U
UHAS
XAU/USD—0.00%

บิทคอยน์ Bitcoin น่าเทรดมาก

บิทคอยน์กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความสนใจสูงสุดในตลาดการเงินโลก

P
Patiphan Uhas
2 มกราคม 2564·3 นาทีอ่าน
แชร์
บิทคอยน์ Bitcoin น่าเทรดมาก

บิทคอยน์กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความสนใจสูงสุดในตลาดการเงินโลก ด้วยความผันผวนของราคาที่สูงและสภาพคล่องที่ดีทำให้หลายคนมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างกำไร แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด Bitcoin คุณควรเข้าใจทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่แท้จริงของสินทรัพย์ชนิดนี้

สรุปสาระสำคัญ

  • Bitcoin คือสกุลเงินดิจิทัลที่มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ทำให้มีคุณสมบัติต้านเงินเฟ้อ
  • ตลาด Bitcoin เปิดซื้อขายตลอด 24/7 ไม่มีวันหยุด มีสภาพคล่องสูงกว่าตลาดหุ้นทั่วไป
  • ค่า Spread ในการเทรด Bitcoin ลดลงอย่างมากจากการแข่งขันของโบรกเกอร์
  • การเทรด Bitcoin มีความเสี่ยงสูง ไม่ควรลงทุนเกินกว่าที่คุณพร้อมจะเสีย
  • การถือ Bitcoin ระยะยาวต้องคำนึงถึงความผันผวนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

Bitcoin คืออะไร และทำไมถึงน่าสนใจ

Bitcoin (BTC) คือสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2009 โดยบุคคลหรือกลุ่มคนที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อบันทึกธุรกรรมทั้งหมดแบบโปร่งใสและไม่สามารถแก้ไขได้

แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ
แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ

สิ่งที่ทำให้ Bitcoin แตกต่างจากสกุลเงินดั้งเดิม (Fiat Currency) คือไม่มีธนาคารกลางหรือรัฐบาลใดควบคุม ธุรกรรมทั้งหมดดำเนินการผ่านเครือข่ายแบบ Peer-to-Peer โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนอย่างสมบูรณ์

จำนวน Bitcoin ที่จำกัด

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bitcoin มีมูลค่าคือการจำกัดปริมาณที่ 21,000,000 BTC เท่านั้น ณ เดือนพฤษภาคม 2025 มี Bitcoin ที่ถูกขุดออกมาแล้วประมาณ 19.7 ล้านเหรียญ และคาดว่า Bitcoin เหรียญสุดท้ายจะถูกขุดในราว ปี 2140

การจำกัดปริมาณนี้ทำให้ Bitcoin มีคุณสมบัติคล้าย "ทองคำดิจิทัล" เพราะไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือนเงินสดทั่วไป จึงช่วยป้องกันปัญหาเงินเฟ้อในระยะยาว

INFO

Bitcoin ใช้กลไก "Halving" ที่ลดรางวัลการขุดลงครึ่งหนึ่งทุก 4 ปี ทำให้อัตราการเพิ่มของ Bitcoin ใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง การ Halving ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2024

ข้อดีของการเทรด Bitcoin

1. ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์

ตลาด Bitcoin เปิดซื้อขายตลอดเวลาไม่มีวันหยุด ซึ่งแตกต่างจากตลาดหุ้นที่เปิดเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ หรือตลาด Forex ที่ปิดในวันเสาร์-อาทิตย์ ความต่อเนื่องนี้ให้โอกาสเทรดเดอร์ในการเข้าถึงตลาดได้ทุกเวลาตามความสะดวก

สภาพคล่องของ Bitcoin อยู่ในระดับสูง โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สามารถเปิด-ปิดออเดอร์ได้รวดเร็วในทุกสภาวะตลาด

2. Spread และค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ค่า Spread (ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย) ของ Bitcoin ลดลงอย่างมากจากการแข่งขันของแพลตฟอร์มเทรดต่างๆ

แผนภาพสเปรด: ราคา Ask ที่เราซื้ออยู่เหนือราคา Bid ที่เราขาย ช่องว่างระหว่างสองราคาคือต้นทุนที่จ่ายทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ พร้อมเปรียบเทียบสเปรดแคบกับสเปรดกว้างช่วงข่าว
แผนภาพสเปรด: ราคา Ask ที่เราซื้ออยู่เหนือราคา Bid ที่เราขาย ช่องว่างระหว่างสองราคาคือต้นทุนที่จ่ายทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ พร้อมเปรียบเทียบสเปรดแคบกับสเปรดกว้างช่วงข่าว

โบรกเกอร์ชั้นนำหลายแห่งเสนอ Spread เริ่มต้นที่ 0.1-0.5% สำหรับคู่เทรด BTC/USD ซึ่งต่ำกว่าในอดีตที่อาจสูงถึง 2-3% นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกการเทรดผ่าน CFD (Contract for Difference) ที่ไม่ต้องถือครอง Bitcoin จริงแต่สามารถเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาได้

TIP

เปรียบเทียบค่า Spread และค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์อย่างน้อย 3-4 แห่งก่อนตัดสินใจ บางแพลตฟอร์มอาจมีค่า Spread ต่ำแต่มีค่า Overnight Fee (Swap) สูง

3. ความผันผวนสูงเปิดโอกาสกำไร

ราคา Bitcoin มีความผันผวนสูงกว่าสินทรัพย์ทั่วไปอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ราคาจะเคลื่อนไหว 3-5% ภายในวันเดียว หรือแม้แต่ 10-15% ในสัปดาห์เดียว

สำหรับเทรดเดอร์ที่มีทักษะและมีกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่ดี ความผันผวนนี้เปิดโอกาสในการทำกำไรได้มากกว่าตลาดทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูญเสียเงินทุนสูงเช่นกัน

NOTE

ความผันผวนสูง = โอกาสกำไรสูง แต่ความเสี่ยงขาดทุนก็สูงตาม ห้ามใช้ Leverage สูงเกิน 1:10 หากคุณเป็นมือใหม่ และอย่าลงทุนเกินกว่า 5-10% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด

กลยุทธ์การเทรดและการถือครอง Bitcoin

Day Trading vs Long-term Holding

เทรดเดอร์ Bitcoin แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:

Day Traders เปิด-ปิดออเดอร์ภายในวันเดียวหรือภายในไม่กี่ชั่วโมง พยายามเก็บกำไรจากความผันผวนระยะสั้น ต้องการทักษะการวิเคราะห์กราฟและการจัดการความเสี่ยงที่ดี

Long-term Holders (Hodlers) ซื้อและถือครอง Bitcoin เป็นเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี เชื่อในศักยภาพระยะยาวของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลและเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ

การวิเคราะห์ก่อนเทรด

การเทรด Bitcoin ควรอาศัยทั้ง Technical Analysis และ Fundamental Analysis:

  • Technical Analysis: ใช้กราฟราคา, Moving Averages, RSI, MACD, และ Support/Resistance เพื่อหาจังหวะเข้า-ออก
  • Fundamental Analysis: ติดตามข่าวสาร, การยอมรับของสถาบัน, กฎระเบียบจากรัฐบาล, และปัจจัยมหภาคที่อาจส่งผลต่อราคา

https://youtu.be/-k9VBcNKsyM

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

1. ความผันผวนที่รุนแรง

ราคา Bitcoin สามารถตกหรือขึ้น 20-30% ภายในไม่กี่วันได้ ในปี 2021 ราคา Bitcoin ขึ้นจาก $29,000 ถึง $69,000 ภายในปีเดียว แต่ก็ตกลงมาที่ $16,000 ในปี 2022

การใช้ Leverage (เลเวอเรจ) ในการเทรด Bitcoin จึงมีความเสี่ยงสูงมาก หากใช้เลเวอเรจ 1:50 และราคาเคลื่อนไหวผิดทาง 2% คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้

2. ความปลอดภัยและการเก็บรักษา

หากคุณถือครอง Bitcoin จริงไม่ใช่เทรดผ่าน CFD คุณต้องเก็บรักษาใน Digital Wallet ที่ปลอดภัย มีกรณีผู้ใช้งานสูญเสีย Bitcoin มูลค่าหลายล้านเหรียญจากการถูกแฮก, ลืมรหัสผ่าน, หรือสูญหาย Private Key

ตัวเลือกในการเก็บรักษา:

  • Hot Wallet: เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สะดวกในการใช้งานแต่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี
  • Cold Wallet: Hardware Wallet ที่เก็บออฟไลน์ ปลอดภัยกว่าแต่ไม่สะดวกในการเทรดบ่อย

3. กฎระเบียบและภาษี

กฎหมายเกี่ยวกับ Bitcoin ยังไม่เป็นมาตรฐานสากล บางประเทศอาจห้ามใช้หรือกำหนดข้อจำกัด ในประเทศไทย Bitcoin ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล กำไรจากการซื้อขายอาจถูกเก็บภาษีได้

NOTE

ตรวจสอบกฎหมายและภาษีในประเทศของคุณก่อนเทรด Bitcoin บางประเทศกำหนดให้ต้องรายงานกำไรจากการเทรดคริปโตทุกปี

https://youtu.be/bOa5Y6b5APQ

เทคนิคการบริหารความเสี่ยง

1. กำหนดเปอร์เซ็นต์การลงทุน

อย่าลงทุนใน Bitcoin เกินกว่า 5-10% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด หากคุณมีทุน 100,000 บาท อย่าเอาเงินมากกว่า 10,000 บาทมาเทรด Bitcoin

2. ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง

กำหนด Stop Loss ไว้ที่ระดับที่คุณพอใจจะขาดทุน เช่น 2-3% ของเงินทุนต่อออเดอร์ ไม่ควร "หวังว่าราคาจะกลับขึ้น" โดยไม่มี Stop Loss

3. เก็บกำไรเป็นระยะ

หากราคาขึ้นตามที่คาดหวังแล้ว พิจารณาเก็บกำไรบางส่วน (Take Profit) ไม่จำเป็นต้อง "โลภ" รอให้ราคาขึ้นสุดจุดก่อนปิด

4. ไม่ใช้เลเวอเรจสูงจนเกินไป

สำหรับมือใหม่ควรเริ่มด้วยเลเวอเรจ 1:5 ถึง 1:10 เท่านั้น แม้แพลตฟอร์มบางแห่งจะเสนอเลเวอเรจสูงถึง 1:100 แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

https://youtu.be/RJseiHuVzlY

แนวโน้มและอนาคตของ Bitcoin

Bitcoin ได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้นจากสถาบันการเงินและบริษัทขนาดใหญ่ ในปี 2024 มีการอนุมัติ Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐอเมริกา ทำให้นักลงทุนสถาบันสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้ง่ายขึ้น

บริษัทต่างๆ เช่น MicroStrategy, Tesla, และ Square ต่างถือครอง Bitcoin ในงบดุลของบริษัท และประเทศเอลซัลวาดอร์กลายเป็นประเทศแรกที่ยอมรับ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนหลายประการ เช่น:

  • การกำกับดูแลจากรัฐบาล
  • การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่อาจแข่งขันกับ Bitcoin
  • ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการขุด Bitcoin
INFO

ไม่มีใครรับประกันได้ว่าราคา Bitcoin จะขึ้นหรือลงอย่างไรในอนาคต การลงทุนควรอิงจากการวิเคราะห์และการบริหารความเสี่ยงที่ดี ไม่ใช่อิงจากการคาดเดาหรือ "ความหวัง"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Bitcoin คืออะไร และแตกต่างจากเงินสดอย่างไร?

Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ที่ไม่มีธนาคารกลางหรือรัฐบาลควบคุม ธุรกรรมทั้งหมดบันทึกบน Blockchain ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่โปร่งใสและไม่สามารถแก้ไขได้ ต่างจากเงินสดที่รัฐบาลสามารถพิมพ์เพิ่มได้ตามต้องการ Bitcoin มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น

ควรเทรด Bitcoin แบบ Day Trading หรือถือระยะยาวดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและทักษะของคุณ Day Trading ต้องการความรู้ทางเทคนิคสูง, เวลาในการติดตามตลาด, และการควบคุมอารมณ์ที่ดี แต่ให้โอกาสทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้น ส่วนการถือระยะยาวเหมาะกับคนที่เชื่อในศักยภาพของ Bitcoin ในระยะ 3-5 ปี แต่ต้องทนต่อความผันผวนที่รุนแรงได้

ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเริ่มเทรด Bitcoin?

หลายแพลตฟอร์มให้เริ่มเทรดได้ตั้งแต่ $10-50 เทียบเท่า 350-1,750 บาท แต่ในทางปฏิบัติคุณควรมีเงินทุนอย่างน้อย 10,000-20,000 บาท เพื่อให้มีพื้นที่ในการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม อย่าลงทุนเกินกว่าที่คุณพร้อมจะเสีย

การเทรด Bitcoin ผิดกฎหมายในไทยหรือไม่?

ไม่ผิดกฎหมาย สำนักงาน ก.ล.ต. ไทยอนุญาตให้มีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึง Bitcoin ได้ แต่ต้องทำผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น กำไรจากการซื้อขายอาจถูกเก็บภาษีเงินได้ตามกฎหมาย คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อความชัดเจน

Bitcoin ปลอดภัยแค่ไหน จะถูกแฮกหรือสูญหายได้ไหม?

เครือข่าย Bitcoin มีความปลอดภัยสูง ไม่เคยถูกแฮกมาก่อน แต่แพลตฟอร์มเทรดหรือ Wallet ของผู้ใช้อาจถูกโจมตีได้ หากคุณถือครอง Bitcoin จริง ควรเก็บใน Hardware Wallet (Cold Storage) และสำรองข้อมูล Private Key และ Recovery Phrase ไว้อย่างปลอดภัย ห้ามเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้กับใครภายใต้สถานการณ์ใดๆ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง