พาส่อง 10 อันดับค่าเงินที่ถูกที่สุดในโลก มีสกุลไหนบ้าง
ค่าเงินที่ถูกที่สุดในโลกคือเรียลอิหร่าน (IRR) ตามด้วยดองเวียดนามและกีบลาว ดูครบ 10 อันดับพร้อมตารางอัตราอ้างอิง เหตุผลที่ค่าเงินอ่อน และคำตอบว่า RMB คือสกุลเงินอะไร

ค่าเงินที่ถูกที่สุดในโลกคือ เรียลอิหร่าน (IRR) ซึ่งอ่อนค่าที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเนื่องมาหลายปี จากผลของการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ยาวนาน ตามมาด้วยดองเวียดนาม (VND) และสกุลเงินเพื่อนบ้านที่คนไทยคุ้นเคยอย่างกีบลาว (LAK) บทความนี้พาส่องครบทั้ง 10 อันดับพร้อมตารางสรุป วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินอ่อน และตอบคำถามยอดฮิตอย่าง "RMB คือสกุลเงินอะไร" — หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวทุกวัน ตัวเลขในบทความเป็นอัตราอ้างอิง ณ ช่วงสำรวจข้อมูล ใช้เพื่อเทียบลำดับภาพรวมของแต่ละสกุลเงิน
สรุปสาระสำคัญ
- ค่าเงินที่ถูกที่สุดในโลกคือ เรียลอิหร่าน (IRR) อัตราอ้างอิงราว 1 USD = 42,105 IRR ผลจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการเมืองที่ยาวนาน
- อันดับรองลงมามีสกุลเงินใกล้ตัวคนไทย ทั้งดองเวียดนาม (VND) กีบลาว (LAK) และเรียลกัมพูชา (KHR)
- ค่าเงินอ่อนมักเกิดจากปัจจัยหลัก 3 ประการ: เศรษฐกิจเติบโตช้า, ความไม่มั่นคงทางการเมือง และการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ
- RMB (เหรินหมินปี้) คือสกุลเงินของจีน รหัสสากล CNY — ไม่ใช่สกุลเงินถูก แต่เป็นคำที่คนค้นหาคู่กันบ่อย
- สำหรับเทรดเดอร์ Forex สกุลเงินอ่อนค่ามักผันผวนสูงและสภาพคล่องต่ำ — ความเสี่ยงและโอกาสมาคู่กันเสมอ
- อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนทุกวัน ตัวเลขในบทความคืออัตราอ้างอิงเพื่อเทียบลำดับภาพรวม ไม่ใช่ราคาซื้อขายปัจจุบัน
10 อันดับสกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลก
อัตราแลกเปลี่ยนที่แสดงด้านล่างนี้อ้างอิงจากดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ตามข้อมูลตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ ช่วงสำรวจข้อมูล (ต้นปี 2025) โดยเรียงลำดับจากสกุลที่อ่อนค่าที่สุด
| อันดับ | สกุลเงิน (รหัส) | ประเทศ | อัตราอ้างอิงต่อ 1 USD |
|---|---|---|---|
| 1 | เรียลอิหร่าน (IRR) | อิหร่าน | 42,105.00 IRR |
| 2 | ดองเวียดนาม (VND) | เวียดนาม | 24,815.00 VND |
| 3 | ลีโอนเซียร์ราลีโอน (SLL) | เซียร์ราลีโอน | 22,594.85 SLL |
| 4 | กีบลาว (LAK) | ลาว | 21,996.25 LAK |
| 5 | รูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR) | อินโดนีเซีย | 15,382.40 IDR |
| 6 | ซอมอุซเบกิสถาน (UZS) | อุซเบกิสถาน | 12,640.02 UZS |
| 7 | ฟรังก์กินี (GNF) | กินี | 8,591.50 GNF |
| 8 | กวารานีปารากวัย (PYG) | ปารากวัย | 7,696.92 PYG |
| 9 | เรียลกัมพูชา (KHR) | กัมพูชา | 4,036.00 KHR |
| 10 | ชิลลิงยูกันดา (UGX) | ยูกันดา | 3,697.76 UGX |
หมายเหตุ: อัตราในตารางเป็นตัวเลขอ้างอิงจากช่วงสำรวจข้อมูล อัตราจริงเคลื่อนไหวทุกวันตามตลาด — ใช้ตารางนี้เพื่อเทียบ "ลำดับขนาด" ระหว่างสกุลเงินเป็นหลัก
1. เรียลอิหร่าน (IRR)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 42,105.00 IRR
เรียลอิหร่านครองตำแหน่งค่าเงินอ่อนค่าที่สุดในโลกมาอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจาก:
- การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ
- การพึ่งพาการส่งออกน้ำมันดิบเกือบ 80% ของรายได้ประเทศ
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
อิหร่านเคยพยายามเปลี่ยนสกุลเงินใหม่ (Toman) แทนเรียลเพื่อลดจำนวนศูนย์ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจได้
2. ดองเวียดนาม (VND)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 24,815.00 VND
แม้เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง (GDP เติบโต 6-7% ต่อปี) แต่เงินดองยังคงอ่อนค่า เพราะ:
- รัฐบาลควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก
- นโยบาย "managed float" ทำให้ค่าเงินไม่แข็งค่าเร็ว
- ระบบการเงินยังมีข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
สำหรับเทรดเดอร์ Forex ความผันผวนของ VND/USD ค่อนข้างต่ำ เพราะธนาคารกลางเวียดนามเข้ามาควบคุมตลาดอย่างเข้มงวด
3. ลีโอเนเซียร์ราลีโอน (SLL)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 22,594.85 SLL
เซียร์ราลีโอนในแอฟริกาตะวันตกเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง:
- สงครามกลางเมือง (1991-2002) ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
- การระบาดของอีโบลา (2014-2016) สร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณสุขและการท่องเที่ยว
- การพึ่งพาการส่งออกเพชรและแร่ธาตุเป็นหลัก ซึ่งมีราคาผันผวนตามตลาดโลก
อัปเดตสำคัญ: ตั้งแต่ปี 2022 เซียร์ราลีโอนทยอยเปลี่ยนไปใช้ธนบัตรลีโอนใหม่ (รหัส SLE) โดย 1 SLE เท่ากับ 1,000 ลีโอนเดิม เพื่อตัดศูนย์ออกจากระบบ ตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงลีโอนเดิม (SLL) ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้เปรียบเทียบกันมายาวนาน
4. กีบลาว (LAK)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 21,996.25 LAK
เงินกีบลาวอ่อนค่าเนื่องจาก:
- ประชากรเพียง 7.5 ล้านคน ทำให้ตลาดในประเทศเล็ก
- การพัฒนาเศรษฐกิจที่ช้า พึ่งพาภาคเกษตร (มันสำปะหลัง, ข้าว) และพลังงานไฟฟ้า
- ข้อจำกัดในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากกฎระเบียบที่ซับซ้อน
ลาวเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยมักใช้สกุลเงินบาทซื้อขายแทนเงินกีบในเขตชายแดน
5. รูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 15,382.40 IDR
อินโดนีเซียเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน แต่รูเปียห์กลับอ่อนค่า เพราะ:
- การพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ (ถ่านหิน, น้ำมันปาล์ม, นิกเกิล)
- ความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ (hot money)
- อัตราเงินเฟ้อที่ผันผวน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติระวังความเสี่ยง
IDR/USD เป็นคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงในตลาด Forex ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการ volatility ปานกลาง
6. ซอมอุซเบกิสถาน (UZS)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 12,640.02 UZS
อุซเบกิสถานในเอเชียกลางมีเศรษฐกิจที่พึ่งพา:
- การส่งออกฝ้าย (ผู้ผลิตอันดับต้นๆ ของโลก)
- การส่งออกก๊าซธรรมชาติและทองคำ
- การโอนเงินจากแรงงานข้ามชาติในรัสเซีย
รัฐบาลอุซเบกิสถานพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2016 โดยปล่อยให้ค่าเงินลอยตัวได้อย่างเสรี แต่ก็ยังคงมีการควบคุมทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง
7. ฟรังก์กินี (GNF)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 8,591.50 GNF
กินีในแอฟริกาตะวันตกมีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ (โดยเฉพาะบอกไซต์ สำหรับผลิตอลูมิเนียม) แต่ค่าเงินกลับอ่อนแอ เพราะ:
- ความไม่มั่นคงทางการเมือง (รัฐประหารล่าสุดในปี 2021)
- โครงสร้างพื้นฐานที่ด้อยพัฒนา
- ระบบราชการที่มีปัญหาคอร์รัปชัน
8. กวารานีปารากวัย (PYG)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 7,696.92 PYG
ปารากวัยในอเมริกาใต้มีเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคเกษตร (ถั่วเหลือง, เนื้อวัว) และการผลิตพลังงานไฟฟ้า แต่:
- การขาดดุลการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน (บราซิล, อาร์เจนตินา)
- ข้อจำกัดในการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต
- ตลาดในประเทศที่เล็ก (ประชากรเพียง 7 ล้านคน)
9. เรียลกัมพูชา (KHR)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 4,036.00 KHR
กัมพูชามีระบบเงินตราที่พิเศษ — ใช้ทั้งเงินเรียลและดอลลาร์สหรัฐฯ หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ (dollarization) โดยดอลลาร์ครองสัดส่วนการใช้งานกว่า 90% ส่งผลให้:
- เงินเรียลมีบทบาทน้อยในธุรกรรมขนาดใหญ่
- ธนาคารกลางกัมพูชาสูญเสียอำนาจในการควบคุมนโยบายการเงิน
- ความผันผวนของค่าเงินมีน้อย แต่ประเทศต้องเสี่ยงกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
10. ชิลลิงยูกันดา (UGX)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 3,697.76 UGX
ยูกันดามีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ (กาแฟ, น้ำมันดิบ, ทองคำ) แต่ค่าเงินอ่อนเพราะ:
- อัตราเงินเฟ้อที่สูง (เฉลี่ย 5-8% ต่อปี)
- ความไม่มั่นคงทางการเมืองในภูมิภาค
- การพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างประเทศและเงินกู้
RMB คือสกุลเงินอะไร ทำไมถูกค้นหาคู่กับเรื่องค่าเงิน
RMB ย่อมาจาก Renminbi (เหรินหมินปี้) แปลว่า "เงินของประชาชน" เป็นชื่อทางการของสกุลเงินจีน ส่วนคำว่า หยวน (Yuan) คือหน่วยนับของเงินสกุลนี้ — ความสัมพันธ์คล้ายกับคำว่า "สเตอร์ลิง" กับ "ปอนด์" ของอังกฤษ รหัสสากลตามมาตรฐาน ISO คือ CNY
ประเด็นที่หลายคนสับสน:
- RMB ไม่ใช่สกุลเงินถูก — มูลค่าอยู่ระดับหลักหน่วยต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่างจากสกุลเงินในลิสต์นี้หลายพันถึงหลายหมื่นเท่า
- CNY กับ CNH ต่างกันที่ตลาดซื้อขาย — CNY คือเงินหยวนที่ซื้อขายในจีนแผ่นดินใหญ่ (onshore) ส่วน CNH คือเงินหยวนที่ซื้อขายนอกประเทศ เช่น ฮ่องกง (offshore) มูลค่าใกล้เคียงกันแต่ไม่เท่ากันเป๊ะ
- จีนบริหารค่าเงินแบบ managed float — ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดค่ากลางรายวันและปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ ทำให้เงินหยวนผันผวนน้อยกว่าสกุลเงินที่ลอยตัวเสรี
สำหรับเทรดเดอร์ คู่เงินที่โบรกเกอร์ต่างประเทศส่วนใหญ่เปิดให้เทรดคือ USD/CNH (ฝั่ง offshore) — ตรวจสอบช่วงเวลาซื้อขายและสภาพคล่องก่อนเข้าออเดอร์ได้จากตารางเวลาเปิด-ปิดตลาด Forex
ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินอ่อนค่า
การที่สกุลเงินหนึ่งอ่อนค่าไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน — มันเป็นผลมาจากปัจจัยพื้นฐานหลายประการที่สั่งสมกันเป็นระยะเวลานาน เรามาดูปัจจัยสำคัญทั้ง 3 ด้าน
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า
ประเทศที่มีอัตราการเติบโตทาง GDP ต่ำ หรือติดลบอย่างต่อเนื่อง มักมีค่าเงินอ่อน เพราะ:
- ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติลดลง
- อุปสงค์ในสกุลเงินนั้นลดลงตามไปด้วย
- การพึ่งพาภาคเศรษฐกิจเพียงภาคเดียว (เช่น การส่งออกน้ำมันหรือแร่ธาตุ) ทำให้เศรษฐกิจเปราะบาง
ตัวอย่างเช่น อิหร่านพึ่งพาน้ำมัน เซียร์ราลีโอนพึ่งพาเพชร — เมื่อราคาสินค้าเหล่านี้ตกต่ำ ค่าเงินก็ร่วงตาม
ความไม่มั่นคงทางการเมือง
เสถียรภาพทางการเมืองมีผลโดยตรงต่อค่าเงิน ประเทศที่มี:
- รัฐประหารบ่อยครั้ง
- ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์
- ระบบราชการที่คอร์รัปชัน
- กฎหมายที่ไม่โปร่งใส
...จะทำให้นักลงทุนต่างชาติหลีกเลี่ยง และย้ายเงินทุนไปประเทศที่มั่นคงกว่า ส่งผลให้ความต้องการสกุลเงินลดลง
สำหรับเทรดเดอร์ Forex การติดตามข่าวสารการเมืองของประเทศที่มีค่าเงินอ่อนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเหตุการณ์ทางการเมืองสามารถทำให้ค่าเงินผันผวนได้ถึง 10-20% ภายในวันเดียว
ดุลการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
ประเทศที่ขาดดุลการค้า (นำเข้ามากกว่าส่งออก) อย่างต่อเนื่องต้องใช้เงินตราต่างประเทศจำนวนมาก ส่งผลให้:
- อุปทานของสกุลเงินตัวเองในตลาดเพิ่มขึ้น
- อุปสงค์ในดอลลาร์หรือสกุลเงินหลักเพิ่มขึ้น
- ค่าเงินอ่อนค่าลง
นอกจากนี้ ประเทศที่ไม่สามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) จะขาดแคลนเงินทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจไม่เติบโต และค่าเงินอ่อนลงเรื่อยๆ
อัตราเงินเฟ้อที่สูง
เมื่อราคาสินค้าและบริการในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กำลังซื้อของสกุลเงินก็ลดลง — นี่คือ "เงินเฟ้อ" ประเทศที่มีเงินเฟ้อสูงเรื้อรัง (double-digit inflation) เช่น อิหร่าน อาร์เจนตินา จะมีค่าเงินอ่อนค่ามาก เพราะ:
- นักลงทุนไม่ต้องการถือครองสกุลเงินที่เสื่อมค่าเร็ว
- ธนาคารกลางต้องพิมพ์เงินมากขึ้น ทำให้อุปทานเงินเพิ่ม
- วงจรอุบาทว์: เงินเฟ้อ → ค่าเงินอ่อน → ราคานำเข้าสูงขึ้น → เงินเฟ้อเพิ่ม
โอกาสและความเสี่ยงสำหรับเทรดเดอร์ Forex
การเข้าใจสกุลเงินอ่อนค่าไม่ได้เป็นเพียงความรู้ทั่วไป — มันมีประโยชน์ทางปฏิบัติสำหรับเทรดเดอร์ Forex หลายด้าน
โอกาสในการทำกำไรจากความผันผวน
สกุลเงินอ่อนค่ามักมี volatility สูง — ราคาขึ้นลง 1-3% ภายในวันเดียวเป็นเรื่องปกติ หากคุณสามารถวิเคราะห์ทิศทางได้ถูก การเทรดคู่เงินเช่น USD/IRR, USD/VND (ในตลาด OTC) อาจให้ผลตอบแทนที่สูง

อย่างไรก็ดี สกุลเงินเหล่านี้มักไม่มีสภาพคล่องสูงในโบรกเกอร์ทั่วไป — คุณอาจต้องหาโบรกเกอร์เฉพาะทางหรือเทรดผ่าน exotic currency pairs
การ Hedge ความเสี่ยงสำหรับธุรกิจระหว่างประเทศ
หากคุณทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกกับประเทศที่มีค่าเงินอ่อน การทำ hedging ด้วย Forex futures หรือ options สามารถป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
ตัวอย่าง: บริษัทไทยที่นำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียอาจซื้อ USD/IDR forward contract เพื่อล็อกอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
การเทรดสกุลเงินอ่อนค่ามีความเสี่ยงสูงมาก อย่าใช้ leverage เกิน 1:50 และต้องมี stop-loss ทุกครั้ง เพราะความผันผวนสามารถทำให้คุณขาดทุนได้เร็ว
ความเสี่ยงหลักที่ต้องระวัง:
- Liquidity risk: สกุลเงินอ่อนค่ามีสภาพคล่องต่ำ อาจเทรดไม่ออกในช่วงวิกฤติ
- Political risk: เหตุการณ์การเมืองไม่คาดคิดอาจทำให้ค่าเงินร่วงหรือพุ่งทันที
- Counterparty risk: โบรกเกอร์ที่ให้เทรดสกุลเงินเหล่านี้อาจไม่ได้รับการกำกับดูแล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมสกุลเงินอ่อนค่าถึงมีตัวเลขมาก (เช่น 42,105 IRR ต่อ 1 USD)?
ตัวเลขขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าสกุลเงินนั้น "แย่" แต่สะท้อนให้เห็นถึง:
- ประวัติศาสตร์เงินเฟ้อที่สั่งสมมานาน
- การพิมพ์เงินมากเกินไปในอดีต
- การขาดการปฏิรูปสกุลเงิน (redenomination)
ประเทศบางแห่งเคยตัดศูนย์ออกเพื่อให้เลขอ่านง่ายขึ้น (เช่น บราซิลเคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง)
ค่าเงินอ่อนส่งผลดีต่อการส่งออกใช่หรือไม่?
ใช่ — ค่าเงินอ่อนทำให้สินค้าส่งออกถูกลงในสายตาของผู้ซื้อต่างชาติ เช่น เวียดนามรักษาค่าเงินให้อ่อนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิต แต่ในทางกลับกัน ค่าเงินอ่อนทำให้สินค้านำเข้าแพงขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นเงินเฟ้อได้
เทรดเดอร์มือใหม่ควรเทรดสกุลเงินอ่อนค่าหรือไม่?
ไม่แนะนำ สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจาก major pairs (EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY) ที่มีสภาพคล่องสูงและ spread ต่ำก่อน รอจนมีประสบการณ์และเข้าใจการบริหารความเสี่ยงแล้วค่อยลองเทรดสกุลเงินอ่อนค่า
ค่าเงินที่อ่อนที่สุดจะคงอยู่ในอันดับเดิมตลอดไปหรือไม่?
ไม่ — การจัดอันดับเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมือง เช่น เงินโบลิวาร์เวเนซุเอลา (VES) เคยอยู่อันดับต้นๆ แต่ถูกปฏิรูปและตัดศูนย์ออกหลายครั้ง หรือเงินดอลลาร์ซิมบับเว (ZWL) เคยมีเงินเฟ้อสูงสุดในโลกก่อนถูกยกเลิกใช้
ฉันจะดูอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดได้จากที่ไหน?
อัตราในบทความเป็นตัวเลขอ้างอิง ณ ช่วงสำรวจข้อมูลเท่านั้น หากต้องแลกเงินจริงให้เทียบอัตราจากธนาคารพาณิชย์หรือผู้ให้บริการแลกเงินหลายเจ้าก่อนตัดสินใจ ส่วนเทรดเดอร์ดูราคาเรียลไทม์ได้จากแพลตฟอร์ม MT4/MT5 ของโบรกเกอร์ที่ใช้งาน — เปรียบเทียบโบรกเกอร์ได้ที่โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด และถ้าต้องโอนเงินไปต่างประเทศ อย่าลืมเช็กรหัส SWIFT ของธนาคารไทยให้ถูกต้องก่อนทำรายการ
RMB กับ CNY คือเงินสกุลเดียวกันหรือไม่?
ใช่ — RMB (เหรินหมินปี้) คือชื่อทางการของสกุลเงินจีน ส่วน CNY คือรหัสสากลตามมาตรฐาน ISO และ "หยวน" คือหน่วยนับ เวลาเห็นราคา USD/CNY หรือ USD/CNH จึงหมายถึงเงินสกุลเดียวกัน ต่างกันเพียงตลาดที่ซื้อขาย (ในจีนแผ่นดินใหญ่หรือนอกประเทศ)
อยากเข้าใจตลาดทองและค่าเงินมากขึ้น
ถ้าเรื่องนี้ทำให้คุณอยากรู้ต่อว่าราคาทองกับค่าเงินขยับจากอะไร เริ่มอ่านฟรีได้ที่ สารบัญความรู้ — เทรดทอง XAU/USD ฉบับสมบูรณ์ และ คู่มือเทรดทองสำหรับมือใหม่ ทั้งสองหน้าไม่ต้องสมัครอะไรทั้งนั้น ค่อยดูเงื่อนไขบัญชีจริงตอนที่อ่านจนเข้าใจแล้วก็ยังทัน
ดูรายละเอียด Exnessเว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้Uhas เป็นเว็บไซต์ของ IB (Introducing Broker) ผู้แนะนำลูกค้าให้โบรกเกอร์ ไม่ใช่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์รายใด และไม่ได้เป็นของหรือดำเนินการโดยโบรกเกอร์ที่กล่าวถึงบนเว็บไซต์นี้
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
- การเทรด Forex คืออะไร
- โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด 2026 เปรียบเทียบ 16 โบรก รีวิวจริง
- สารบัญความรู้ — เทรดทอง XAU/USD ฉบับสมบูรณ์
- บทที่ 7 | Leverage Forex คืออะไร เลือกเท่าไหร่ดี
You are on the website of the IBs of Exness company. This site is not owned or operated by Exness.
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →