U
UHAS
XAU/USD0.00%

คำถามที่พบบ่อยในการเทรด ตลาดForex

ตลาดForex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ แต่ก็อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นเคยมากนักสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ จนกระทั่งตลาด Forex

U
Uhas Admin
29 มีนาคม 2565·3 นาทีอ่าน
แชร์
ตลาดForex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การเทรด Forex อาจดูซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น แม้ว่าตลาดนี้จะเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน แต่โครงสร้างและกลไกการทำงานนั้นแตกต่างจากตลาดหุ้นทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการเทรด Forex พร้อมคำตอบที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจพื้นฐานที่จำเป็นก่อนเริ่มต้นเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • ตลาด Forex เป็นตลาด OTC ที่ไม่มีศูนย์กลาง ไม่เหมือนตลาดหุ้นที่มีตลาดหลักทรัพย์เป็นศูนย์กลาง
  • Pip และ Point คือหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคา โดย 1 Pip = 10 Points สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่
  • การเทรด Forex คือการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินเพื่อเก็งกำไร ไม่ใช่การถือครองสินทรัพย์จริง
  • ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ให้ความยืดหยุ่นสูงกว่าตลาดหุ้น

ตลาด Forex แตกต่างจากตลาดหุ้นอย่างไร?

ความแตกต่างหลักระหว่างตลาด Forex และตลาดหุ้นอยู่ที่โครงสร้างการดำเนินงาน ตลาดหุ้นเช่น NYSE หรือ SET มีศูนย์กลางการซื้อขายที่ชัดเจน มีหน่วยงานกำกับดูแล และมีกลไกคุ้มครองนักลงทุน เช่น สำนักหักบัญชีที่ค้ำประกันการชำระเงิน

ในทางตรงกันข้าม ตลาด Forex เป็นตลาด Over-the-Counter (OTC) ที่ไม่มีศูนย์กลางการซื้อขาย ธุรกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน และโบรกเกอร์

ลักษณะเฉพาะของตลาด Forex

การเทรดแบบไม่มีศูนย์กลาง — ไม่มีสถานที่ซื้อขายเดียว ธุรกรรมดำเนินการผ่านเครือข่ายระหว่างธนาคาร (Interbank Market) ที่เชื่อมโยงสถาบันการเงินทั่วโลก

สัญญาตามความเชื่อมั่น — การซื้อขายเป็นไปตามข้อตกลงด้านสินเชื่อระหว่างคู่สัญญา ไม่มีสำนักหักบัญชีกลางเป็นตัวกลางรับประกัน นี่คือเหตุผลที่การเลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงจึงสำคัญมาก

เวลาซื้อขาย — เปิดทำการต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าวันจันทร์ในซิดนีย์จนถึงช่วงบ่ายวันศุกร์ในนิวยอร์ก ในขณะที่ตลาดหุ้นเปิดเฉพาะช่วงเวลาทำการของแต่ละประเทศ (เช่น SET เปิด 10:00-16:30 น.)

สภาพคล่อง — ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่สูงมหาศาล ตลาด Forex มีสภาพคล่องสูงกว่าตลาดหุ้นมาก คุณสามารถเข้าและออกจากตำแหน่งได้รวดเร็วแม้ในขนาดการซื้อขายที่ใหญ่

INFO

ตลาดหุ้นให้สิทธิ์เป็นเจ้าของในบริษัท ผลตอบแทนมาจากเงินปันผลและการเติบโตของมูลค่าหุ้น ในขณะที่ Forex เป็นการเก็งกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสกุลเงินจริง

Pip และ Point คืออะไร? วัดการเคลื่อนไหวอย่างไร?

Pip (Percentage in Point) และ Point เป็นหน่วยวัดพื้นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex เหมือนกับเซนติเมตรและมิลลิเมตรในการวัดระยะทาง

เครื่องมือ

Lot Size Calculator

คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize

ผลลัพธ์
ความเสี่ยงต่อ Trade
$100.00
Lot Size แนะนำ
2.00
Lot size คำนวณ2.0000 lots
Risk/Trade1% = $100.00
Pip value @ 2.00 lot$2.00/pip

หลัก Risk Management

1% Rule
เสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อ Trade — มือใหม่ควรเริ่มที่ 0.5% เพื่อให้ account อยู่รอดระหว่างเรียนรู้
2% Rule
มือกลาง-อาชีพที่มีระบบชัดเจน ความแม่นยำสูง อาจเพิ่มเป็น 2% ต่อ Trade ได้
ห้ามเกิน 5%
เสี่ยงเกิน 5% ต่อ Trade = Gambling ไม่ใช่ Trading — ถ้าแพ้ติดกัน 10 ครั้ง จะหมดพอร์ต 40%

Pip คืออะไร?

Pip หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่จุดทศนิยมตำแหน่งที่ 4 สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ หรือตำแหน่งที่ 2 สำหรับคู่ที่มี JPY

  • คู่เงิน EUR/USD: 1.1000 → 1.1001 = เคลื่อนที่ 0.1 Pip
  • คู่เงิน EUR/USD: 1.1000 → 1.1010 = เคลื่อนที่ 1.0 Pip
  • คู่เงิน USD/JPY: 110.00 → 110.01 = เคลื่อนที่ 1.0 Pip

Point คืออะไร?

Point หรือที่เรียกว่า Pipette คือการเปลี่ยนแปลงที่จุดทศนิยมตำแหน่งที่ 5 (หรือตำแหน่งที่ 3 สำหรับคู่ JPY) ซึ่งละเอียดกว่า Pip 10 เท่า

  • 1 Pip = 10 Points
  • คู่เงิน EUR/USD: 1.10000 → 1.10010 = เคลื่อนที่ 10 Points หรือ 1 Pip
  • คู่เงิน USD/JPY: 110.000 → 110.010 = เคลื่อนที่ 10 Points หรือ 1 Pip

ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุน

สมมติคุณเปิด Long EUR/USD ขนาด 1 Lot (100,000 หน่วย) ที่ราคา 1.10000

กรณีที่ 1: กำไร
ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 1.10050 = เคลื่อนที่ 50 Points หรือ 5.0 Pips
กำไร = 5.0 Pips × 10 USD/Pip = 50.00 USD

กรณีที่ 2: ขาดทุน
ราคาลดลงเป็น 1.09950 = เคลื่อนที่ -50 Points หรือ -5.0 Pips
ขาดทุน = -5.0 Pips × 10 USD/Pip = -50.00 USD

TIP

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่แสดงราคา 5 จุดทศนิยม (Fractional Pips) เพื่อความแม่นยำสูงขึ้น เช่น 1.10058 แทน 1.1006 ซึ่งช่วยให้คุณเห็นการเคลื่อนไหวรายละเอียดได้ดีขึ้น

คุณกำลังซื้อขายอะไรในตลาด Forex?

เมื่อคุณเทรด Forex คุณไม่ได้ซื้อหรือขายสกุลเงินจริงในมือ แต่คุณกำลังเก็งกำไรจากความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสองสกุลเงิน

กลไกการซื้อขายคู่สกุลเงิน

ทุกธุรกรรมใน Forex เกี่ยวข้องกับสองสกุลเงินพร้อมกัน เสมอ เมื่อคุณซื้อ EUR/USD ความหมายคือ:

  • ซื้อ (Long) สกุลเงินตัวแรก (EUR)
  • ขาย (Short) สกุลเงินตัวหลัง (USD)

หากอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD เพิ่มขึ้นจาก 1.1000 เป็น 1.1050 แปลว่า EUR แข็งค่าขึ้นเทียบกับ USD คุณทำกำไร 50 Pips

วัตถุประสงค์หลักของตลาด Forex

สำหรับธุรกิจข้ามชาติ — บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงินอย่างต่อเนื่อง เช่น:

  • จ่ายเงินเดือนพนักงานในต่างประเทศ
  • ชำระค่าสินค้านำเข้า
  • รับเงินจากการส่งออก
  • การควบรวมและซื้อกิจการข้ามชาติ

สำหรับสถาบันการเงิน — ธนาคารและกองทุนใช้ตลาด Forex เพื่อ:

  • ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Hedging)
  • การเก็งกำไรระยะสั้นจากการวิเคราะห์พื้นฐานและเทคนิค
  • การทำตลาด (Market Making) ให้ลูกค้า

สำหรับเทรดเดอร์รายย่อยเทรดเดอร์อิสระใช้ตลาด Forex เพื่อเก็งกำไรจาก:

  • ความผันผวนระยะสั้น (Day Trading, Scalping)
  • เทรนด์ระยะกลาง-ยาว (Swing Trading, Position Trading)
  • การประกาศข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน

การบันทึกกำไรขาดทุน

กำไรหรือขาดทุนจากการเทรด Forex ทั้งหมดจะถูกคำนวณและบันทึกในบัญชีของคุณเป็นสกุลเงินหลักของบัญชี (Base Currency) ซึ่งมักเป็น USD, EUR หรือ THB ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์

ตัวอย่าง: หากบัญชีของคุณเป็น USD และคุณเทรด EUR/JPY โบรกเกอร์จะแปลงกำไร/ขาดทุนจาก JPY เป็น USD โดยอัตโนมัติเมื่อปิดออเดอร์

NOTE

การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเมื่อใช้ Leverage คุณอาจขาดทุนเกินเงินต้นได้ ไม่ควรลงทุนเกินกว่าที่คุณสามารถรับความเสี่ยงได้ และควรศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจริง

การควบคุมตนเองและวินัยในการเทรด

นอกเหนือจากความรู้ทางเทคนิค ความสำเร็จในการเทรด Forex ขึ้นอยู่กับการควบคุมอารมณ์และวินัยเป็นหลัก

หลักการสำคัญของวินัยการเทรด

ปฏิบัติตามแผนการเทรด — กำหนดกฎการเข้า-ออกตำแหน่งล่วงหน้า ไม่เปลี่ยนแปลงตามอารมณ์ขณะที่ตลาดเคลื่อนไหว

ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง — กำหนดจุดขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ก่อนเปิดออเดอร์ ไม่ย้ายหรือยกเลิก Stop Loss เมื่อราคาวิ่งผิดทาง

จำกัดความเสี่ยงต่อธุรกรรมเทรดเดอร์มืออาชีพมักเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อหนึ่งออเดอร์

ไม่เทรดเกินกำลัง — ห้ามเพิ่ม Lot Size หรือความถี่การเทรดเพื่อ "เอาคืน" ขาดทุน (Revenge Trading) ซึ่งมักนำไปสู่ขาดทุนหนักขึ้น

บันทึกการเทรด — จดบันทึกทุกธุรกรรมพร้อมเหตุผลการเข้า-ออก เพื่อทบทวนและปรับปรุงกลยุทธ์

การเทรด Forex เหมือนการบริหารธุรกิจ ความสำเร็จมาจากการปฏิบัติตามระบบที่ทดสอบแล้ว ไม่ใช่การพนันตามความรู้สึกหรือหวังโชคลาภ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้องมีเงินทุนเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเทรด Forex ได้?

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เปิดบัญชีได้ตั้งแต่ 100-500 USD แต่เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วยเงินทุนอย่างน้อย 1,000 USD เพื่อบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม หากเงินทุนต่ำเกินไป คุณอาจถูกบังคับให้ใช้ Leverage สูงเกินไปและเสี่ยงต่อการ Margin Call

Leverage ในตลาด Forex คืออะไร? อันตรายไหม?

Leverage คือการกู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ เช่น Leverage 1:100 หมายความว่าคุณสามารถควบคุมออเดอร์ 100,000 USD ด้วยเงินหลักประกันเพียง 1,000 USD Leverage ช่วยเพิ่มโอกาสกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงขาดทุนในอัตราเดียวกัน เทรดเดอร์มือใหม่ควรใช้ Leverage ต่ำ (1:10 ถึง 1:30) จนกว่าจะมีประสบการณ์เพียงพอ

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

เทรด Forex ผิดกฎหมายในไทยหรือไม่?

การเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่มีกฎหมายคุ้มครองจากภาครัฐไทย หากมีปัญหาคุณอาจฟ้องร้องได้ยาก ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น FCA (UK), ASIC (Australia), หรือ CySEC (Cyprus) และตรวจสอบประวัติความน่าเชื่อถืออย่างละเอียด

ต้องเสียภาษีจากกำไรการเทรด Forex หรือไม่?

ตามกฎหมายไทย กำไรจากการเทรด Forex ถือเป็นรายได้ประเภท "รายได้จากการพนัน" หรือ "รายได้อื่นๆ" ซึ่งต้องเสียภาษี แต่ในทางปฏิบัติการบังคับใช้ยังไม่เข้มงวด คุณควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อทำความเข้าใจภาระภาษีที่ถูกต้อง

ควรเริ่มต้นด้วยบัญชี Demo หรือบัญชีจริงดี?

เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วยบัญชี Demo อย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อฝึกทักษะการใช้แพลตฟอร์ม ทดสอบกลยุทธ์ และเข้าใจพฤติกรรมตลาดโดยไม่เสี่ยงเงินจริง เมื่อทำกำไรได้สม่ำเสมอในบัญชี Demo แล้ว ค่อยเปิดบัญชีจริงด้วยเงินทุนน้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่มทุนเมื่อมั่นใจ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

U

Uhas Admin

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →