U
UHAS
XAU/USD0.00%

แนะนำหุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจ 2024 หุ้นที่มีคนซื้อมากที่สุด

อยากเทรดหุ้น แต่ไม่รู้จะลงทุนกับหุ้นไหนดี ขอแนะนำ 10 หุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจในปี 2024 จะมีหุ้นไหนน่าลงทุนบ้าง Uhas รวบรวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

P
Patiphan Uhas
20 พฤศจิกายน 2567·3 นาทีอ่าน
แชร์
เปิด 10 หุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจ 2024 มีหุ้นไหนน่าลงทุนบ้าง

การลงทุนในหุ้นต่างประเทศเปิดโอกาสให้คุณเข้าถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่การเลือกหุ้นที่เหมาะสมต้องอาศัยความเข้าใจทั้งพื้นฐานธุรกิจ แนวโน้มอุตสาหกรรม และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้เราจะพาคุณรู้จักกับ 10 หุ้นต่างประเทศที่โดดเด่นในปี 2024 พร้อมแนะนำแนวทางสำหรับนักลงทุนมือใหม่

สรุปสาระสำคัญ

  • หุ้นเทคโนโลยีอย่าง Microsoft และ NVIDIA ได้ประโยชน์จากกระแส AI และ Cloud Computing
  • หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เช่น TSMC และ ASML มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน
  • นักลงทุนมือใหม่ควรเริ่มจากหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและโมเดลธุรกิจเข้าใจง่าย
  • การกระจายการลงทุนและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดช่วยลดความเสี่ยง

10 หุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจในปี 2024

การคัดเลือกหุ้นต่างประเทศที่มีคุณภาพต้องพิจารณาหลายปัจจัย ตั้งแต่ความแข็งแกร่งทางการเงิน ศักยภาพการเติบโต ความสามารถในการแข่งขัน ไปจนถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรม เราได้คัดสรรหุ้น 10 ตัวที่โดดเด่นและน่าจับตามองในปีนี้มาแนะนำให้คุณรู้จัก

1. Microsoft Corporation (MSFT)

Microsoft ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยธุรกิจหลักที่หลากหลายตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ Windows, ชุดโปรแกรม Office 365 ไปจนถึงแพลตฟอร์ม Cloud Computing ชื่อ Azure

จุดเด่นของ Microsoft ในปี 2024 คือการลงทุนอย่างจริงจังในเทคนโลยี AI โดยเฉพาะการร่วมมือกับ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ทำให้สามารถนำ AI มาผสานในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจ Azure ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Cloud ชั้นนำของโลกก็มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้กับบริษัท

2. NVIDIA Corporation (NVDA)

NVIDIA เป็นผู้นำระดับโลกในการผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) และกำลังเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของตลาด AI ชิป GPU ของบริษัทเป็นส่วนสำคัญในการประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่และระบบ Data Center

ความต้องการชิป AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ NVIDIA มีผลประกอบการเติบโตแบบก้าวกระโดด ในปี 2024 บริษัทยังคงขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม Data Center และเกม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและระบบขับขี่อัตโนมัติอีกด้วย

3. Alphabet Inc. (GOOGL)

Alphabet บริษัทแม่ของ Google ครองตำแหน่งผู้นำในธุรกิจค้นหาออนไลน์และโฆษณาดิจิทัลมานานกว่าสองทศวรรษ รายได้หลักมาจากโฆษณาบน Google Search, YouTube และ Google Display Network

ในปี 2024 Alphabet ลงทุนอย่างจริงจังในการพัฒนา AI โดยเฉพาะโมเดล Gemini ซึ่งออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่ ธุรกิจ Google Cloud ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่และระบบนิเวศที่แข็งแกร่งยังทำให้ Alphabet มีความได้เปรียบอย่างชัดเจน

4. Amazon.com, Inc. (AMZN)

Amazon เป็นมากกว่าบริษัท E-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธุรกิจ Amazon Web Services (AWS) คือผู้นำตลาด Cloud Computing ระดับโลกและสร้างกำไรสูงให้กับบริษัท

ในปี 2024 Amazon ยังคงขยายธุรกิจในหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การลงทุนใน AI และ Machine Learning ไปจนถึงการขยายธุรกิจโฆษณา ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ความหลากหลายของธุรกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทำให้ Amazon มีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

5. Meta Platforms, Inc. (META)

Meta บริษัทเจ้าของ Facebook, Instagram, และ WhatsApp กำลังปรับตัวจากการเป็นบริษัทโซเชียลมีเดียไปสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มุ่งเน้น Metaverse และ AI

แม้การลงทุนใน Metaverse จะยังไม่ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจน แต่ธุรกิจหลักด้านโฆษณายังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ Instagram Reels และ WhatsApp Business ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 Meta เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและลงทุนใน AI เพื่อปรับปรุงระบบแนะนำเนื้อหาและโฆษณา

6. ASML Holding N.V. (ASML)

ASML เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในการผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะเครื่อง Extreme Ultraviolet (EUV) Lithography ซึ่ง ASML เป็นผู้ผลิตรายเดียวในโลก

เครื่อง EUV มีความจำเป็นสำหรับการผลิตชิปขั้นสูงที่มีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในปี 2024 ความต้องการเครื่องจักรของ ASML ยังคงสูงจากผู้ผลิตชิปรายใหญ่ทั่วโลก แม้จะมีข้อจำกัดในการส่งออกไปยังบางประเทศ แต่ตำแหน่งผูกขาดของบริษัททำให้มีอำนาจต่อรองสูง

7. Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSM)

TSMC เป็นบริษัทผลิตชิปรับจ้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลูกค้าที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Apple, NVIDIA, AMD และ Qualcomm

ความได้เปรียบของ TSMC คือเทคโนโลยีการผลิตชิปที่ล้ำหน้า โดยเฉพาะกระบวนการผลิต 3nm และ 2nm ที่กำลังพัฒนา ในปี 2024 TSMC ขยายการผลิตไปยังสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการชิปขั้นสูงยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

8. Eli Lilly and Company (LLY)

Eli Lilly เป็นบริษัทยาชั้นนำที่โดดเด่นในการพัฒนายาสำหรับโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคอัลไซเมอร์ ยา Mounjaro และ Zepbound สำหรับลดน้ำหนักและควบคุมโรคเบาหวานได้รับความนิยมสูงมาก

ตลาดยาลดน้ำหนักคาดว่าจะเติบโตเป็นตลาดขนาดหลายแสนล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Eli Lilly มีสินค้าที่แข่งขันได้ในตลาดนี้และมีการวิจัยพัฒนายาใหม่อย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 บริษัทขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

9. Mastercard Incorporated (MA)

Mastercard เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การชำระเงินแบบไร้เงินสดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นของ Mastercard คือรายได้ที่มาจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ซึ่งเติบโตสม่ำเสมอตามปริมาณการใช้จ่าย ในปี 2024 บริษัทลงทุนในเทคโนลยีด้านความปลอดภัย การชำระเงินแบบ Real-time และการขยายบริการในตลาดเกิดใหม่ แม้จะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นจาก Fintech แต่เครือข่ายที่แข็งแกร่งและการยอมรับในระดับโลกยังทำให้ Mastercard มีความได้เปรียบ

10. UnitedHealth Group Incorporated (UNH)

UnitedHealth Group เป็นบริษัทประกันสุขภาพและบริการด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีธุรกิจแบ่งเป็นสองส่วนหลัก คือ UnitedHealthcare (ประกันสุขภาพ) และ Optum (บริการสุขภาพและเภสัชกรรม)

ขนาดของ UnitedHealth และความสามารถในการเจรจาราคากับผู้ให้บริการทางการแพทย์ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบด้านต้นทุน ในปี 2024 บริษัทขยายการใช้เทคโนโลยีในการดูแลสุขภาพและการจัดการข้อมูล ธุรกิจ Optum เติบโตแข็งแกร่งและมีกำไรสูง ช่วยสร้างความหลากหลายของรายได้

นักลงทุนมือใหม่ เริ่มต้นลงทุนหุ้นไหนดี

แนวทางสำหรับนักลงทุนมือใหม่

สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศ การเลือกหุ้นที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างพื้นฐานการลงทุนที่มั่นคง มีหลายปัจจัยที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

เริ่มจากบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง

นักลงทุนมือใหม่ควรเลือกหุ้นจากบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดบวกอย่างสม่ำเสมอ และมีประวัติการดำเนินธุรกิจที่ดี บริษัทอย่าง Microsoft, Amazon และ Mastercard เป็นตัวอย่างที่ดีเพราะมีรายได้ที่คาดการณ์ได้และมีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีตัวเล็ก

เลือกธุรกิจที่เข้าใจง่าย

การลงทุนในธุรกิจที่คุณเข้าใจจะช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงและโอกาสได้ดีขึ้น หุ้นอย่าง Amazon (E-commerce และ Cloud), Mastercard (เครือข่ายชำระเงิน) หรือ Eli Lilly (ยา) มีโมเดลธุรกิจที่ไม่ซับซ้อนและง่ายต่อการติดตามผลประกอบการ

ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด

ก่อนตัดสินใจลงทุน คุณควรศึกษางบการเงิน อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (เช่น P/E Ratio, Debt-to-Equity) และข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัท การเข้าใจปัจจัยพื้นฐานจะช่วยให้คุณลงทุนได้อย่างมั่นใจและลดการตัดสินใจจากอารมณ์

กระจายการลงทุน

การกระจายเงินลงทุนในหลายหุ้นจะช่วยลดความเสี่ยง คุณไม่ควรลงทุนเงินทั้งหมดในหุ้นตัวเดียว แม้จะเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งก็ตาม ลองแบ่งการลงทุนไปยังหลายอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี การแพทย์ และการเงิน เพื่อสร้างสมดุลในพอร์ตการลงทุน

TIP

การลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านกองทุน ETF (Exchange-Traded Fund) อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เพราะได้ความหลากหลายทันทีและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการซื้อหุ้นแต่ละตัว

เริ่มต้นด้วยเงินที่พอดี

อย่าเร่งรีบลงทุนเงินจำนวนมากตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มจากจำนวนที่คุณสามารถรับความเสี่ยงได้และเพิ่มเติมเมื่อมีความมั่นใจและประสบการณ์มากขึ้น การลงทุนแบบ Dollar-Cost Averaging (ลงทุนเป็นงวดๆ) ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น

ความเสี่ยงที่ควรระวัง

การลงทุนในหุ้นต่างประเทศมีความเสี่ยงที่นักลงทุนควรตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือ ความเข้าใจในความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นและหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่ไม่จำเป็น

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

เมื่อคุณลงทุนในหุ้นต่างประเทศ คุณจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ถึงแม้หุ้นจะมีราคาขึ้น แต่ถ้าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาท ผลตอบแทนที่แปลงเป็นบาทอาจลดลงได้

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบาย

นโยบายของรัฐบาลในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาษี กฎระเบียบ หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท เช่น ข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีไปยังบางประเทศที่ส่งผลต่อบริษัทเซมิคอนดักเตอร์

ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตมักมีความผันผวนสูงกว่าหุ้นปันผล ในช่วงที่ตลาดปรับฐาน หุ้นเหล่านี้อาจมีราคาลดลงมากกว่าตลาดโดยรวม

แผนภาพความผันผวนกับระยะ Stop Loss: ตลาดนิ่งแท่งเทียนสั้นใช้ระยะหยุดขาดทุนแคบได้ ตลาดเหวี่ยงแท่งยาวต้องเผื่อระยะกว้างขึ้น
แผนภาพความผันผวนกับระยะ Stop Loss: ตลาดนิ่งแท่งเทียนสั้นใช้ระยะหยุดขาดทุนแคบได้ ตลาดเหวี่ยงแท่งยาวต้องเผื่อระยะกว้างขึ้น
NOTE

อย่าลงทุนเงินที่คุณต้องใช้ในระยะสั้นหรือเงินฉุกเฉินในหุ้น การลงทุนในหุ้นควรมีระยะเวลาอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อให้มีเวลาพอที่จะผ่านพ้นความผันผวนในระยะสั้น

ความเสี่ยงเฉพาะบริษัท

บริษัทแต่ละแห่งอาจเผชิญกับปัญหาเฉพาะ เช่น การเปลี่ยนแปลงของทีมผู้บริหาร การสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ หรือการถูกฟ้องร้อง ความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทางเลือกอื่นสำหรับนักลงทุน

นอกจากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรงแล้ว ยังมีทางเลือกการลงทุนอื่นที่อาจเหมาะสมกับนักลงทุนบางกลุ่ม แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

กองทุนรวมและ ETF

กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศและ ETF ให้ความหลากหลายทันทีโดยไม่ต้องคัดเลือกหุ้นเอง มีทั้งกองทุนที่เน้นภูมิภาค (เช่น S&P 500 ETF) หรือเน้นอุตสาหกรรม (เช่น Technology ETF) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามหุ้นแต่ละตัว

การเทรด Forex

การเทรด Forex เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงและสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตลาด Forex มีสภาพคล่องสูงและสามารถใช้ leverage เพื่อเพิ่มโอกาสผลตอบแทน (แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงตามไปด้วย)

INFO

หากคุณสนใจการเทรด Forex แต่ยังไม่มีความรู้ คุณสามารถเรียนรู้การเทรด Forex กับ Uhas ได้ เรามีหลักสูตรที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงกลยุทธ์ขั้นสูง เพื่อให้คุณสามารถเทรดได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หุ้นต่างประเทศและหุ้นไทยต่างกันอย่างไร

หุ้นต่างประเทศมักมาจากบริษัทที่ใหญ่กว่าและมีส่วนแบ่งตลาดโลก มีสภาพคล่องสูงกว่า และเปิดโอกาสให้เข้าถึงอุตสาหกรรมที่ไทยไม่มี เช่น เทคโนโลยี Cloud หรือเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง แต่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม

ต้องมีเงินลงทุนเท่าไหร่จึงจะเริ่มซื้อหุ้นต่างประเทศได้

ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้ โบรกเกอร์บางแห่งอนุญาตให้ซื้อหุ้นเศษส่วน (Fractional Shares) ทำให้คุณสามารถเริ่มต้นด้วยเงินเพียงหลักร้

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →