U
UHAS
XAU/USD0.00%

Leverage คืออะไร ? เลือก Leverage เท่าไหร่ดี

การเลือกเลเวอเรจ คืออะไร เลือกเลเวอเรจ Forex เท่าไหร่ดี leverage คืออะไร การเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่าง ๆ ต้องการเลเวอเรจ Forex เท่าไหร่บ้าง

P
Patiphan Uhas
25 มกราคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
Leverage คืออะไร ? เลือก Leverage เท่าไหร่ดี

เมื่อคุณเปิดบัญชีเทรด Forex กับโบรกเกอร์ครั้งแรก คุณจะเจอคำถามว่า "ต้องการ Leverage เท่าไหร่?" — คำถามสั้นๆ ที่มีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อทั้งโอกาสกำไรและความเสี่ยงของพอร์ตคุณ บทความนี้จะอธิบายให้คุณเข้าใจว่า Leverage คืออะไร ทำงานอย่างไร และที่สำคัญคือ คุณควรเลือก Leverage ระดับใดให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเอง

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

สรุปสาระสำคัญ

  • Leverage คืออำนาจซื้อที่โบรกเกอร์ยืมให้ ทำให้คุณเทรดด้วยเงินมากกว่าที่มีจริง
  • Leverage 1:100 หมายถึง ใช้เงินจริง $1,000 สามารถเปิดออร์เดอร์มูลค่า $100,000
  • Leverage สูงไม่ได้หมายความว่าต้องเทรด lot ใหญ่ — การควบคุม position size คือกุญแจสำคัญ
  • นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มที่ 1:50–1:100 ก่อนปรับขึ้นเมื่อมีประสบการณ์
  • การเลือก Leverage สูงเกิน 1:500 เหมาะกับคนที่มีวินัยเหล็กและเข้าใจ risk management อย่างลึกซึ้ง

Leverage คืออะไร

Leverage (เลเวอเรจ) คือเครื่องมือทางการเงินที่โบรกเกอร์ให้คุณ "ยืม" อำนาจซื้อ เพื่อควบคุมเงินในตลาดที่มากกว่าเงินทุนจริงของคุณหลายเท่า ในตลาด Forex ที่ราคาเคลื่อนไหวเป็น pip เล็กๆ Leverage ช่วยให้นักเทรดที่มีเงินทุนไม่มากก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญได้

ตัวอย่างพื้นฐาน:

  • ไม่มี Leverage (1:1) — ต้องมีเงิน $100,000 ถึงจะเปิดออร์เดอร์ 1 lot
  • Leverage 1:100 — ใช้เงินเพียง $1,000 ก็เปิดออร์เดอร์ 1 lot ได้
  • Leverage 1:1,000 — ใช้เงินแค่ $100 ก็เปิดออร์เดอร์ 1 lot ได้

หมายเหตุ: 1 standard lot ใน EUR/USD มีมูลค่า €100,000 หรือประมาณ $100,000 (ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น)

INFO

Margin คืออะไร? — คือเงินประกันที่โบรกเกอร์ "กัก" ไว้เมื่อคุณเปิดออร์เดอร์ ถ้า Leverage 1:100 และคุณเปิด 1 lot ($100,000) โบรกเกอร์จะกัก margin $1,000 ส่วนที่เหลือในบัญชีคือ Free Margin ที่ยังใช้เปิดออร์เดอร์ใหม่ได้

https://youtu.be/0hU9crVz42c

Leverage ทำงานอย่างไรในการเทรดจริง

เราลองมาดูตัวอย่างเปรียบเทียบ 3 ระดับ Leverage กัน สมมติคุณมีเงินทุน $1,000 และต้องการเทรด EUR/USD:

Leverageทุนที่ต้องใช้ต่อ 1 lotจำนวน lot สูงสุดมูลค่าต่อ 1 pipกำไร/ขาดทุนเมื่อราคาขยับ 10 pips
1:1$100,0000.01 lot$0.10$1.00
1:100$1,0001.00 lot$10.00$100.00
1:1,000$10010.00 lots$100.00$1,000.00

จากตาราง เห็นได้ชัดว่า Leverage สูงขึ้น = ซื้อขายได้มากขึ้น = กำไร/ขาดทุนต่อ pip เพิ่มขึ้นด้วย

NOTE

อย่าสับสน! Leverage ≠ ความเสี่ยงโดยตรง — Leverage 1:1,000 ไม่ได้หมายความว่าคุณ "ต้อง" เปิด 10 lots การเลือก Leverage สูงแค่เปิดโอกาสให้เทรดได้มากขึ้น แต่การตัดสินใจใช้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับ position sizing ของคุณ

การเลือก Leverage สูง: ข้อดีและความเสี่ยง

ข้อดีของ Leverage สูง (1:500–1:3,000)

