USGFX ล้มละลายแล้ว
โบรกเกอร์ USGFX ประกาศล้มละลายในปี 2020 ทำให้เทรดเดอร์สูญเสียเงินฝากรวมกันมากกว่า 14 ล่านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 420 ล้านบาท

โบรกเกอร์ USGFX ประกาศล้มละลายในปี 2020 ทำให้เทรดเดอร์สูญเสียเงินฝากรวมกันมากกว่า 14 ล่านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 420 ล้านบาท กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนใจว่าการเลือกโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมนั้นสำคัญแค่ไหน — เพราะเมื่อโบรกเกอร์ล้ม เงินของคุณอาจหายไปโดยไม่มีทางได้คืน
สรุปสาระสำคัญ
- USGFX ล้มละลายในปี 2020 ส่งผลให้เทรดเดอร์สูญเงินฝากรวมกว่า 14 ล่านดอลลาร์
- โบรกเกอร์นี้ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลที่อ่อนแอ ไม่มีกองทุนประกันเงินฝาก
- เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียกเงินคืนได้ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานคุ้มครองนักลงทุน
- กรณีนี้เน้นย้ำความสำคัญของการเลือกโบรกเกอร์ที่มี license จากหน่วยงานชั้นนำ เช่น FCA หรือ ASIC
เหตุการณ์ล้มละลายของ USGFX
USGFX เป็นโบรกเกอร์ Forex ที่เคยดำเนินการในหลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย จีน และตลาดเอเชียแปซิฟิก ในช่วงปี 2019-2020 บริษัทเริ่มมีปัญหาด้านสภาพคล่อง ก่อนที่จะประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการ
เมื่อโบรกเกอร์ประกาศล้มละลาย เทรดเดอร์หลายพันรายพบว่าไม่สามารถถอนเงินออกจากบัญชีได้ เงินฝากรวมมูลค่ามากกว่า 14 ล่านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 420 ล้านบาท) หายไป โดยส่วนใหญ่ไม่มีทางเรียกคืน
คำเตือน: เมื่อโบรกเกอร์ล้มละลาย หากไม่มีกองทุนประกันเงินฝาก (Investor Compensation Scheme) คุณจะเสี่ยงสูญเสียเงินทั้งหมดในบัญชี — ไม่ว่าจะเป็น 10,000 บาทหรือ 10 ล้านบาท
สาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์สูญเงิน
1. ไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง
USGFX ดำเนินการภายใต้ license จากหน่วยงานที่มีมาตรฐานการกำกับดูแลต่ำ ไม่เหมือนโบรกเกอร์ที่ถูกควบคุมโดย:
- FCA (UK) — กองทุนคุ้มครองนักลงทุนสูงสุด 85,000 ปอนด์
- ASIC (Australia) — มีกฎเรื่อง segregated accounts และ compensation scheme
- CySEC (Cyprus) — ประกันเงินฝากสูงสุด 20,000 ยูโร
เมื่อโบรกเกอร์ไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสม ก็ไม่มีกองทุนสำรองที่จะคืนเงินให้เทรดเดอร์
2. เงินฝากไม่ได้แยกออกจากเงินบริษัท
โบรกเกอร์ที่ดีจะต้องแยกเงินของลูกค้า (client funds) ออกจากเงินที่ใช้ดำเนินธุรกิจ (operating capital) แต่หลักฐานบ่งชี้ว่า USGFX อาจนำเงินของลูกค้าไปใช้ในการดำเนินงาน ทำให้เมื่อบริษัทล้ม เงินนั้นก็หายไปด้วย
3. ไม่มีกลไกคุ้มครองนักลงทุน
ในประเทศที่มีการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง หากโบรกเกอร์ล้มละลาย หน่วยงานกำกับจะมีกองทุนชดเชยให้นักลงทุน เช่น:
- FSCS (UK) คุ้มครองเงินฝากสูงสุด 85,000 ปอนด์ต่อคน
- SIPC (USA) คุ้มครองสูงสุด 500,000 ดอลลาร์สำหรับหลักทรัพย์
แต่ USGFX ไม่มีกลไกนี้ เทรดเดอร์จึงไม่ได้รับเงินคืนเลย
บทเรียนสำหรับเทรดเดอร์
เลือกโบรกเกอร์ที่มี License ชั้นนำ
ก่อนฝากเงิน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ถูกกำกับโดยหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ:
| หน่วยงาน | ประเทศ | การคุ้มครอง |
|---|---|---|
| FCA | สหราชอาณาจักร | ถึง £85,000 |
| ASIC | ออสเตรเลีย | ตาม Australian scheme |
| CySEC | ไซปรัส | ถึง €20,000 |
| SEC (US) | สหรัฐอเมริกา | ถึง $500,000 |
โบรกเกอร์บางรายอาจมี license หลายใบ — ตรวจสอบว่าบัญชีของคุณอยู่ภายใต้ entity ไหน เพราะแต่ละ entity มีการคุ้มครองต่างกัน
ตรวจสอบว่ามี Segregated Accounts หรือไม่
โบรกเกอร์ที่ดีจะแยกเงินของคุณออกจากเงินบริษัท หมายความว่า:
- เงินของคุณจะถูกเก็บในบัญชีแยก (Segregated Account)
- เจ้าหนี้ของโบรกเกอร์ไม่สามารถยึดเงินของคุณได้
- หากโบรกเกอร์ล้ม liquidator สามารถคืนเงินให้คุณก่อน
อย่าใส่เงินทั้งหมดที่โบรกเกอร์เดียว
แม้โบรกเกอร์จะมี license ดี คุณควร:
- กระจายเงินไปหลายโบรกเกอร์ (ถ้าคุณเทรดด้วยเงินจำนวนมาก)
- เก็บเงินส่วนหนึ่งในบัญชีธนาคารของคุณเอง
- ถอนกำไรออกมาเป็นระยะ ไม่ทิ้งไว้ในบัญชีเทรดนาน ๆ
ระวัง Red Flags
สัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง:

- โบรกเกอร์ปฏิเสธการถอนเงินบ่อย ๆ
- ไม่มีข้อมูลชัดเจนเรื่อง regulation
- สัญญาผลตอบแทนที่สูงเกินจริง (เช่น "กำไร 100% ต่อเดือน")
- ค่าธรรมเนียมซ่อนเร้นหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงโดยไม่แจ้ง
ทำอย่างไรถ้าโบรกเกอร์ของคุณล้มละลาย
ถ้าเกิดสถานการณ์เลวร้าย นี่คือขั้นตอนที่คุณควรทำ:
- รวบรวมหลักฐาน — เก็บ statement, email, screenshot ของบัญชี
- ติดต่อหน่วยงานกำกับดูแล — ถ้าโบรกเกอร์มี license จาก FCA, ASIC ฯลฯ ยื่นเรื่องร้องเรียนทันที
- เช็คกองทุนชดเชย — ถามว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนจาก compensation scheme หรือไม่
- ปรึกษาทนายความ — ในบางกรณี คุณอาจฟ้องร้องเพื่อเรียกเงินคืนผ่านกระบวนการล้มละลาย
ในกรณีของ USGFX เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียกเงินคืนได้ เพราะไม่มีกองทุนคุ้มครอง — นี่คือเหตุผลที่การเลือกโบรกเกอร์ที่ถูกต้องตั้งแต่แรกสำคัญมาก
โบรกเกอร์ทางเลือกที่มีการกำกับดูแลที่ดี
หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ใหม่ ลองพิจารณาโบรกเกอร์ที่มี license ชั้นนำ เช่น:
- IC Markets — ถูกกำกับโดย ASIC และ CySEC
- Pepperstone — ถูกกำกับโดย FCA, ASIC, CySEC
- XM — นิติบุคคลของลูกค้าไทยคือ XM Global Limited ใบอนุญาต FSC เบลีซ 8557558
- OANDA — ถูกกำกับโดย FCA, ASIC, CFTC (US)
โบรกเกอร์เหล่านี้มีประวัติยาวนาน มีกองทุนสำรอง และแยกเงินของลูกค้าอย่างชัดเจน
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
อย่าหลงเชื่อโปรโมชั่นหรือโบนัสมหาศาล
โบรกเกอร์บางรายใช้โบนัสสูง (เช่น "ฝาก 100 เหรียญ รับโบนัส 100%") เป็นเหยื่อล่อ แต่มักมีเงื่อนไขซับซ้อนที่ทำให้คุณถอนเงินยาก

เช็ค Review และข้อร้องเรียน
ก่อนเปิดบัญชี:
- ค้นหาชื่อโบรกเกอร์ + "scam" หรือ "complaint" ใน Google
- อ่าน review จากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เช่น Trustpilot, FPA (Forex Peace Army)
- ถามเทรดเดอร์คนอื่น ๆ ในฟอรัมหรือกลุ่ม Facebook
ทดสอบด้วยเงินน้อยก่อน
เมื่อเปิดบัญชีใหม่:
- ฝากเงินจำนวนน้อย (เช่น 100-500 USD)
- ทดลองถอนเงินออกมาดู — ใช้เวลานานแค่ไหน มีปัญหาไหม
- หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ค่อยเพิ่มเงินในบัญชี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เทรดเดอร์ที่สูญเงินจาก USGFX สามารถเรียกเงินคืนได้หรือไม่?
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียกเงินคืนได้ เนื่องจากโบรกเกอร์ไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มแข็งและไม่มีกองทุนชดเชยนักลงทุน กระบวนการล้มละลายอาจใช้เวลาหลายปี และแม้จะได้เงินคืน ก็มักได้เพียงเศษเสี้ยวของเงินต้น
อะไรคือสัญญาณเตือนว่าโบรกเกอร์กำลังจะล้ม?
สัญญาณเตือนรวมถึง: การปฏิเสธคำขอถอนเงินบ่อยครั้g, การหยุดตอบกลับคำถามของลูกค้า, การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่แจ้ง, หรือข่าวลือในชุมชนเทรดเดอร์เกี่ยวกับปัญหาสภาพคล่อง หากเห็นสัญญาณเหล่านี้ ให้ถอนเงินออกมาทันที
โบรกเกอร์ที่มี License จาก FCA หรือ ASIC ปลอดภัย 100% หรือไม่?
ไม่มีโบรกเกอร์ใดที่ปลอดภัย 100% แต่โบรกเกอร์ที่มี license จากหน่วยงานชั้นนำเหล่านี้มีความเสี่ยงต่ำกว่ามาก เพราะมีกองทุนคุ้มครองนักลงทุน มีการตรวจสอบบัญชีเป็นระยะ และต้องแยกเงินของลูกค้าออกจากเงินบริษัท
ฉันควรเก็บเงินไว้ในบัญชีเทรดเท่าไหร่?
เก็บเฉพาะเงินที่คุณใช้เทรดจริง ๆ — ถ้าคุณเทรดด้วยเงิน 10,000 USD ก็ฝากเท่านั้น ถ้าทำกำไรแล้ว ควรถอนออกมาเป็นระยะ (เช่น ทุก ๆ 1-3 เดือน) อย่าทิ้งเงินหลักแสนหรือหลักล้านไว้ในบัญชีเทรดนาน ๆ
ถ้าฉันเจอโบรกเกอร์ที่ไม่ยอมคืนเงิน ฉันควรทำอย่างไร?
ก่อนอื่น ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร (email) และขอเหตุผลชัดเจน ถ้าไม่ได้ผล ให้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่โบรกเกอร์ขึ้นทะเบียนไว้ หากโบรกเกอร์ไม่มี license เลย คุณอาจต้องปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาการฟ้องร้อง แต่โอกาสได้เงินคืนจะต่ำมาก
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →