U
UHAS
XAU/USD0.00%

เขา ไม่เทรด Forex ในวันพุธ เพราะว่า..?

ทำไมเทรดเดอร์บางคนถึงหลีกเลี่ยงการเทรด Forex ในวันพุธ? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว

P
Patiphan Uhas
9 มิถุนายน 2566·3 นาทีอ่าน
แชร์
เขา ไม่เทรด Forex ในวันพุธ เพราะว่า..?

ทำไมเทรดเดอร์บางคนถึงหลีกเลี่ยงการเทรด Forex ในวันพุธ? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงจิตวิทยาการเทรดและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพส่วนบุคคล บทความนี้ชวนคุณมาทำความเข้าใจกับกรณีศึกษาของดอยล์ (Doyle Exchange) เทรดเดอร์ที่ใช้ข้อมูล Back test และการตรวจสอบตนเองในการตัดสินใจหยุดเทรดในวันพุธ — พร้อมข้อคิดสำคัญที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้

สรุปสาระสำคัญ

  • Back test เป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาจุดอ่อนของกลยุทธ์ — ไม่ใช่แค่ดูผลลัพธ์ทั่วไป แต่ต้องแยกวิเคราะห์ตามวัน เวลา และสภาพตลาด
  • จิตวิทยาและสภาพร่างกายส่งผลต่อผลการเทรดมากกว่าที่คิด — การรู้จักตัวเองและหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมสามารถลด Drawdown ได้
  • ความถี่ในการเทรดไม่ได้เท่ากับผลกำไร — เทรดเดอร์ที่เทรดสัปดาห์ละ 2 ครั้งอาจได้ผลตอบแทนดีกว่าคนเทรดทุกวัน หากใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้อง
  • การปรับขนาด Lot ควรสอดคล้องกับขนาดเงินทุนและความถี่การเทรด — เงินน้อยควรเทรดบ่อยด้วย Lot เล็ก, เงินเยอะสามารถเทรดน้อยแต่ Lot ใหญ่ได้

เหตุผลที่ดอยล์หยุดเทรดในวันพุธ

ผลการ Back Test ชี้ว่าวันพุธมี Win Rate ต่ำกว่าวันอื่น

ดอยล์ทำการ Back test ข้อมูลการเทรดของตัวเองย้อนหลังประมาณ 2-3 เดือน พบว่าในทุกๆ วันพุธ ผลลัพธ์มักออกมาแย่กว่าวันอื่นอย่างสม่ำเสมอ — ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์ใด อินดิเคเตอร์ใด หรือปรับพารามิเตอร์อย่างไรก็ตาม

นี่ไม่ใช่การตัดสินใจจากการขาดทุนเพียงครั้งเดียว แต่เป็นข้อมูลเชิงสถิติที่รวบรวมมาอย่างเป็นระบบ การ Back test ที่ถูกต้องต้องแยกวิเคราะห์ตาม:

  • วันในสัปดาห์ (Monday–Friday)
  • ช่วงเวลาในวัน (Asian, London, New York session)
  • สภาวะตลาด (Trending vs Ranging)
  • คู่สกุลเงิน (Major, Minor, Exotic)
TIP

หากคุณใช้ซอฟต์แวร์อย่าง MetaTrader 4/5 หรือ TradingView คุณสามารถใช้ Strategy Tester export ข้อมูลทุกออเดอร์ไปวิเคราะห์ใน Excel/Google Sheets เพื่อหา pattern ที่ซ่อนอยู่ได้

ปัจจัยด้านจิตวิทยา: ความเหนื่อยล้ากลางสัปดาห์

นอกจากตัวเลขแล้ว ดอยล์ยังสังเกตว่าตัวเองมักรู้สึกเหนื่อยล้าและตัดสินใจช้าลงในวันพุธ — ซึ่งเป็นกลางสัปดาห์ พลังงานทางจิตใจและความสามารถในการรักษาวินัยตามกฎการเทรดลดลง

การศึกษาทางจิตวิทยาชี้ว่า Decision Fatigue (ความล้าในการตัดสินใจ) เกิดขึ้นเมื่อคุณต้องตัดสินใจบ่อยเกินไปในช่วงเวลาสั้นๆ สำหรับ Day Trader ที่ต้องตัดสินใจทุกไม่กี่นาที การสะสมความเหนื่อยล้าตั้งแต่จันทร์–อังคาร อาจส่งผลให้การตัดสินใจในวันพุธมีคุณภาพลดลง

ดอยล์ไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องหยุดเทรดวันพุธ แต่เขาเน้นว่า "กลยุทธ์ของผมไม่กินเส้นกับวันพุธ — แต่ของคุณอาจไม่เหมือนกัน"

ข้อคิดสำคัญจากกรณีศึกษานี้

1. ทักษะเทรดเดอร์สำคัญกว่ากลยุทธ์

ดอยล์ให้ตัวอย่างว่า หากเทรดเดอร์ A และ B ใช้กลยุทธ์เดียวกัน แต่ A มีทักษะมากกว่า — A อาจได้ Win Rate 80% ในขณะที่ B ได้แค่ 60%

ความแตกต่างนี้มาจาก:

  • Execution skill — ความรวดเร็วและความแม่นยำในการกดออเดอร์
  • Risk management — ความสามารถในการปรับ Stop Loss/Take Profit ตามสภาพตลาดจริง
  • Discipline — ความสามารถในการปฏิเสธสัญญาณที่คุณภาพต่ำ

กลยุทธ์ที่ดีคือจุดเริ่มต้น แต่ทักษะในการใช้กลยุทธ์นั้นคือสิ่งที่แยกเทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้จากคนที่ขาดทุน

2. Quality Over Quantity: เทรดน้อยแต่มีคุณภาพ

ดอยล์เน้นว่าเขาไม่ได้ใช้เวลาเทรดนาน แต่จะเลือกเฉพาะช่วงเวลาที่มีโอกาสทำกำไรสูงที่สุด (High Probability Setup) แล้วเข้าด้วย Lot ใหญ่

ตัวอย่าง: ถ้า Win Rate ของคุณคือ 70% และคุณมีเงิน $10,000 USD

  • แบบที่ 1: เทรดวันละ 10 ครั้ง, Lot 0.10, Risk 1% ต่อครั้ง → รายได้เฉลี่ย $700/สัปดาห์ (ถ้าชนะ 7 ครั้ง เสีย 3 ครั้ง)
  • แบบที่ 2: เทรดสัปดาห์ละ 5 ครั้ง, Lot 0.50, Risk 2% ต่อครั้ง → รายได้เฉลี่ย $700/สัปดาห์ (ถ้าชนะ 3.5 ครั้ง เสีย 1.5 ครั้ง)

แบบที่ 2 ใช้เวลาน้อยกว่า แต่ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน — และมี stress น้อยกว่ามาก

NOTE

อย่าเพิ่ม Lot เพื่อชดเชยการเทรดน้อยครั้ง หากคุณยังไม่มั่นใจใน Setup — การ Overleverage คือสาเหตุหลักที่ทำให้บัญชีระเบิด

3. ปรับขนาด Lot ให้สอดคล้องกับเงินทุนและความถี่

ดอยล์แนะนำหลักการง่ายๆ:

เครื่องมือ

Lot Size Calculator

คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize

ผลลัพธ์
ความเสี่ยงต่อ Trade
$100.00
Lot Size แนะนำ
2.00
Lot size คำนวณ2.0000 lots
Risk/Trade1% = $100.00
Pip value @ 2.00 lot$2.00/pip

หลัก Risk Management

1% Rule
เสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อ Trade — มือใหม่ควรเริ่มที่ 0.5% เพื่อให้ account อยู่รอดระหว่างเรียนรู้
2% Rule
มือกลาง-อาชีพที่มีระบบชัดเจน ความแม่นยำสูง อาจเพิ่มเป็น 2% ต่อ Trade ได้
ห้ามเกิน 5%
เสี่ยงเกิน 5% ต่อ Trade = Gambling ไม่ใช่ Trading — ถ้าแพ้ติดกัน 10 ครั้ง จะหมดพอร์ต 40%
  • เงินในบัญชีเยอะ → เทรดน้อยครั้งแต่ Lot ใหญ่
  • เงินในบัญชีน้อย → เทรดบ่อยครั้งแต่ Lot เล็ก

ตัวอย่างเชิงปฏิบัติ:

เงินทุนวิธีเทรดLotRisk/Tradeจำนวนครั้ง/สัปดาห์
$500Scalping0.01-0.021-2%15-20
$5,000Day Trading0.10-0.201-2%5-10
$50,000Swing Trading1.00-2.001-2%2-5

การปรับขนาด Lot ตาม Kelly Criterion หรือ Fixed Fractional Method จะช่วยให้คุณควบคุม Drawdown ได้ดีกว่าการใช้ Lot เดิมทุกครั้ง

4. การทำ Back Test สำคัญที่สุด

Back test ไม่ใช่แค่การทดสอบว่ากลยุทธ์ทำกำไรได้หรือไม่ แต่คือการค้นหา เงื่อนไข ที่กลยุทธ์ทำงานได้ดีที่สุด

ข้อมูลที่ควรเก็บจาก Back test:

  • Win Rate แยกตามวันในสัปดาห์
  • Average Win vs Average Loss ในแต่ละ session
  • Maximum Consecutive Losses เพื่อประเมิน Drawdown
  • Profit Factor (รวมกำไร ÷ รวมขาดทุน) — ควรมากกว่า 1.50
INFO

หากคุณใช้กลยุทธ์ Manual Trading (ไม่ใช่ EA) ให้บันทึกทุกออเดอร์ใน Trading Journal พร้อม screenshot และเหตุผลการเข้า — นี่คือ Back test แบบ real-time ที่มีค่าที่สุด

เมื่อไหร่ควรหยุดเทรด?

นอกจากวันพุธแล้ว ยังมีช่วงเวลาอื่นที่เทรดเดอร์ควรพิจารณาหลีกเลี่ยง:

1. ช่วงก่อนและหลังประกาศข่าว High Impact

ข่าว NFP (Non-Farm Payroll), การประชุม FOMC, หรือ CPI มักทำให้เกิด Volatility สูงและ Spread กว้างมาก — หากคุณไม่ได้เป็น News Trader ควรหลีกเลี่ยง 30 นาทีก่อนและหลังประกาศข่าว

2. ช่วงเวลาที่ Liquidity ต่ำ

  • 22:00–00:00 GMT+7 (ช่วงปิดตลาด New York ยังไม่เปิด Asia)
  • วันศุกร์เย็น (หลัง 20:00 GMT+7) — เทรดเดอร์มักปิดออเดอร์ก่อนวันหยุด

3. เมื่อคุณเองไม่อยู่ในสภาพที่ดี

  • นอนไม่พอ หรือเครียดจากเรื่องส่วนตัว
  • เพิ่งขาดทุนติดกัน 3 ครั้ง (ควรหยุดพัก review กลยุทธ์)
  • ไม่มีเวลาติดตามตลาดอย่างต่อเนื่อง
NOTE

Revenge Trading (การเทรดเพื่อชดเชยขาดทุน) คือกับดักที่ทำลายบัญชีของเทรดเดอร์มือใหม่เป็นจำนวนมาก — หากคุณรู้สึกว่ากำลังเทรดด้วยอารมณ์ ให้ปิดแพลตฟอร์มทันที

วิธีทดสอบว่ากลยุทธ์ของคุณเหมาะกับวันไหน

ขั้นตอนที่ 1: เก็บข้อมูล 50-100 ออเดอร์

บันทึกทุกออเดอร์ใน Excel/Google Sheets พร้อมคอลัมน์:

  • วันที่
  • วันในสัปดาห์
  • เวลาเข้า-ออก
  • คู่เงิน
  • ผลลัพธ์ (Win/Loss)
  • จำนวน Pips/เงิน

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณ Win Rate แยกตามวัน

ใช้ Pivot Table หรือ COUNTIF() เพื่อดูว่า:

  • วันไหน Win Rate ต่ำกว่า 50%
  • วันไหน Average Win/Loss Ratio ดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 3: ทดลองหยุดเทรดในวันที่ผลแย่

เทรดต่อไป 1 เดือน โดยข้ามวันที่ Win Rate ต่ำที่สุด — ดูว่า Overall Performance ดีขึ้นหรือไม่

ขั้นตอนที่ 4: ปรับกลยุทธ์หรือเปลี่ยนคู่เงิน

ถ้าผลยังไม่ดี อาจลองเปลี่ยนคู่เงินหรือปรับ timeframe — บางกลยุทธ์เหมาะกับ EUR/USD แต่ไม่เหมาะกับ GBP/JPY

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทุกคนต้องหยุดเทรดในวันพุธหรือไม่?

ไม่จำเป็น — กรณีของดอยล์เป็นการค้นพบจากการ Back test เฉพาะตัว หากข้อมูลของคุณแสดงว่าวันพุธทำกำไรได้ดี ไม่ต้องหยุด ให้ใช้ข้อมูลของตัวเองเป็นหลัก

Back test ต้องใช้ข้อมูลกี่เดือน?

อย่างน้อย 3-6 เดือน หรือ 100-200 ออเดอร์ — ยิ่งมีข้อมูลมากยิ่งดี แต่ต้องแน่ใจว่าข้อมูลครอบคลุมทั้ง Trending และ Ranging market

ถ้า Win Rate ในวันพุธต่ำ แต่ Profit Factor ยังสูงควรหยุดไหม?

ไม่จำเป็น — Profit Factor คือตัวชี้ที่สำคัญกว่า Win Rate หาก Average Win ของคุณใหญ่พอที่จะชดเชย Loss ได้ คุณยังสามารถเทรดต่อได้ แต่อาจลด Lot ลง

การเทรดน้อยครั้งแต่ Lot ใหญ่ปลอดภัยหรือไม่?

ปลอดภัยถ้าคุณมั่นใจใน Setup และมี Stop Loss ที่ชัดเจน — แต่ถ้าคุณยังไม่มั่นใจ ควรเริ่มจาก Lot เล็ก เพิ่มทีละน้อยเมื่อมี Confidence สูงขึ้น

ควรใช้ Trading Journal แบบไหน?

แอพอย่าง Edgewonk, Myfxbook, หรือแม้แต่ Google Sheets ก็เพียงพอ — สิ่งสำคัญคือต้องบันทึกทุกครั้งและทบทวนทุกสัปดาห์


แหล่งข้อมูล: บทความนี้พัฒนาจากวิดีโอ "เขา ไม่เทรด Forex ในวันพุธ เพราะว่า..?" โดย Doyle Exchange (98.9K subscribers) ซึ่งเป็นช่อง YouTube ที่นำเสนอเนื้อหาการเทรด Forex และการศึกษาคอร์สการเทรดผ่านเว็บไซต์ doyleexchange.com

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง