยขีดข่วน — ทองแท้เมื่อถูกขีดจะเกิดรอยบุ๋มลึกลงไปในเนื้อทอง และเศษทองที่ลอกออกมาจะยังคงเป็นสีทอง ส่วนทองปลอมที่เป็นโลหะชุบสี เมื่อถูกขีดจะเห็นโลหะสีอื่นใต้ชั้นทองชุบ

ทองแท้ไม่ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ จึงไม่ขึ้นคราบเขียวหรือคราบดำ เจอคราบเมื่อไหร่ แปลว่ามีโลหะอื่นผสมอยู่เยอะ

7. ทดสอบด้วยแม่เหล็ก

ทองคำเป็นโลหะที่ไม่มีคุณสมบัติแม่เหล็ก (diamagnetic) จึงไม่ติดแม่เหล็กเลย วิธีนี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน

วิธีทดสอบ:

  1. ใช้แม่เหล็กที่มีกำลังแรงปานกลางถึงแรง (เช่น แม่เหล็กนีโอไดเมียม)
  2. นำแม่เหล็กเข้าใกล้ทอง
  3. สังเกตการตอบสนอง

ทองแท้จะไม่ติดแม่เหล็กเลย — ไม่ถูกดึงดูดและไม่เกิดแรงผลักภายใน ส่วนทองปลอมที่มีโลหะแม่เหล็ก เช่น เหล็ก นิกเกิล หรือเหล็กกล้า ผสมอยู่จะถูกดึงดูดได้

NOTE

การที่ทองไม่ติดแม่เหล็กไม่ได้หมายความว่าเป็นทองแท้ 100% เพราะทองปลอมบางชนิดใช้โลหะที่ไม่ติดแม่เหล็ก เช่น ทองเหลือง ทองแดง หรืออลูมิเนียม ดังนั้นควรใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น

8. ทดสอบด้วยการเผาไฟ

ทองคำมีจุดหลอมเหลวสูงมาก — ทอง 24K หลอมเหลวที่อุณหภูมิ 1,064°C และไม่เปลี่ยนสีหรือเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศที่อุณหภูมิปกติ ในขณะที่โลหะอื่นส่วนใหญ่จะเกิดออกไซด์หรือเปลี่ยนสีเมื่อถูกความร้อน

วิธีทดสอบ:

  1. เลือกใช้ไฟที่ให้ความร้อนปานกลาง เช่น ไฟแช็กหรือเทียน (อุณหภูมิประมาณ 300-500°C)
  2. เผาบริเวณที่ไม่เด่นชัด เช่น ด้านในของแหวนหรือใต้สร้อยคอ
  3. ใช้เวลาเผาประมาณ 10-15 วินาที
  4. สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีและผิวทอง

ทองแท้จะ:

  • เปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้มหรือสีเหลืองอ่อนเมื่อร้อน
  • กลับมาเป็นสีเดิมเมื่อเย็นลง
  • ไม่เกิดคราบดำหรือเขม่า
  • ผิวยังคงเรียบและแวววาว

ทองปลอมจะ:

  • เปลี่ยนเป็นสีดำ สีน้ำตาล หรือสีเขียว
  • เกิดคราบหรือรอยไหม้ถาวร
  • อาจมีชั้นทองชุบลอกออก
  • ผิวหยาบหรือคราบ
NOTE

ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้กับทองรูปพรรณที่มีมูลค่าสูงหรือมีคุณค่าทางอารมณ์ เพราะอาจทำให้ทองเสียรูปหรือเกิดคราบที่ล้างไม่ออก นอกจากนี้ต้องระวังความร้อนที่อาจเกิดอันตรายต่อผู้ทดสอบ

9. ตรวจสอบรอยต่อและการประกอบ

ทองรูปพรรณแท้จากช่างฝีมือดีจะมีรอยต่อที่ประณีต และเทคนิคการเชื่อมที่ละเอียด สังเกตได้จาก:

  • รอยเชื่อมเรียบเนียน กลมกลืนไปกับตัวทอง มองไม่เห็นรอยต่อชัดเจน
  • ไม่มีช่องว่างหรือรอยแยกบริเวณจุดต่อ
  • ความหนาของทองสม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้น
  • การต่อส่วนต่าง ๆ แข็งแรง ไม่มีการโยกหรือหลวม

ทองปลอมมักมีลักษณะ:

  • รอยต่อหยาบ มีขอบที่ไม่เรียบ
  • มองเห็นช่องว่างหรือรอยแยกได้ชัด
  • ความหนาไม่สม่ำเสมอ — บางส่วนหนาผิดปกติเพื่อเพิ่มน้ำหนัก
  • ใช้กาวหรือวิธีการต่อที่ไม่ใช่การเชื่อมทอง

ดูจุดที่ฝังพลอยหรือของประดับด้วย ของแท้ยึดด้วยงานฝังที่แน่นจนโยกไม่ได้ ของปลอมหลายชิ้นใช้กาว

ดูที่รอยต่อของทอง

10. สังเกตความแวววาวและสีสัน

ทองแท้มีความแวววาวที่เป็นเอกลักษณ์ — เป็นแสงสะท้อนที่นุ่มนวล ไม่จ้าเกินไป และมีความลึกภายใน ซึ่งแตกต่างจากทองปลอมที่มักมีความแวววาวที่ดูปลอมหรือฉาบฉวยเกินไป

สังเกตสีของทอง:

  • ทอง 24K จะมีสีเหลืองเข้มแบบ "เหลืองทอง" ที่ชัดเจน
  • ทอง 22K (91.67%) มีสีเหลืองทองเข้มเล็กน้อย
  • ทอง 18K (75%) มีสีเหลืองอ่อนลง อาจมีเฉดสีชมพูเล็กน้อย
  • ทองไทย 96.5% มีสีเหลืองทองที่สวยงาม ไม่จ้าเกินไป

ทองปลอมมักมีสีที่:

  • จ้าเกินไป หรือมีเฉดสีส้มมากเกินไป
  • ไม่สม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้น — มีบริเวณที่สีต่างกัน
  • จางลงหรือเปลี่ยนสีเมื่อใช้ไปนาน
  • มีเฉดสีเขียวหรือแดงผิดปกติ

ทองแท้ใช้ไปนานแค่ไหนก็ยังวาว ส่วนทองปลอมจะหมองลงเรื่อย ๆ

เมื่อไหร่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

สิบวิธีข้างบนบอกได้แค่ว่า “น่าจะใช่” ไม่มีข้อไหนบอกเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ได้จริง

ผมเองไม่เชื่อการชั่งน้ำหนักอย่างเดียว เพราะคนทำของปลอมก็รู้ว่าคนซื้อจะชั่ง เขาถ่วงน้ำหนักมาให้ตรงพอดีได้ ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญเมื่อ:

1. กำลังจะซื้อทองมูลค่าสูง — หากจะลงทุนซื้อทองมูลค่าเกิน 50,000 บาท ควรให้ร้านทองที่เชื่อถือได้หรือห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานตรวจสอบก่อนจ่ายเงิน

2. พบสัญญาณผิดปกติ — เช่น น้ำหนักไม่ตรงกับขนาด ตราประทับไม่ชัดเจน หรือมีรอยต่อที่น่าสงสัย

3. ต้องการขายหรือจำนำ — ร้านทองหรือโรงรับจำนำจะใช้เครื่องมือตรวจสอบมาตรฐาน เช่น XRF Analyzer ที่สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบโลหะได้แม่นยำภายในไม่กี่วินาที

4. ได้รับทองจากแหล่งที่ไม่แน่ใจ — เช่น ซื้อจากตลาดนัด ซื้อออนไลน์จากผู้ขายที่ไม่รู้จัก หรือได้รับมาจากการมรดก

ร้านทองและห้องปฏิบัติการมาตรฐานจะใช้วิธีการตรวจสอบระดับมืออาชีพ เช่น:

  • Acid Test — ใช้กรดเจือจางทดสอบ จะเห็นปฏิกิริยาที่แตกต่างกันตามความบริสุทธิ์ของทอง
  • XRF (X-ray Fluorescence) — เครื่องยิงรังสีเอ็กซ์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบโลหะ แม่นยำและไม่ทำลายตัวอย่าง
  • Fire Assay — วิธีมาตรฐานสากลที่แม่นยำที่สุด แต่ต้องหลอมทองจึงใช้กับกรณีที่สำคัญมาก

อยากเข้าใจตลาดทองและค่าเงินมากขึ้น

ถ้าเรื่องนี้ทำให้คุณอยากรู้ต่อว่าราคาทองกับค่าเงินขยับจากอะไร เริ่มอ่านฟรีได้ที่ สารบัญความรู้ — เทรดทอง XAU/USD ฉบับสมบูรณ์ และ คู่มือเทรดทองสำหรับมือใหม่ ทั้งสองหน้าไม่ต้องสมัครอะไรทั้งนั้น ค่อยดูเงื่อนไขบัญชีจริงตอนที่อ่านจนเข้าใจแล้วก็ยังทัน

ดูรายละเอียด Exness

เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้Uhas เป็นเว็บไซต์ของ IB (Introducing Broker) ผู้แนะนำลูกค้าให้โบรกเกอร์ ไม่ใช่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์รายใด และไม่ได้เป็นของหรือดำเนินการโดยโบรกเกอร์ที่กล่าวถึงบนเว็บไซต์นี้

You are on the website of the IBs of Exness company. This site is not owned or operated by Exness.

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →