ทำกำไร Forex มากกว่า 30% ต่อเดือน ทำได้จริงหรอ?
การทำกำไร 30% ต่อเดือนในตลาด Forex เป็นเป้าหมายที่หลายคนตั้งไว้ แต่เป็นไปได้จริงหรือไม่ และถ้าทำได้ แล้วมีความเสี่ยงอย่างไร

การทำกำไร 30% ต่อเดือนในตลาด Forex เป็นเป้าหมายที่หลายคนตั้งไว้ แต่เป็นไปได้จริงหรือไม่? และถ้าทำได้ แล้วมีความเสี่ยงอย่างไร? บทความนี้จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง พร้อมแนวทางการตั้งเป้าหมายที่สมจริงสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ
สรุปสาระสำคัญ
- การทำกำไร 30% ต่อเดือนเป็นไปได้ แต่มาพร้อมความเสี่ยงสูงที่ต้องยอมรับ
- ผลตอบแทนสูงมักแลกมาด้วยความเสี่ยงสูง (High Risk High Return) — หลักการพื้นฐานของตลาดการเงิน
- เทรดเดอร์มืออาชีพมักตั้งเป้ากำไรเล็กๆ สม่ำเสมอ ดีกว่ากำไรก้อนใหญ่ที่มีความเสี่ยงล้างพอร์ต
- การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) สำคัญกว่าการไล่ตามผลตอบแทนสูง
- ก่อนตั้งค่า Lot Size ต้องคำนวณว่ายอมรับขาดทุนได้มากสุดเท่าไหร่
ทำไมคนถึงสนใจการเทรด Forex
ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ที่ประมาณ 0.50–1.50% ต่อปี หลายคนเริ่มมองหาช่องทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า Forex กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะ:
เทรดได้ 24 ชั่วโมง — ตลาด Forex เปิดตลอดวันจันทร์ถึงศุกร์ คุณสามารถเทรดหลังเลิกงานได้โดยไม่ต้องลาออกมาเป็นเทรดเดอร์เต็มเวลา
เงินทุนเริ่มต้นต่ำ — โบรกเกอร์หลายแห่งรับฝากขั้นต่ำเพียง $10–$100 USD (ประมาณ 350–3,500 บาท) ทำให้เข้าถึงได้ง่าย
Leverage ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ — การใช้เลเวอเรจ 1:100 หมายความว่าเงิน 1,000 บาทสามารถเทรดได้เท่ากับ 100,000 บาท ซึ่งทำให้มีโอกาสทำกำไรเร็ว
Leverage เป็นดาบสองคม — ถ้าราคาไปไม่ตามที่คาด การขาดทุนก็เท่ากับ 100 เท่าเช่นกัน ห้ามมองแค่ด้านกำไร
กำไร 30% ต่อเดือนเป็นไปได้หรือไม่
คำตอบคือ เป็นไปได้ — มีเทรดเดอร์หลายคนที่ทำได้จริง บางคนถึงขั้นทำกำไร 100% ในเดือนเดียว แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ "ทำได้อย่างยั่งยืนหรือไม่" และ "ต้องเสี่ยงมากแค่ไหน"
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติคุณมีเงินในบัญชี 10,000 บาท และต้องการกำไร 30% ในหนึ่งเดือน:
- เป้ากำไร: 3,000 บาท (30% ของ 10,000)
- จำนวนวันเทรด: สมมติ 20 วันทำการ
- กำไรเฉลี่ยต่อวัน: 150 บาท (3,000 ÷ 20)
ถ้าใช้ Lot Size 0.10 ในคู่เงิน EUR/USD และทำกำไร 15 pips ต่อวัน (1 pip ≈ $1 USD สำหรับ 0.10 lot) คุณจะได้กำไรประมาณ 15 USD หรือ 500 บาทต่อวัน — ฟังดูดี แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งขาดทุน 15 pips คุณก็เสียไปเท่ากัน
ปัญหาคือ: เพื่อให้ได้กำไร 30% ต่อเดือน คุณต้องใช้ Lot Size หรือความถี่ในการเทรดที่สูงกว่าปกติ ซึ่งหมายความว่า ความเสี่ยงต่อการขาดทุนก็สูงขึ้นตาม
High Risk High Return — กฎเหล็กของตลาดการเงิน
หลักการนี้ใช้ได้กับทุกตลาด ไม่ใช่แค่ Forex:
| ผลตอบแทนที่ต้องการ | ระดับความเสี่ยง | ตัวอย่างกลยุทธ์ |
|---|---|---|
| 5-10% ต่อปี | ต่ำ | ซื้อพันธบัตรรัฐบาล, เงินฝากประจำ |
| 10-20% ต่อปี | กลาง | กองทุน Index Fund, หุ้นปันผล |
| 30-100% ต่อเดือน | สูงมาก | Forex Scalping, ใช้ Leverage สูง |
ถ้าคุณตั้งเป้ากำไร 30% ต่อเดือน คุณต้องยอมรับว่า มีโอกาสขาดทุน 30% หรือมากกว่าในเดือนเดียวกันได้
เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนตั้งเป้าเพียง 5-15% ต่อเดือน เพราะพวกเขารู้ว่าความสม่ำเสมอสำคัญกว่าผลตอบแทนสูง
ทำไมเทรดเดอร์มืออาชีพไม่ไล่ตามกำไรก้อนใหญ่
1. ความโลภทำลายวินัย
เมื่อคุณตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไป เช่น 50% หรือ 100% ต่อเดือน คุณจะเริ่มรู้สึกกดดันว่า "ต้องเทรดให้ได้เท่านี้ให้ได้" ผลคือ:
- Over-trading — เปิดออร์เดอร์บ่อยเกินไปโดยไม่มี setup ที่ดี
- Revenge trading — พยายามคืนทุนหลังขาดทุน ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด
- Ignoring stop loss — หวังว่าราคาจะกลับมา แต่สุดท้ายขาดทุนหนัก
2. การบริหารเงินแบบมืออาชีพ
เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจะกำหนด Risk per Trade ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมด
ตัวอย่าง: ถ้ามีเงิน 100,000 บาท
- เสี่ยงต่อออร์เดอร์: ไม่เกิน 2,000 บาท (2%)
- ถ้าขาดทุน 10 ครั้งติด: เสีย 20,000 บาท — ยังเหลือเงิน 80,000 บาทสามารถกลับมาเทรดต่อได้
- ถ้าใช้ 10% ต่อออร์เดอร์: ขาดทุน 5 ครั้งก็เหลือแค่ 50,000 บาท — ยากมากที่จะกลับมา
3. กำไรเล็กๆ แต่สม่ำเสมอ ดีกว่ากำไรก้อนใหญ่ที่เสี่ยงล้างพอร์ต
สมมติสองเทรดเดอร์:
เทรดเดอร์ A:
- ตั้งเป้ากำไร 2% ต่อวัน
- เทรดได้ 15 วันต่อเดือน (ชนะ 10 วัน เสีย 5 วัน)
- กำไรสุทธิประมาณ 15% ต่อเดือน
เทรดเดอร์ B:
- ตั้งเป้ากำไร 30% ต่อเดือน
- ใช้ Lot Size สูง เสี่ยง 10% ต่อออร์เดอร์
- ชนะ 2 เดือนแรก (+60%) แต่เดือนที่ 3 ขาดทุน 40% — รวมแล้วได้กำไร 20% แต่เครียดมาก
ในระยะยาว เทรดเดอร์ A มีโอกาสอยู่รอดและทำกำไรต่อเนื่องได้สูงกว่า
แนวทางการตั้งเป้าหมายที่สมจริง
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ถามตัวเองว่า: "ถ้าขาดทุน 20% ในเดือนหนึ่ง ฉันจะรู้สึกอย่างไร?"
- ถ้ารู้สึก "โอเค ยังทนได้" → คุณพร้อมเทรดระดับนี้
- ถ้ารู้สึก "แย่มาก ไม่นอนได้" → ลดความเสี่ยงลง
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณ Risk-Reward Ratio
เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ 1:2 หรือ 1:3

- Risk 1% เพื่อได้ Reward 2%
- ถ้าชนะ 50% ของเวลา คุณก็ยังกำไร
ตัวอย่าง:
- เปิด 10 ออร์เดอร์ ชนะ 5 เสีย 5
- เสีย 5 ออร์เดอร์ × 1% = -5%
- ชนะ 5 ออร์เดอร์ × 2% = +10%
- กำไรสุทธิ 5% แม้ว่าจะชนะแค่ 50%
ขั้นตอนที่ 3: ทดสอบใน Demo Account ก่อน
ก่อนจะใช้เงินจริง ให้ทดสอบกลยุทธ์อย่างน้อย 3 เดือนใน Demo Account
- บันทึกทุกออร์เดอร์ใน Trading Journal
- วิเคราะห์ว่าอะไรทำให้ชนะ อะไรทำให้แพ้
- ปรับปรุงกลยุทธ์จนมั่นใจ
หลายโบรกเกอร์เช่น Exness, XM, IC Markets มี Demo Account ฟรี ใช้งานได้ไม่จำกัดเวลา — ใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่
อันตรายของการไล่ตามกำไร 100% ต่อเดือน
หากคุณเห็นโฆษณาที่บอกว่า "ทำกำไร 100% ใน 1 เดือน" ต้องระวัง เพราะ:
1. ต้องใช้ Leverage สูงมาก
เพื่อให้ได้กำไร 100% คุณอาจต้องใช้ Leverage 1:500 หรือสูงกว่า ซึ่งหมายความว่า:

- ราคาเคลื่อนไหวผิดทางแค่ 0.20% → คุณ Margin Call
- ไม่มีโอกาสแก้ตัว
2. Martingale และกลยุทธ์เสี่ยง
บางคนใช้วิธีเพิ่ม Lot เมื่อขาดทุน (Martingale) เช่น:
- ออร์เดอร์ที่ 1: 0.01 lot (เสีย)
- ออร์เดอร์ที่ 2: 0.02 lot (เสีย)
- ออร์เดอร์ที่ 3: 0.04 lot (เสีย)
- ออร์เดอร์ที่ 4: 0.08 lot (ถ้าเสียอีกก็ล้างพอร์ต)
วิธีนี้ ทำกำไรได้ในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะล้างพอร์ตแน่นอน
3. ความเครียดและสุขภาพจิต
การเทรดเพื่อเป้าหมายสูงๆ ทำให้:
- ดูราคาตลอดเวลา
- นอนไม่หลับ
- กดดันจากผลขาดทุน
เทรดเดอร์ที่ดีต้องมีชีวิตที่สมดุล ไม่ใช่ติดหน้าจอ 24 ชั่วโมง
กรณีศึกษา: เทรดเดอร์สองคนกับเป้าหมายต่างกัน
เทรดเดอร์ที่ 1: มุ่งเป้ากำไร 100% ต่อเดือน
- ใช้ Leverage 1:500
- เสี่ยง 20% ต่อออร์เดอร์
- เดือนที่ 1: +120% ✅
- เดือนที่ 2: +80% ✅
- เดือนที่ 3: -100% ❌ (ล้างพอร์ต)
ผลลัพธ์: กลับมาเป็นศูนย์ หรือแย่กว่าเดิม
เทรดเดอร์ที่ 2: มุ่งเป้ากำไร 10% ต่อเดือน
- ใช้ Leverage 1:100
- เสี่ยง 2% ต่อออร์เดอร์
- เดือนที่ 1: +12% ✅
- เดือนที่ 2: +8% ✅
- เดือนที่ 3: -3% (เดือนที่แย่) ❌
- เดือนที่ 4–12: เฉลี่ย +10% ต่อเดือน
ผลลัพธ์ 1 ปี: เงินทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 120% โดยไม่เคยล้างพอร์ต
ข้อสรุป: ความสม่ำเสมอชนะความโลภ
เครื่องมือช่วยบริหารความเสี่ยง
1. Position Size Calculator
ก่อนเปิดออร์เดอร์ทุกครั้ง ใช้เครื่องคำนวณ Lot Size เช่น:
เครื่องมือ
Lot Size Calculator
คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize
หลัก Risk Management
- MyFxBook Position Size Calculator
- BabyPips Position Size Calculator
กรอกข้อมูล:
- Account Balance: 10,000 USD
- Risk Percentage: 2%
- Stop Loss: 50 pips
→ ระบบจะบอกว่าควรใช้ Lot เท่าไหร่
2. Trading Journal
บันทึกทุกออร์เดอร์ใน Excel หรือ Google Sheets:
| วันที่ | คู่เงิน | Setup | Entry | Stop Loss | Take Profit | ผลลัพธ์ | เหตุผล |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2024-01-15 | EUR/USD | Pin Bar | 1.0850 | 1.0820 | 1.0900 | +50 pips | ราคา Bounce ที่ Support |
การบันทึกจะช่วยให้คุณเห็นรูปแบบของตัวเอง เช่น "ฉันเทรดยูโรได้ดีกว่าปอนด์" หรือ "ฉันมักจะเสียในวันศุกร์"
3. Stop Loss ที่ชัดเจน
ห้ามเปิดออร์เดอร์โดยไม่มี Stop Loss — นี่คือข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของเทรดเดอร์มือใหม่
กฎง่ายๆ:
- ถ้า Stop Loss ถูกราคา → ยอมรับขาดทุน
- อย่าเลื่อน Stop Loss ให้ไกลออกไปเพราะ "หวังว่าราคาจะกลับ"
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
1. เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
อย่าดูโพสต์ในกลุ่มที่คนโชว์กำไร 200% แล้วรู้สึกว่า "ฉันต้องทำได้แบบนั้นบ้าง" — คุณไม่รู้ว่าเขาใช้เงินเท่าไหร่ หรือเสี่ยงแค่ไหน
2. เปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป
ทดสอบหนึ่งกลยุทธ์อย่างน้อย 100 ออร์เดอร์ก่อนตัดสินใจว่า "ใช้ไม่ได้" — การกระโดดไปมาระหว่างกลยุทธ์ต่างๆ เป็นสาเหตุที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ก้าวหน้า
3. ไม่มีแผนสำรอง
ถามตัวเองว่า: "ถ้าขาดทุน 50% ในเดือนนี้ ฉันจะทำอย่างไร?"
- พักการเทรด 1 สัปดาห์
- ทบทวน Trading Journal
- ปรับกลยุทธ์
อย่าพยายามคืนทุนในทันที — นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ
สรุป: กำไร 30% หรือ 100% ต่อเดือนเป็นไปได้ แต่...
การทำกำไร 30% หรือแม้แต่ 100% ต่อเดือนในตลาด Forex เป็นไปได้ทางเทคนิค และมีคนทำสำเร็จจริง แต่คุณต้องตอบคำถามนี้ให้ได้:
"ถ้าวันนี้ฉันขาดทุน 30% หรือ 100% ฉันจะยอมรับได้หรือไม่?"
ถ้าคำตอบคือ ไม่ยอมรับได้ แสดงว่าเป้าหมายนั้นไม่เหมาะกับคุณ
แนวทางที่ดีกว่า
- ตั้งเป้ากำไร 5-15% ต่อเดือน — สมจริงและยั่งยืน
- ใช้ Risk Management อย่างเคร่งครัด — เสี่ยงไม่เกิน 2% ต่อออร์เดอร์
- มุ่งเน้นความสม่ำเสมอ — ชนะทีละน้อย ดีกว่าชนะใหญ่แล้วเสียหมด
- บันทึกและวิเคราะห์ — Trading Journal คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด
- ทดสอบใน Demo ก่อนเสมอ — อย่ารีบใช้เงินจริง
จำไว้ว่า Forex ไม่ใช่การพนัน — เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จคือคนที่รอดชีวิตได้นานพอที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่ใช่คนที่ทำกำไรสูงสุดในเดือนแรก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กำไร 30% ต่อเดือนถือว่าสูงไหมในตลาด Forex?
ถือว่าสูงมาก เทียบกับมาตรฐานของเทรดเดอร์มืออาชีพ ผลตอบแทน 5-15% ต่อเดือนถือว่าดีมากแล้ว การตั้งเป้า 30% หมายความว่าคุณต้องเสี่ยงสูงกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ล้างพอร์ตได้ถ้าตลาดไม่เป็นใจ
ใช้ Leverage เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย?
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ แนะนำ 1:50 ถึง 1:100 — ใช้ Leverage สูงกว่า 1:200 มีความเสี่ยงมาก เพราะราคาเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ Margin Call ได้
ถ้าขาดทุน 3 เดือนติด ควรทำอย่างไร?
หยุดเทรดด้วยเงินจริงทันที กลับไปฝึกใน Demo Account ทบทวน Trading Journal เพื่อหาสาเหตุของความผิดพลาด อาจต้องเปลี่ยนกลยุทธ์หรือปรับวิธีบริหารเงิน อย่าพยายามคืนทุนด้วยการเพิ่ม Lot Size — นั่นเป็นทางตันแน่นอน
มีเทรดเดอร์คนไหนทำกำไร 100% ต่อเดือนได้จริงไหม?
มี — แต่ส่วนใหญ่ทำได้เพียงช่วงสั้นๆ ในสภาวะตลาดที่เหมาะสม เช่น ช่วง Trend ชัดเจน ปัญหาคือการรักษาระดับนี้ไว้ได้ยาวนานเป็นไปไม่ได้เกือบทั้งหมด เพราะยิ่งเสี่ยงสูง โอกาสขาดทุนหนักก็มากขึ้น
ควรเริ่มต้นด้วยเงินเท่าไหร่?
แนะนำอย่างน้อย $500–$1,000 USD (ประมาณ 18,000–35,000 บาท) เพื่อให้สามารถใช้ Risk Management ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเงินทุนน้อยเกินไป (เช่น $50) คุณจะไม่มีพื้นที่ในการผิดพลาดและเรียนรู้ แต่ก่อนใช้เงินจริง ต้องฝึกใน Demo Account อย่างน้อย 3-6 เดือนก่อน
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


