สัมภาษณ์ “Thomas Peterffy” มหาเศรษฐีจากระบบเทรด
Thomas Peterffy คือหนึ่งในบุคคลที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้เทคโนโลยีร่วมกับความเข้าใจตลาดการเงิน สามารถสร้างความมั่งคั่งระดับมหาเศรษฐีได้จริง ในบทความนี้

Thomas Peterffy คือหนึ่งในบุคคลที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้เทคโนโลยีร่วมกับความเข้าใจตลาดการเงิน สามารถสร้างความมั่งคั่งระดับมหาเศรษฐีได้จริง ในบทความนี้ เราจะพาคุณสำรวจเส้นทางชีวิตของเขา ตั้งแต่เด็กชายผู้หลบหนีสงครามในฮังการี จนกลายเป็นผู้ก่อตั้ง Interactive Brokers โบรกเกอร์มูลค่ากว่า 350,000 ล้านดอลลาร์ และเจ้าของคฤหาสน์มูลค่า 100 ล้านเหรียญในฟลอริดา — รวมถึงบทเรียนสำคัญที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
สรุปสาระสำคัญ
- Thomas Peterffy มีมูลค่าทรัพย์สิน 34.4 พันล้านดอลลาร์ (ข้อมูล Forbes 2023) เป็นคนฮังการีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
- เขาเป็นผู้บุกเบิกระบบ Algorithmic Trading แห่งแรกของโลก เชื่อมต่อกับ Nasdaq ตั้งแต่ปี 1980s
- Interactive Brokers ที่เขาก่อตั้งเติบโตจากบริษัทเล็กๆ สู่โบรกเกอร์ระดับโลกใน 40 ปี
- หลักการสำคัญของเขาคือ 'เรียนรู้จากทุกสถานการณ์' และ 'นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาที่ตลาดเห็นว่าเป็นปกติ'
จุดเริ่มต้น: จากห้องใต้ดินในบูดาเปสต์ สู่อเมริกา
Thomas Peterffy เกิดวันที่ 30 กันยายน 1944 ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่สองกำลังใกล้จะสิ้นสุด เขาเกิดในห้องใต้ดินของโรงพยาบาล เพราะเมืองกำลังถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก ชีวิตวัยเด็กของเขาอยู่ท่ามกลางความยากจน — เติบโตกับแม่เพียงลำพัง อาหารการกินอดมื้อกินมื้อ
เงินก้อนแรกจากการคิดเชิงธุรกิจ
ตอนอายุ 12 ปี ในช่วงการปฏิวัติฮังการี (1956) Peterffy เริ่มทำธุรกิจขนาดเล็กครั้งแรก:
- เพื่อนที่แก่กว่าเดินทางไปเวียนนา นำหมากฝรั่ง Juicy Fruit กลับมาขายให้เขาแท่งละ $2.00
- Peterffy หั่นหมากฝรั่งแต่ละแท่งออกเป็น 5 ชิ้น ขายชิ้นละ $1.00 ให้เพื่อนร่วมชั้น
- Margin ของเขาคือ 150% ($5.00 รายได้จาก cost $2.00) — นี่คือบทเรียนแรกเรื่อง arbitrage และการสร้างมูลค่าเพิ่ม
หลังจบมัธยมปลาย เขาอพยพเข้าสหรัฐอเมริกาในปี 1965 ตอนอายุ 21 ปี โดยไม่มีเงิน ไม่พูดภาษาอังกฤษ และไม่รู้จักใครเลย
จากช่างเขียนแบบ สู่นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
งานแรกของ Peterffy คือ ช่างเขียนแบบ (Draftsman) ในบริษัทวิศวกรรมออกแบบทางหลวง เนื่องจากเขามีทักษะด้านแผนที่ แต่โอกาสที่เปลี่ยนชีวิตเขามาถึงเมื่อบริษัทซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งาน — สิ่งที่หาได้ยากมากในยุค 1960s
การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ:
- ไม่มีพนักงานคนไหนรู้วิธีใช้เครื่อง Peterffy จึงอาสาเรียนรู้จากคู่มือที่ติดมากับเครื่อง
- เขาเรียนรู้ภาษา Fortran และ Assembly ด้วยตัวเอง
- เขียนโปรแกรมคำนวณทางวิศวกรรม ทำให้งานเร็วขึ้นหลายเท่า
- เงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น $2,400/ปี → $7,000/ปี ภายใน 2 ปี
จากนั้นเขาย้ายไปบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน เขียนโปรแกรมให้โบรกเกอร์ใน Wall Street — ส่วนใหญ่เป็นระบบจัดการข้อมูลเชิงสถิติสำหรับการลงทุน นี่คือครั้งแรกที่เขารู้จักวงการการเงิน
ในยุค 1960-70s คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยังไม่มีขาย ผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้เร็วกว่าคนอื่นจึงมีความได้เปรียบอย่างมหาศาล — บทเรียนนี้ยังใช้ได้กับ AI และเทคโนโลยีใหม่ในยุคปัจจุบัน
การค้นพบตลาด Options และการพัฒนาโมเดลคำนวณราคา
งานที่สามของ Peterffy คือในบริษัทเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ (โลหะ) เขาได้รับมอบหมายให้เขียนโปรแกรมคำนวณราคา Options ที่เหมาะสม ในยุคนั้น Black-Scholes Model เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ (1973) แต่ยังไม่ได้ใช้งานในวงกว้าง
สิ่งที่ Peterffy ทำ:
- ศึกษา Black-Scholes และปรับแต่งโมเดลเพื่อให้เหมาะกับสินค้าโภคภัณฑ์
- เขียนโปรแกรมคำนวณราคา Options แบบ Real-time
- เริ่มเทรด Options ด้วยเงินของตัวเอง — ใช้ข้อได้เปรียบจากการคำนวณเร็วกว่าคนอื่น
ในช่วง 10 ปีแรกของชีวิตการทำงาน เขาสะสมเงินได้ $200,000 (เท่ากับประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน หากปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ) แล้วตัดสินใจเป็นเทรดเดอร์เต็มตัว
การเกิดของ Interactive Brokers และระบบ Algo Trading
ในปี 1977 Peterffy ซื้อที่นั่งในตลาด American Stock Exchange (AMEX) เพื่อเทรด Options โดยตรง เขาเห็นความวุ่นวายของระบบ Open Outcry (เทรดเดอร์ตะโกนใส่กัน):

ปัญหาที่เขาเห็น:
- ราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง เพราะขึ้นอยู่กับความเร็วในการตะโกนและเจรจา
- ข้อมูลไม่โปร่งใส เทรดเดอร์รายใหญ่มีอำนาจกำหนดราคา
- ความผิดพลาดจากการสื่อสารด้วยเสียงเกิดขึ้นบ่อย
โซลูชันของ Peterffy:
- สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาได้ (Handheld Computer) ขนาดเท่าเครื่องคิดเลขขนาดใหญ่
- ต่อสายเข้ากับระบบข้อมูลของ Nasdaq เพื่อดึงราคาแบบ Real-time
- ใช้โปรแกรมคำนวณราคา Options ที่เหมาะสมทันที พร้อมส่งคำสั่ง Buy/Sell อัตโนมัติ
ในปี 1984 เขาก่อตั้ง T.P. & Co. (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Timber Hill Inc.) และในที่สุดเปลี่ยนเป็น Interactive Brokers ในปี 1993
การนำเทคโนโลยีเข้ามาในตลาดแบบนี้ทำให้ Peterffyถูกคัดค้านอย่างหนักจากเทรดเดอร์รายเก่า เพราะมันขัดต่อผลประโยชน์ของพวกเขา — แต่เขายืนหยัดและพิสูจน์ว่าระบบใหม่เป็นธรรมกว่า เร็วกว่า และแม่นยำกว่า
การเติบโตของ Interactive Brokers: 40 ปีแห่งการพัฒนา
หลักการสำคัญที่ทำให้ Interactive Brokers เติบโตแบบ Sustainable:
1. ลดต้นทุนการทำธุรกรรม
- ใช้ระบบอัตโนมัติลดค่า Commission จาก $0.05/หุ้น → $0.005/หุ้น (ในช่วงต้น 2000s)
- ปัจจุบัน IB มีค่าธรรมเนียมถูกที่สุดในกลุ่มโบรกเกอร์ใหญ่
2. เทคโนโลยีนำหน้า
- ระบบ Automated Market Making ทำให้ IB สามารถเสนอ Spread แคบกว่าคู่แข่ง
- Smart Order Routing หาราคาที่ดีที่สุดจากหลายตลาดพร้อมกัน
3. ให้บริการตลาดครบวงจร
- หุ้น, Options, Futures, Forex, Bonds ใน 150+ ตลาดทั่วโลก
- รองรับ 26 สกุลเงินในบัญชีเดียว
ผลลัพธ์:
- มูลค่าบริษัท: $34.4 พันล้านดอลลาร์ (Market Cap ณ ปี 2023)
- ลูกค้า: มากกว่า 2.3 ล้านบัญชี (2023)
- ทรัพย์สินของลูกค้าในระบบ: $391.6 พันล้านดอลลาร์ (2023)
ชีวิตในปัจจุบัน: คฤหาสน์มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลในบทความนี้มาจากการสัมภาษณ์ของ Jordan Welch ที่คฤหาสน์ของ Peterffy ในเมือง Palm Beach รัฐฟลอริดา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายหาดสุดหรู — บริเวณเดียวกับคฤหาสน์ของ Donald Trump
ตามข้อมูลของ Forbes ณ ปี 2023:
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: $34.4 พันล้านดอลลาร์
- อันดับ: #28 ของคนรวยที่สุดในโลก
- เป็นคนฮังการีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
บทเรียนสำคัญจาก Thomas Peterffy
1. เรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง
"แม่ของผมสอนว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้เรียนรู้จากมันให้ได้มากที่สุด"
Peterffy ใช้เวลา:
- 5 ปี เพื่อทำความเข้าใจตลาด Options อย่างลึกซึ้ง
- 10+ ปี พัฒนาระบบ Algorithmic Trading ให้สมบูรณ์
- 40+ ปี ปรับปรุง Interactive Brokers อย่างต่อเนื่อง
2. เทคโนโลยีคือแรงขับเคลื่อน
เขาใช้เทคโนโลยีเพื่อ:
- เพิ่มความเร็ว: คำนวณราคา Options ใน milliseconds แทนที่จะเป็นนาที
- ลดต้นทุน: ระบบอัตโนมัติทำให้ค่า Commission ลดลง 90%+
- สร้างความโปร่งใส: ระบบคอมพิวเตอร์ไม่มีอคติ ราคาสะท้อนตลาดจริง
3. มีความทะเยอทะยาน
จากเด็กชายที่ไม่มีอะไร มาเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก — เพราะเขา:
- กล้าเสี่ยง: ลงทุนเงินทั้งหมดที่มี ($200,000) เข้าตลาด Options
- กล้าแตกต่าง: ท้าทายระบบเก่าด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทั้งที่ถูกคัดค้าน
- อดทน: ใช้เวลา 40 ปีสร้างบริษัทให้แข็งแรง ไม่หวังรวยเร็ว
4. คิดเชิง Arbitrage ตั้งแต่เด็ก
ธุรกิจหมากฝรั่งตอนอายุ 12 ปี แสดงให้เห็นว่า:
- เขาเห็นโอกาสที่คนอื่นมองข้าม (ตลาดหมากฝรั่งในโรงเรียน)
- เขารู้วิธีสร้างมูลค่าเพิ่ม (หั่นเป็นชิ้นเล็ก)
- เขาเข้าใจ Supply & Demand (ขายราคาที่เพื่อนยอมจ่าย)
แนวคิดเรื่อง Arbitrage นี้เป็นหัวใจของ Options Trading และ Market Making ที่เขาใช้สร้างความมั่งคั่ง — หาความไม่สมดุลของราคา แล้วทำกำไรจากมัน
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเงิน
Thomas Peterffy เปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดการเงินแบบถาวร:
ก่อน Peterffy:
- เทรดด้วยการตะโกน ราคาไม่โปร่งใส
- ค่า Commission สูง ($0.05-0.10/หุ้น)
- เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่เท่านั้นที่เข้าถึงตลาดได้
หลัง Peterffy:
- เทรดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ราคาโปร่งใส
- ค่า Commission เกือบเป็นศูนย์ (บางโบรกเกอร์ $0)
- ใครก็เทรดได้ผ่านมือถือ
เขาพิสูจน์ว่า Democratic Finance ทำได้จริง — ตลาดที่ยุติธรรม เข้าถึงได้ และมีต้นทุนต่ำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Thomas Peterffy เริ่มต้นด้วยเงินเท่าไหร่?
เขาสะสมเงินได้ $200,000 จากการทำงาน 10 ปี (1965-1977) ก่อนที่จะเป็นเทรดเดอร์เต็มตัว เงินจำนวนนี้เป็น Capital ในการซื้อที่นั่งใน American Stock Exchange และเริ่มธุรกิจของเขาเอง
Interactive Brokers ต่างจากโบรกเกอร์อื่นอย่างไร?
IB โดดเด่นในด้าน (1) ค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม (2) เทคโนโลยี Algo Trading ที่แข็งแกร่ง (3) เข้าถึงตลาดทั่วโลก 150+ แห่งในบัญชีเดียว และ (4) รองรับผลิตภัณฑ์การเงินครบวงจร ตั้งแต่หุ้นไปจนถึง Cryptocurrency
Algorithmic Trading ของ Peterffy ทำงานอย่างไร?
เขาใช้โปรแกรมคำนวณราคา Fair Value ของ Options จากข้อมูล Real-time (ราคาหุ้นอ้างอิง, ความผันผวน, เวลาหมดอายุ, อัตราดอกเบี้ย) ถ้า Market Price ต่างจาก Fair Value เกินเกณฑ์ที่กำหนด ระบบจะส่งคำสั่ง Buy/Sell อัตโนมัติ เพื่อทำกำไรจาก Arbitrage
เขาเคยล้มเหลวหรือไม่?
ในช่วงแรกที่พยายามนำคอมพิวเตอร์เข้าสู่ห้องเทรด เขาถูกคัดค้านอย่างหนัก บางครั้งระบบเสีย ต้องแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาใช้เวลา 5 ปีแก้ปัญหาทั้งหมด และพิสูจน์ว่าระบบใหม่ดีกว่า นี่คือเหตุผลที่เขาเน้นว่า "ใช้เวลา 40 ปีในการเรียนรู้และพัฒนา" ไม่ใช่ความสำเร็จชั่วข้ามคืน
คนไทยเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง?
(1) เทคโนโลยีเป็นตัวคูณของความสามารถ — ถ้าคุณเขียนโค้ดได้ คุณสามารถสร้าง Competitive Advantage ในตลาดการเงิน (2) การเทรดที่ยั่งยืนต้องอาศัย Edge ที่ชัดเจน ไม่ใช่การเดา (3) ใช้เวลาเรียนรู้ให้มากพอ — Peterffy ใช้ 5-10 ปีสร้างพื้นฐาน ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →
