U
UHAS
XAU/USD—0.00%

รู้ก่อนเทรด 10 ข้อดี Forex ที่

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขายมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน—ใหญ่กว่าตลาดหุ้นโลกถึง 3 เท่า

P
Patiphan Uhas
22 ตุลาคม 2563·3 นาทีอ่าน
แชร์
รู้ก่อนเทรด 10 ข้อดี Forex ที่

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขายมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน—ใหญ่กว่าตลาดหุ้นโลกถึง 3 เท่า แต่หลายคนที่สนใจยังลังเลว่าควรเข้ามาเทรดหรือไม่ เพราะไม่แน่ใจในข้อได้เปรียบของตลาดนี้เมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น บทความนี้สรุป 10 ข้อดีหลักที่ทำให้ Forex โดดเด่นและเป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดทั่วโลก—ตั้งแต่สภาพคล่องสูง ไปจนถึงความยืดหยุ่นในการเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อย

สรุปสาระสำคัญ

  • Forex เปิดซื้อขาย 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก
  • สามารถเริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 300 บาท และเข้าถึงได้ง่ายผ่านมือถือ
  • มีโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง ผ่านการ Buy และ Sell
  • ตลาดมีความโปร่งใส ไม่มีองค์กรใดควบคุมราคาได้
  • มีเครื่องมือและเทคนิคหลากหลาย รวมถึง EA (Expert Advisor) สำหรับเทรดอัตโนมัติ

ทำไม Forex จึงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Forex (Foreign Exchange) หรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 6.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ข้อมูลจาก BIS Triennial Survey 2022) ตลาดนี้เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ โดยเริ่มจากเซสชันซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก ทำให้นักเทรดสามารถเข้าซื้อขายได้ทุกเวลาตามสะดวก

ความใหญ่โตนี้มาจากการที่ Forex เป็นตลาดที่จำเป็นต่อการค้าระหว่างประเทศ ธุรกรรมธนาคารกลาง การลงทุนข้ามชาติ และการเก็งกำไรจากนักเทรดทั่วโลก ตลาดนี้ไม่มีศูนย์กลางเดียว (decentralized market) แต่ดำเนินการผ่านเครือข่ายธนาคาร โบรกเกอร์ และแพลตฟอร์มซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์

INFO

ตลาด Forex เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ 04:00 น. ถึงเช้าวันเสาร์ 03:58 น. เวลาไทย (หน้าหนาวของฝั่งตะวันตกเลื่อนเป็น 05:00 น. และ 04:58 น.) โดยจะปิดในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์สำคัญระหว่างประเทศ

10 ข้อดีของ Forex ที่นักเทรดควรรู้

1. สภาพคล่องสูงที่สุดในโลก

ด้วยปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าตลาดการเงินอื่นๆ Forex มีสภาพคล่อง (liquidity) ที่ยอดเยี่ยม หมายความว่าคุณสามารถเข้าและออกจากตำแหน่งได้เกือบทุกเวลาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณการซื้อขายไม่เพียงพอ Spread (ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask) จึงแคบกว่าตลาดอื่น โดยเฉพาะคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD ที่มี spread เพียง 0.1-0.3 pips ในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง

สภาพคล่องสูงยังหมายถึงความยากในการปั่นราคา (manipulation) เพราะต้องใช้เงินทุนมหาศาลจึงจะมีผลกระทบต่อราคาได้ ทำให้ราคาสะท้อนอุปสงค์และอุปทานที่แท้จริงมากกว่าตลาดขนาดเล็ก

2. เริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อยได้

หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญของ Forex คือความยืดหยุ่นในเรื่องเงินทุนเริ่มต้น ขณะที่ตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นอาจต้องการเงินทุนหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท โบรกเกอร์ Forex หลายแห่งให้เปิดบัญชีได้ตั้งแต่ 100-500 บาท บางแห่งอนุญาตให้เทรดด้วย lot ขนาด 0.01 (micro lot) ซึ่งใช้เงินเพียงไม่กี่ดอลลาร์ต่อออร์เดอร์

อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อยหมายความว่าคุณต้องจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพราะ leverage ที่สูง (อาจถึง 1:1000) สามารถทำให้บัญชีเสียหายได้อย่างรวดเร็วหากไม่ระมัดระวัง

NOTE

แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยเงินน้อยได้ แต่เราแนะนำให้มีเงินทุนอย่างน้อย 3,000-5,000 บาท เพื่อให้มี margin เพียงพอต่อการรับมือความผันผวน และเรียนรู้การบริหารความเสี่ยงอย่างถูกต้อง

3. ความโปร่งใสและเป็นอิสระ

ตลาด Forex เป็น decentralized market ไม่มีหน่วยงานใดควบคุมราคาได้โดยตรง แตกต่างจากตลาดหุ้นที่อาจมีการปั่นราคาโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แม้แต่ธนาคารกลางหรือองค์กรการเงินระดับโลกก็ไม่สามารถครอบงำตลาดได้อย่างสมบูรณ์ เพราะขนาดตลาดใหญ่เกินไป

ราคาใน Forex เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และอุปสงค์-อุปทานที่แท้จริง ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอย่าง GDP, อัตราดอกเบี้ย, ดัชนีเงินเฟ้อ ล้วนเปิดเผยต่อสาธารณะพร้อมกัน ทำให้ผู้เทรดทุกคนเข้าถึงข้อมูลเดียวกัน

4. เข้าถึงง่ายผ่านเทคโนโลยี

Forex สามารถเทรดได้ผ่านอุปกรณ์หลากหลาย—คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MetaTrader 4/5, cTrader และ TradingView มีทั้งเวอร์ชันเดสก์ท็อป เว็บ และมือถือ ทำให้คุณติดตามตลาดและเปิดออร์เดอร์ได้ทุกที่ทุกเวลา

การแจ้งเตือน (notification) ทาง push notification หรืออีเมลช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสสำคัญ แม้จะไม่ได้จ้องหน้าจอตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมี social trading platform อย่าง eToro หรือ ZuluTrade ที่ให้คัดลอกการเทรดจากผู้เชี่ยวชาญได้

5. ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง

ใน Forex คุณสามารถทำกำไรได้ทั้งเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น (Buy/Long) และเมื่อคาดว่าราคาจะลง (Sell/Short) โดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งแตกต่างจากตลาดหุ้นบางตลาดที่มีกฎระเบียบเรื่อง short selling

แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน

ตัวอย่าง:

  • หากคาดว่า EUR จะแข็งค่าเมื่อเทียบกับ USD → เปิด Buy EUR/USD
  • หากคาดว่า USD จะแข็งค่าเมื่อเทียบกับ JPY → เปิด Buy USD/JPY
  • หากคาดว่า GBP จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ USD → เปิด Sell GBP/USD

ความยืดหยุ่นนี้ทำให้มีโอกาสในการทำกำไรไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องรอเฉพาะช่วงตลาดขาขึ้นเท่านั้น

6. มีเครื่องมือและเทคนิคหลากหลาย

ผู้เทรด Forex มีเครื่องมือและเทคนิคให้เลือกใช้มากมาย ตั้งแต่การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) โดยใช้อินดิเคเตอร์อย่าง Moving Average, RSI, MACD, Bollinger Bands ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ที่พิจารณาข่าวเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

สไตล์การเทรดก็มีหลากหลาย:

  • Scalping: เปิด-ปิดออร์เดอร์ภายในไม่กี่นาที เน้นกำไรเล็กๆ หลายครั้ง
  • Day Trading: เปิด-ปิดออร์เดอร์ภายในวันเดียว ไม่ค้างออร์เดอร์ข้ามคืน
  • Swing Trading: ถือออร์เดอร์ 1-7 วัน เน้นจับ swing หรือคลื่นราคา
  • Position Trading: ถือออร์เดอร์หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ตาม trend ระยะยาว

คุณสามารถเลือกสไตล์ที่เหมาะกับเวลาและบุคลิกของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องนั่งจ้องหน้าจอตลอดวัน

7. Expert Advisor (EA) สำหรับการเทรดอัตโนมัติ

Forex รองรับการเทรดด้วย Expert Advisor (EA) หรือ Trading Bot ที่ทำงานอัตโนมัติตามกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ EA สามารถวิเคราะห์กราฟ เปิด-ปิดออร์เดอร์ ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ได้โดยไม่ต้องคอยติดตาม

แผนภาพการทำงานของ EA: วนลูปรับราคา เช็คเงื่อนไขตามกฎ ส่งคำสั่ง และคุมความเสี่ยง พร้อมกราฟเปรียบเทียบผลทดสอบย้อนหลังที่สวยกว่าผลรันจริงเสมอ
แผนภาพการทำงานของ EA: วนลูปรับราคา เช็คเงื่อนไขตามกฎ ส่งคำสั่ง และคุมความเสี่ยง พร้อมกราฟเปรียบเทียบผลทดสอบย้อนหลังที่สวยกว่าผลรันจริงเสมอ

ข้อดีของ EA:

  • ทำงาน 24/7 ไม่มีอารมณ์หรือความเหนื่อยล้า
  • ดำเนินการตามกฎที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด ไม่มีอคติ
  • ทดสอบย้อนหลัง (backtest) ได้เพื่อประเมินประสิทธิภาพ
NOTE

EA ไม่ใช่หนทางรับประกันกำไร หลาย EA ในตลาดมีผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับการโฆษณา คุณควรทดสอบ EA บนบัญชี demo อย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนใช้เงินจริง และเข้าใจตรรกะการทำงานของมันอย่างละเอียด

8. ความหลากหลายของคู่เงิน

Forex มีคู่เงินให้เลือกเทรดหลายร้อยคู่ แบ่งเป็น:

  • Major Pairs: EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, USD/CHF—มีสภาพคล่องสูง spread แคบ
  • Minor Pairs: EUR/GBP, EUR/AUD, GBP/JPY—สภาพคล่องปานกลาง
  • Exotic Pairs: USD/THB, USD/ZAR, EUR/TRY—ผันผวนสูง spread กว้าง

คุณสามารถเลือกเทรดคู่เงินที่คุ้นเคยหรือมีข้อมูลดี เช่น คนไทยอาจเริ่มต้นด้วย USD/THB เพราะติดตามข่าวเศรษฐกิจไทยได้ง่าย หรือเลือก EUR/USD เพราะเป็นคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดและมีข้อมูลมากมาย

9. ค่าใช้จ่ายในการเทรดต่ำ

เมื่อเทียบกับตลาดอื่น Forex มีค่าใช้จ่ายในการเทรดที่ค่อนข้างต่ำ ค่าใช้จ่ายหลักคือ spread (ส่วนต่างระหว่างราคา Buy และ Sell) และบางโบรกเกอร์เก็บ commission เล็กน้อยต่อ lot

ตัวอย่างค่าใช้จ่าย:

  • Spread: EUR/USD ประมาณ 0.1-1.0 pips (ขึ้นกับโบรกเกอร์และเวลา)
  • Commission: 0-7 USD ต่อ lot (สำหรับบัญชีแบบ ECN/Raw Spread)
  • Swap: ดอกเบี้ยค้างคืนถ้าถือออร์เดอร์ข้าม 00:00 น. (เวลาเซิร์ฟเวอร์)

ไม่มีค่าธรรมเนียมการฝาก-ถอนจากโบรกเกอร์ที่ดี (แต่อาจมีค่าธรรมเนียมจากธนาคารหรือช่องทางชำระเงิน) และไม่มีค่า stamp duty หรือภาษีเหมือนตลาดหุ้น

10. ชุมชนและแหล่งเรียนรู้มากมาย

เนื่องจาก Forex เป็นที่นิยมทั่วโลก จึงมีชุมชน กลุ่มเรียนรู้ คอร์สออนไลน์ และเว็บไซต์ให้ความรู้มากมาย คุณสามารถเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูงได้ฟรีหรือในราคาที่ไม่แพง

แหล่งเรียนรู้ที่แนะนำ:

  • เว็บไซต์การศึกษา: BabyPips, Investopedia, DailyFX
  • ชุมชนไทย: กลุ่ม Facebook, Pantip ห้อง Forex
  • YouTube: มีเทรดเดอร์หลายคนแชร์กลยุทธ์และวิธีวิเคราะห์
  • บัญชี Demo: เกือบทุกโบรกเกอร์ให้ทดลองเทรดด้วยเงินเสมือนฟรี

การมีชุมชนที่กว้างขวางทำให้คุณสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถามปัญหา และเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่นได้

ข้อควรระวังก่อนเริ่มเทรด Forex

แม้ Forex จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน สถิติแสดงให้เห็นว่าผู้เทรดส่วนใหญ่ (ประมาณ 70-80%) ขาดทุนในระยะยาว สาเหตุหลักมาจาก:

การใช้ leverage สูงเกินไป: leverage 1:100 หมายความว่าคุณควบคุมเงิน 100,000 USD ด้วยเงินเพียง 1,000 USD แต่ถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทาง 1% คุณจะขาดทุน 100% ของเงินต้น

ขาดการบริหารความเสี่ยง: ไม่ตั้ง Stop Loss, เสี่ยงมากกว่า 2-3% ต่อออร์เดอร์, หรือเปิดออร์เดอร์มากเกินไป

เทรดตามอารมณ์: ลุ้นกลับทุน (revenge trading), กลัวพลาด (FOMO), หรือโลภเกินไป

ไม่มีแผนการเทรด: เข้าออร์เดอร์โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน หรือเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป

NOTE

เราแนะนำให้เทรดเดอร์มือใหม่:

  • เริ่มต้นด้วยบัญชี demo อย่างน้อย 1-2 เดือน
  • ใช้ leverage ไม่เกิน 1:10 หรือ 1:20 ในช่วงแรก
  • เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนต่อหนึ่งออร์เดอร์
  • จดบันทึกการเทรดทุกครั้งเพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์
  • ลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมเสีย ไม่ใช้เงินค่าครองชีพหรือเงินกู้

สรุป: Forex เหมาะกับใคร

Forex เหมาะกับผู้ที่:

  • ต้องการตลาดที่มีสภาพคล่องสูงและเข้าถึงได้ตลอดเวลา
  • มีเวลาเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างจริงจัง
  • พร้อมรับความเสี่ยงและจัดการมันอย่างมีระเบียบ
  • สนใจเศรษฐกิจโลกและการเมืองระหว่างประเทศ
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการลงทุน ทั้งเงินทุนและเวลา

การเทรด Forex ไม่ใช่ทางลัดสู่ความรวย แต่เป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ หากคุณเข้าใจความเสี่ยง มีแผนที่ชัดเจน และพร้อมเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด Forex สามารถเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพได้

https://youtu.be/t_ZQCYY3QKM

https://www.youtube.com/watch?v=FPHY9PCM-Dw&t=16s

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Forex ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเริ่มต้น?

โบรกเกอร์หลายแห่งอนุญาตให้เปิดบัญชีได้ตั้งแต่ 100-500 บาท อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้มีเงินทุนอย่างน้อย 3,000-5,000 บาท เพื่อให้มี margin เพียงพอในการบริหารความเสี่ยงและเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ การเริ่มต้นด้วยเงินน้อยเกินไปอาจทำให้คุณไม่สามารถทนความผันผวนได้

Forex เทรดได้กี่ชั่วโมงต่อวัน?

ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ 04:00 น. ถึงเช้าวันเสาร์ 03:58 น. เวลาไทย (หน้าหนาวของฝั่งตะวันตกเลื่อนเป็น 05:00 น. และ 04:58 น.) โดยแบ่งเป็นเซสชันหลัก 4 เซสชัน—ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก ตลาดจะปิดในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์สำคัญ

ทำไม Forex ถึงเสี่ยงสูง?

ความเสี่ยงหลักมาจากการใช้ leverage ที่สูง ซึ่งขยายทั้งกำไรและขาดทุน ตัวอย่าง leverage 1:100 หมายความว่าเงิน 1,000 บาทสามารถควบคุมสินทรัพย์มูลค่า 100,000 บาท หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางเพียง 1% คุณอาจขาดทุนเต็มจำนวนเงินต้น นอกจากนี้ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการขาดความรู้ก็เป็นปัจจัยเสี่ยง

Expert Advisor (EA) ทำกำไรได้จริงหรือไม่?

EA บางตัวสามารถทำกำไรได้ในสภาวะตลาดบางช่วง แต่ไม่มี EA ใดที่รับประกันกำไรได้ตลอดเวลา EA ส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดมีผลลัพธ์จริงไม่ตรงกับการโฆษณา ก่อนใช้ EA คุณควรทดสอบบนบัญชี demo อย่างน้อย 1-3 เดือน เข้าใจตรรกะการทำงาน และใช้ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

**ควรเลือกโบรกเกอร์ Forex อย

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง