รู้จักกับสกุลเงิน GBP คืออะไร ลงทุนอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
การลงทุนสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ก็คือสกุลเงินต่างๆ ในบทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักเกี่ยวกับ gbp คือ สกุลเงินอะไร และข้อควรระวังในการจับคู่สกุลเงินมีอะไรบ้าง

GBP วิ่งแรงกว่า EUR/USD นั่นคือทั้งเหตุผลที่คนชอบมัน และเหตุผลที่คนใหม่เจ๊งกับมัน

ปอนด์เป็นสกุลเงินอันดับ 4 ของโลกตามปริมาณซื้อขาย แต่เศรษฐกิจอังกฤษเล็กกว่าสหรัฐมาก ข่าวการเมืองเรื่องเดียวจึงเขย่าราคาได้ทั้งวัน
สรุปสาระสำคัญ
- GBP (Pound Sterling) คือสกุลเงินหลักของสหราชอาณาจักร มีปริมาณการซื้อขายอันดับ 4 ของโลก
- เหตุการณ์ Brexit ทำให้ GBP อ่อนค่าลงกว่า 17% ในช่วงเวลาสั้น สะท้อนความไวต่อข่าวการเมือง
- คู่เงิน GBP/USD มีสภาพคล่องสูง เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเทรดสกุลเงินหลัก
- อัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่า GBP
GBP คืออะไร — สกุลเงินแห่งสหราชอาณาจักร
GBP (Pound Sterling) คือสกุลเงินหลักของสหราชอาณาจักรและดินแดนในเครือ เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยมีสัญลักษณ์เป็น £ และรหัสสากลคือ GBP ตามมาตรฐาน ISO 4217
ในตลาด Forex ระดับโลก GBP มีปริมาณการซื้อขายมากเป็นอันดับ 4 รองจาก USD, EUR และ JPY โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12-13% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในตลาด (ข้อมูลจาก BIS Triennial Survey) ความนิยมนี้มาจากสถานะของลอนดอนในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก
ทำไมไม่ใช่ "GBP" จาก "Great Britain Pound"
หลายคนเข้าใจผิดว่า GBP ย่อมาจาก "Great Britain Pound" แต่จริง ๆ แล้วตัวย่อนี้มาจากระบบการตั้งชื่อของ ISO 4217 ซึ่งกำหนดให้สองตัวแรก (GB) แทนประเทศตามรหัส ISO 3166-1 alpha-2 และตัวสุดท้าย (P) แทนชื่อสกุลเงิน (Pound) — ไม่ได้ย่อตรง ๆ จากชื่อภาษาอังกฤษ
ประวัติและความสำคัญของ GBP ในตลาด Forex
ศตวรรษที่ 19 ปอนด์คือสกุลเงินสำรองของโลก จนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐจึงเข้ามาแทน
สิ่งที่เหลือจากยุคนั้นคือลอนดอนที่ยังเป็นศูนย์กลางการเงิน และปริมาณซื้อขายที่ยังสูงมาจนทุกวันนี้
ความผันผวนสูงจากข่าวการเมือง
ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดในยุคปัจจุบันคือเหตุการณ์ Brexit — การลงประชามติของอังกฤษเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2016 เพื่อตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป ผลการลงคะแนนที่ออกมาเป็น "Leave" ทำให้ GBP อ่อนค่าลงมากกว่า 17% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังประกาศผล โดยคู่ GBP/USD ตกจากระดับ 1.50 มาแตะต่ำสุดที่ 1.20 ภายในปลายปี 2016
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า GBP ไวต่อข่าวการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจมาก เทรดเดอร์ที่เทรดคู่เงินที่มี GBP ต้องติดตามข่าวจาก Bank of England (BoE) และรัฐบาลอังกฤษอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยหลักที่มีผลต่อมูลค่า GBP
การเคลื่อนไหวของ GBP ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เทรดเดอร์ต้องติดตาม ได้แก่:
อัตราดอกเบี้ยจาก Bank of England
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เป็นหน่วยงานหลักที่กำหนดนโยบายการเงิน โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate) มีผลโดยตรงต่อมูลค่า GBP:
- ขึ้นดอกเบี้ย → นักลงทุนต่างชาติจะย้ายเงินไปลงทุนในตราสารอังกฤษเพื่อผลตอบแทนที่สูงขึ้น → ความต้องการ GBP เพิ่ม → ปอนด์แข็งค่า
