Free Margin คืออะไร ทำไมจึงมีความสำคัญต่อเทรดเดอร์
สำหรับใครที่เป็นนักลงทุนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Free Margin คืออะไร แต่ถ้าใครเป็นมือใหม่หัดเริ่มลงทุน มาทำความรู้จักและวิธีการนำไปใช้กัน

ในโลกของการเทรด Forex เงินทุนที่คุณมีในบัญชีไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถใช้มันได้ทั้งหมด Free Margin คือส่วนที่เหลือจากเงินทุนของคุณหลังหักค่าประกันการเทรด (Margin) ออกไปแล้ว — มันคือพื้นที่หายใจของพอร์ตการเงินที่บอกว่าคุณยังสามารถเปิด position ใหม่ได้แค่ไหน หรือจะรอดพ้นจาก Margin Call หรือไม่ บทความนี้จะอธิบายทุกมิติของ Free Margin ตั้งแต่นิยามพื้นฐาน วิธีคำนวณ ไปจนถึงการใช้งานจริงและข้อควรระวังที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้
สรุปสาระสำคัญ
- Free Margin = Equity - Used Margin คือเงินที่เหลือใช้ในการเปิด position ใหม่หรือรองรับความผันผวน
- ยิ่ง Free Margin สูง แสดงว่าคุณมีพื้นที่ปลอดภัยมาก แต่ถ้าเหลือน้อยหรือติดลบคุณจะเจอ Margin Call
- Free Margin เปลี่ยนแปลงตามกำไร-ขาดทุนของ position ที่เปิดอยู่ ไม่ใช่ตัวเลขคงที่
- การใช้ leverage สูงทำให้ Free Margin หมดเร็ว ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
Free Margin คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
Free Margin (บางแพลตฟอร์มเรียก Usable Margin หรือ Available Margin) คือจำนวนเงินทุนในบัญชีของคุณที่ยังไม่ถูกล็อกเป็นค่าประกัน (Margin) สำหรับ position ที่เปิดอยู่ — กล่าวคือมันคือเงินที่คุณ "ใช้ได้อย่างอิสระ" ในการเปิด position ใหม่ หรือรองรับความผันผวนของราคา

ในแพลตฟอร์ม MetaTrader หรือ cTrader คุณจะเห็นตัวเลข Free Margin แสดงอยู่ในแถบล่างของหน้าต่างบัญชี ข้างๆ กับ Equity, Balance และ Margin — ตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงแบบ real-time ทุกครั้งที่ราคาขยับหรือคุณเปิด-ปิด order
ทำไม Free Margin ถึงสำคัญ?
- เป็นตัวบอกว่าคุณยังเปิด position ใหม่ได้อีกกี่ lot — ถ้า Free Margin เหลือน้อย คุณอาจไม่สามารถเปิด order ใหม่ได้แม้จะคิดว่ามีโอกาสดี
- ป้องกัน Margin Call — ถ้า Free Margin ลดลงเหลือ 0 หรือติดลบเกินระดับ Margin Level ที่โบรกเกอร์กำหนด ระบบจะปิด position ของคุณอัตโนมัติ (Stop Out)
- วัดความปลอดภัยของพอร์ต — ยิ่ง Free Margin สูง แสดงว่าพอร์ตมีพื้นที่รองรับความผันผวนมาก ไม่ใกล้เส้นตายเกินไป
สูตรการคำนวณ Free Margin
สูตรพื้นฐาน:
Free Margin = Equity − Used Margin
โดยที่:
- Equity = Balance + Floating Profit/Loss (กำไร-ขาดทุนของ position ที่เปิดอยู่)
- Used Margin = ผลรวมของ Margin ที่ถูกล็อกจาก position ทั้งหมด
ตัวอย่างการคำนวณ
สถานการณ์ที่ 1: ยังไม่มี position เปิด
- Balance = $10,000.00
- Equity = $10,000.00
- Used Margin = $0.00
- Free Margin = $10,000.00 − $0.00 = $10,000.00
คุณสามารถใช้เงินทั้งหมด $10,000 ในการเปิด position ใหม่
สถานการณ์ที่ 2: เปิด position แล้วกำลังกำไร
- Balance = $10,000.00
- Position 1 lot EUR/USD (Margin ต้องการ $1,000.00)
- Floating Profit = +$300.00
- Equity = $10,000.00 + $300.00 = $10,300.00
- Used Margin = $1,000.00
- Free Margin = $10,300.00 − $1,000.00 = $9,300.00
Free Margin เพิ่มขึ้นเพราะ Equity เพิ่มจากกำไร
สถานการณ์ที่ 3: เปิด position แล้วกำลังขาดทุน
- Balance = $10,000.00
- Position 1 lot EUR/USD (Margin ต้องการ $1,000.00)
- Floating Loss = −$500.00
- Equity = $10,000.00 − $500.00 = $9,500.00
- Used Margin = $1,000.00
- Free Margin = $9,500.00 − $1,000.00 = $8,500.00
Free Margin ลดลงเพราะ Equity ลดลงจากการขาดทุน
คำเตือน: ถ้า Free Margin ลดลงจนเหลือน้อยมาก (ใกล้ 0 หรือติดลบ) ระบบจะเริ่มปิด position ของคุณอัตโนมัติตามกฎ Stop Out Level ของโบรกเกอร์ (มักอยู่ที่ Margin Level 20-50%)
ความแตกต่างระหว่าง Free Margin กับ Margin
หลายคนยังสับสนระหว่าง Free Margin กับ Margin ให้เข้าใจว่ามันเป็นคนละเรื่องกัน:
| หัวข้อ | Margin (Used Margin) | Free Margin |
|---|---|---|
| นิยาม | เงินที่ถูกล็อกเป็นค่าประกันสำหรับ position ที่เปิดอยู่ | เงินที่เหลือหลังหักค่าประกันแล้ว สามารถใช้เปิด position ใหม่ได้ |
| ตัวอย่าง | ถ้าเปิด 1 lot EUR/USD ต้อง Margin $1,000 | ถ้า Equity $10,000 หัก Margin $1,000 เหลือ Free Margin $9,000 |
| การเปลี่ยนแปลง | เปลี่ยนเมื่อเปิด-ปิด position | เปลี่ยนตาม Equity (กำไร-ขาดทุน) และ Used Margin |
| ความสำคัญ | บอกว่าคุณกำลังใช้ leverage เท่าไหร่ | บอกว่าคุณยังมีพื้นที่ปลอดภัยเหลืออยู่เท่าไหร่ |
Margin เหมือนเงินมัดจำที่คุณวางไว้กับโบรกเกอร์ — มันไม่หายไป แต่ถูกล็อกไว้ชั่วคราว เมื่อคุณปิด position Margin จะถูกปล่อยกลับมาเป็น Free Margin ทันที
Free Margin เหมือนเงินสดที่คุณพกติดตัว — มันบอกว่าคุณยังมีอะไรเหลือให้ใช้จ่ายหรือไม่
การใช้ Free Margin ในการเทรด Forex
1. ตรวจสอบ Free Margin ก่อนเปิด Position ใหม่
ก่อนกดปุ่ม Buy หรือ Sell คุณควรเช็คว่า Free Margin เพียงพอหรือไม่ — แพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะแสดงข้อความ "Not enough money" ถ้า Free Margin ไม่พอ แต่บางครั้งคุณต้องคำนวณเอง:
สูตร: Lot Size ที่เปิดได้สูงสุด = Free Margin ÷ Margin ต่อ 1 lot
ตัวอย่าง:
- Free Margin = $5,000.00
- Margin ต้องการต่อ 1 lot EUR/USD (leverage 1:100) = $1,000.00
- Lot ที่เปิดได้สูงสุด = $5,000 ÷ $1,000 = 5 lots
แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ควรใช้ Free Margin เต็มที่ — ควรเหลือพื้นที่อย่างน้อย 30-50% เพื่อรองรับความผันผวน
กฎนิ้วมือ: ใช้ Free Margin ไม่เกิน 50% ในการเปิด position ใหม่ — เหลือ 50% เป็นบัฟเฟอร์ป้องกัน drawdown
2. ใช้ Free Margin วัด Margin Level
Margin Level คือสัดส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์:
Margin Level = (Equity ÷ Used Margin) × 100%
ตัวอย่าง:
- Equity = $10,000.00
- Used Margin = $2,000.00
- Margin Level = ($10,000 ÷ $2,000) × 100% = 500%
การตีความ:
- > 200% = ปลอดภัยมาก มี Free Margin เหลือเยอะ
- 100-200% = ปลอดภัยพอควร แต่ต้องระวัง
- 50-100% = อันตราย ใกล้ Margin Call
- < 50% = โบรกเกอร์เริ่ม Stop Out (ปิด position อัตโนมัติ)
ถ้าคุณเห็น Margin Level ลดลงต่ำกว่า 150% ควรพิจารณาปิดบาง position หรือฝากเงินเพิ่ม
3. หลีกเลี่ยง Over-Leverage
การใช้ leverage สูง (เช่น 1:500 หรือ 1:1000) ทำให้คุณเปิด position ขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินทุนน้อย — แต่ก็หมายความว่า Free Margin จะหมดเร็วมากเมื่อราคาเคลื่อนไหวผิดทาง

ตัวอย่าง:
- บัญชี $1,000.00 leverage 1:500
- เปิด 5 lots EUR/USD (Margin ต้องการ $100/lot = $500)
- Free Margin เหลือ $500
- ถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทาง 50 pips (≈ −$250) Free Margin เหลือแค่ $250 → Margin Level ลดลงเร็วมาก
คำแนะนำ: ไม่ควรใช้ leverage เกิน 1:100 โดยเฉพาะมือใหม่ — leverage สูงเกินไปทำให้บัญชีระเบิดง่าย แม้ว่าจะผิดแค่ครั้งเดียว
4. ติดตาม Free Margin แบบ Real-Time
เทรดเดอร์มืออาชีพมักตั้งค่า Alert เมื่อ Free Margin ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด (เช่น $1,000 หรือ 20% ของ Balance) — เพื่อไม่ให้พลาดสัญญาณเตือนและทันแก้ไขได้ทันท่วงที
บาง EA (Expert Advisor) มีฟังก์ชันปิด position อัตโนมัติเมื่อ Free Margin ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ — เป็นการป้องกันไม่ให้โดน Stop Out จากโบรกเกอร์
ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการใช้ Free Margin
1. Free Margin ติดลบ = Margin Call
เมื่อ Free Margin ลดลงจนเหลือน้อยหรือติดลบ โบรกเกอร์จะเริ่ม Margin Call — คือการเตือนว่าคุณใกล้จะโดน Stop Out แล้ว ถ้าไม่ฝากเงินเพิ่มหรือปิดบาง position ระบบจะปิด position ของคุณอัตโนมัติจนกว่า Margin Level จะกลับมาสูงกว่าระดับที่ปลอดภัย
กรณีตัวอย่าง:
- Balance = $5,000.00
- Position รวม Used Margin = $4,500.00
- Floating Loss = −$600.00
- Equity = $5,000.00 − $600.00 = $4,400.00
- Free Margin = $4,400.00 − $4,500.00 = −$100.00 (ติดลบ)
- Margin Level = ($4,400 ÷ $4,500) × 100% = 97.8% → โดน Stop Out!
2. ราคา Gap ทำให้ Free Margin หายไปทันที
ในช่วงเปิดตลาดหลังวันหยุดสุดสัปดาห์หรือข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ราคาอาจเกิด Gap (กระโดดข้ามระดับราคา) — ถ้า position ของคุณอยู่ฝั่งตรงข้าม Free Margin อาจหดตัวลงจนถึง 0 ภายในไม่กี่วินาที
การใช้ Stop Loss แบบ Guaranteed Stop (ถ้าโบรกเกอร์มีบริการ) สามารถป้องกันปัญหานี้ได้บางส่วน
3. การเปิด Position พร้อมกันหลาย Order
หลายคนเปิด position หลาย pair พร้อมกัน โดยคิดว่า Free Margin ยังเพียงพอ — แต่ลืมคิดว่าถ้าตลาดผันผวนพร้อมกันทุก position อาจขาดทุนไปพร้อมกัน ทำให้ Free Margin หดตัวเร็วกว่าที่คาดไว้
กฎ: อย่าเปิด position มากกว่า 3-5 pairs พร้อมกัน ยกเว้นคุณมีระบบบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง
4. Free Margin สูงไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย 100%
ถ้าคุณใช้ leverage สูง Free Margin อาจดูเยอะ แต่ความจริงมันคือ "เงินที่ยืมมา" — เมื่อตลาดผันผวนแรง มันจะหายไปอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่าง:
- บัญชี $10,000 leverage 1:500
- เปิด 10 lots รวม (Margin ต้องการ $2,000)
- Free Margin = $8,000 (ดูเหมือนเยอะ)
- แต่ถ้าราคาผิดทาง 100 pips = −$10,000 → บัญชีระเบิดทันที
การบริหารความเสี่ยง: ไม่ว่า Free Margin จะเยอะแค่ไหน ควรเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของ Balance ต่อ 1 trade — นั่นคือถ้ามี $10,000 ควร Stop Loss ไว้ที่ −$100 ถึง −$200 ต่อ position
เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ Free Margin
-
ใช้ Position Sizing ตาม Risk Percentage
- คำนวณ lot size จาก Stop Loss ที่ตั้งไว้ ไม่ใช่จาก Free Margin ที่มี
- เช่น เสี่ยง 2% ของ $10,000 = $200 → ถ้า Stop Loss 50 pips แปลว่า 1 pip = $4 → เปิดได้ 0.4 lot (mini lot)
-
ตั้ง Stop Loss ทุก Position
- ป้องกันไม่ให้ขาดทุนกินเข้า Free Margin จนหมด
- Stop Loss ควรอยู่ที่ระดับเทคนิคอล ไม่ใช่ตั้งแบบสุ่ม
-
ฝากเงินเพิ่มเมื่อ Drawdown
- ถ้า Free Margin ลดลงมากเกินไป การฝากเงินเพิ่มช่วยรักษา Margin Level ไว้ได้
- แต่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาถาวร — ต้องหาสาเหตุของการขาดทุนด้วย
-
ใช้ Trailing Stop เพื่อล็อกกำไร
- เมื่อ position กำไร Trailing Stop จะเลื่อน Stop Loss ตามราคา
- ทำให้ Free Margin เพิ่มขึ้นจากกำไรที่ปกป้องไว้แล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Free Margin เป็น 0 หมายความว่าอย่างไร?
ถ้า Free Margin = 0 แสดงว่า Equity เท่ากับ Used Margin พอดี — คุณไม่สามารถเปิด position ใหม่ได้เลย และอยู่ในสถานะเสี่ยงใกล้ Margin Call มาก ถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทางอีกนิดเดียว โบรกเกอร์จะเริ่มปิด position อัตโนมัติ
Free Margin ติดลบได้หรือไม่?
ได้ — เมื่อ Floating Loss มากจนทำให้ Equity ลดลงต่ำกว่า Used Margin (Free Margin = Equity − Used Margin < 0) ในกรณีนี้ Margin Level จะต่ำกว่า 100% และโบรกเกอร์จะปิด position ของคุณทันที (Stop Out) เพื่อไม่ให้ Balance เป็นลบ
ใช้ Free Margin ทั้งหมดในการเปิด Position ได้หรือไม่?
ในทางเทคนิคทำได้ แต่ ไม่แนะนำเด็ดขาด — เพราะถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทางแม้แต่ไม่กี่ pip คุณจะโดน Margin Call ทันที ควรเหลือ Free Margin อย่างน้อย 30-50% เป็นบัฟเฟอร์รองรับความผันผวน
Free Margin จะเพิ่มขึ้นเมื่อไหร่?
Free Margin เพิ่มขึ้นเมื่อ:
- Position ที่เปิดอยู่เริ่มทำกำไร (Equity เพิ่ม)
- ปิด position ที่ขาดทุนหรือกำไร (Used Margin ถูกปล่อย)
- ฝากเงินเข้าบัญชีเพิ่ม (Balance และ Equity เพิ่ม)
โบรกเกอร์แต่ละรายคิด Free Margin แตกต่างกันหรือไม่?
สูตรคำนวณ Free Margin เหมือนกัน แต่ Stop Out Level (Margin Level ที่โบรกเกอร์เริ่มปิด position) อาจต่างกัน — บางโบรกเกอร์ตั้งไว้ที่ 50% บางรายที่ 20% ควรเช็คเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่คุณใช้อยู่ให้ชัดเจน
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


