U
UHAS
XAU/USD0.00%

ทำกำไร Forex วันละเท่าไหร่ ดี?

ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงห้าวันต่อสพาห์ และมีสภาพคล่องสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ทำให้เทรดเดอร์หลายคนมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ประจำวัน

P
Patiphan Uhas
2 มกราคม 2564·5 นาทีอ่าน
แชร์
ทำกำไร Forex วันละเท่าไหร่ ดี?

ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงห้าวันต่อสพาห์ และมีสภาพคล่องสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ทำให้เทรดเดอร์หลายคนมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ประจำวัน แต่คำถามสำคัญคือ: เป้าหมายกำไรต่อวันควรอยู่ที่เท่าไหร่จึงจะเป็นไปได้และยั่งยืน บทความนี้จะอธิบายหลักการตั้งเป้ากำไรที่สมจริง พร้อมกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในตลาดได้ระยะยาว

สรุปสาระสำคัญ

  • เป้ากำไรสมจริงควรอยู่ที่ 0.5-2% ต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 10-40% ต่อเดือน หากคอมพาวด์ต่อเนื่อง
  • ควรแยกเงินกำไรออกจากทุน อย่างน้อย 50% เพื่อปกป้องผลตอบแทนที่ทำได้
  • Drawdown สูงสุดไม่ควรเกิน 10% ของทุนต่อวัน — หากถึงจุดนี้ให้หยุดเทรดทันที
  • ประสบการณ์และระเบียบวินัยมีความสำคัญมากกว่าความโลภ — เทรดเดอร์มืออาชีพมุ่งเน้นความสม่ำเสมอ ไม่ใช่กำไรก้อนโต

เป้ากำไรต่อวันที่สมเหตุสมผลคือเท่าไหร่

เทรดเดอร์มือใหม่มักตั้งเป้ากำไรสูงเกินจริง เช่น 10-20% ต่อวัน โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่ต้องแลกมา ในความเป็นจริง กองทุนป้องกันความเสี่ยง (hedge funds) ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดมีผลตอบแทนเฉลี่ย 15-25% ต่อปี ซึ่งแปลงเป็นรายวันจะน้อยกว่า 0.1% มาก

สำหรับเทรดเดอร์รายบุคคลที่ใช้ทุนของตัวเอง เป้าที่เหมาะสมควรอยู่ที่:

Beginner (0-6 เดือน): 0.25-0.5% ต่อวัน

  • เทรด 10,000 บาท = กำไร 25-50 บาท/วัน
  • 20 วันเทรดต่อเดือน = 500-1,000 บาท/เดือน (5-10%)

Intermediate (6-24 เดือน): 0.5-1% ต่อวัน

  • เทรด 10,000 บาท = กำไร 50-100 บาท/วัน
  • 20 วันเทรดต่อเดือน = 1,000-2,000 บาท/เดือน (10-20%)

Advanced (2+ ปี): 1-2% ต่อวัน

  • เทรด 10,000 บาท = กำไร 100-200 บาท/วัน
  • 20 วันเทรดต่อเดือน = 2,000-4,000 บาท/เดือน (20-40%)
NOTE

หากคุณใช้ leverage สูง (1:100 หรือมากกว่า) เพื่อไล่กำไร 5-10% ต่อวัน คุณกำลังเพิ่มความเสี่ยง drawdown ที่อาจทำให้ทุนหายหมดในไม่กี่วัน การเทรดไม่ใช่การพนัน — ความสม่ำเสมอสำคัญกว่ากำไรก้อนโต

หลักการคำนวณความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ก่อนจะคิดถึงกำไร เราต้องกำหนดกรอบความเสี่ยงก่อน กฎทองสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพคือ:

1. Risk per trade: ไม่เกิน 1-2% ของทุนต่อออเดอร์

  • ทุน 10,000 บาท → เสี่ยงต่อออเดอร์ 100-200 บาท
  • ใช้ Stop Loss ที่ชัดเจนทุกครั้ง

2. Daily drawdown limit: หยุดเทรดเมื่อขาดทุน 3-5% ในหนึ่งวัน

  • ทุน 10,000 บาท → หยุดเมื่อขาดทุน 300-500 บาท
  • กลับมาทบทวนกลยุทธ์ในวันถัดไป

3. Win rate + Risk-Reward ratio:

  • หาก Win rate = 50%, ต้องการ R:R อย่างน้อย 1:1.5
  • หาก Win rate = 40%, ต้องการ R:R อย่างน้อย 1:2

ตัวอย่างการคำนวณ:

  • เทรด 10 ออเดอร์ต่อวัน, Win rate 50%
  • เสี่ยงต่อออเดอร์ 100 บาท, เป้า R:R = 1:2
  • ขาดทุน 5 ออเดอร์ = -500 บาท
  • กำไร 5 ออเดอร์ = +1,000 บาท
  • กำไรสุทธิ = 500 บาท (5% ของทุน)

4 เทคนิคสำคัญในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

1. ลงทุนเวลาในการเรียนรู้อย่างจริงจัง

Forex ไม่ใช่การเดาทาย แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน นักเทรดมืออาชีพใช้เวลา อย่างน้อย 300-500 ชั่วโมง ในการศึกษาก่อนเริ่มใช้เงินจริง

สิ่งที่ต้องเรียนรู้:

  • Technical Analysis: Candlestick patterns, Support/Resistance, Indicators (MA, RSI, MACD)
  • Fundamental Analysis: อัตราดอกเบี้ย, GDP, การประชุม Central Banks
  • Risk Management: Position sizing, Stop Loss/Take Profit
  • Trading Psychology: การควบคุมอารมณ์และความโลภ

เริ่มต้นด้วย Demo Account ก่อนเทรดจริง ใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนหรือจนกว่าจะทำกำไรได้สม่ำเสมอ

2. ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งและยอมรับการขาดทุน

ข้อมูลจากการวิจัย: 90% ของเทรดเดอร์มือใหม่ขาดทุนเพราะไม่ใช้ Stop Loss หรือย้าย Stop Loss เมื่อราคาเข้าใกล้

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

หลักการใช้ Stop Loss อย่างมีประสิทธิภาพ:

  • วาง Stop Loss ก่อนเปิดออเดอร์ — อย่าปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวแล้วค่อยตัดสินใจ
  • ใช้ ATR (Average True Range) เป็นตัวกำหนด — Stop Loss = 1.5-2x ATR
  • ยอมรับการขาดทุน 3-5 ครั้งติดกัน — นี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการ

ตัวอย่าง:

  • EUR/USD ราคา 1.0850, ATR (14) = 0.0060
  • Stop Loss = 1.0850 - (2 × 0.0060) = 1.0730
  • เสี่ยง 120 pips หรือประมาณ 1.5% ของทุน
INFO

การขาดทุน 3-5 ครั้งติดกันเป็นเรื่องปกติแม้กระทั่งกับเทรดเดอร์ที่มี Win rate 60% การมี Risk Management ที่ดีจะทำให้คุณอยู่รอดและกลับมาทำกำไรได้ในระยะยาว

3. ปกป้องกำไรด้วยการถอนทุนบางส่วน

นักลงทุนมืออาชีพมักถอนกำไรออกมาเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันการ "คืนกำไรให้ตลาด"

วิธีการที่แนะนำ:

แบบ 50/50:

  • ทุนเริ่มต้น 10,000 บาท
  • เทรดได้กำไร 2,000 บาท (20%)
  • ถอน 1,000 บาท เก็บไว้
  • เทรดต่อด้วยทุน 11,000 บาท

แบบ Tiered Withdrawal:

  • กำไรสะสม 10% → ถอน 25%
  • กำไรสะสม 25% → ถอน 50%
  • กำไรสะสม 50% → ถอน 75%

ข้อดี:

  • ลดความเครียดทางจิตใจ
  • มีเงินสดพร้อมใช้จริง
  • ป้องกัน revenge trading หลังขาดทุน

4. สร้างระเบียบวินัยและควบคุมความโลภ

ความโลภและความกลัว (Greed and Fear) คือศัตรูตัวฉกาจของเทรดเดอร์ การมีระเบียบวินัยคือกุญแจสำคัญ

กฎเหล็กที่ควรปฏิบัติ:

  1. มี Trading Plan เป็นลายลักษณ์อักษร

    • เทรดคู่สกุลเงินใดบ้าง
    • Session เวลาไหน (Asia/Europe/US)
    • เงื่อนไข Entry/Exit ที่ชัดเจน
  2. กำหนดจำนวนเทรดสูงสุดต่อวัน

    • Scalper: 5-10 เทรด
    • Day Trader: 2-5 เทรด
    • Swing Trader: 1-2 เทรด
  3. บันทึก Trading Journal ทุกออเดอร์

    • เวลา, คู่สกุลเงิน, เหตุผลในการเทรด
    • Entry price, Stop Loss, Take Profit
    • ผลลัพธ์และบทเรียนที่ได้
  4. หยุดเทรดเมื่อถึงเป้าหรือ Limit

    • ถ้าได้กำไรตามเป้า 2% → หยุดทันที
    • ถ้าขาดทุน 3% → หยุดและทบทวน
TIP

ใช้ Checklist ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง: (1) Setup ตรงตาม Plan? (2) Risk/Reward เหมาะสม? (3) อารมณ์พร้อม? (4) ยังไม่ถึง Daily limit? ถ้าคำตอบข้อใดข้อหนึ่งเป็น "ไม่" — อย่าเทรด

ตัวอย่างแผนการเทรดสำหรับกำไร 1% ต่อวัน

สมมติคุณมีทุน 10,000 บาท และต้องการกำไรเฉลี่ย 100 บาท/วัน (1%)

Setup:

  • กลยุทธ์: Breakout Trading + Moving Average Crossover
  • คู่สกุลเงิน: EUR/USD, GBP/USD (Spread ต่ำ)
  • Session: European + US Overlap (15:00-20:00 GMT+7)
  • Position size: 0.10 lot (10,000 units)

Risk Management:

  • Risk per trade: 1% = 100 บาท
  • Stop Loss: 30-40 pips
  • Take Profit: 60-80 pips (R:R = 1:2)
  • เทรดสูงสุด 3 ออเดอร์ต่อวัน

สถิติเป้าหมาย:

  • Win rate: 50%
  • 20 วันเทรด/เดือน
  • เทรด 60 ออเดอร์/เดือน
  • ชนะ 30 ออเดอร์ × 200 บาท = 6,000 บาท
  • แพ้ 30 ออเดอร์ × -100 บาท = -3,000 บาท
  • กำไรสุทธิ = 3,000 บาท (30%/เดือน)

หากคอมพาวด์ต่อเนื่อง:

  • เดือนที่ 1: 10,000 → 13,000 บาท
  • เดือนที่ 2: 13,000 → 16,900 บาท
  • เดือนที่ 3: 16,900 → 21,970 บาท
NOTE

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง — ในความเป็นจริง Win rate อาจผันผวนระหว่าง 40-60% และมีช่วง Drawdown ที่ต้องผ่าน อย่าคาดหวัง Linear Growth และควรถอนกำไรบางส่วนเป็นระยะๆ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่สามารถทำกำไรสม่ำเสมอ

1. Over-trading: เทรดมากเกินไปเพื่อไล่ตาม Loss

  • แก้: กำหนด Maximum trades per day

2. ไม่ปรับ Position Size ตามทุน

  • ทุนเหลือ 5,000 บาท แต่ยังเทรด 0.10 lot (เสี่ยง 2% แทนที่จะเป็น 1%)
  • แก้: ใช้ Position Size Calculator ทุกครั้ง

3. Revenge Trading หลังขาดทุน

  • พยายามทำกำไรคืนในออเดอร์เดียว โดยเพิ่ม Lot size
  • แก้: หยุดเทรด 1-2 วันหลังขาดทุน 2-3 เทรดติด

4. ไม่ปรับกลยุทธ์ตาม Market Condition

  • ใช้กลยุทธ์เดียวกันทั้ง Trending และ Ranging Market
  • แก้: เรียนรู้ Market Structure และปรับ Indicator ให้เหมาะสม

5. FOMO (Fear of Missing Out)

  • เห็นราคาวิ่งแล้วเข้า Trade โดยไม่มี Setup
  • แก้: ใช้ Alert และรอจังหวะ Pullback

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าเป้ากำไรวันละ 1% ใช้ทุนเท่าไหร่ถึงจะพอเลี้ยงตัวได้?

สมมติคุณต้องการรายได้ 15,000 บาท/เดือน กำไร 1%/วัน × 20 วัน = 20%/เดือน คุณต้องมีทุน 75,000 บาท (15,000 ÷ 20%)

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้มีทุนสำรอง 3-6 เดือนก่อนออกจากงานประจำ และควรถอนกำไรออกมาใช้จ่าย ไม่ใช่คอมพาวด์ทั้งหมด

ถ้าขาดทุน 3 วันติดกัน ควรทำอย่างไร?

หยุดเทรดทันที และทำ Post-Mortem Analysis:

  1. ทบทวน Trading Journal — Pattern การขาดทุนคืออะไร?
  2. ตรวจสอบว่าฝ่าฝืน Trading Plan หรือไม่
  3. พิจารณาเปลี่ยน Market Condition (Trending → Ranging?)
  4. กลับไปเทรด Demo 1-2 สัปดาห์ก่อนใช้เงินจริง

ควรใช้ Leverage เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่: ใช้ไม่เกิน 1:10-1:20 สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์: ไม่เกิน 1:50

การใช้ Leverage สูง (1:100-1:500) เพิ่มความเสี่ยง Margin Call อย่างมาก แม้คุณจะใช้ Stop Loss ก็ตาม Slippage ในช่วง News อาจทำให้ขาดทุนเกิน Stop Loss ที่ตั้งไว้

เทรดคู่สกุลเงินไหนดีสำหรับมือใหม่?

แนะนำ Major Pairs เท่านั้น:

  • EUR/USD (Spread ต่ำสุด 0.5-1 pip)
  • GBP/USD (Volatile ปานกลาง)
  • USD/JPY (เคลื่อนไหวนุ่มนวล)

หลีกเลี่ยง Exotic Pairs (เช่น USD/TRY, EUR/ZAR) เพราะ Spread สูงและมีความผันผวนมาก

การเทรดพร้อมทำงานประจำทำได้จริงหรือ?

ได้ แต่ต้องเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะสม:

  • Swing Trading: ถือออเดอร์ 2-7 วัน ใช้เวลาวิเคราะห์แค่ 30-60 นาที/วัน
  • Position Trading: ถือออเดอร์ 1-3 เดือน ตาม Fundamental Trends

หลีกเลี่ยง Scalping หรือ Day Trading ที่ต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลา เว้นแต่คุณจะมีเวลา Flexible

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง