นักเทรดคริปโตมือใหม่ เริ่มอย่างไรให้ได้กำไร
แนะนำความรู้ดี ๆ เพื่อเตรียมพร้อมให้คริปโตมือใหม่ ก้าวเข้าสู่ตลาดคริปโต สามารถเทรดได้อย่างมั่นคง กับรวบรวมความรู้สำคัญที่ควรรู้ก่อนการเทรด

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการเติบโตสูงสุดในทศวรรษนี้ แต่สำหรับมือใหม่ การก้าวเข้าสู่ตลาดที่มีความผันผวนสูงนี้อาจดูน่ากลัว บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นเทรดคริปโต ตั้งแต่การศึกษาพื้นฐาน การเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเข้าสู่ตลาดนี้ด้วยความมั่นใจและมีโอกาสทำกำไรได้อย่างยั่งยืน
สรุปสาระสำคัญ
- ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเหรียญคริปโตจาก White Paper และเทคโนโลยี Blockchain ก่อนลงทุน
- เลือกกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ระหว่าง Day Trading และ Buy and Hold
- ประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคลและเริ่มต้นด้วยเงินทุนที่พร้อมจะเสีย
- ติดตามข่าวสารและราคาเหรียญอย่างสม่ำเสมอ เพราะตลาดคริปโตเปิดซื้อขาย 24/7
- ใช้เครื่องมือ Stop Loss และหลักการบริหารเงิน Money Management ทุกครั้ง
ทำไมต้องศึกษาก่อนลงทุนคริปโต
การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีต่างจากการซื้อขายหุ้นหรือทองคำทั่วไป เพราะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำงานบนเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว ปัจจุบันมีเหรียญคริปโตมากกว่า 20,000 เหรียญในตลาด แต่ละเหรียญมีวัตถุประสงค์และเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
White Paper คืออะไร
White Paper คือเอกสารทางเทคนิคที่ผู้พัฒนาเหรียญคริปโตเขียนขึ้นเพื่ออธิบายรายละเอียดของโปรเจกต์ ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น:
- วัตถุประสงค์ของโปรเจกต์และปัญหาที่ต้องการแก้ไข
- เทคโนโลยีและกลไกการทำงานของ Blockchain
- Tokenomics หรือระบบเศรษฐศาสตร์ของเหรียญ (จำนวนเหรียญทั้งหมด การกระจายเหรียญ)
- ทีมพัฒนาและแผนงาน (Roadmap)
การอ่าน White Paper ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเหรียญนั้นมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งหรือเป็นเพียงโปรเจกต์ชั่วคราว ตัวอย่างเช่น Bitcoin มี White Paper ที่เขียนโดย Satoshi Nakamoto ในปี 2008 อธิบายแนวคิดระบบเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจ (Decentralized)
ระวังเหรียญที่ไม่มี White Paper หรือมีข้อมูลไม่ชัดเจน เหรียญเหล่านี้มักมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโครงการหลอกลวง (Scam)
ศึกษาตลาดและกลไกราคา
ราคาคริปโตขึ้นอยู่กับกลไกอุปสงค์-อุปทาน แต่ปัจจัยอื่นๆ ก็มีผลกระทบสูง เช่น:
- ข่าวการควบคุมจากรัฐบาล (Regulation)
- การอัปเดตเทคโนโลยีของเหรียญ (Protocol Upgrade)
- ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนสถาบัน (Institutional Investors)
- การยอมรับใช้งานจริง (Real-world Adoption)
การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น CoinDesk, CoinTelegraph หรือ Twitter ของผู้พัฒนาโปรเจกต์ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ทันท่วงที
เลือกกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะกับคุณ
กลยุทธ์การเทรดคริปโตมีหลายรูปแบบ การเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 3 อย่าง คือ เวลาที่มี ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป้าหมายการลงทุน
Day Trading — เทรดรายวัน
Day Trading คือการซื้อและขายคริปโตภายในวันเดียว โดยไม่ถือ Position ข้ามคืน เทรดเดอร์ประเภทนี้มุ่งเน้นทำกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะสั้น
ข้อดี:
- โอกาสทำกำไรได้เร็ว โดยเฉพาะในตลาดที่ผันผวนสูง
- ลดความเสี่ยงจากข่าวร้ายที่เกิดข้ามคืน
- สามารถใช้ประโยชน์จากความผันผวนได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
ข้อเสีย:
- ต้องใช้เวลามากในการติดตามกราฟตลอดวัน
- ค่า Trading Fee สูง เพราะมีการซื้อขายบ่อย
- ต้องการทักษะการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ในระดับสูง
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีเวลาเฝ้าดูตลาดตลอดวัน มีทุนหมุนเวียนพอสมควร และพร้อมรับความเครียดจากการตัดสินใจที่รวดเร็ว
ช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตมีการซื้อขายหนาแน่นที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ไทย คือ 01:00-04:00 น. (เวลาไทย) ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดอเมริกาและยุโรปเปิด
Buy and Hold (HODL) — ถือระยะยาว
Buy and Hold หรือที่เรียกกันในวงการว่า HODL (Hold On for Dear Life) คือการซื้อคริปโตและถือครองเป็นระยะเวลานาน อาจเป็นเดือนหรือหลายปี โดยมีความเชื่อว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว
ข้อดี:
- ไม่ต้องใช้เวลาดูกราฟบ่อย เหมาะกับคนที่ยุ่ง
- ค่า Trading Fee ต่ำ เพราะซื้อขายน้อยครั้ง
- หลีกเลี่ยง Emotional Trading หรือการตัดสินใจด้วยอารมณ์
- ได้ประโยชน์จากการเติบโตของโปรเจกต์ในระยะยาว
ข้อเสีย:
- ต้องทนดูพอร์ตขาดทุนในช่วง Bear Market
- พลาดโอกาสทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้น
- เงินทุนติดอยู่เป็นระยะเวลานาน
เหมาะกับใคร: ผู้ที่เชื่อมั่นในอนาคตของเทคโนโลยี Blockchain มีเงินสำรองเพียงพอ และไม่ต้องการใช้เงินทุนในระยะสั้น
ตัวอย่างเหรียญที่นิยม HODL:
- Bitcoin (BTC) — เหรียญที่มี Market Cap สูงสุด มักถูกมองว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล"
- Ethereum (ETH) — แพลตฟอร์ม Smart Contract ที่ใช้งานจริงมากที่สุด
- Binance Coin (BNB) — เหรียญของ Exchange ใหญ่ที่สุดของโลก
Swing Trading — จังหวะกลางๆ
Swing Trading คือการถือ Position เป็นวันหรือสัปดาห์ เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงกลาง ไม่เร็วเท่า Day Trading แต่ไม่ช้าเท่า HODL
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีเวลาติดตามตลาดบ้างแต่ไม่ได้ตลอดวัน ต้องการทำกำไรมากกว่า HODL แต่ไม่ต้องการความเครียดของ Day Trading
ประเมินตัวเองก่อนลงทุน
การลงทุนคริปโตมีความเสี่ยงสูง ก่อนเริ่มต้นคุณต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้:
คุณมีเงินสำรองฉุกเฉินหรือไม่
กฎทองคือ อย่าใช้เงินที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันมาเทรด คุณควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย ก่อนจะนำเงินส่วนเกินมาลงทุน
ระดับความเสี่ยงของคุณอยู่ที่ไหน
ลองประเมินด้วยคำถามเหล่านี้:
- ถ้าพอร์ตคุณลดลง 30% ในหนึ่งวัน คุณจะนอนหลับได้หรือไม่
- คุณมีภาระหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระอยู่หรือไม่
- คุณพร้อมที่จะขาดทุนเงินทุนทั้งหมดที่นำมาเทรดหรือไม่
ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงมาก ราคาสามารถเปลี่ยนแปลง 20-30% ในหนึ่งวันได้ หากคุณไม่พร้อมรับความเสี่ยงนี้ ควรลดสัดส่วนการลงทุนหรือเลือกเหรียญที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น Bitcoin หรือ Ethereum
เริ่มต้นด้วยเงินทุนเท่าไร
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มต้นด้วย:
- เงินทุนไม่เกิน 5-10% ของสินทรัพย์สุทธิทั้งหมด
- เงินที่พร้อมจะเสียได้ 100% โดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน
- ทดลองเทรดด้วย Demo Account ก่อน (หากโบรกเกอร์มีบริการ)
เมื่อมีความมั่นใจและเข้าใจกลไกตลาดมากขึ้น จึงค่อยเพิ่มเงินทุนได้
กฎ Money Management ที่ควรใช้
- กฎ 1-2% — อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดในหนึ่ง Position
- Risk-Reward Ratio — ควรมีอัตราส่วนอย่างน้อย 1:2 (เสี่ยง $100 เพื่อได้กำไร $200)
- Stop Loss ทุกครั้ง — กำหนดจุดตัดขาดทุนก่อนเข้า Position เสมอ
- กระจายพอร์ต — อย่าลงทุนเหรียญเดียว แบ่งลงทุน 3-5 เหรียญ

ติดตามข่าวและราคาอย่างสม่ำเสมอ
ตลาดคริปโตเปิดซื้อขาย 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที การติดตามข่าวสารและราคาจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เครื่องมือติดตามราคาที่แนะนำ
- CoinMarketCap — แสดงราคา Market Cap และ Trading Volume แบบ Real-time
- CoinGecko — ให้ข้อมูลครบถ้วนรวมถึง Developer Activity
- TradingView — เครื่องมือ Charting และ Technical Analysis ระดับมืออาชีพ
- Crypto News Apps — แอปรวมข่าวเช่น CoinDesk, Cointelegraph
ข่าวสารที่ต้องติดตาม
- การควบคุมจากรัฐบาล — เช่น สหรัฐฯ ออกกฎเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับคริปโต ราคามักปรับตัวลงทันที
- Partnership และ Adoption — เช่น บริษัทใหญ่ประกาศรับชำระด้วย Bitcoin ราคามักขึ้น
- Technical Upgrade — เช่น Ethereum Merge จาก Proof of Work เป็น Proof of Stake
- การเคลื่อนไหวของ Whales — นักลงทุนใหญ่ที่ถือเหรียญจำนวนมาก การซื้อขายของพวกเขาส่งผลต่อราคา
ตัวอย่างข่าวที่ส่งผลกระทบ: เมื่อ Elon Musk เปลี่ยน Twitter Bio เป็น "#bitcoin" ในกุมภาพันธ์ 2021 ราคา Bitcoin พุ่งจาก $32,000 เป็น $38,000 ภายใน 1 ชั่วโมง — เพิ่มขึ้น 18.75%
เทคนิคการติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ
- ตั้ง Price Alert ในแอป Exchange หรือ CoinMarketCap เพื่อแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงจุดที่คุณกำหนด
- ติดตาม Twitter ของ Influencers และผู้พัฒนาโปรเจกต์ แต่อย่าเชื่อทุกอย่าง ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ
- เข้ากลุ่มสนทนาหรือ Discord ของ Community เพื่อรับข้อมูลเชิงลึก
- อ่านข่าวจากหลายแหล่ง อย่าพึ่งพาข่าวจากที่เดียว
เลือกโบรกเกอร์และเครื่องมือที่เหมาะสม
การเลือก Exchange หรือโบรกเกอร์คริปโตเป็นขั้นตอนสำคัญ ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้:
ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
- ตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่
- มีระบบรักษาความปลอดภัย 2FA (Two-Factor Authentication)
- มี Cold Wallet สำหรับเก็บสินทรัพย์ส่วนใหญ่
- ประวัติการถูกแฮกหรือปัญหาด้านความปลอดภัย
ค่าธรรมเนียม
- Trading Fee — ปกติอยู่ที่ 0.10-0.50% ต่อธุรกรรม
- Deposit/Withdrawal Fee — บางแพลตฟอร์มไม่คิดค่าฝาก แต่คิดค่าถอน
- Network Fee (Gas Fee) — ค่าธรรมเนียม Blockchain โดยเฉพาะ Ethereum มักสูง
ตัวเลือกเหรียญและคู่เทรด
- Exchange ใหญ่เช่น Binance มีเหรียญให้เทรดมากกว่า 300 เหรียญ
- ตรวจสอบว่ามี Trading Pair ที่คุณต้องการหรือไม่ เช่น BTC/USDT, ETH/BTC
User Interface และเครื่องมือ
- มีแอปมือถือที่ใช้งานง่าย
- มีเครื่องมือ Charting และ Technical Indicators
- รองรับ API สำหรับ Automated Trading (ถ้าคุณใช้ Bot)
สำหรับมือใหม่ ควรเลือก Exchange ที่มี User Interface เรียบง่าย รองรับภาษาไทย และมี Customer Support ที่ตอบกลับเร็ว แนะนำให้ทดลองใช้ Demo Account ก่อนฝากเงินจริง
หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
อย่า FOMO (Fear of Missing Out)
FOMO คือความรู้สึกกลัวพลาดโอกาส เช่น เห็นเหรียญพุ่ง 50% ในหนึ่งวัน รีบซื้อตามโดยไม่วิเคราะห์ ผลคือซื้อที่จุดสูงสุด แล้วราคาตกลงมา
วิธีแก้: กำหนดราคาเป้าหมายและแผนการซื้อไว้ล่วงหน้า ถ้าพลาดก็ไม่เป็นไร โอกาสยังมีอีก
อย่าใช้ Leverage สูงเกินไป
Leverage หรือเลเวอเรจคือการกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ เช่น Leverage 10x คุณใช้เงิน $100 แต่ซื้อได้ $1,000 กำไรและขาดทุนจะเพิ่มขึ้น 10 เท่าเช่นกัน

สำหรับมือใหม่ อย่าใช้ Leverage เกิน 1:2 หรือไม่ใช้เลยจะดีที่สุด การใช้ Leverage สูงเกิน 1:10 สามารถทำให้บัญชีถูก Liquidate (ปิดบังคับ) ได้ภายในไม่กี่นาที
อย่าเก็บเหรียญไว้ใน Exchange นาน ๆ
Exchange สามารถถูกแฮกหรือล้มละลายได้ กฎทองคือ "Not your keys, not your coins" — ถ้าคุณไม่ได้ถือ Private Key เงินนั้นไม่ใช่ของคุณจริง ๆ
วิธีแก้: ถ้าถือระยะยาว ควรโอนไปเก็บใน Hardware Wallet เช่น Ledger หรือ Trezor
อย่าลงทุนตาม Pump and Dump Groups
กลุ่มเหล่านี้มักอ้างว่าจะให้สัญญาณซื้อขาย แต่จริง ๆ คือผู้จัดการซื้อเหรียญราคาต่ำไว้แล้ว แล้วปล่อยข่าวให้คนอื่นซื้อตาม พอราคาขึ้น ผู้จัดการขายทิ้ง ทำให้คนที่ซื้อตามขาดทุน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องใช้เงินขั้นต่ำเท่าไรในการเริ่มเทรดคริปโต
ขึ้นอยู่กับ Exchange แต่ละแห่ง บาง Exchange เช่น Binance สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ $10-20 USD อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ควรมีเงินทุนอย่างน้อย $500-1,000 USD เพื่อให้สามารถบริหาร Money Management ได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระจายพอร์ตได้
ควรเริ่มต้นด้วยเหรียญอะไรดี
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มต้นด้วยเหรียญที่มี Market Cap สูงและมีการใช้งานจริง เช่น Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) เพราะมีความเสี่ยงต่ำกว่าเหรียญขนาดเล็ก มี Liquidity สูง และมีข้อมูลเยอะให้ศึกษา เมื่อมีประสบการณ์แล้วจึงค่อยลงทุนในเหรียญอื่น
การเทรดคริปโตต้องเสียภาษีไหม
ในประเทศไทย กำไรจากการเทรดคริปโตถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ กรมสรรพากรกำหนดให้คริปโตเป็น "สินทรัพย์ดิจิทัล" ต้องเสียภาษีเงินได้ 15% จากกำไรสุทธิ ควรเก็บบันทึกการซื้อขายทุกครั้งเพื่อใช้คำนวณภาษี
ถ้าขาดทุนควรทำอย่างไร
ขั้นแรกคือหยุดเทรดชั่วคราวแล้ววิเคราะห์ว่าทำไมขาดทุน — เข้าที่ราคาผิด ไม่ใช้ Stop Loss หรือเทรดด้วยอารมณ์ ตรวจสอบ Trading Journal (ถ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →