U
UHAS
XAU/USD0.00%

ทำกำไร Forex มากกว่า 30% ต่อเดือน ทำได้จริงหรอ?

การทำกำไร 30% ต่อเดือนในตลาด Forex เป็นเป้าหมายที่หลายคนตั้งไว้ แต่เป็นไปได้จริงหรือไม่ และถ้าทำได้ แล้วมีความเสี่ยงอย่างไร

P
Patiphan Uhas
26 มกราคม 2564·5 นาทีอ่าน
แชร์
ทำกำไร Forex มากกว่า 30% ต่อเดือน ทำได้จริงหรอ?

การทำกำไร 30% ต่อเดือนในตลาด Forex เป็นเป้าหมายที่หลายคนตั้งไว้ แต่เป็นไปได้จริงหรือไม่? และถ้าทำได้ แล้วมีความเสี่ยงอย่างไร? บทความนี้จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง พร้อมแนวทางการตั้งเป้าหมายที่สมจริงสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ

สรุปสาระสำคัญ

  • การทำกำไร 30% ต่อเดือนเป็นไปได้ แต่มาพร้อมความเสี่ยงสูงที่ต้องยอมรับ
  • ผลตอบแทนสูงมักแลกมาด้วยความเสี่ยงสูง (High Risk High Return) — หลักการพื้นฐานของตลาดการเงิน
  • เทรดเดอร์มืออาชีพมักตั้งเป้ากำไรเล็กๆ สม่ำเสมอ ดีกว่ากำไรก้อนใหญ่ที่มีความเสี่ยงล้างพอร์ต
  • การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) สำคัญกว่าการไล่ตามผลตอบแทนสูง
  • ก่อนตั้งค่า Lot Size ต้องคำนวณว่ายอมรับขาดทุนได้มากสุดเท่าไหร่

ทำไมคนถึงสนใจการเทรด Forex

ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ที่ประมาณ 0.50–1.50% ต่อปี หลายคนเริ่มมองหาช่องทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า Forex กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะ:

เทรดได้ 24 ชั่วโมง — ตลาด Forex เปิดตลอดวันจันทร์ถึงศุกร์ คุณสามารถเทรดหลังเลิกงานได้โดยไม่ต้องลาออกมาเป็นเทรดเดอร์เต็มเวลา

เงินทุนเริ่มต้นต่ำโบรกเกอร์หลายแห่งรับฝากขั้นต่ำเพียง $10–$100 USD (ประมาณ 350–3,500 บาท) ทำให้เข้าถึงได้ง่าย

Leverage ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ — การใช้เลเวอเรจ 1:100 หมายความว่าเงิน 1,000 บาทสามารถเทรดได้เท่ากับ 100,000 บาท ซึ่งทำให้มีโอกาสทำกำไรเร็ว

NOTE

Leverage เป็นดาบสองคม — ถ้าราคาไปไม่ตามที่คาด การขาดทุนก็เท่ากับ 100 เท่าเช่นกัน ห้ามมองแค่ด้านกำไร

https://youtu.be/bRUG8IFI0kA

กำไร 30% ต่อเดือนเป็นไปได้หรือไม่

คำตอบคือ เป็นไปได้ — มีเทรดเดอร์หลายคนที่ทำได้จริง บางคนถึงขั้นทำกำไร 100% ในเดือนเดียว แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ "ทำได้อย่างยั่งยืนหรือไม่" และ "ต้องเสี่ยงมากแค่ไหน"

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติคุณมีเงินในบัญชี 10,000 บาท และต้องการกำไร 30% ในหนึ่งเดือน:

  • เป้ากำไร: 3,000 บาท (30% ของ 10,000)
  • จำนวนวันเทรด: สมมติ 20 วันทำการ
  • กำไรเฉลี่ยต่อวัน: 150 บาท (3,000 ÷ 20)

ถ้าใช้ Lot Size 0.10 ในคู่เงิน EUR/USD และทำกำไร 15 pips ต่อวัน (1 pip ≈ $1 USD สำหรับ 0.10 lot) คุณจะได้กำไรประมาณ 15 USD หรือ 500 บาทต่อวัน — ฟังดูดี แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งขาดทุน 15 pips คุณก็เสียไปเท่ากัน

ปัญหาคือ: เพื่อให้ได้กำไร 30% ต่อเดือน คุณต้องใช้ Lot Size หรือความถี่ในการเทรดที่สูงกว่าปกติ ซึ่งหมายความว่า ความเสี่ยงต่อการขาดทุนก็สูงขึ้นตาม

High Risk High Return — กฎเหล็กของตลาดการเงิน

หลักการนี้ใช้ได้กับทุกตลาด ไม่ใช่แค่ Forex:

ผลตอบแทนที่ต้องการระดับความเสี่ยงตัวอย่างกลยุทธ์
5-10% ต่อปีต่ำซื้อพันธบัตรรัฐบาล, เงินฝากประจำ
10-20% ต่อปีกลางกองทุน Index Fund, หุ้นปันผล
30-100% ต่อเดือนสูงมากForex Scalping, ใช้ Leverage สูง

ถ้าคุณตั้งเป้ากำไร 30% ต่อเดือน คุณต้องยอมรับว่า มีโอกาสขาดทุน 30% หรือมากกว่าในเดือนเดียวกันได้

INFO

เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนตั้งเป้าเพียง 5-15% ต่อเดือน เพราะพวกเขารู้ว่าความสม่ำเสมอสำคัญกว่าผลตอบแทนสูง

ทำไมเทรดเดอร์มืออาชีพไม่ไล่ตามกำไรก้อนใหญ่

1. ความโลภทำลายวินัย

เมื่อคุณตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไป เช่น 50% หรือ 100% ต่อเดือน คุณจะเริ่มรู้สึกกดดันว่า "ต้องเทรดให้ได้เท่านี้ให้ได้" ผลคือ:

  • Over-trading — เปิดออร์เดอร์บ่อยเกินไปโดยไม่มี setup ที่ดี
  • Revenge trading — พยายามคืนทุนหลังขาดทุน ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด
  • Ignoring stop loss — หวังว่าราคาจะกลับมา แต่สุดท้ายขาดทุนหนัก

2. การบริหารเงินแบบมืออาชีพ

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจะกำหนด Risk per Trade ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมด

ตัวอย่าง: ถ้ามีเงิน 100,000 บาท

  • เสี่ยงต่อออร์เดอร์: ไม่เกิน 2,000 บาท (2%)
  • ถ้าขาดทุน 10 ครั้งติด: เสีย 20,000 บาท — ยังเหลือเงิน 80,000 บาทสามารถกลับมาเทรดต่อได้
  • ถ้าใช้ 10% ต่อออร์เดอร์: ขาดทุน 5 ครั้งก็เหลือแค่ 50,000 บาท — ยากมากที่จะกลับมา

3. กำไรเล็กๆ แต่สม่ำเสมอ ดีกว่ากำไรก้อนใหญ่ที่เสี่ยงล้างพอร์ต

สมมติสองเทรดเดอร์:

เทรดเดอร์ A:

  • ตั้งเป้ากำไร 2% ต่อวัน
  • เทรดได้ 15 วันต่อเดือน (ชนะ 10 วัน เสีย 5 วัน)
  • กำไรสุทธิประมาณ 15% ต่อเดือน

เทรดเดอร์ B:

  • ตั้งเป้ากำไร 30% ต่อเดือน
  • ใช้ Lot Size สูง เสี่ยง 10% ต่อออร์เดอร์
  • ชนะ 2 เดือนแรก (+60%) แต่เดือนที่ 3 ขาดทุน 40% — รวมแล้วได้กำไร 20% แต่เครียดมาก

ในระยะยาว เทรดเดอร์ A มีโอกาสอยู่รอดและทำกำไรต่อเนื่องได้สูงกว่า

https://youtu.be/f89uzy1D-JY

แนวทางการตั้งเป้าหมายที่สมจริง

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ถามตัวเองว่า: "ถ้าขาดทุน 20% ในเดือนหนึ่ง ฉันจะรู้สึกอย่างไร?"

  • ถ้ารู้สึก "โอเค ยังทนได้" → คุณพร้อมเทรดระดับนี้
  • ถ้ารู้สึก "แย่มาก ไม่นอนได้" → ลดความเสี่ยงลง

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณ Risk-Reward Ratio

เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ 1:2 หรือ 1:3

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
  • Risk 1% เพื่อได้ Reward 2%
  • ถ้าชนะ 50% ของเวลา คุณก็ยังกำไร

ตัวอย่าง:

  • เปิด 10 ออร์เดอร์ ชนะ 5 เสีย 5
  • เสีย 5 ออร์เดอร์ × 1% = -5%
  • ชนะ 5 ออร์เดอร์ × 2% = +10%
  • กำไรสุทธิ 5% แม้ว่าจะชนะแค่ 50%

ขั้นตอนที่ 3: ทดสอบใน Demo Account ก่อน

ก่อนจะใช้เงินจริง ให้ทดสอบกลยุทธ์อย่างน้อย 3 เดือนใน Demo Account

  • บันทึกทุกออร์เดอร์ใน Trading Journal
  • วิเคราะห์ว่าอะไรทำให้ชนะ อะไรทำให้แพ้
  • ปรับปรุงกลยุทธ์จนมั่นใจ
TIP

หลายโบรกเกอร์เช่น Exness, XM, IC Markets มี Demo Account ฟรี ใช้งานได้ไม่จำกัดเวลา — ใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่

อันตรายของการไล่ตามกำไร 100% ต่อเดือน

หากคุณเห็นโฆษณาที่บอกว่า "ทำกำไร 100% ใน 1 เดือน" ต้องระวัง เพราะ:

1. ต้องใช้ Leverage สูงมาก

เพื่อให้ได้กำไร 100% คุณอาจต้องใช้ Leverage 1:500 หรือสูงกว่า ซึ่งหมายความว่า:

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
  • ราคาเคลื่อนไหวผิดทางแค่ 0.20% → คุณ Margin Call
  • ไม่มีโอกาสแก้ตัว

2. Martingale และกลยุทธ์เสี่ยง

บางคนใช้วิธีเพิ่ม Lot เมื่อขาดทุน (Martingale) เช่น:

  • ออร์เดอร์ที่ 1: 0.01 lot (เสีย)
  • ออร์เดอร์ที่ 2: 0.02 lot (เสีย)
  • ออร์เดอร์ที่ 3: 0.04 lot (เสีย)
  • ออร์เดอร์ที่ 4: 0.08 lot (ถ้าเสียอีกก็ล้างพอร์ต)

วิธีนี้ ทำกำไรได้ในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะล้างพอร์ตแน่นอน

3. ความเครียดและสุขภาพจิต

การเทรดเพื่อเป้าหมายสูงๆ ทำให้:

  • ดูราคาตลอดเวลา
  • นอนไม่หลับ
  • กดดันจากผลขาดทุน

เทรดเดอร์ที่ดีต้องมีชีวิตที่สมดุล ไม่ใช่ติดหน้าจอ 24 ชั่วโมง

https://youtu.be/sD6qY1rwhwo

กรณีศึกษา: เทรดเดอร์สองคนกับเป้าหมายต่างกัน

เทรดเดอร์ที่ 1: มุ่งเป้ากำไร 100% ต่อเดือน

  • ใช้ Leverage 1:500
  • เสี่ยง 20% ต่อออร์เดอร์
  • เดือนที่ 1: +120% ✅
  • เดือนที่ 2: +80% ✅
  • เดือนที่ 3: -100% ❌ (ล้างพอร์ต)

