Forex ตัวไหนน่าเล่น?
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคู่เงิน Forex ตัวไหนเหมาะกับพฤติกรรมในการเทรดของเราบ้าง ทำความเข้าใจวิธีเลือกคู่เงินเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ หาคำตอบได้ที่ Uhas.com

การเลือกคู่เงินที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับทุกคนที่ต้องการเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จ ตลาด Forex มีคู่เงินให้เลือกมากกว่า 100 คู่ แต่ไม่ใช่ทุกคู่จะเหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่หรือมีสภาพคล่องที่ดีพอ บทความนี้จะอธิบายหลักการเลือกคู่เงินที่น่าเทรด พร้อมเหตุผลที่ชัดเจนเพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
สรุปสาระสำคัญ
- คู่เงินหลัก (Major Pairs) เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY มี spread ต่ำและสภาพคล่องสูงที่สุด
- เลือกเทรดคู่เงินที่มีข้อมูลข่าวสารและบทวิเคราะห์เผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ
- สกุลเงินของประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจมั่นคงมีความเสี่ยงจากการผันผวนผิดปกติน้อยกว่า
- หลีกเลี่ยงคู่เงินรอง (Exotic Pairs) ในช่วงแรก เนื่องจากมี spread สูงและเคลื่อนไหวผิดคาด
คู่เงิน Forex ที่ได้รับความนิยมสูงสุด
คู่เงินหลัก (Major Pairs) คือคู่เงินที่มีดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นฝ่ายหนึ่งเสมอ และจับคู่กับสกุลเงินหลักของโลก ได้แก่ ยูโร (EUR), ปอนด์อังกฤษ (GBP), เยนญี่ปุ่น (JPY), ฟรังก์สวิส (CHF), ดอลลาร์แคนาดา (CAD), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD)
คู่เงินเหล่านี้คิดเป็นมากกว่า 75% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในตลาด Forex ทำให้มีสภาพคล่องสูงและ spread ต่ำที่สุด โดยเฉพาะ EUR/USD ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในโลก คิดเป็นประมาณ 24% ของปริมาณการซื้อขายรวมทั้งหมด
คู่เงินที่แนะนำสำหรับมือใหม่
EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ) — spread เฉลี่ย 0.1-0.3 pips ในโบรกเกอร์ ECN คุณภาพดี เคลื่อนไหวค่อนข้างราบเรียบและคาดการณ์ได้ง่ายกว่าคู่อื่น
GBP/USD (ปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐ) — spread เฉลี่ย 0.5-1.0 pips มีความผันผวนสูงกว่า EUR/USD เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโอกาสทำกำไรเร็วแต่ต้องควบคุมความเสี่ยงให้ดี
USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยน) — spread เฉลี่ย 0.2-0.5 pips ได้รับอิทธิพลจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ซึ่งมีแนวโน้มที่ชัดเจน
AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ) — spread เฉลี่ย 0.3-0.8 pips เคลื่อนไหวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะทองคำและแร่ธาตุ
หากคุณเพิ่งเริ่มต้นเทรด ให้เลือกเทรดเพียง 1-2 คู่เงินก่อน แล้วศึกษาพฤติกรรมให้ลึกจนคุ้นเคย การกระจายความสนใจไปที่หลายคู่พร้อมกันอาจทำให้วิเคราะห์ไม่ทัน
5 เหตุผลที่ควรเลือกเทรดคู่เงินหลัก
1. เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย
สกุลเงินหลักเป็นของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ทำให้มีสำนักข่าวเศรษฐกิจและบทวิเคราะห์ออกมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน
คุณสามารถติดตามข้อมูลสำคัญได้จากแหล่งข่าวระดับโลกเช่น Bloomberg, Reuters, Trading Economics และปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) ที่มีให้ใช้ฟรีในเว็บไซต์ Forex Factory หรือ Investing.com ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ไม่ถูกปั่นราคาได้ง่าย
ปริมาณการซื้อขายของคู่เงินหลักอยู่ที่หลายล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนรายใดรายหนึ่งจะปั่นราคาได้ แม้แต่กองทุนเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่
ตรงกันข้ามกับคู่เงินรอง (Exotic Pairs) เช่น USD/TRY (ลีราตุรกี) หรือ USD/ZAR (แรนด์แอฟริกาใต้) ที่มีปริมาณซื้อขายน้อยกว่ามาก ราคาอาจกระโดดหลายสิบ pips ภายในไม่กี่วินาทีจากคำสั่งซื้อขายเพียงรายการเดียว
3. Spread ต่ำช่วยลดต้นทุน
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขาย) และ Ask (ราคาซื้อ) ซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายในทุกออเดอร์

ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ:
- EUR/USD spread เฉลี่ย 0.1-0.3 pips (ใน ECN account)
- USD/MXN (เปโซเม็กซิโก) spread เฉลี่ย 15-50 pips
- USD/TRY spread เฉลี่ย 30-100 pips
หากคุณเทรดวันละ 5 ครั้ง ใน EUR/USD คุณจ่าย spread ประมาณ 1.5 pips ต่อวัน แต่ใน USD/TRY คุณอาจจ่ายถึง 300 pips ต่อวัน — ซึ่งมากเกินไปสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป
Spread ที่สูงจะกัดกินกำไรของคุณอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากคุณใช้กลยุทธ์ Scalping หรือ Day Trading ที่เปิด-ปิดออเดอร์บ่อย
4. ระบบเศรษฐกิจมั่นคง
สกุลเงินหลักเป็นของประเทศที่มีธนาคารกลางที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น Federal Reserve (FED) ของสหรัฐฯ, European Central Bank (ECB), Bank of England (BoE) และ Bank of Japan (BoJ)
ธนาคารกลางเหล่านี้มีนโยบายการเงินที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้ง่ายกว่าประเทศกำลังพัฒนา ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกะทันหันหรือวิกฤตเศรษฐกิจถือว่าต่ำมาก
5. ทำงานได้ดีกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค
เนื่องจากคู่เงินหลักมีปริมาณซื้อขายมหาศาลและผู้เข้าร่วมตลาดเป็นล้านคน ราคาจึงเคลื่อนไหวตามหลักการของตลาดที่มีประสิทธิภาพ (Efficient Market) มากกว่า
สิ่งนี้ทำให้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เช่น Support/Resistance, Moving Averages, RSI, MACD และ Fibonacci Retracement ทำงานได้ดีกว่าคู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำ
คู่เงินที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรก
มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงคู่เงินเหล่านี้จนกว่าจะมีประสบการณ์มากพอ:
คู่เงินรอง (Exotic Pairs) — เช่น EUR/TRY, USD/ZAR, GBP/MXN มี spread สูง ความผันผวนรุนแรง และข้อมูลข่าวสารจำกัด
คู่เงินข้าม (Cross Pairs) ที่มีสภาพคล่องต่ำ — เช่น NZD/CHF, AUD/JPY (บางตัว) แม้จะไม่รุนแรงเท่า Exotic Pairs แต่ก็ยังมี spread สูงกว่าคู่หลัก
คู่เงินที่มี Overnight Swap สูงผิดปกติ — บางคู่เงินมีค่า Swap (ดอกเบี้ยข้ามคืน) สูงมาก เช่น USD/TRY อาจหัก swap วันละ 50-100 pips หากคุณถือออเดอร์ข้ามคืน
ค่า Swap คำนวณจากผลต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 2 สกุลเงิน หากต้องการถือออเดอร์ระยะยาว ให้ตรวจสอบค่า Swap ใน MT4/MT5 หรือเว็บไซต์โบรกเกอร์ก่อนเสมอ
วิธีเลือกคู่เงินให้เหมาะกับสไตล์การเทรด
Scalping (ถือ 1-5 นาที)
ควรเลือกคู่เงินที่มี spread ต่ำสุด เช่น EUR/USD, GBP/USD ในช่วงเวลา London-New York Overlap (20:00-24:00 เวลาไทย) ที่มีสภาพคล่องสูงสุด
Day Trading (ถือภายในวัน)
เหมาะกับคู่เงินที่มีความผันผวนปานกลาง เช่น GBP/USD, EUR/GBP, AUD/USD ซึ่งให้โอกาสทำกำไร 30-80 pips ต่อวัน
Swing Trading (ถือ 2-7 วัน)
สามารถเลือกคู่เงินที่มีเทรนด์ชัดเจนระยะกลาง เช่น EUR/USD, USD/JPY, AUD/NZD และต้องคำนึงถึงค่า Swap ด้วย
Position Trading (ถือ 1 เดือนขึ้นไป)
มุ่งเน้นที่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เลือกคู่เงินที่มีทิศทางชัดเจนจากนโยบายธนาคารกลาง และมี Positive Swap หากเป็นไปได้
ปัจจัยเสริมในการเลือกคู่เงิน
ช่วงเวลาที่เหมาะสม
คู่เงินแต่ละตัวมีช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงต่างกัน:
- EUR/USD, GBP/USD, EUR/GBP — ดีที่สุดในช่วง London session (14:00-23:00 เวลาไทย)
- USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD — ดีที่สุดในช่วง Tokyo-London overlap (13:00-17:00 เวลาไทย)
- USD/CAD — มีความเคลื่อนไหวชัดเจนเมื่อมีข่าวน้ำมันดิบ (WTI/Brent)
ความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่น
บางคู่เงินมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับสินทรัพย์อื่น ๆ:
- AUD/USD — เคลื่อนไหวตามราคาทองคำ (Gold) และแร่เหล็ก (Iron Ore)
- USD/CAD — เคลื่อนไหวตรงข้ามกับราคาน้ำมันดิบ (WTI Crude Oil)
- NZD/USD — เคลื่อนไหวตามราคานมผงและผลิตภัณฑ์เกษตร
- CHF pairs — มักเคลื่อนไหวตรงข้ามกับตลาดหุ้น (เป็น Safe Haven)
หากคุณมีความเชี่ยวชาญในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ คุณสามารถใช้ความรู้นั้นช่วยในการเทรด Forex ได้
กลยุทธ์ในการทดสอบคู่เงินใหม่
ก่อนที่จะเทรดคู่เงินใดด้วยเงินจริง ควรทดสอบในบัญชี Demo อย่างน้อย 30 วัน โดยติดตามข้อมูลเหล่านี้:
- Average Spread — จด spread เฉลี่ยในช่วงเวลาที่คุณเทรดจริง ไม่ใช่ตอนตลาดปิด
- Average Daily Range (ADR) — วัดว่าราคาเคลื่อนไหวเฉลี่ยกี่ pips ต่อวัน
- Slippage — ตรวจสอบว่าราคาที่เข้าออเดอร์ต่างจากราคาที่สั่งเข้ากี่ pips
- Swap Rates — คำนวณว่าหากถือข้ามคืนจะเสียหรือได้เท่าไหร่
- Correlation — ดูว่าคู่เงินนี้เคลื่อนไหวสัมพันธ์กับคู่อื่นที่คุณเทรดอยู่หรือไม่
ใช้เครื่องมือ Position Size Calculator เพื่อคำนวณว่าควรเปิดออเดอร์ขนาดเท่าไหร่ในแต่ละคู่เงิน เพื่อให้ความเสี่ยงเท่ากันทุกออเดอร์ (เช่น ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนต่อออเดอร์)
สรุป: Forex ตัวไหนน่าเล่นที่สุด?
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วย EUR/USD เป็นลำดับแรก เพราะมี spread ต่ำที่สุด ข้อมูลเยอะที่สุด และเคลื่อนไหวราบเรียบที่สุด เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยแล้ว จึงค่อยเพิ่มคู่เงินอื่นเช่น GBP/USD หรือ USD/JPY ทีละตัว
หลักการสำคัญคือ อย่ากระจายความสนใจไปมากเกินไป การเชี่ยวชาญ 2-3 คู่เงินจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเทรดทุกคู่แบบผิวเผิน จำไว้ว่า การเทรด Forex ไม่ใช่การเสี่ยงโชค แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและศึกษาอย่างจริงจัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คู่เงิน Forex ไหนมี spread ต่ำที่สุด?
EUR/USD มี spread ต่ำที่สุดในตลาด Forex โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1-0.3 pips ในบัญชี ECN และ 0.8-1.2 pips ในบัญชีมาตรฐาน รองลงมาคือ USD/JPY และ GBP/USD ตามลำดับ
เทรดเดอร์มือใหม่ควรเทรดกี่คู่เงินพร้อมกัน?
แนะนำให้เริ่มต้นด้วย 1-2 คู่เงินเท่านั้น เพื่อให้มีเวลาเรียนรู้พฤติกรรมของแต่ละคู่อย่างลึกซึ้ง การเทรดหลายคู่พร้อมกันจะทำให้คุณวิเคราะห์ไม่ทันและตัดสินใจผิดพลาดง่ายขึ้น
ทำไม Exotic Pairs ถึงมี spread สูง?
เพราะมีปริมาณการซื้อขายน้อย ทำให้โบรกเกอร์ต้องเสี่ยงสูงในการจับคู่ออเดอร์ และหลายครั้งต้องไปหา Liquidity Provider ที่เรียกราคาสูง ประกอบกับความผันผวนที่รุนแรง จึงต้องคิด spread สูงเพื่อชดเชยความเสี่ยง
ควรเทรดคู่เงินไหนถ้าต้องการทำกำไรเร็ว?
GBP/USD และ GBP/JPY มีความผันผวนสูง เคลื่อนไหวได้ 100-200 pips ต่อวันในช่วงที่มีข่าวสำคัญ แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม ต้องใช้ Stop Loss ที่กว้างกว่าคู่เงินอื่น
คู่เงินไหนเหมาะสำหรับ Carry Trade (รับดอกเบี้ยข้ามคืน)?
ในปัจจุบัน (2024) AUD/JPY และ NZD/JPY เป็นคู่ที่ได้รับความนิยมสำหรับ Carry Trade เพราะอัตราดอกเบี้ยของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สูงกว่าญี่ปุ่นมาก ทำให้ได้รับ Positive Swap หากถือออเดอร์ซื้อ (Buy) ข้ามคืน แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากการแข็งค่าของเยนกะทันหัน
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


