ทำกำไร Forex วันละเท่าไหร่ ดี?
ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงห้าวันต่อสพาห์ และมีสภาพคล่องสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ทำให้เทรดเดอร์หลายคนมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ประจำวัน

ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงห้าวันต่อสพาห์ และมีสภาพคล่องสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ทำให้เทรดเดอร์หลายคนมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ประจำวัน แต่คำถามสำคัญคือ: เป้าหมายกำไรต่อวันควรอยู่ที่เท่าไหร่จึงจะเป็นไปได้และยั่งยืน บทความนี้จะอธิบายหลักการตั้งเป้ากำไรที่สมจริง พร้อมกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในตลาดได้ระยะยาว
สรุปสาระสำคัญ
- เป้ากำไรสมจริงควรอยู่ที่ 0.5-2% ต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 10-40% ต่อเดือน หากคอมพาวด์ต่อเนื่อง
- ควรแยกเงินกำไรออกจากทุน อย่างน้อย 50% เพื่อปกป้องผลตอบแทนที่ทำได้
- Drawdown สูงสุดไม่ควรเกิน 10% ของทุนต่อวัน — หากถึงจุดนี้ให้หยุดเทรดทันที
- ประสบการณ์และระเบียบวินัยมีความสำคัญมากกว่าความโลภ — เทรดเดอร์มืออาชีพมุ่งเน้นความสม่ำเสมอ ไม่ใช่กำไรก้อนโต
เป้ากำไรต่อวันที่สมเหตุสมผลคือเท่าไหร่
เทรดเดอร์มือใหม่มักตั้งเป้ากำไรสูงเกินจริง เช่น 10-20% ต่อวัน โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่ต้องแลกมา ในความเป็นจริง กองทุนป้องกันความเสี่ยง (hedge funds) ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดมีผลตอบแทนเฉลี่ย 15-25% ต่อปี ซึ่งแปลงเป็นรายวันจะน้อยกว่า 0.1% มาก
สำหรับเทรดเดอร์รายบุคคลที่ใช้ทุนของตัวเอง เป้าที่เหมาะสมควรอยู่ที่:
Beginner (0-6 เดือน): 0.25-0.5% ต่อวัน
- เทรด 10,000 บาท = กำไร 25-50 บาท/วัน
- 20 วันเทรดต่อเดือน = 500-1,000 บาท/เดือน (5-10%)
Intermediate (6-24 เดือน): 0.5-1% ต่อวัน
- เทรด 10,000 บาท = กำไร 50-100 บาท/วัน
- 20 วันเทรดต่อเดือน = 1,000-2,000 บาท/เดือน (10-20%)
Advanced (2+ ปี): 1-2% ต่อวัน
- เทรด 10,000 บาท = กำไร 100-200 บาท/วัน
- 20 วันเทรดต่อเดือน = 2,000-4,000 บาท/เดือน (20-40%)
หากคุณใช้ leverage สูง (1:100 หรือมากกว่า) เพื่อไล่กำไร 5-10% ต่อวัน คุณกำลังเพิ่มความเสี่ยง drawdown ที่อาจทำให้ทุนหายหมดในไม่กี่วัน การเทรดไม่ใช่การพนัน — ความสม่ำเสมอสำคัญกว่ากำไรก้อนโต
หลักการคำนวณความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ก่อนจะคิดถึงกำไร เราต้องกำหนดกรอบความเสี่ยงก่อน กฎทองสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพคือ:
1. Risk per trade: ไม่เกิน 1-2% ของทุนต่อออเดอร์
- ทุน 10,000 บาท → เสี่ยงต่อออเดอร์ 100-200 บาท
- ใช้ Stop Loss ที่ชัดเจนทุกครั้ง
2. Daily drawdown limit: หยุดเทรดเมื่อขาดทุน 3-5% ในหนึ่งวัน
- ทุน 10,000 บาท → หยุดเมื่อขาดทุน 300-500 บาท
- กลับมาทบทวนกลยุทธ์ในวันถัดไป
3. Win rate + Risk-Reward ratio:
- หาก Win rate = 50%, ต้องการ R:R อย่างน้อย 1:1.5
- หาก Win rate = 40%, ต้องการ R:R อย่างน้อย 1:2
ตัวอย่างการคำนวณ:
- เทรด 10 ออเดอร์ต่อวัน, Win rate 50%
- เสี่ยงต่อออเดอร์ 100 บาท, เป้า R:R = 1:2
- ขาดทุน 5 ออเดอร์ = -500 บาท
- กำไร 5 ออเดอร์ = +1,000 บาท
- กำไรสุทธิ = 500 บาท (5% ของทุน)
4 เทคนิคสำคัญในการทำกำไรอย่างยั่งยืน
1. ลงทุนเวลาในการเรียนรู้อย่างจริงจัง
Forex ไม่ใช่การเดาทาย แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน นักเทรดมืออาชีพใช้เวลา อย่างน้อย 300-500 ชั่วโมง ในการศึกษาก่อนเริ่มใช้เงินจริง
สิ่งที่ต้องเรียนรู้:
- Technical Analysis: Candlestick patterns, Support/Resistance, Indicators (MA, RSI, MACD)
- Fundamental Analysis: อัตราดอกเบี้ย, GDP, การประชุม Central Banks
- Risk Management: Position sizing, Stop Loss/Take Profit
- Trading Psychology: การควบคุมอารมณ์และความโลภ
เริ่มต้นด้วย Demo Account ก่อนเทรดจริง ใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนหรือจนกว่าจะทำกำไรได้สม่ำเสมอ
2. ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งและยอมรับการขาดทุน
ข้อมูลจากการวิจัย: 90% ของเทรดเดอร์มือใหม่ขาดทุนเพราะไม่ใช้ Stop Loss หรือย้าย Stop Loss เมื่อราคาเข้าใกล้

หลักการใช้ Stop Loss อย่างมีประสิทธิภาพ:
- วาง Stop Loss ก่อนเปิดออเดอร์ — อย่าปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวแล้วค่อยตัดสินใจ
- ใช้ ATR (Average True Range) เป็นตัวกำหนด — Stop Loss = 1.5-2x ATR
- ยอมรับการขาดทุน 3-5 ครั้งติดกัน — นี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการ
ตัวอย่าง:
- EUR/USD ราคา 1.0850, ATR (14) = 0.0060
- Stop Loss = 1.0850 - (2 × 0.0060) = 1.0730
- เสี่ยง 120 pips หรือประมาณ 1.5% ของทุน
การขาดทุน 3-5 ครั้งติดกันเป็นเรื่องปกติแม้กระทั่งกับเทรดเดอร์ที่มี Win rate 60% การมี Risk Management ที่ดีจะทำให้คุณอยู่รอดและกลับมาทำกำไรได้ในระยะยาว
3. ปกป้องกำไรด้วยการถอนทุนบางส่วน
นักลงทุนมืออาชีพมักถอนกำไรออกมาเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันการ "คืนกำไรให้ตลาด"
วิธีการที่แนะนำ:
แบบ 50/50:
- ทุนเริ่มต้น 10,000 บาท
- เทรดได้กำไร 2,000 บาท (20%)
- ถอน 1,000 บาท เก็บไว้
- เทรดต่อด้วยทุน 11,000 บาท
แบบ Tiered Withdrawal:
- กำไรสะสม 10% → ถอน 25%
- กำไรสะสม 25% → ถอน 50%
- กำไรสะสม 50% → ถอน 75%
ข้อดี:
- ลดความเครียดทางจิตใจ
- มีเงินสดพร้อมใช้จริง
- ป้องกัน revenge trading หลังขาดทุน
4. สร้างระเบียบวินัยและควบคุมความโลภ
ความโลภและความกลัว (Greed and Fear) คือศัตรูตัวฉกาจของเทรดเดอร์ การมีระเบียบวินัยคือกุญแจสำคัญ
กฎเหล็กที่ควรปฏิบัติ:
-
มี Trading Plan เป็นลายลักษณ์อักษร
- เทรดคู่สกุลเงินใดบ้าง
- Session เวลาไหน (Asia/Europe/US)
- เงื่อนไข Entry/Exit ที่ชัดเจน
-
กำหนดจำนวนเทรดสูงสุดต่อวัน
- Scalper: 5-10 เทรด
- Day Trader: 2-5 เทรด
- Swing Trader: 1-2 เทรด
-
บันทึก Trading Journal ทุกออเดอร์
- เวลา, คู่สกุลเงิน, เหตุผลในการเทรด
- Entry price, Stop Loss, Take Profit
- ผลลัพธ์และบทเรียนที่ได้
-
หยุดเทรดเมื่อถึงเป้าหรือ Limit
- ถ้าได้กำไรตามเป้า 2% → หยุดทันที
- ถ้าขาดทุน 3% → หยุดและทบทวน
ใช้ Checklist ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง: (1) Setup ตรงตาม Plan? (2) Risk/Reward เหมาะสม? (3) อารมณ์พร้อม? (4) ยังไม่ถึง Daily limit? ถ้าคำตอบข้อใดข้อหนึ่งเป็น "ไม่" — อย่าเทรด
ตัวอย่างแผนการเทรดสำหรับกำไร 1% ต่อวัน
สมมติคุณมีทุน 10,000 บาท และต้องการกำไรเฉลี่ย 100 บาท/วัน (1%)
Setup:
- กลยุทธ์: Breakout Trading + Moving Average Crossover
- คู่สกุลเงิน: EUR/USD, GBP/USD (Spread ต่ำ)
- Session: European + US Overlap (15:00-20:00 GMT+7)
- Position size: 0.10 lot (10,000 units)
Risk Management:
- Risk per trade: 1% = 100 บาท
- Stop Loss: 30-40 pips
- Take Profit: 60-80 pips (R:R = 1:2)
- เทรดสูงสุด 3 ออเดอร์ต่อวัน
สถิติเป้าหมาย:
- Win rate: 50%
- 20 วันเทรด/เดือน
- เทรด 60 ออเดอร์/เดือน
- ชนะ 30 ออเดอร์ × 200 บาท = 6,000 บาท
- แพ้ 30 ออเดอร์ × -100 บาท = -3,000 บาท
- กำไรสุทธิ = 3,000 บาท (30%/เดือน)
หากคอมพาวด์ต่อเนื่อง:
- เดือนที่ 1: 10,000 → 13,000 บาท
- เดือนที่ 2: 13,000 → 16,900 บาท
- เดือนที่ 3: 16,900 → 21,970 บาท
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง — ในความเป็นจริง Win rate อาจผันผวนระหว่าง 40-60% และมีช่วง Drawdown ที่ต้องผ่าน อย่าคาดหวัง Linear Growth และควรถอนกำไรบางส่วนเป็นระยะๆ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่สามารถทำกำไรสม่ำเสมอ
1. Over-trading: เทรดมากเกินไปเพื่อไล่ตาม Loss
- แก้: กำหนด Maximum trades per day
2. ไม่ปรับ Position Size ตามทุน
- ทุนเหลือ 5,000 บาท แต่ยังเทรด 0.10 lot (เสี่ยง 2% แทนที่จะเป็น 1%)
- แก้: ใช้ Position Size Calculator ทุกครั้ง
3. Revenge Trading หลังขาดทุน
- พยายามทำกำไรคืนในออเดอร์เดียว โดยเพิ่ม Lot size
- แก้: หยุดเทรด 1-2 วันหลังขาดทุน 2-3 เทรดติด
4. ไม่ปรับกลยุทธ์ตาม Market Condition
- ใช้กลยุทธ์เดียวกันทั้ง Trending และ Ranging Market
- แก้: เรียนรู้ Market Structure และปรับ Indicator ให้เหมาะสม
5. FOMO (Fear of Missing Out)
- เห็นราคาวิ่งแล้วเข้า Trade โดยไม่มี Setup
- แก้: ใช้ Alert และรอจังหวะ Pullback
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้าเป้ากำไรวันละ 1% ใช้ทุนเท่าไหร่ถึงจะพอเลี้ยงตัวได้?
สมมติคุณต้องการรายได้ 15,000 บาท/เดือน กำไร 1%/วัน × 20 วัน = 20%/เดือน คุณต้องมีทุน 75,000 บาท (15,000 ÷ 20%)
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้มีทุนสำรอง 3-6 เดือนก่อนออกจากงานประจำ และควรถอนกำไรออกมาใช้จ่าย ไม่ใช่คอมพาวด์ทั้งหมด
ถ้าขาดทุน 3 วันติดกัน ควรทำอย่างไร?
หยุดเทรดทันที และทำ Post-Mortem Analysis:
- ทบทวน Trading Journal — Pattern การขาดทุนคืออะไร?
- ตรวจสอบว่าฝ่าฝืน Trading Plan หรือไม่
- พิจารณาเปลี่ยน Market Condition (Trending → Ranging?)
- กลับไปเทรด Demo 1-2 สัปดาห์ก่อนใช้เงินจริง
ควรใช้ Leverage เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่: ใช้ไม่เกิน 1:10-1:20 สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์: ไม่เกิน 1:50
การใช้ Leverage สูง (1:100-1:500) เพิ่มความเสี่ยง Margin Call อย่างมาก แม้คุณจะใช้ Stop Loss ก็ตาม Slippage ในช่วง News อาจทำให้ขาดทุนเกิน Stop Loss ที่ตั้งไว้
เทรดคู่สกุลเงินไหนดีสำหรับมือใหม่?
แนะนำ Major Pairs เท่านั้น:
- EUR/USD (Spread ต่ำสุด 0.5-1 pip)
- GBP/USD (Volatile ปานกลาง)
- USD/JPY (เคลื่อนไหวนุ่มนวล)
หลีกเลี่ยง Exotic Pairs (เช่น USD/TRY, EUR/ZAR) เพราะ Spread สูงและมีความผันผวนมาก
การเทรดพร้อมทำงานประจำทำได้จริงหรือ?
ได้ แต่ต้องเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะสม:
- Swing Trading: ถือออเดอร์ 2-7 วัน ใช้เวลาวิเคราะห์แค่ 30-60 นาที/วัน
- Position Trading: ถือออเดอร์ 1-3 เดือน ตาม Fundamental Trends
หลีกเลี่ยง Scalping หรือ Day Trading ที่ต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลา เว้นแต่คุณจะมีเวลา Flexible
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