ผลลัพธ์: กลับมาเป็นศูนย์ หรือแย่กว่าเดิม

เทรดเดอร์ที่ 2: มุ่งเป้ากำไร 10% ต่อเดือน

  • ใช้ Leverage 1:100
  • เสี่ยง 2% ต่อออร์เดอร์
  • เดือนที่ 1: +12% ✅
  • เดือนที่ 2: +8% ✅
  • เดือนที่ 3: -3% (เดือนที่แย่) ❌
  • เดือนที่ 4–12: เฉลี่ย +10% ต่อเดือน

ผลลัพธ์ 1 ปี: เงินทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 120% โดยไม่เคยล้างพอร์ต

ข้อสรุป: ความสม่ำเสมอชนะความโลภ

เครื่องมือช่วยบริหารความเสี่ยง

1. Position Size Calculator

ก่อนเปิดออร์เดอร์ทุกครั้ง ใช้เครื่องคำนวณ Lot Size เช่น:

เครื่องมือ

Lot Size Calculator

คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize

ผลลัพธ์
ความเสี่ยงต่อ Trade
$100.00
Lot Size แนะนำ
2.00
Lot size คำนวณ2.0000 lots
Risk/Trade1% = $100.00
Pip value @ 2.00 lot$2.00/pip

หลัก Risk Management

1% Rule
เสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อ Trade — มือใหม่ควรเริ่มที่ 0.5% เพื่อให้ account อยู่รอดระหว่างเรียนรู้
2% Rule
มือกลาง-อาชีพที่มีระบบชัดเจน ความแม่นยำสูง อาจเพิ่มเป็น 2% ต่อ Trade ได้
ห้ามเกิน 5%
เสี่ยงเกิน 5% ต่อ Trade = Gambling ไม่ใช่ Trading — ถ้าแพ้ติดกัน 10 ครั้ง จะหมดพอร์ต 40%
  • MyFxBook Position Size Calculator
  • BabyPips Position Size Calculator

กรอกข้อมูล:

  • Account Balance: 10,000 USD
  • Risk Percentage: 2%
  • Stop Loss: 50 pips

→ ระบบจะบอกว่าควรใช้ Lot เท่าไหร่

2. Trading Journal

บันทึกทุกออร์เดอร์ใน Excel หรือ Google Sheets:

วันที่คู่เงินSetupEntryStop LossTake Profitผลลัพธ์เหตุผล
2024-01-15EUR/USDPin Bar1.08501.08201.0900+50 pipsราคา Bounce ที่ Support

การบันทึกจะช่วยให้คุณเห็นรูปแบบของตัวเอง เช่น "ฉันเทรดยูโรได้ดีกว่าปอนด์" หรือ "ฉันมักจะเสียในวันศุกร์"

3. Stop Loss ที่ชัดเจน

ห้ามเปิดออร์เดอร์โดยไม่มี Stop Loss — นี่คือข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของเทรดเดอร์มือใหม่

กฎง่ายๆ:

  • ถ้า Stop Loss ถูกราคา → ยอมรับขาดทุน
  • อย่าเลื่อน Stop Loss ให้ไกลออกไปเพราะ "หวังว่าราคาจะกลับ"

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

1. เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

อย่าดูโพสต์ในกลุ่มที่คนโชว์กำไร 200% แล้วรู้สึกว่า "ฉันต้องทำได้แบบนั้นบ้าง" — คุณไม่รู้ว่าเขาใช้เงินเท่าไหร่ หรือเสี่ยงแค่ไหน

2. เปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป

ทดสอบหนึ่งกลยุทธ์อย่างน้อย 100 ออร์เดอร์ก่อนตัดสินใจว่า "ใช้ไม่ได้" — การกระโดดไปมาระหว่างกลยุทธ์ต่างๆ เป็นสาเหตุที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ก้าวหน้า

3. ไม่มีแผนสำรอง

ถามตัวเองว่า: "ถ้าขาดทุน 50% ในเดือนนี้ ฉันจะทำอย่างไร?"

  • พักการเทรด 1 สัปดาห์
  • ทบทวน Trading Journal
  • ปรับกลยุทธ์

อย่าพยายามคืนทุนในทันที — นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ

สรุป: กำไร 30% หรือ 100% ต่อเดือนเป็นไปได้ แต่...

การทำกำไร 30% หรือแม้แต่ 100% ต่อเดือนในตลาด Forex เป็นไปได้ทางเทคนิค และมีคนทำสำเร็จจริง แต่คุณต้องตอบคำถามนี้ให้ได้:

"ถ้าวันนี้ฉันขาดทุน 30% หรือ 100% ฉันจะยอมรับได้หรือไม่?"

ถ้าคำตอบคือ ไม่ยอมรับได้ แสดงว่าเป้าหมายนั้นไม่เหมาะกับคุณ

แนวทางที่ดีกว่า

  1. ตั้งเป้ากำไร 5-15% ต่อเดือน — สมจริงและยั่งยืน
  2. ใช้ Risk Management อย่างเคร่งครัด — เสี่ยงไม่เกิน 2% ต่อออร์เดอร์
  3. มุ่งเน้นความสม่ำเสมอ — ชนะทีละน้อย ดีกว่าชนะใหญ่แล้วเสียหมด
  4. บันทึกและวิเคราะห์ — Trading Journal คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด
  5. ทดสอบใน Demo ก่อนเสมอ — อย่ารีบใช้เงินจริง

จำไว้ว่า Forex ไม่ใช่การพนัน — เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จคือคนที่รอดชีวิตได้นานพอที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่ใช่คนที่ทำกำไรสูงสุดในเดือนแรก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กำไร 30% ต่อเดือนถือว่าสูงไหมในตลาด Forex?

ถือว่าสูงมาก เทียบกับมาตรฐานของเทรดเดอร์มืออาชีพ ผลตอบแทน 5-15% ต่อเดือนถือว่าดีมากแล้ว การตั้งเป้า 30% หมายความว่าคุณต้องเสี่ยงสูงกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ล้างพอร์ตได้ถ้าตลาดไม่เป็นใจ

ใช้ Leverage เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย?

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ แนะนำ 1:50 ถึง 1:100 — ใช้ Leverage สูงกว่า 1:200 มีความเสี่ยงมาก เพราะราคาเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ Margin Call ได้

ถ้าขาดทุน 3 เดือนติด ควรทำอย่างไร?

หยุดเทรดด้วยเงินจริงทันที กลับไปฝึกใน Demo Account ทบทวน Trading Journal เพื่อหาสาเหตุของความผิดพลาด อาจต้องเปลี่ยนกลยุทธ์หรือปรับวิธีบริหารเงิน อย่าพยายามคืนทุนด้วยการเพิ่ม Lot Size — นั่นเป็นทางตันแน่นอน

มีเทรดเดอร์คนไหนทำกำไร 100% ต่อเดือนได้จริงไหม?

มี — แต่ส่วนใหญ่ทำได้เพียงช่วงสั้นๆ ในสภาวะตลาดที่เหมาะสม เช่น ช่วง Trend ชัดเจน ปัญหาคือการรักษาระดับนี้ไว้ได้ยาวนานเป็นไปไม่ได้เกือบทั้งหมด เพราะยิ่งเสี่ยงสูง โอกาสขาดทุนหนักก็มากขึ้น

ควรเริ่มต้นด้วยเงินเท่าไหร่?

แนะนำอย่างน้อย $500–$1,000 USD (ประมาณ 18,000–35,000 บาท) เพื่อให้สามารถใช้ Risk Management ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเงินทุนน้อยเกินไป (เช่น $50) คุณจะไม่มีพื้นที่ในการผิดพลาดและเรียนรู้ แต่ก่อนใช้เงินจริง ต้องฝึกใน Demo Account อย่างน้อย 3-6 เดือนก่อน

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง