การลาก Fibonacci ให้ได้กำไร พร้อมค่า Fibo ใหม่!
Fibonacci Retracement เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่เทรดเดอร์ Forex และทองคำ

Fibonacci Retracement เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่เทรดเดอร์ Forex และทองคำ แต่หลายคนพบว่าการใช้งานจริงไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง บทความนี้จะแนะนำวิธีการลาก Fibonacci อย่างถูกต้อง พร้อมค่า Fibo ที่ปรับแต่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหาจุดเข้า-ออกออเดอร์ และการตั้งเป้าหมายกำไรที่แม่นยำยิ่งขึ้น
สรุปสาระสำคัญ
- วิธีการลาก Fibonacci ที่ถูกต้องทั้งในแนวโน้มขาขึ้นและขาลง
- การปรับค่า Fibonacci ให้แสดงระดับราคาเพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์
- ระดับสำคัญ 61.8%, 50.0%, และ 38.2% ที่ราคามักพักตัว
- โซน Target (161.8%, 261.8%) สำหรับตั้งเป้าหมายกำไร
- โซน Divergence Zone (116%-127%) เพื่อเฝ้าระวังการกลับตัวของราคา
พื้นฐาน Fibonacci Retracement
Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือที่ใช้หาแนวรับแนวต้านตามหลักอัตราส่วนทองคำของ Fibonacci sequence โดยอิงจากทฤษฎีที่ว่าตลาดมักเคลื่อนที่ในรูปแบบที่สามารถคาดการณ์ได้ตามอัตราส่วนเหล่านี้ ระดับ Fibonacci ที่สำคัญ ได้แก่ 23.6%, 38.2%, 50.0%, 61.8%, และ 78.6%
การทำความเข้าใจวิธีใช้เครื่องมือนี้อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณระบุจุดที่ราคาน่าจะหยุดพักตัวหรือกลับตัว ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจเข้าออกออเดอร์
วิธีการลาก Fibonacci อย่างถูกต้อง
การลากใน Uptrend (แนวโน้มขาขึ้น)
เมื่อราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้:
- ระบุจุดต่ำสุดของคลื่นราคา (Swing Low) วางค่า 0 ไว้ที่จุดนี้
- ระบุจุดสูงสุดของคลื่นราคา (Swing High) วางค่า 100 ไว้ที่จุดนี้
- ลากเส้น Fibonacci จากล่างขึ้นบน (0 → 100)
หลังจากราคาปรับตัวขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ราคามักจะมีการ pullback (ปรับตัวลง) มาพักตัวที่ระดับ Fibonacci ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นไปต่อ
การลากใน Downtrend (แนวโน้มขาลง)
เมื่อราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง วิธีการจะกลับกัน:
- ระบุจุดสูงสุดของคลื่นราคา (Swing High) วางค่า 100 ไว้ที่จุดนี้
- ระบุจุดต่ำสุดของคลื่นราคา (Swing Low) วางค่า 0 ไว้ที่จุดนี้
- ลากเส้น Fibonacci จากบนลงล่าง (100 → 0)
เคล็ดลับการเลือกจุดลาก: ใช้กรอบเวลา (timeframe) ที่สูงกว่าเพื่อระบุจุดสูงสุด-ต่ำสุดที่ชัดเจน เช่น ถ้าเทรดในกรอบ H1 ให้ดู H4 หรือ Daily ช่วยระบุ Swing High/Low
การปรับแต่ง Fibonacci ให้แสดงราคา
การตั้งค่าให้ Fibonacci แสดงระดับราคาจะช่วยให้การวิเคราะห์สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องเดาว่าระดับแต่ละเส้นอยู่ที่ราคาเท่าไหร่
ขั้นตอนการตั้งค่า:
- Double-click ที่เส้น Fibonacci จนเกิดจุดควบคุม 3 จุดบนเส้น
- คลิกขวาที่จุดควบคุม เลือก Fibo properties
- ในหน้าต่างที่เปิดขึ้น ไปที่แท็บ Fibo Levels
- ในคอลัมน์ Description เพิ่ม
=%$ข้างหลังตัวเลขแต่ละระดับ
ตัวอย่างการแก้ไข:
- จาก:
0.618→ แก้เป็น:0.618=%$ - จาก:
0.500→ แก้เป็น:0.500=%$ - จาก:
0.382→ แก้เป็น:0.382=%$
หลังจากปรับแต่งแล้ว ระดับ Fibonacci แต่ละเส้นจะแสดงราคาด้วย ทำให้รู้ได้ทันทีว่าต้องตั้ง Stop Loss หรือ Take Profit ที่ราคาเท่าไหร่
การวิเคราะห์ Fibonacci เบื้องต้น
ระดับ Retracement ที่สำคัญ
ระดับ Fibonacci 3 ระดับหลักที่ราคามักพักตัว:
1. ระดับ 61.8% (Golden Ratio)
- เป็นระดับพักตัวที่นิยมมากที่สุด
- ราคามักกลับตัวได้แรงจากระดับนี้
- เหมาะสำหรับการเข้าออเดอร์ที่มี Risk:Reward ดี
2. ระดับ 50.0%
- เป็นจุดกึ่งกลางของคลื่นราคา
- ราคาอาจพักตัวเมื่อความผันผวนสูง
- มักใช้เป็นจุดยืนยันเพิ่มเติมร่วมกับ Support/Resistance เดิม
3. ระดับ 38.2%
- เป็นจุดพักตัวที่ตื้นที่สุด
- หากราคามาถึงระดับนี้ แสดงว่าแรงขับเคลื่อนค่อนข้างอ่อน
- ถ้าราคาทะลุ 38.2% มีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้มสูง
คำเตือน: หากราคาทะลุผ่าน 38.2% และ 23.6% ไปได้ จนทะลุระดับ 0.0% (จุด Low เดิม) ถือว่ามีโอกาสสูงที่แนวโน้มจะเปลี่ยนทิศทาง ควรปรับกลยุทธ์ทันที
การตั้งเป้าหมาย Take Profit
หลังจากราคาพักตัวที่ระดับ Retracement แล้วกลับตัวตามแนวโน้มเดิม ให้ตั้งเป้าหมายกำไรที่:
- ระดับ 100.0% (จุด High เดิม) - เป้าหมายระยะสั้น
- ระดับ 161.8% - Fibonacci Extension ระดับแรก
- ระดับ 261.8% - Fibonacci Extension ระดับที่สอง (ในกรณีที่เทรนด์แรงมาก)
จากตัวอย่างภาพ จะเห็นได้ว่าราคาลงมาพักตัวที่ระดับ 38.2% แล้วดีดกลับขึ้นไปถึงระดับ 161.8% ตามหลักการของ Fibonacci อย่างชัดเจน
สัญญาณเปลี่ยนแนวโน้ม
หากราคาทะลุผ่านระดับ 38.2%, 23.6% และ 0.0% (จุด Low) ลงไป อาจบ่งชี้ว่า:
- แนวโน้มเดิมกำลังอ่อนแรง
- มีโอกาสเกิดการกลับตัวหรือเปลี่ยนแนวโน้ม
- ควรหลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ตามแนวโน้มเดิม
ค่า Fibonacci ฉบับปรับปรุงใหม่
นอกเหนือจากค่ามาตรฐาน เราสามารถเพิ่มค่า Fibonacci เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ ด้านล่างนี้คือชุดค่าที่ปรับปรุงใหม่ แบ่งเป็น 5 โซนหลัก
การตั้งค่า Fibonacci ระดับสูง
ขั้นตอนการปรับค่า:
- Double-click ที่เส้น Fibonacci จนเกิดจุดควบคุม 3 จุด
- คลิกขวา เลือก Fibo properties
- ไปที่แท็บ Fibo Levels
- ลบค่าเดิมทั้งหมด แล้วเพิ่มค่าใหม่ตามตารางด้านล่าง
โซน 1: Target Zone (เป้าหมายกำไร)
สำหรับแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend):
| Level | Description |
|---|---|
| 2.618 | 261.8=%$ Target |
| 1.618 | 161.8=%$ Target |
สำหรับแนวโน้มขาลง (Downtrend):
| Level | Description |
|---|---|
| -0.618 | 161.8=%$ Target |
| -1.618 | 261.8=%$ Target |
วิธีใช้งาน:
- เมื่อราคาพักตัวที่ Retracement Zone แล้วกลับตัวตามเทรนด์เดิม
- ตั้งเป้าหมาย Take Profit ที่ 161.8% เป็นเป้าแรก
- ถ้าราคายังมีแรงต่อ สามารถเลื่อนเป้าไปที่ 261.8% ได้
โซน 2: Divergence Zone (โซนเฝ้าระวัง)
สำหรับแนวโน้มขาขึ้น:
| Level | Description |
|---|---|
| 1.270 | 127=%$ Divergence Zone |
| 1.160 | 116=%$ Divergence Zone |
สำหรับแนวโน้มขาลง:
| Level | Description |
|---|---|
| -0.160 | 116=%$ Divergence Zone |
| -0.270 | 127=%$ Divergence Zone |
วิธีใช้งาน:
- เมื่อราคาเข้าสู่โซนนี้ (116%-127%) ให้เฝ้าระวัง Divergence
- ตรวจสอบออสซิลเลเตอร์เช่น RSI, MACD, Stochastic
- หาก Divergence เกิดขึ้น = สัญญาณเตือนว่าราคาอาจกลับตัว
Divergence คืออะไร: เมื่อราคาทำ Higher High แต่ออสซิลเลเตอร์ทำ Lower High (หรือตรงกันข้ามในแนวโน้มขาลง) แสดงว่าแรงขับเคลื่อนกำลังอ่อนแรง เป็นสัญญาณเตือนการกลับตัว
โซน 3: High Zone (จุดสูงสุด/ต่ำสุด)
สำหรับทั้ง Uptrend และ Downtrend:
| Level | Description |
|---|---|
| 1.000 | 100=%$ High |
วิธีใช้งาน:
- ใน Uptrend: 100% = จุดสูงสุดเดิม หากทะลุขึ้นไป → ตั้งเป้า Target Zone
- ใน Downtrend: 100% = จุดต่ำสุดเดิม หากทะลุลงไป → ตั้งเป้า Target Zone
- การทะลุระดับนี้ยืนยันความแรงของแนวโน้ม
โซน 4: Retracement Zone (โซนพักตัว)
สำหรับแนวโน้มขาขึ้น:
| Level | Description |
|---|---|
| 0.786 | 78.6=%$ Retracement Zone |
| 0.618 | 61.8=%$ Retracement Zone |
สำหรับแนวโน้มขาลง:
| Level | Description |
|---|---|
| 0.382 | 38.2=%$ Retracement Zone |
| 0.236 | 23.6=%$ Retracement Zone |
วิธีใช้งาน:
- เป็นโซนที่ราคามักพักตัวก่อนกลับตัวตามเทรนด์เดิม
- เหมาะสำหรับการเข้าออเดอร์ตามเทรนด์
- ใช้ร่วมกับ candlestick patterns เพื่อยืนยันการกลับตัว
โซน 5: Low Zone (จุดต่ำสุด/สูงสุด)
สำหรับทั้ง Uptrend และ Downtrend:
| Level | Description |
|---|---|
| 0.000 | 0.00=%$ Low |
วิธีใช้งาน:
- ใน Uptrend: 0% = จุดต่ำสุดเดิม หากทะลุลงไป → อาจเปลี่ยนเป็นขาลง
- ใน Downtrend: 0% = จุดสูงสุดเดิม หากทะลุขึ้นไป → อาจเปลี่ยนเป็นขาขึ้น
- การทะลุระดับนี้เป็นสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มที่ชัดเจน
ตัวอย่างการใช้งานจริง
จากภาพตัวอย่าง แสดงให้เห็นการใช้ค่า Fibonacci ฉบับปรับปรุงใหม่:
- ระบุแนวโน้มขาขึ้น - ลาก Fibonacci จากจุดต่ำสุด (0%) ไปจุดสูงสุด (100%)
- ราคาพักตัวที่ 61.8% - อยู่ใน Retracement Zone
- กลับตัวขึ้นทะลุ 100% (High Zone) - ยืนยันความแรงของเทรนด์
- ตั้งเป้าหมายที่ 161.8% (Target Zone) - บรรลุเป้าหมายกำไร
กลยุทธ์การเข้าออเดอร์:
- รอราคาพักตัวที่ Retracement Zone (61.8% หรือ 78.6%)
- หา confirmation signal เช่น bullish engulfing, hammer, morning star
- ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าระดับ Fibonacci ถัดไป (ประมาณ 20-30 pips)
- ตั้ง Take Profit ที่ 161.8% เป็นเป้าแรก (Risk:Reward ประมาณ 1:2-1:3)
การใช้ Fibonacci ร่วมกับเครื่องมืออื่น
Fibonacci + Support/Resistance
เมื่อระดับ Fibonacci ทับซ้อนกับแนวรับแนวต้านเดิม ความน่าเชื่อถือจะสูงขึ้นมาก:
- ระดับ 61.8% + แนวรับเก่า = จุดเข้า Buy ที่แข็งแกร่ง
- ระดับ 161.8% + แนวต้านเก่า = Take Profit หรือจุดเข้า Sell
Fibonacci + Trendlines
- วาด trendline เชื่อมจุดต่ำสุดหลายจุด
- ลาก Fibonacci จากจุดเริ่มต้นของเทรนด์
- จุดที่ trendline ตัดกับระดับ 61.8% = จุดเข้าออเดอร์คุณภาพสูง
Fibonacci + Candlestick Patterns
รอ reversal candlestick patterns ที่ระดับ Fibonacci:
- Hammer, Bullish Engulfing ที่ 61.8% ใน Uptrend → สัญญาณ Buy
- Shooting Star, Bearish Engulfing ที่ 38.2% ใน Downtrend → สัญญาณ Sell
Fibonacci + Oscillators (RSI, MACD)
- เมื่อราคาถึง Retracement Zone + RSI oversold (< 30) = Buy signal แรง
- เมื่อราคาถึง Divergence Zone + เกิด Divergence บน MACD = Sell signal
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
1. ลากจากจุดที่ไม่ชัดเจน
หลายคนลาก Fibonacci จาก Swing High/Low ที่ไม่เด่นชัด ทำให้ระดับที่ได้ไม่ตรงกับที่ตลาดให้ความสำคัญ
แนวทาง: ใช้กรอบเวลาที่สูงกว่าในการระบุจุดสำคัญ เช่น ถ้าเทรดใน H1 ให้ดู H4 หรือ Daily
2. ใช้ Fibonacci เพียงอย่างเดียว
Fibonacci เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ระบบเทรดที่สมบูรณ์
แนวทาง: ใช้ร่วมกับการวิเคราะห์แนวโน้ม, Support/Resistance, และ candlestick patterns
3. ไม่ตั้ง Stop Loss
บางคนเชื่อมั่นใน Fibonacci มากเกินไป จนลืมตั้ง Stop Loss
แนวทาง: ตั้ง SL ต่ำกว่าระดับ Fibonacci ถัดไปเสมอ (เช่น เข้า Buy ที่ 61.8% ให้ตั้ง SL ต่ำกว่า 50% หรือ 38.2%)
ข้อจำกัดของ Fibonacci:
- ไม่ได้ผล 100% ในทุกสถานการณ์
- ในตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัด (sideways) ประสิทธิภาพจะลดลง
- ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมือและการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ที่ดี
4. ลาก Fibonacci ใหม่บ่อยเกินไป
ทุกครั้งที่ราคามี swing ใหม่ ไม่จำเป็นต้องลาก Fibonacci ใหม่ทันที
แนวทาง: รอให้คลื่นราคามีขนาดใหญ่พอและชัดเจน ก่อนลาก Fibonacci ใหม่
5. มองข้ามบริบทตลาด
ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และข่าวสำคัญ
แนวทาง: ตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเข้าออเดอร์ หลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ก่อนข่าว NFP, ดอกเบี้ย, หรือข่าวสำคัญอื่นๆ
กลยุทธ์การเทรดด้วย Fibonacci แบบครบวงจร
ขั้นตอนที่ 1: ระบุแนวโน้ม
ใช้กรอบเวลา Daily หรือ H4 ดูว่าตลาดอยู่ในแนวโน้มไหน:
- Uptrend: Higher Highs และ Higher Lows
- Downtrend: Lower Highs และ Lower Lows
- Sideways: ราคาแกว่งในกรอบ → ไม่เหมาะใช้ Fibonacci
ขั้นตอนที่ 2: ลาก Fibonacci
- Uptrend: ลากจากจุดต่ำสุดล่าสุด (0%) → จุดสูงสุดล่าสุด (100%)
- Downtrend: ลากจากจุดสูงสุดล่าสุด (100%) → จุดต่ำสุดล่าสุด (0%)
ขั้นตอนที่ 3: รอราคามา Retracement Zone
สังเกตราคาว่ากลับมาพักตัวที่:
- 61.8% (โอกาสแรกและดีที่สุด)
- 78.6% (โอกาสที่สอง)
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


