ข้อคิด เปลี่ยน Mindset ให้เรามีนิสัย ของคนที่ประสบความสำเร็จ
ข้อคิด เปลี่ยน Mindset ให้เรามีนิสัย ของคนที่ประสบความสำเร็จ 10 ข้อคิดดีๆ ที่เลือกคัดสรรมาจากหนังสือ “Think And Grow Rich”

ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโชคชะตา แต่เริ่มต้นจากวิธีที่เราคิดและตัดสินใจ บทความนี้รวบรวม 10 หลักการเปลี่ยนแปลง mindset จากหนังสือ "Think and Grow Rich" ของ Napoleon Hill — หนังสือพัฒนาตนเองที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จได้จริง ไม่ว่าในการเทรด การลงทุน หรือชีวิตประจำวัน
สรุปสาระสำคัญ
- ความเชื่อและความคิดของคุณมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง
- ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นข้อมูลและบทเรียนที่นำไปสู่ความสำเร็จ
- การล้อมรอบตัวเองด้วยคนที่มีเป้าหมายเดียวกันช่วยเร่งการเติบโต
- จินตนาการและการสร้างภาพในใจสามารถฝึกฝนทักษะและเตรียมความพร้อมได้จริง
- การตัดสินใจว่า 'จะทำ' มีพลังมากกว่าการบอกตัวเองว่า 'ควรทำ'
ความคิดและความเชื่อเป็นรากฐานของความสำเร็จ
Napoleon Hill กล่าวไว้ว่า บุคคลที่เชื่อว่าตัวเอง "สามารถประสบความสำเร็จได้" ได้ก้าวข้ามเส้นชัยไปแล้วครึ่งทาง ความเชื่อไม่ใช่แค่ความรู้สึกนามธรรม — มันสร้างโลกที่เราอยู่
Robert Dilts นักเขียนด้านการพัฒนาตนเอง อธิบายว่า ความเชื่อคือ "การตัดสินและประเมินค่าเกี่ยวกับตัวเรา คนอื่น และสิ่งรอบตัว" เมื่อเราเชื่อว่าอะไรเป็นความจริง เราจะมองหาหลักฐานมาพิสูจน์ความเชื่อนั้นโดยอัตโนมัติ — แม้ว่ามันอาจไม่ใช่ความจริงก็ตาม
Henry Ford เคยพูดว่า:
"Whether you think you can, or you think you can't — you're right."
ไม่ว่าคุณจะคิดว่าทำได้หรือทำไม่ได้ — คุณถูกทั้งคู่
ในการเทรด Forex หรือทองคำ ความเชื่อนี้มีผลอย่างมาก เทรดเดอร์ที่เชื่อว่า "ตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้" มักจะกลายเป็นคนที่ revenge trade จริงๆ ในทางกลับกัน ผู้ที่เชื่อว่า "การเทรดเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้" จะค่อยๆ พัฒนาจนเก่งขึ้นเรื่อยๆ
แนะนำ: เขียน 3 ความเชื่อที่คุณต้องการมีลงกระดาษ เช่น "ฉันสามารถควบคุมความเสี่ยงในการเทรดได้" — อ่านทุกเช้าก่อนเปิดชาร์ต
ความปรารถนาที่แรงกล้าคือเชื้อเพลิง
ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากความคิดเพียงอย่างเดียว — ต้องมี ความมุ่งมั่น (burning desire) ผลักดันให้ลงมือทำ
กระบวนการคือ:
ความคิด → ความมุ่งมั่น → การกระทำ
ความมุ่งมั่นเป็นเหมือนเชื้อเพลิง ถ้าไม่มีพลังจากภายในที่ผลักดัน การลงมือทำจะไม่ต่อเนื่อง คุณต้องตัดความคิดที่เป็นตัวฉุดรั้งออกให้หมด (เช่น "ฉันไม่มีเวลา" "ฉันไม่เก่งพอ") แล้วเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ในการเทรด ความปรารถนาที่จะเป็น profitable trader ต้องแรงพอที่จะทำให้คุณ:
- เรียนรู้ทฤษฎีใหม่ๆ แม้ว่าจะเหนื่อยหลังเลิกงาน
- บันทึก trading journal ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ
- ยอมรับความผิดพลาดและปรับกลยุทธ์
ศรัทธาในตัวเอง
ศรัทธาในตัวเอง (self-confidence) คือการโน้มน้าวใจว่า คุณเป็นทุกอย่างที่คุณอยากเป็นได้ — ไม่ใช่ตอนนี้ แต่ในอนาคตที่คุณพร้อมฝึกฝนและพัฒนา
Napoleon Hill สรุปไว้ว่า:
"You become what you think about."
คุณกลายเป็นในสิ่งที่คุณคิด
ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีวินัยในการเทรด คุณจะค่อยๆ กลายเป็นคนนั้นจริงๆ แต่ถ้าคุณบอกตัวเองว่า "ฉันเป็นคนไม่มีวินัย" สมองจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ว่าคุณพูดถูก
ข้อสังเกต: ศรัทธาในตัวเองไม่ใช่ความหลงตัวเอง (overconfidence) — คุณยังต้องมีความเคารพต่อความเสี่ยงและตลาด
เป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่คุณทำ
หากคุณไม่ได้เชี่ยวชาญในงานที่ทำอยู่ โอกาสประสบความสำเร็จจะน้อยมาก ตัวอย่าง:
- เซลล์ที่ไม่รู้จักสินค้า = ขายไม่ออก
- แพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ = คนไข้ไม่เชื่อถือ
- เทรดเดอร์ที่ไม่เข้าใจกลยุทธ์ = เทรดแพ้บ่อย
Specialized knowledge (ความรู้เฉพาะทาง) เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ ในการเทรด Forex คุณต้องเชี่ยวชาญอย่างน้อย:
- Price action และการอ่านแท่งเทียน
- Risk management และการคำนวณ position size
- จิตวิทยาและการควบคุมอารมณ์
คุณไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แต่ควรเลือก 1-2 กลยุทธ์แล้วฝึกจนเป็น Top 10% ในกลุ่มคนที่ใช้กลยุทธ์นั้น
พลังของจินตนาการ
Albert Einstein เคยกล่าวว่า:
"Imagination is more important than knowledge. Knowledge is limited. Imagination encircles the world."
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เพราะความรู้มีขอบเขตจำกัด แต่จินตนาการพาคุณไปรอบโลกได้
ทุกนวัตกรรมเริ่มต้นจากจินตนาการ:
- สองพี่น้องตระกูล Wright ประดิษฐ์เครื่องบินจากการจินตนาการว่ามนุษย์บินได้
- Steve Jobs สร้าง Mac, iPhone, iPad จากการมองเห็นอนาคตที่ไม่มีใครมองเห็น
ในการเทรด จินตนาการช่วยให้คุณ:
- วาดภาพอนาคตที่เป็น profitable trader
- คาดการณ์ scenario ต่างๆ ของตลาด (what-if analysis)
- สร้าง mental rehearsal ก่อนเปิดออเดอร์
เทคนิค: ก่อนเริ่มเทรดแต่ละวัน ใช้เวลา 2-3 นาทีจินตนาการว่าตัวเองกำลังเทรดอย่างมีวินัย ตัดขาดทุนทันที ปล่อยกำไรวิ่ง — การสร้างภาพในใจนี้ฝึกสมองให้ทำได้จริง
ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ
Winston Churchill กล่าวไว้ว่า:
"Success is not final, failure is not fatal: it is the courage to continue that counts."
ความสำเร็จไม่ใช่จุดสิ้นสุด ความล้มเหลวก็ไม่ใช่โชคชะตา สิ่งสำคัญคือความกล้าที่จะไปต่อ
Napoleon Hill เองก็เขียนไว้ว่า:
"Every adversity, every failure, every heartache carries with it the seed of an equal or greater benefit."
ทุกความยากลำบาก ทุกความล้มเหลว และทุกความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จที่มีคุณค่าเท่าเทียมหรือมากกว่าติดมาด้วยเสมอ
ในปัจจุบัน หลายองค์กรชั้นนำเริ่มยอมรับความผิดพลาดของพนักงาน เพราะถ้ากลัวผิดพลาด:
- ความคิดสร้างสรรค์จะหายไป
- นวัตกรรมใหม่ๆ จะไม่เกิด
- องค์กรจะพัฒนาช้าและตกต่ำในที่สุด
ในการเทรด ความล้มเหลว (เทรดขาดทุน) คือข้อมูลที่บอกว่า:
- กลยุทธ์ไหนใช้ไม่ได้ในสภาวะตลาดนี้
- จุดไหนที่ต้องปรับปรุง risk management
- อารมณ์ตัวเองมีปัญหาตรงไหน
คำเตือน: ยอมรับความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าให้เทรดแบบไม่มีแผน — คุณต้องมี trading plan ที่ชัดเจนและบันทึกผลทุกครั้ง
เลือกคบคนให้เป็น
Jim Rohn นักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตนเอง กล่าวไว้ว่า:
"You are the average of the five people you spend the most time with."
คุณจะกลายเป็นคนที่มีคุณลักษณะมาจากค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ร่วมด้วย
สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างมีอิทธิพลอย่างมาก:
- ถ้าคุณอยู่กับคนที่มีวินัย มีเป้าหมาย — คุณจะดีขึ้นตาม
- ถ้าคุณอยู่กับคนที่ชอบบ่น โทษโชคชะตา — คุณจะกลายเป็นอย่างนั้น
ดังนั้นคุณควร:
- ใช้เวลากับคนที่ดึงเอาคุณค่าของคุณออกมา
- หลีกเลี่ยงคนที่คอยกีดขวางหรือดึงคุณลงมา
- ถ้าหาคนดีๆ ไม่ได้ ให้อยู่กับตัวเองและเสพสื่อที่สร้างสรรค์ (หนังสือดีๆ, podcast, course)
ในการเทรด การเข้า community ที่ดีช่วยได้มาก:
- แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเทรดเดอร์ที่มีแผน
- ได้รับ feedback จากคนที่เก่งกว่า
- หลีกเลี่ยงกลุ่มที่ชอบอวดกำไรหรือชวนเทรดแบบเสี่ยงสูง
จิตใต้สำนึกและการสร้างภาพในใจ
จิตใต้สำนึก (subconscious mind) แยกไม่ออกว่าอะไรเป็นจินตนาการและอะไรเป็นความจริง ถ้าคุณจินตนาการเป้าหมายให้ชัดเจนพร้อมรายละเอียดและอารมณ์ จิตใต้สำนึกจะเชื่อว่าสิ่งนั้นกำลังจะเกิดขึ้นจริง
Visualization (การสร้างภาพในใจ) ไม่ใช่แค่ทฤษฎี — มีงานวิจัยยืนยัน:
- Tony Robbins ใช้เทคนิคนี้ฝึกกองทัพสหรัฐฯ ให้ยิงปืนแม่นขึ้นในช่วง 1980s
- นักกีฬาระดับโอลิมปิกใช้ mental rehearsal ฝึกก่อนแข่ง
- ศัลยแพทย์ใช้ visualization ก่อนผ่าตัด
ในการเทรด คุณสามารถ:
- นั่งหลับตา จินตนาการว่ากำลังเปิดชาร์ต
- เห็นภาพตัวเองรอ setup ที่ชัดเจน
- เห็นตัวเองเปิดออเดอร์อย่างมั่นใจ
- เห็นตัวเองตัดขาดทุนทันทีเมื่อผิด plan
- รู้สึกถึงอารมณ์สงบและมีวินัย
การทำแบบนี้ 5 นาทีก่อนเทรด จะช่วยให้สมองเตรียมพร้อมและเทรดได้ดีขึ้น
เครื่องมือ: สร้าง Vision Board — รวมรูปภาพและคำพูดที่เป็นเป้าหมายของคุณ วางไว้ที่เห็นทุกวัน เช่น "ฉันเป็นเทรดเดอร์ที่มีวินัยและทำกำไรสม่ำเสมอ"
เผชิญหน้ากับความกลัว
ความกลัวเป็นกลไกเอาตัวรอดของสมอง ซึ่งพยายามปกป้องคุณให้ปลอดภัย แต่ความกลัวมักขัดขวางความสำเร็จ
ความกลัวที่พบบ่อย:
- กลัวความยากจน
- กลัวคำวิจารณ์
- กลัวสุขภาพไม่ดี
- กลัวไม่เป็นที่รัก
- กลัวความแก่
- กลัวความตาย
ในการเทรด มีความกลัวเฉพาะ:
- กลัวขาดทุน (loss aversion)
- กลัวพลาดโอกาส (FOMO)
- กลัวว่าตัวเองไม่เก่งพอ
วิธีรับมือ: ทุกครั้งที่รู้สึกกลัว ถามตัวเองว่า
"เรื่องเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นคืออะไร ถ้าเราเผชิญหน้ากับมัน?"
เช่น:
- กลัวเทรดขาดทุน → เลวร้ายที่สุดคือขาดทุน 1-2% ของพอร์ต (ถ้ามี risk management)
- กลัวพลาดโอกาส → เลวร้ายที่สุดคือพลาด 1 setup (แต่ setup ดีๆ มีทุกวัน)
เมื่อคุณเห็นภาพชัดๆ ว่าความกลัวนั้นไม่น่ากลัวเท่าที่คิด คุณจะกล้าลงมือทำมากขึ้น
คำเตือน: อย่าปล่อยให้ความกลัวกลายเป็นความประมาท — ความกลัวบางอย่าง (เช่น กลัวเสียเงินเยอะ) เป็นสัญญาณเตือนที่ดี ให้ใช้ stop loss และจำกัด position size
ตัดสินใจว่าจะทำ แทนที่จะบอกว่าควรทำ
Jean Nidetch กล่าวว่า:
"It's choice — not chance — that determines your destiny."
สิ่งที่กำหนดชะตาชีวิตของคุณคือทางเลือก ไม่ใช่โอกาส
คำว่า "ควร" (should) ไม่ได้ช่วยอะไร — มันทำให้รู้สึกผิดและโทษตัวเอง เช่น:
- "ฉันควรออกกำลังกาย" → รู้สึกผิด แต่ไม่ทำ
- "ฉันควรบันทึก trading journal" → รู้สึกแย่ แต่ไม่ทำ
ให้เปลี่ยนเป็น:
- "ฉันเลือกที่จะออกกำลังกาย"
- "ฉันตัดสินใจว่าจะบันทึก trading journal"
- "ฉันอยากพัฒนาตัวเอง"
เห็นพลังของคำพูดไหม? เมื่อคุณใช้ภาษาที่เป็น active choice สมองจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนควบคุมชีวิตตัวเอง ไม่ใช่ถูกบังคับ
Wayne Dyer กล่าวว่า:
"Do it for now."
จงทำเดี๋ยวนี้
ไม่ว่าคุณคิดหรือวางแผนอะไรไว้ ให้เริ่มลงมือเลย อย่าผัดวันประกันพรุ่ง:
- ถ้าอยากเรียนรู้เทรด → เปิดหนังสือเล่มหนึ่งอ่านสักหน้า
- ถ้าอยากมีวินัย → บันทึก 1 รายการใน journal วันนี้
- ถ้าอยากปรับปรุงกลยุทธ์ → ทบทวนเทรด 1 รอบที่ผ่านมา
ก้าวแรกไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ขอแค่เริ่มต้น — ความฝันจะไม่เป็นจริงเลยถ้าคุณไม่ลงมือทำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. การเปลี่ยน mindset ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?
ไม่มีคำตอบตายตัว แต่งานวิจัยพบว่าการสร้างนิสัยใหม่ใช้เวลาเฉลี่ย 66 วัน — ถ้าคุณฝึกฝนสม่ำเสมอ คาดว่า 2-3 เดือนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
2. ถ้าพยายามคิดบวกแล้วยังล้มเหลว ต้องทำยังไง?
Positive thinking เพียงอย่างเดียวไม่พอ — ต้องมี action plan ที่ชัดเจน, ทักษะที่ฝึกฝน และความพากเพียร ความคิดบวกเป็นจุดเริ่มต้น แต่ผลลัพธ์มาจากการลงมือทำ
3. ถ้าคนรอบข้างไม่สนับสนุนเป้าหมายเรา ควรทำอย่างไร?
คุณไม่จำเป็นต้องตัดคนทั้งหมดออก แต่ให้ลดเวลาที่ใช้กับคนที่ฉุดรั้ง และเพิ่มเวลากับตัวเองหรือคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน — หา community หรือ mentor ที่เข้าใจคุณ
4. จินตนาการกับการหลอกตัวเองต่างกันยังไง?
จินตนาการที่ดีต้องมาพร้อม action plan — ถ้าคุณแค่จินตนาการโดยไม่ลงมือทำ มันกลายเป็นการหนีความจริง แต่ถ้าคุณใช้ visualization เพื่อเตรียมใจและฝึกฝน แล้วลงมือทำจริง มันจะช่วยให้ประสิทธิภาพดีขึ้น
5. ใช้หลักการเหล่านี้กับการเทรดได้อย่างไร?
- เชื่อว่าตัวเองเทรดได้ดี (ความเชื่อ)
- มีเป้าหมายชัดเจนเช่น "ทำกำไร 5% ต่อเดือน" (ความปรารถนา)
- สร้าง trading plan และศึกษาอย่างจริงจัง (ความเชี่ยวชาญ)
- ฝึก mental rehearsal ก่อนเทรด (จินตนาการ)
- เรียนรู้จากเทรดขาดทุน (รับมือกับความล้มเหลว)
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