- ลดดอกเบี้ย → ผลตอบแทนจากการลงทุนลดลง → นักลงทุนขายปอนด์ → ปอนด์อ่อนค่า
ตัวอย่าง: หาก BoE ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในขณะที่ Federal Reserve (สหรัฐฯ) คงดอกเบี้ยไว้ คู่ GBP/USD มักจะวิ่งขึ้น (GBP แข็งค่าขึ้น)
อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate)
อัตราเงินเฟ้อวัดความเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจ เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมาย 2% ที่ BoE กำหนด ธนาคารกลางมักจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุม ซึ่งอาจทำให้ GBP แข็งค่าในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม หากอัตราเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจไม่เติบโต (Stagflation) นักลงทุนอาจเห็นว่าเศรษฐกิจอังกฤษกำลังแย่ลง ทำให้ GBP อ่อนค่าในระยะยาวได้
ตัวอย่างภาพ: สมมติคุณมี £40 ตอนนี้ซื้อข้าวมันไก่ได้ 1 จาน แต่หลังจากเงินเฟ้อพุ่งต่อเนื่อง ราคาข้าวมันไก่ปรับเป็น £80 ต่อจาน — แสดงว่ากำลังซื้อของเงิน £40 ลดลงไป 50% นั่นคือ "มูลค่าที่แท้จริง" ของปอนด์ลดลง
GDP และข้อมูลการจ้างงาน
GDP (Gross Domestic Product) แสดงขนาดเศรษฐกิจ และข้อมูลการจ้างงาน เช่น อัตราว่างงานและค่าจ้าง บอกได้ว่าเศรษฐกิจกำลังขยายตัวหรือชะลอตัว:
- GDP ขยายตัวดี + อัตราว่างงานต่ำ → เศรษฐกิจแข็งแรง → GBP แข็งค่า
- GDP หดตัว + การจ้างงานลดลง → เศรษฐกิจอย่อนแอ → GBP อ่อนค่า
ข่าวการเมืองและนโยบายรัฐบาล
นอกจากปัจจัยเศรษฐกิจ ข่าวการเมืองอย่างการเลือกตั้ง การเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี หรือนโยบายการคลังใหม่ (เช่น แพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ) ล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนและทำให้ GBP ผันผวนได้
การเทรด GBP/USD — ข้อควรระวังสำคัญ
คู่ GBP/USD (เรียกอีกชื่อว่า "Cable") เป็นหนึ่งในคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาด Forex และเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ เนื่องจาก:
- Spread แคบ — ต้นทุนการเทรดต่ำ โบรกเกอร์หลัก ๆ มักเสนอ spread 1-2 pips
- ข้อมูลเยอะ — มีข่าวเศรษฐกิจและวิเคราะห์ทางเทคนิคให้ดูมากมาย
- เคลื่อนไหวชัดเจน — ตลาด GBP/USD มักมี trend ที่ชัดเจนและติดตามได้
ของแถมคือความผันผวนที่สูงกว่า EUR/USD และ USD/JPY โดยเฉพาะช่วงที่ลอนดอน (15:00-00:00 GMT+7) กับนิวยอร์ก (19:00-02:00 GMT+7) ซ้อนกัน
ข้อควรระวังเมื่อเทรด GBP/USD
1. ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ
ข่าวสำคัญจาก Bank of England, US Federal Reserve, ข้อมูล Non-Farm Payroll (NFP) หรือ UK Retail Sales มักทำให้ราคาวิ่งผิดปกติ ควรตั้ง Stop Loss ให้เหมาะสม หรือหลีกเลี่ยงเทรดในช่วงก่อน-หลังข่าวออก 30 นาที
2. ใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง
เนื่องจากความผันผวนของ GBP สูง การใช้ leverage เกิน 1:50 อาจทำให้คุณขาดทุนรวดเร็ว หาก margin call เกิดขึ้น แนะนำให้มือใหม่ใช้ leverage 1:10 ถึง 1:30 ก่อน
คำเตือน: GBP/USD สามารถเคลื่อนไหวได้มากกว่า 100 pips ภายในไม่กี่นาทีหลังข่าวสำคัญ การไม่ตั้ง Stop Loss อาจทำให้เสียเงินทั้งบัญชี
3. เปรียบเทียบนโยบายการเงินทั้งสองฝั่ง
GBP/USD เคลื่อนไหวตาม "ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย" (Interest Rate Differential) ระหว่าง BoE และ Fed:
- ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่า BoE → USD แข็งค่า → GBP/USD ลง
- ถ้า BoE ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่า Fed → GBP แข็งค่า → GBP/USD ขึ้น
เทรดเดอร์ควรดูจากการประชุมกำหนดนโยบาย (FOMC และ MPC) เป็นหลัก
4. ใช้เทคนิคร่วมกับพื้นฐาน
แม้จะมีข้อมูลพื้นฐานดี แต่ระยะสั้น GBP/USD ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเทคนิค เช่น Support/Resistance, Moving Average, RSI หรือ Fibonacci retracement ควรใช้ทั้งสองมิติประกอบกัน
คู่เงิน GBP ยอดนิยมอื่น ๆ ที่ควรรู้จัก
นอกจาก GBP/USD แล้ว ยังมีคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ GBP ที่นิยมเทรด ได้แก่:
- GBP/JPY — มีความผันผวนสูงมาก เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบเทรดระยะสั้น (Scalping, Day Trading)
- EUR/GBP — สะท้อนความสัมพันธ์เศรษฐกิจระหว่างยุโรปและอังกฤษ เคลื่อนไหวช้ากว่า GBP/USD
- GBP/AUD และ GBP/NZD — เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการ diversify และชอบเทรดสกุลเงิน commodity
ถ้าเพิ่งเริ่ม ผมแนะนำให้อยู่กับ GBP/USD คู่เดียวไปก่อน
เทคนิคการจัดการความเสี่ยงเมื่อเทรด GBP
1. ตั้ง Stop Loss ทุกคำสั่ง
ไม่ว่าจะมั่นใจแค่ไหน ห้ามเปิดคำสั่งโดยไม่มี Stop Loss โดยเฉพาะกับสกุลเงินที่ผันผวนอย่าง GBP
2. ใช้ Position Sizing ที่เหมาะสม
กฎทั่วไป: อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อคำสั่ง หากมีทุน $1,000 ควรเสี่ยงแค่ $10-20 ต่อ trade
3. ติดตามข่าวทุกวัน
ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจจากเว็บไซต์อย่าง Forex Factory, Investing.com หรือหน้า คู่เงินยอดนิยม บนเว็บ Uhas เพื่ออัปเดตข่าวสำคัญ
4. ฝึกฝนใน Demo Account ก่อน
ก่อนเทรดด้วยเงินจริง ควรทดลองใน Demo Account อย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อทำความคุ้นเคยกับความผันผวนของ GBP
เคล็ดลับ: เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนแนะนำให้เทรด GBP ในช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนเปิด (15:00-18:00 GMT+7) เพราะมีสภาพคล่องสูงสุดและ spread แคบที่สุด
ถ้าจะเริ่มเทรด GBP พรุ่งนี้
ผมแนะนำสามอย่าง
- เปิดปฏิทินข่าวก่อนกดออเดอร์ทุกครั้ง
- ตั้ง Stop Loss ให้กว้างกว่าที่ใช้กับ EUR/USD
- อย่าเพิ่งแตะ GBP/JPY จนกว่าจะอยู่กับ GBP/USD ได้สักสามเดือน
อยากดูคู่อื่นเทียบ อ่านต่อที่ คู่เงินที่นิยมเทรด หรือปูพื้นทั้งระบบที่ คอร์สเรียน Forex
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
GBP คืออะไร และทำไมเรียกว่า Pound Sterling?
GBP มาจากรหัส ISO 4217 — GB คือรหัสประเทศสหราชอาณาจักร ส่วน P มาจาก Pound ไม่ได้ย่อตรง ๆ จาก "Great Britain Pound" อย่างที่หลายคนเข้าใจ ส่วน "Sterling" มาจากคำโบราณที่แปลว่าบริสุทธิ์ อ้างถึงความน่าเชื่อถือของเหรียญเงิน
ทำไม GBP ถึงผันผวนมากกว่า EUR หรือ USD?
เนื่องจากเศรษฐกิจอังกฤษมีขนาดเล็กกว่าสหรัฐและยูโรโซน ทำให้มีสภาพคล่องน้อยกว่าเล็กน้อย และไวต่อข่าวการเมืองเฉพาะประเทศมากกว่า โดยเฉพาะหลัง Brexit
ควรเทรด GBP/USD หรือ EUR/USD ดีกว่าสำหรับมือใหม่?
EUR/USD มี spread แคบกว่าและความผันผวนต่ำกว่า เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการความมั่นคง แต่ GBP/USD ให้โอกาสทำกำไรระยะสั้นมากกว่า แนะนำให้ทดลองทั้งสองคู่ใน Demo Account ก่อนตัดสินใจ
อัตราดอกเบี้ยของ Bank of England อยู่ที่เท่าไหร่ตอนนี้?
อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย BoE ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก Bank of England หรือปฏิทินเศรษฐกิจบนเว็บ Forex Factory
มี leverage เท่าไหร่ที่เหมาะสมสำหรับเทรด GBP/USD?
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ใช้ leverage ไม่เกิน 1:30 เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนสูง เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์อาจใช้ได้ถึง 1:100 แต่ต้องมีการจัดการความเสี่ยงที่ดี
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


