RSI คืออะไร พร้อมแนะนำเทคนิคพื้นฐานการใช้ RSI เทรด Forex
RSI (Relative Strength Index) คืออะไร ใช้ค้นหาราคาซื้อขายได้อย่างไรบ้าง พร้อมแนะนำเทคนิคการใช้ RSI พื้นฐานเพื่อวิเคราะห์กราฟราคาอย่างแม่นยำ

ในตลาด Forex ที่ราคาผันผวนทุกนาที การระบุจุดที่ราคา "แพงเกินไป" หรือ "ถูกเกินไป" เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าและออกออเดอร์ได้ตรงจังหวะ RSI (Relative Strength Index) คือเครื่องมือวัดโมเมนตัมที่ใช้บ่งชี้ภาวะ Overbought และ Oversold ได้อย่างชัดเจน ในบทความนี้ เราจะอธิบายหลักการทำงานของ RSI พร้อมเทคนิคการใช้งานจริง 3 รูปแบบที่เทรดเดอร์มืออาชีพนิยมใช้
สรุปสาระสำคัญ
- RSI เป็น Oscillator ที่วัดแรงซื้อ-ขายในกรอบ 0-100 โดยโซน Overbought (>70) และ Oversold (<30) บ่งชี้ภาวะราคาสุดโต่ง
- การตั้งค่ามาตรฐาน RSI คือ 14 periods กับเกณฑ์ 30/70 แต่สามารถปรับเป็น RSI 6, 12, 24 ตามไทม์เฟรมที่เทรด
- เทคนิค 3 แบบคือ (1) หา Overbought/Oversold (2) ตรวจจับ Divergence เพื่อจับกลับตัว (3) ยืนยันแนวโน้มก่อนเข้าออเดอร์
- RSI ให้สัญญาณช้ากว่า Stochastic จึงเหมาะกับการยืนยันทิศทางมากกว่าการเข้าออเดอร์ทันที
RSI คืออะไร และทำงานอย่างไร
RSI (Relative Strength Index) คือตัวชี้วัดโมเมนตัมประเภท Oscillator ที่พัฒนาโดย J. Welles Wilder Jr. ในปี 1978 โดยคำนวณจากอัตราส่วนระหว่างค่าเฉลี่ยของวันที่ราคาขึ้นกับวันที่ราคาลงในช่วง 14 periods (ค่ามาตรฐาน) ผลลัพธ์จะอยู่ในกรอบ 0-100 ทำให้อ่านง่ายกว่าอินดิเคเตอร์ตัวอื่น

RSI แตกต่างจาก Oscillator ทั่วไป (เช่น MACD หรือ Stochastic) ตรงที่:
- ไม่มีแกน 0 กลางกราฟ แต่ใช้เกณฑ์ 30/70 เป็นโซนสำคัญ
- ให้สัญญาณช้ากว่า Stochastic ประมาณ 1-2 แท่งเทียน จึงเหมาะกับการยืนยันมากกว่าการเข้าออเดอร์ด่วน
- สามารถใช้หา Divergence ได้แม่นยำใน Time Frame 1H, 4H, Daily
คุณสามารถเปิดใช้ RSI ได้ฟรีบนแพลตฟอร์มทุกตัว รวมถึง MetaTrader 4, MetaTrader 5, TradingView และแอปโบรกเกอร์ส่วนใหญ่
การตั้งค่า RSI ให้เหมาะกับสไตล์เทรด
ค่ามาตรฐาน RSI 14 Periods
การตั้งค่า RSI ที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้มาคือ:
- Period: 14 (คำนวณจากราคาปิด 14 แท่งเทียนย้อนหลัง)
- Overbought Level: 70.00
- Oversold Level: 30.00
- Apply to: Close (ใช้ราคาปิดของแต่ละแท่งเทียน)
RSI 6, 12, 24 คืออะไร
ตัวเลข 6, 12, 24 คือจำนวน periods ที่ใช้คำนวณ RSI ซึ่งส่งผลต่อความไวของสัญญาณ:
| Period | ลักษณะสัญญาณ | เหมาะกับไทม์เฟรม | กรณีใช้ |
|---|---|---|---|
| RSI 6 | ไวมาก กระตุก บ่อย | M1, M5, M15 | Scalping หรือเข้า-ออกเร็ว |
| RSI 12 | กลาง ๆ สมดุล | M15, M30, H1 | Day trading ทั่วไป |
| RSI 14 | มาตรฐาน เสถียร | H1, H4, Daily | Swing trading |
| RSI 24 | ช้า กรองสัญญาณเท็จ | H4, Daily, Weekly | Position trading |
เทคนิคขั้นสูง: ใช้ RSI 2 เส้นพร้อมกัน เช่น RSI(6) สีแดง + RSI(14) สีน้ำเงิน เมื่อ RSI(6) ตัดขึ้น RSI(14) ในโซน Oversold = สัญญาณ Buy ที่แรงกว่าการใช้เส้นเดียว
Overbought และ Oversold คืออะไร
- Overbought (>70): ราคาอยู่ในโซนที่มีแรงซื้อมากเกินไป มักเกิดก่อนราคาปรับฐานลง เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองว่าราคา "แพงเกินไป" อาจเริ่มมีแรงขายเข้ามา
- Oversold (<30): ราคาอยู่ในโซนที่มีแรงขายมากเกินไป มักเกิดก่อนราคาตีกลับขึ้น เทรดเดอร์มองว่าราคา "ถูกเกินไป" อาจเริ่มมีแรงซื้อเข้ามา
ข้อควรระวัง: อย่าเข้าออเดอร์ทันทีที่ RSI แตะ 70 หรือ 30 เพราะในเทรนด์แรง (Strong Uptrend/Downtrend) RSI สามารถอยู่ในโซน Overbought/Oversold ติดต่อกัน 5-10 แท่งเทียนได้ รอสัญญาณยืนยันเพิ่มเติมเสมอ
3 เทคนิคการใช้ RSI ในการเทรด Forex
1. ใช้ RSI หาโซน Overbought/Oversold
วิธีนี้เหมาะกับตลาดแบบ Sideway หรือ Range-bound ซึ่งราคาแกว่งในกรอบชัดเจน
กฎการเทรด:
- เมื่อ RSI ขึ้นเหนือ 70 → เตรียมตัว Sell เมื่อ RSI กลับลงต่ำกว่า 70
- เมื่อ RSI ลงต่ำกว่า 30 → เตรียมตัว Buy เมื่อ RSI กลับขึ้นสูงกว่า 30
ตัวอย่างการเข้าออเดอร์:
- รอจนกว่า RSI จะแตะ 30 (Oversold)
- รอให้ RSI ตัดกลับขึ้นสูงกว่า 30 พร้อมกับแท่งเทียนปิดสีเขียว
- เปิด Buy โดยตั้ง Stop Loss ที่ Low ของแท่งเทียนก่อนหน้า
- Take Profit ที่ RSI 70 หรือเมื่อราคาแตะแนวต้านบน
2. ใช้ RSI หา Divergence
RSI Divergence เกิดเมื่อราคากับเส้น RSI เคลื่อนที่ในทิศตรงกันข้าม บ่งชี้ว่าโมเมนตัมกำลังอ่อนแรงและอาจกลับตัวเร็ว ๆ นี้

Bullish Divergence (สัญญาณกลับตัวขึ้น)
เกิดเมื่อ:
- ราคาสร้าง Lower Low ใหม่ (จุดต่ำที่ต่ำกว่าจุดต่ำก่อนหน้า)
- แต่ RSI สร้าง Higher Low (จุดต่ำที่สูงกว่าจุดต่ำก่อนหน้า)
- หมายถึง: แรงขายกำลังอ่อนลง อาจมีแรงซื้อเข้ามาเร็ว ๆ นี้
การเทรด Bullish Divergence:
- เชื่อมจุด Low ของราคา 2 จุด (ลาดลง)
- เชื่อมจุด Low ของ RSI 2 จุด (ลาดขึ้น)
- เมื่อราคาทะลุแนวต้านระยะสั้น → เปิด Buy
- Stop Loss ต่ำกว่า Low ล่าสุด 5-10 pips
Bearish Divergence (สัญญาณกลับตัวลง)
เกิดเมื่อ:
- ราคาสร้าง Higher High ใหม่ (จุดสูงที่สูงกว่าจุดสูงก่อนหน้า)
- แต่ RSI สร้าง Lower High (จุดสูงที่ต่ำกว่าจุดสูงก่อนหน้า)
- หมายถึง: แรงซื้อกำลังอ่อนลง อาจมีแรงขายเข้ามาเร็ว ๆ นี้
การเทรด Bearish Divergence:
- เชื่อมจุด High ของราคา 2 จุด (ลาดขึ้น)
- เชื่อมจุด High ของ RSI 2 จุด (ลาดลง)
- เมื่อราคาทะลุแนวรับระยะสั้น → เปิด Sell
- Stop Loss สูงกว่า High ล่าสุด 5-10 pips
ข้อสังเกต: Divergence บน RSI เกิดได้ยากกว่า MACD หรือ Stochastic เพราะ RSI มีการปรับค่าที่เรียบกว่า แต่เมื่อเกิดขึ้น ความแม่นยำมักสูงกว่า 65-70% โดยเฉพาะใน Time Frame H1 ขึ้นไป
3. ใช้ RSI ยืนยันแนวโน้ม
ในตลาดที่มี Trend ชัดเจน RSI สามารถช่วยยืนยันว่า Trend ยังแข็งแรงหรือกำลังจะสิ้นสุด

กรณี Uptrend
- RSI อยู่เหนือ 50 = Uptrend ยังแข็งแรง → ถือ Buy ต่อ
- RSI ลงต่ำกว่า 50 = Uptrend อ่อนแรง → เตรียมปิด Buy
- RSI เข้าโซน Overbought (>70) ติดต่อกัน 3-5 แท่ง = ระวังราคาปรับฐาน
กรณี Downtrend
- RSI อยู่ต่ำกว่า 50 = Downtrend ยังแข็งแรง → ถือ Sell ต่อ
- RSI ขึ้นสูงกว่า 50 = Downtrend อ่อนแรง → เตรียมปิด Sell
- RSI เข้าโซน Oversold (<30) ติดต่อกัน 3-5 แท่ง = ระวังราคาตีกลับ
ตัวอย่างจริง:
ในกราฟ EURUSD H4 ราคากำลัง Sideway ระหว่าง 1.0850-1.0920 โดย RSI แกว่งขึ้นลงใน Range 35-65 ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน เมื่อสังเกตว่า RSI เริ่มลดระดับ High ลงเรื่อย ๆ (จาก 62 → 58 → 54) ในขณะที่ราคายังอยู่ใน Range = สัญญาณว่าแรงซื้ออ่อนลง เตรียมตัว Sell เมื่อราคาทะลุแนวรับ 1.0850
การเปิดใช้ RSI บน MetaTrader
ขั้นตอนการเพิ่ม RSI:
- เปิด MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5
- คลิก Insert → Indicators → Oscillators → Relative Strength Index
- ตั้งค่าดังนี้:
- Period: 14 (หรือปรับตามสไตล์เทรด)
- Apply to: Close
- Levels: เพิ่ม 30.00 และ 70.00 (ถ้ายังไม่มี)
- คลิก OK
การปรับแต่งเพิ่มเติม:
- เปลี่ยนสีเส้น RSI เป็นสีที่เห็นชัดบนกราฟของคุณ
- เพิ่ม Level 50.00 เพื่อดูเส้นกลาง (ใช้แยก Bullish/Bearish Bias)
- ตั้ง Alert เมื่อ RSI แตะ 30 หรือ 70 โดยคลิกขวาที่เส้น RSI → Create Alert
เทคนิคโปร: ใช้ RSI ร่วมกับ Moving Average (MA 20, MA 50) บนกราฆราคา เมื่อราคาอยู่เหนือ MA 50 + RSI > 50 = Uptrend แรง เข้า Buy เท่านั้น ห้าม Sell ย้อนเทรนด์
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ RSI
1. เข้าออเดอร์ทันทีที่ RSI แตะ 70/30
นี่คือข้อผิดพลาดอันดับ 1 ของมือใหม่ ในเทรนด์แรง RSI สามารถอยู่ในโซน Overbought/Oversold ได้นาน ๆ ควรรอสัญญาณกลับตัวก่อน เช่น:
- รอให้ RSI ตัดกลับจาก 70 ลงมาใต้ 65 ก่อน Sell
- รอให้ RSI ตัดกลับจาก 30 ขึ้นมาเหนือ 35 ก่อน Buy
2. ใช้ RSI เทรดในตลาดที่มี Trend แรง
RSI เป็นตัวชี้วัดโมเมนตัมที่ให้ผลดีในตลาด Sideway มากกว่า Trending ถ้าตลาดมี Trend ชัดเจน (ราคาวิ่งทะลุ MA 200 ไปไกล) ควรใช้ RSI เพื่อ "ยืนยัน" มากกว่า "หาจุดกลับตัว"
3. ไม่ใช้ Stop Loss
บางคนเชื่อว่า "RSI บอกว่า Oversold แล้ว ราคาต้องขึ้นแน่ ๆ" และไม่ตั้ง SL ซึ่งเสี่ยงมาก ราคาสามารถทำ New Low ได้ต่อเนื่อง ควรตั้ง SL ต่ำกว่าจุด Low ล่าสุด 10-15 pips เสมอ
4. ใช้ RSI เพียงตัวเดียว
RSI ทรงพลังมากเมื่อใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น เช่น:
- RSI + Moving Average: ยืนยันทิศทาง
- RSI + Support/Resistance: ยืนยันจุดเข้าออเดอร์
- RSI + Volume: ยืนยันความแข็งแรงของสัญญาณ
RSI กับอินดิเคเตอร์ตัวอื่น แตกต่างกันอย่างไร
| อินดิเคเตอร์ | ประเภท | ความไวสัญญาณ | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|---|---|
| RSI | Momentum Oscillator | กลาง | Sideway, Swing | หา Divergence แม่นยำ กรองสัญญาณเท็จได้ดี | ช้ากว่า Stochastic |
| Stochastic | Momentum Oscillator | สูง | Scalping, Day Trading | ให้สัญญาณเร็ว เหมาะกับ Short Time Frame | สัญญาณเท็จบ่อย ต้องกรอง |
| MACD | Trend + Momentum | กลาง-ต่ำ | Trend Following | จับ Trend ได้ดี Divergence ชัดเจน | Lag สูง ไม่เหมาะ Scalping |
| Bollinger Bands | Volatility | กลาง | Breakout, Range | วัดความผันผวนได้ดี | ไม่บอกทิศทางโดยตรง |
สรุป: ถ้าคุณชอบเทรด Swing Trading บน H1, H4 และต้องการสัญญาณที่เชื่อถือได้ → ใช้ RSI ถ้าคุณเป็น Scalper ที่ต้องการสัญญาณเร็ว → ใช้ Stochastic ถ้าคุณเทรดตาม Trend ระยะยาว → ใช้ MACD
กลยุทธ์ RSI ขั้นสูง: RSI 2-Line Strategy
เทคนิคนี้ใช้ RSI 2 เส้นพร้อมกัน เพื่อกรองสัญญาณเท็จ:
การตั้งค่า:
- RSI เส้นที่ 1: Period 6, สีแดง (Fast RSI)
- RSI เส้นที่ 2: Period 14, สีน้ำเงิน (Slow RSI)
สัญญาณ Buy:
- Fast RSI (6) ตัดขึ้น Slow RSI (14)
- ทั้ง 2 เส้นอยู่ใต้ 50 (ในโซน Oversold)
- มีแท่งเทียนสีเขียวปิดตัว
- เปิด Buy ที่แท่งถัดไป SL ต่ำกว่า Low 10 pips TP 1:1.5 หรือที่ Fast RSI ตัด Slow RSI ลง
สัญญาณ Sell:
- Fast RSI (6) ตัดลง Slow RSI (14)
- ทั้ง 2 เส้นอยู่เหนือ 50 (ในโซน Overbought)
- มีแท่งเทียนสีแดงปิดตัว
- เปิด Sell ที่แท่งถัดไป SL สูงกว่า High 10 pips TP 1:1.5 หรือที่ Fast RSI ตัด Slow RSI ขึ้น
ผลลัพธ์: กลยุทธ์นี้ให้สัญญาณน้อยกว่าการใช้ RSI เส้นเดียว แต่แม่นยำกว่า โดยเฉพาะใน Time Frame M15-H1 Win Rate สูงถึง 60-65%
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
RSI ตั้งเท่าไหร่ดีสำหรับเทรด Forex?
ค่ามาตรฐานคือ Period 14 กับ Level 30/70 เหมาะกับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ แต่ถ้าคุณเป็น Scalper สามารถลด Period เป็น 6-9 และปรับ Level เป็น 20/80 เพื่อให้สัญญาณไวขึ้น สำหรับ Swing Trader ที่ต้องการสัญญาณช้าแต่แม่นยำ ใช้ Period 21-24 กับ Level 30/70 ได้
RSI เหมาะกับไทม์เฟรมไหนมากที่สุด?
RSI ใช้ได้ดีที่สุดใน H1, H4, และ Daily เพราะกรองสัญญาณเท็จได้ดีกว่า Time Frame ต่ำ (M1-M15) ซึ่งมีสัญญาณรบกวนมาก ถ้าจะใช้ใน M15 ลงมา แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Price Action หรือ Support/Resistance เสมอ
ทำไม RSI อยู่ใน Overbought นานมาก แต่ราคาไม่ลง?
เพราะตลาดอยู่ใน Strong Uptrend ในเทรนด์แรง RSI สามารถติด 70-90 ได้นาน ๆ โดยไม่หมายความว่าราคาจะลงทันที กฎคือ: อย่าเทรดย้อนเทรนด์เพียงเพราะ RSI Overbought ให้รอสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน เช่น RSI ตัดลงจาก 70 + มีแท่งเทียน Bearish Engulfing
RSI กับ Stochastic ต่างกันอย่างไร ใช้ตัวไหนดีกว่า?
RSI คำนวณจากราคาปิดเฉลี่ยในช่วง Period ที่กำหนด ให้สัญญาณเรียบและช้ากว่า เหมาะกับ Swing Trading
Stochastic คำนวณจากตำแหน่งราคาปิดใน Range ของ High-Low ให้สัญญาณเร็วและไวกว่า เหมาะกับ Day Trading/Scalping
ถ้าคุณมือใหม่ แนะนำ RSI เพราะสัญญาณเท็จน้อยกว่า ถ้าคุณมีประสบการณ์และต้องการเข้าออเดอร์บ่อย → ใช้
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