  1. ใช้เงินทุนน้อยลง — ถ้าคุณมีพอร์ต $500 และเลือก 1:1,000 คุณยังสามารถเทรด 0.5–1 lot ได้โดยไม่ใช้เงินทุนหมด
  2. ยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต — สามารถกระจายการเทรดหลายคู่เงินในเวลาเดียวกัน (diversification)
  3. เหมาะกับการ scalping และ day trading — ที่ต้องเข้า-ออกบ่อยและต้องการ margin ว่างเพียงพอ

ความเสี่ยงของ Leverage สูง

ตัวอย่าง: คุณมีทุน $1,000 เลือก Leverage 1:2,000 และเปิดออร์เดอร์ 20 lots (ซึ่งทำได้)

  • ทุกครั้งที่ราคาเคลื่อนไหว 1 pip = $200 ($10/pip × 20 lots)
  • ถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทาง เพียง 5 pips = ขาดทุน $1,000 = พอร์ตล้างทันที
NOTE

Margin Call และ Stop Out: เมื่อ equity ของคุณลดลงต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด (เช่น 50% ของ margin) ระบบจะปิดออร์เดอร์ทั้งหมดให้อัตโนมัติ — นี่คือเหตุผลที่พอร์ตล้างได้ภายในไม่กี่นาที

การเลือก Leverage ต่ำ: ปลอดภัยแต่จำกัด

ข้อดีของ Leverage ต่ำ (1:10–1:100)

  1. ควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่า — ไม่สามารถเปิด lot ใหญ่เกินตัวได้
  2. พอร์ตทนต่อความผันผวน — ราคาต้องเคลื่อนไหวผิดทางมากๆ ถึงจะถึงจุด margin call
  3. เหมาะกับ position trading และ swing trading — ที่ถือออร์เดอร์นานวันถึงสัปดาห์

ตัวอย่าง: ทุน $1,000 ใช้ Leverage 1:100 เปิดออร์เดอร์ 1 lot

  • ราคาเคลื่อนไหว 1 pip = $10
  • ถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทาง 100 pips ถึงจะขาดทุนหมดพอร์ต

ข้อจำกัดของ Leverage ต่ำ

  • เปิดออร์เดอร์เพิ่มไม่ได้ เมื่อเห็นโอกาสดี เงินใน margin อาจจะไม่พอ
  • ผลตอบแทนช้า — เหมาะกับคนที่มีเงินทุนมากและไม่รีบร้อน

แนวทางเลือก Leverage ตามระดับประสบการณ์

สำหรับนักเทรดมือใหม่

แนะนำ: 1:50 ถึง 1:100

  • เรียนรู้ระบบโดยไม่ต้องกังวลว่าจะล้างพอร์ตเร็วเกินไป
  • ฝึกวินัยในการใช้ position size = 1–2% ของพอร์ตต่อออร์เดอร์
  • ทดสอบกลยุทธ์โดยมีพื้นที่ผิดพลาด (margin for error)

สำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์ 6–12 เดือน

แนะนำ: 1:100 ถึง 1:200

  • เริ่มเพิ่ม Leverage เพื่อความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ยังคงควบคุม risk ต่อออร์เดอร์ไม่เกิน 2%
  • สามารถใช้ประโยชน์จาก Leverage สูงในการกระจายพอร์ต

สำหรับนักเทรดมืออาชีพ

แนะนำ: 1:200 ถึง 1:500

  • ใช้ Leverage สูงเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่อาวุธทำลายล้าง
  • มีระบบ risk management ที่ชัดเจน (stop loss ทุกออร์เดอร์)
  • เข้าใจว่าผลตอบแทนมาจากกลยุทธ์ ไม่ใช่การเทรด lot ใหญ่
TIP

กฎทอง: ไม่ว่าจะเลือก Leverage เท่าไหร่ ให้ใช้ position size ที่ทำให้ความเสี่ยงต่อออร์เดอร์ = 1–2% ของพอร์ตเสมอ ถ้าพอร์ต $10,000 ไม่ควรเสี่ยงเกิน $100–$200 ต่อออร์เดอร์

https://youtu.be/Qu65DRyvrz8

สูตรคำนวณ Position Size ที่เหมาะสม

เราใช้สูตรนี้เพื่อหา lot size ที่เหมาะสมโดยไม่ขึ้นกับ Leverage:

Position Size (lot) = (ความเสี่ยงต่อออร์เดอร์ × Account Balance) / (Stop Loss ในหน่วย pips × มูลค่าต่อ pip)

ตัวอย่างการคำนวณ:

  • พอร์ต: $5,000
  • ความเสี่ยงต่อออร์เดอร์: 2% = $100
  • Stop Loss: 50 pips
  • คู่เงิน: EUR/USD (1 standard lot = $10/pip)

Position Size = ($100) / (50 pips × $10/pip) = 0.20 lot

ไม่ว่าคุณจะเลือก Leverage 1:100 หรือ 1:1,000 ถ้าคุณใช้สูตรนี้ ความเสี่ยงต่อพอร์ตจะเท่าเดิม

Leverage กับโบรกเกอร์ต่างๆ

โบรกเกอร์แต่ละรายมีนโยบาย Leverage ที่ต่างกัน:

  • โบรกเกอร์ในสหรัฐอเมริกา (CFTC/NFA): จำกัด Leverage สูงสุดที่ 1:50
  • โบรกเกอร์ในสหภาพยุโรป (ESMA): จำกัด Leverage สูงสุดที่ 1:30 สำหรับ retail traders
  • โบรกเกอร์ offshore: มักเสนอ Leverage สูงถึง 1:1,000–1:3,000 บางแห่งไม่จำกัด
NOTE

Leverage สูงไม่ใช่ตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์โบรกเกอร์ที่มีกฎหมายเข้มงวดมักจะจำกัด Leverage เพื่อปกป้องนักลงทุน ในขณะที่โบรกเกอร์ที่เสนอ Leverage สูงมากอาจมีความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Leverage

  1. คิดว่า Leverage สูง = กำไรเร็วจริงๆ แล้ว Leverage แค่เพิ่มโอกาส ไม่ใช่เพิ่มความแม่นยำ
  2. ใช้ margin เต็มพอร์ต — เปิดออร์เดอร์จนเงินเหลือ 0 ทำให้ทนต่อความผันผวนไม่ได้
  3. ไม่ตั้ง Stop Loss — พึ่งพา Leverage สูงแล้วคิดว่า "กลับมาได้" ผลคือล้างพอร์ต
  4. เปลี่ยน Leverage บ่อย — ทำให้สับสนระหว่างกลยุทธ์กับความโลภ
  5. ไม่เข้าใจ Margin Call — คิดว่าโบรกเกอร์จะปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะ 0

แนวทางปรับ Leverage ตามสถานการณ์

สถานการณ์Leverage ที่แนะนำเหตุผล
เริ่มเทรดใหม่ ทุน < $1,0001:50 – 1:100ลดความเสี่ยงขณะเรียนรู้
Scalping/Day Trading ทุน $1,000+1:100 – 1:200ต้องการ margin ว่างเพื่อเข้า-ออกบ่อย
Swing Trading ถือนาน 2–7 วัน1:50 – 1:100ไม่ต้องการ margin มาก เน้น risk:reward ระยะยาว
Position Trading (สัปดาห์–เดือน)1:10 – 1:50ทนต่อ drawdown ได้นาน ไม่ต้องกังวล margin call

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Leverage 1:1,000 อันตรายไหม?

ไม่อันตรายหากคุณใช้วินัยควบคุม position size — Leverage แค่เครื่องมือ ไม่ใช่ตัวกำหนดความเสี่ยง ถ้าคุณเปิด 0.1 lot ด้วยพอร์ต $1,000 ก็ไม่ต่างจากใช้ Leverage 1:100

ถ้าเปลี่ยน Leverage หลังเปิดบัญชีแล้วได้ไหม?

ได้ — โบรกเกอร์ส่วนใหญ่อนุญาตให้ปรับ Leverage ได้ตลอดเวลา แต่บางโบรกเกอร์อาจกำหนดว่าต้องปิดออร์เดอร์ทั้งหมดก่อนเปลี่ยน

Leverage มีผลกับ spread หรือ commission ไหม?

ไม่มี — spread และ commission คำนวณจาก lot size ที่เปิด ไม่ได้คำนวณจาก Leverage

ใช้ Leverage 1:100 แล้วกำไรจะน้อยกว่า 1:500 จริงไหม?

ไม่จริง — กำไรขึ้นกับ lot size และ pip ที่เคลื่อนไหว ไม่ใช่ขึ้นกับ Leverage ถ้าคุณเปิด 1 lot ไม่ว่า Leverage จะเท่าไหร่ กำไรก็เท่ากัน

โบรกเกอร์ที่เสนอ Leverage สูงมากมักไม่มีใบอนุญาตจริงไหม?

ไม่จริงเสมอไป แต่ส่วนใหญ่โบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด (เช่น FCA, ASIC, CFTC) จะจำกัด Leverage เพื่อปกป้องนักลงทุน โบรกเกอร์ offshore บางรายมี Leverage สูงแต่ก็ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานในประเทศของตน — สิ่งสำคัญคือเช็กความน่าเชื่อถือจากหลายมิติ ไม่ใช่แค่ดู Leverage เพียงอย่างเดียว

เริ่มฝึกกับบัญชีจริงที่ต้นทุนต่ำ

คัดจากโบรกเกอร์ที่ทีมงานเปิดบัญชีจริงและวัดสเปรดทองจาก tick จริง

Exness

FSA เซเชลส์ SD025

ฝากขั้นต่ำ
$100
เลเวอเรจ
1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง)
XM Global

FSC เบลีซ 8557558

ฝากขั้นต่ำ
$5
เลเวอเรจ
สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง)

ที่มาของตัวเลข: เว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ (xm.com/th · exness.com) ·สเปรดทองวัดจาก tick จริงในบัญชีของทีมงาน · ตรวจสอบเมื่อ 23 ส.ค. 2026

เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง