U
UHAS
XAU/USD0.00%

ไม่อยากตกเป็นเหยื่อ กลโกง Forex ทำอย่างไร? (วีดีโอ)

ไม่อยากตกเป็นเหยื่อของ กลโกง Forex ต้องทำอย่างไร? อย่างที่เราทราบกันดีว่าในตลาด Forex มีรูปแบบกลโกงต่างๆสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล

P
Patiphan Uhas
24 กันยายน 2564·3 นาทีอ่าน
แชร์
ไม่อยากตกเป็นเหยื่อ กลโกง Forex ทำอย่างไร?

ตลาด Forex มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนสูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่คอยหาเหยื่อ โดยเฉพาะเทรดเดอร์มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์เพียงพอ ในบทความนี้ เราจะพาคุณรู้จักรูปแบบการหลอกลวงทั่วไป พร้อมวิธีป้องกันตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปสาระสำคัญ

  • โบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เชื่อถือได้ เช่น FCA, ASIC, CySEC
  • สัญญาณเตือนภัยหลัก ได้แก่ การรับประกันผลตอบแทน โครงสร้างแบบ MLM และค่าธรรมเนียมที่ไม่โปร่งใส
  • ตรวจสอบประวัติโบรกเกอร์ผ่านเว็บไซต์หน่วยงานกำกับดูแล และอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงหลายแหล่ง
  • อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่สัญญาว่าร่ำรวยเร็ว หรือระบบเทรดอัตโนมัติที่ชนะทุกครั้ง
  • เริ่มต้นด้วยบัญชี Demo และฝากเงินน้อยๆ ก่อน เพื่อทดสอบความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์

ทำไมตลาด Forex จึงเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความสามารถในการใช้ Leverage สูง (บางโบรกเกอร์เสนอถึง 1:500 หรือมากกว่า) ทำให้นักลงทุนสามารถควบคุมเงินก้อนใหญ่ด้วยเงินทุนเริ่มต้นไม่มาก

ลักษณะเหล่านี้ทำให้ตลาด Forex น่าสนใจมาก แต่ก็เป็นดาบสองคม กลุ่มมิจฉาชีพใช้ประโยชน์จากความไม่รู้ของผู้เริ่มต้น โดยโฆษณาว่าสามารถสร้างผลตอบแทนหลักร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ภายในระยะเวลาสั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครสามารถรับประกันผลตอบแทนในตลาดการเงินได้

ตลาด Forex ไม่มีศูนย์กลางเดียว (Decentralized) และเปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้การกำกับดูแลทั่วโลกมีความซับซ้อน บางประเทศมีกฎหมายที่หละหลวม ทำให้โบรกเกอร์ปลอมหรือไม่มีใบอนุญาตสามารถดำเนินการได้

รูปแบบการหลอกลวงใน Forex ที่พบบ่อย

โบรกเกอร์ปลอมหรือไม่มีใบอนุญาต

นี่คือกลโกงที่พบมากที่สุด โบรกเกอร์เหล่านี้จะสร้างเว็บไซต์ที่ดูมืออาชีพ มีระบบเทรดที่ใช้งานได้จริง และอาจให้คุณถอนเงินได้ครั้งแรกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่เมื่อคุณฝากเงินจำนวนมากขึ้น พวกเขาจะเริ่มปฏิเสธการถอนเงินด้วยข้ออ้างต่างๆ เช่น ต้องเทรดให้ครบจำนวนรอบก่อน ต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หรือระบบขัดข้อง

บางรายแม้กระทั่งปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล หรืออ้างว่าได้รับใบอนุญาตจากประเทศที่มีกฎหมายหละหลวม ซึ่งตรวจสอบได้ยาก

โครงการ Ponzi และ High-Yield Investment Programs (HYIP)

รูปแบบนี้จะรับประกันผลตอบแทนสูงมากในระยะเวลาสั้น เช่น 10-30% ต่อเดือน โดยอ้างว่ามีทีมเทรดเดอร์มืออาชีพหรือระบบเทรดอัตโนมัติที่ไม่เคยขาดทุน ความจริงแล้วเงินที่จ่ายให้นักลงทุนรายเก่ามาจากเงินลงทุนของคนใหม่ ไม่ได้มาจากการเทรดจริง

เมื่อไม่มีนักลงทุนรายใหม่เข้ามา ระบบก็จะล่มสลาย และผู้ดำเนินการก็จะหายตัวไป ทิ้งให้นักลงทุนส่วนใหญ่สูญเสียเงินไป

Robot หรือ EA ที่สัญญาชนะทุกครั้ง

มีการขาย Expert Advisors (EA) หรือ Trading Bots ในราคาแพงหลายหมื่นบาท โดยอ้างว่าสามารถทำกำไรอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีความรู้ใดๆ ผลการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) ที่นำเสนอมักถูกปรับแต่งหรือทำใน Market Condition ที่เหมาะสมเท่านั้น

แผนภาพการทำงานของ EA: วนลูปรับราคา เช็คเงื่อนไขตามกฎ ส่งคำสั่ง และคุมความเสี่ยง พร้อมกราฟเปรียบเทียบผลทดสอบย้อนหลังที่สวยกว่าผลรันจริงเสมอ
แผนภาพการทำงานของ EA: วนลูปรับราคา เช็คเงื่อนไขตามกฎ ส่งคำสั่ง และคุมความเสี่ยง พร้อมกราฟเปรียบเทียบผลทดสอบย้อนหลังที่สวยกว่าผลรันจริงเสมอ

ในความเป็นจริง ไม่มี EA ใดที่สามารถรับประกันกำไรได้ตลอดเวลา เพราะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หลายคนซื้อ EA ราคาแพงแล้วกลับขาดทุนหมดบัญชี

NOTE

หากมีใครรับประกันผลตอบแทน 100% หรืออ้างว่าไม่มีความเสี่ยงเลย นั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน การเทรด Forex มีความเสี่ยงเสมอ และแม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพก็ยังมีการขาดทุนบ้าง

Signal Services ที่หลอกลวง

บริการส่งสัญญาณเทรดที่อ้างว่ามีอัตราชนะสูงถึง 90-95% แต่ในความเป็นจริงไม่มีการเทรดจริง หรือมีการคัดเลือกแสดงเฉพาะสัญญาณที่ชนะเท่านั้น บางรายเก็บค่าบริการล่วงหน้าทั้งปีแล้วหายตัวไป

โครงสร้างแบบ Multi-Level Marketing (MLM)

โมเดลที่เน้นการหาสมาชิกใหม่มากกว่าการเทรดจริง คุณจะได้รับค่าคอมมิชชันจากการชวนเพื่อนเข้ามา และเพื่อนของเพื่อนหลายระดับ ในขณะที่ผลตอบแทนจากการเทรดจริงไม่ชัดเจน หรือไม่มีเลย

วิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์

ตรวจสอบใบอนุญาตและหน่วยงานกำกับดูแล

โบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่มีชื่อเสียง เช่น:

  • Financial Conduct Authority (FCA) - สหราชอาณาจักร
  • Australian Securities and Investments Commission (ASIC) - ออสเตรเลีย
  • Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) - ไซปรัส
  • Commodity Futures Trading Commission (CFTC) และ National Futures Association (NFA) - สหรัฐอเมริกา
  • Financial Services Agency (FSA) - ญี่ปุ่น

คุณสามารถตรวจสอบหมายเลขใบอนุญาตได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงานเหล่านี้โดยตรง อย่าเชื่อเพียงแค่ตัวเลขที่แสดงบนเว็บไซต์โบรกเกอร์เท่านั้น

INFO

หน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวดจะกำหนดให้โบรกเกอร์แยกเงินของลูกค้าจากเงินของบริษัท (Segregated Accounts) และมีกองทุนคุ้มครองนักลงทุนในกรณีที่โบรกเกอร์ล้มละลาย

อ่านรีวิวและคำติชมจากผู้ใช้จริง

ค้นหารีวิวจากหลายแหล่ง เช่น:

  • เว็บไซต์รีวิวโบรกเกอร์ที่เป็นกลาง
  • ฟอรัมเทรดเดอร์ เช่น Forex Factory, BabyPips
  • กลุ่มโซเชียลมีเดียของเทรดเดอร์
  • เว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการฉ้อโกง

ระวังรีวิวปลอมที่สร้างขึ้นเอง หากรีวิวทุกอันชมเกินจริง หรือใช้ภาษาที่เหมือนกันมาก อาจเป็นรีวิวปลอม

ทดลองใช้บัญชี Demo และบัญชีจริงขนาดเล็ก

เปิดบัญชี Demo (บัญชีทดลอง) เพื่อทดสอบแพลตฟอร์ม ความเร็วในการ Execute คำสั่ง และคุณภาพการบริการลูกค้า จากนั้นเปิดบัญชีจริงด้วยเงินจำนวนเล็กน้อย (เช่น 100-200 ดอลลาร์) เพื่อทดสอบกระบวนการฝาก-ถอนเงิน

ลองถอนเงินจำนวนเล็กน้อยออกมาดู หากโบรกเกอร์ปฏิเสธหรือใช้เวลานานผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือน

ตรวจสอบความโปร่งใสของค่าธรรมเนียม

โบรกเกอร์ที่ดีจะระบุค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น:

  • Spread (ส่วนต่างระหว่างราคา Buy-Sell)
  • Commission (ค่าคอมมิชชันต่อการเทรด)
  • Swap/Rollover (ค่าดอกเบี้ยค้างคืน)
  • ค่าธรรมเนียมการฝาก-ถอนเงิน
  • Inactivity fee (ค่าธรรมเนียมบัญชีไม่ใช้งาน)

หากโบรกเกอร์ไม่ระบุค่าธรรมเนียมชัดเจน หรือมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงที่ค้นพบหลังจากฝากเงินแล้ว ให้ระวัง

เทคนิคป้องกันตัวเองจากการหลอกลวง

อย่าหลงเชื่อสัญญาผลตอบแทนที่สูงเกินจริง

ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของเทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่อยู่ที่ 10-30% ต่อปี หากมีใครสัญญาผลตอบแทน 10% ต่อเดือนหรือมากกว่า โดยไม่มีความเสี่ยง นั่นเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

การเทรด Forex มีทั้งโอกาสกำไรและความเสี่ยงขาดทุน แม้แต่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จก็ยังมีเดือนที่ขาดทุน

เรียนรู้พื้นฐานก่อนลงทุนจริง

ใช้เวลาศึกษาพื้นฐานการเทรด Forex อย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนเริ่มลงทุนด้วยเงินจริง เรียนรู้เกี่ยวกับ:

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
  • การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
  • จิตวิทยาการเทรด (Trading Psychology)

ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น และไม่หลงเชื่อคำโฆษณาที่หลอกลวง

TIP

เริ่มต้นด้วยบัญชี Demo เทรดอย่างน้อย 3-6 เดือนจนกว่าจะทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนจะย้ายไปเทรดด้วยเงินจริง อย่าเพิ่งรีบ

ใช้เงินที่เสียแล้วไม่กระทบชีวิต

อย่าใช้เงินออม เงินค่าเช่าบ้าน หรือเงินสำหรับความจำเป็นในการดำรงชีพมาเทรด ใช้เฉพาะเงินส่วนที่พร้อมจะเสี่ยง (Risk Capital) เท่านั้น

หลักทั่วไปคือไม่ควรเสี่ยงเงินเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อการเทรด 1 ครั้ง และไม่ควรใช้ Leverage สูงเกิน 1:30 สำหรับมือใหม่

ระวังการใช้ Leverage สูงเกินไป

Leverage เป็นดาบสองคม ช่วยเพิ่มกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงขาดทุนเช่นกัน หลายโบรกเกอร์เสนอ Leverage สูงถึง 1:500 หรือ 1:1000 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณควรใช้เต็มที่

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้ Leverage ไม่เกิน 1:10 ถึง 1:20 เพื่อควบคุมความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวน

อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่าน

โบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายจะไม่มีวันขอรหัสผ่านเข้าบัญชีของคุณ หากมีใครแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์มาขอข้อมูลเหล่านี้ ให้ปฏิเสธทันที และติดต่อโบรกเกอร์โดยตรงเพื่อตรวจสอบ

ระวังการแชร์ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรประชาชนไปยังเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจนำไปใช้ในทางที่ผิด

หากเป็นเหยื่อการหลอกลวงแล้ว ควรทำอย่างไร

หากคุณสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง Forex ควรดำเนินการดังนี้:

  1. หยุดการโอนเงินเพิ่มทันที - อย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้ฝากเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อคบัญชีหรือถอนเงิน

  2. รวบรวมหลักฐาน - เก็บภาพหน้าจอ อีเมล ข้อความ บันทึกการสนทนา และหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด

  3. แจ้งความกับตำรวจ - ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ของคุณ แม้โอกาสได้เงินคืนจะต่ำ แต่การมีบันทึกประวัติจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผู้กระทำความผิด

  4. แจ้งหน่วยงานกำกับดูแล - หากโบรกเกอร์อ้างว่ามีใบอนุญาต ให้แจ้งหน่วยงานนั้นๆ เพื่อตรวจสอบและดำเนินการ

  5. แจ้งธนาคาร/บริษัทบัตรเครดิต - หากใช้บัตรเครดิตในการฝากเงิน อาจมีโอกาส Chargeback ได้ในบางกรณี

  6. เตือนผู้อื่น - แชร์ประสบการณ์ของคุณในฟอรัม กลุ่มโซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียน เพื่อไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน

NOTE

โอกาสที่จะได้เงินคืนจากโบรกเกอร์หลอกลวงมีน้อยมาก โดยเฉพาะถ้าโบรกเกอร์อยู่ต่างประเทศและไม่มีใบอนุญาต การป้องกันตั้งแต่แรกจึงสำคัญที่สุด

ทรัพยากรเพิ่มเติมสำหรับตรวจสอบโบรกเกอร์

เว็บไซต์และฐานข้อมูลที่มีประโยชน์:

นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารเตือนภัยจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและสมาคมเทรดเดอร์ต่างๆ


https://youtu.be/jXJduMJo6H8

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โบรกเกอร์ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?

โบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวด เช่น FCA, ASIC, CySEC มีความโปร่งใสในเรื่องค่าธรรมเนียม แยกบัญชีเงินลูกค้า (Segregated Accounts) ให้บริการลูกค้าที่ตอบสนองรวดเร็ว และมีรีวิวจากผู้ใช้จริงในแง่บวกส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ควรมีกองทุนคุ้มครองนักลงทุนในกรณีที่โบรกเกอร์ล้มละลาย

ทำไมโบรกเกอร์บางรายถึงให้ Leverage สูงมาก?

Leverage สูงช่วยดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการใช้เงินทุนเริ่มต้นน้อย แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะขาดทุนหมดบัญชีเร็วขึ้น บางโบรกเกอร์เสนอ Leverage สูงเกินควรเพื่อให้ลูกค้าเทรดมากขึ้นและสร้างรายได้จาก Spread หรือ Commission โบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายในสหภาพยุโรปและออสเตรเลียจำกัด Leverage ไว้ที่ 1:30 สำหรับลูกค้ารายย่อย เพื่อคุ้มครองนักลงทุน

บัญชี Demo เทรดได้กำไร แต่บัญชีจริงขาดทุน ทำไม?

บัญชี Demo มักมีจิตวิทยาที่แตกต่างจากบัญชีจริง เพราะไม่ได้ใช้เงินจริง คุณอาจเสี่ยงมากกว่าที่ควร นอกจากนี้ บางโบรกเกอร์อาจให้ราคา Execution ในบัญชี Demo ดีกว่าบัญชีจริง (เรียกว่า Slippage) หรืออาจมีการ Requote บ่อยในบัญชีจริง ดังนั้นควรทดสอบโบรกเกอร์ด้วยบัญชีจริงเงินน้อยๆ ก่อนเพื่อดูความแตกต่าง

ถ้าโบรกเกอร์มีรีวิวดีมาก เชื่อถือได้ไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะรีวิวอาจถูกปลอมแปลงได้ ควรอ่านรีวิวจากหลายแหล่ง เปรียบเทียบระหว่างเว็บไซต์รีวิว ฟอรัม และกลุ่มโซเชียลมีเดีย หากรีวิวทุกอันชมแบบเกินจริง หรือมีภาษาที่เหมือนกันมาก อาจเป็นรีวิวปลอมที่สร้

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง