เทรดเดอร์ Forex ชาวญี่ปุ่นลึกลับ ทุน 1 ล้าน สู่ 7,500 ล้าน
เทรดเดอร์ Forex ชาวญี่ปุ่น ลึกลับมีนามว่า CIS และเขาเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง เริ่มต้นลงทุนจากเงิน 1 ล้านบาท สู่กำไร 7,500 ล้านบาท

นักเทรดชาวญี่ปุ่นผู้ลึกลับที่รู้จักกันในนามแฝง "CIS" คือตำนานเป็นรูปเป็นร่างของการเทรดระยะสั้นที่ประสบความสำเร็จระดับโลก เขาเริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 3 ล้านเยน (ประมาณ 1 ล้านบาท) ในปี 2000 และเติบโตเป็นทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23,000 ล้านเยน (ประมาณ 7,500 ล้านบาท) ภายในเวลา 18 ปี แม้จะไม่ยอมเปิดเผยตัวตน แต่ทวีตเดียวของเขาสามารถขับเคลื่อนดัชนี Nikkei 225 ได้จริง บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับ "ชายลึกลับผู้เปลี่ยนเงิน 30,000 ดอลลาร์เป็น 230 ล้านดอลลาร์" และกลยุทธ์การเทรดที่เขาใช้
สรุปสาระสำคัญ
- CIS เปลี่ยนเงิน 3 ล้านเยน ($30,000) เป็น 23,000 ล้านเยน ($230 million) ใน 18 ปี ผ่านการเทรดหุ้น futures และสินทรัพย์อื่นๆ
- เขาสร้างพื้นฐานทักษะจากการเล่นเกมส์ปาจิงโกะและโป๊กเกอร์ ก่อนจะมาเป็นเทรดเดอร์เต็มตัวตั้งแต่อายุ 24 ปี
- กลยุทธ์หลักคือ 'Cut Loss ทันที' และ 'เทรดตามโมเมนตัม' โดยเปอร์เซ็นต์ชนะอยู่ที่ 30-50% แต่ได้กำไรเฉลี่ยสูงกว่าขาดทุนมาก
- ทวีตของเขามีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นมากจนได้ชื่อว่า 'เจ้าตั๊กแตน' ที่สามารถระดมเทรดเดอร์รายวันได้ด้วยข้อความเดียว
- เขาทำกำไร 600 ล้านเยนภายใน 10 นาทีจาก J-COM scandal ในปี 2005 และรอดพ้นวิกฤต Lehman Shock ด้วยการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด
ใครคือ CIS — ชายลึกลับผู้ขับเคลื่อนตลาด Nikkei 225
CIS เป็นนักเทรดชาวญี่ปุ่นที่เลือกไม่เปิดเผยตัวตนจริง แต่มีชื่อเสียงเทียบเท่า BNF (นักเทรดญี่ปุ่นตำนานอีกคนหนึ่ง) เขาเกิดในปี 1978-1979 จากครอบครัวยากจน จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Hosei
ข้อมูลพื้นฐานของ CIS:
- Twitter: @cissan_9984 มีผู้ติดตาม 600,000+ คน (ข้อมูลปัจจุบัน)
- รูปแบบการเทรด: หุ้น, Forex, Futures, Range-Bound Trading, และอสังหาริมทรัพย์
- ทรัพย์สินล่าสุด: 23,000 ล้านเยน ($230 million) ในปี 2018 เมื่ออายุ 39 ปี
- ปริมาณการซื้อขาย: ในปี 2013 เขาซื้อขายหุ้นญี่ปุ่นมูลค่า 1.7 ล้านล้านเยน คิดเป็น 5% ของมูลค่าซื้อขายรวมของผู้ลงทุนรายย่อยทั้งหมดใน TSE
Nikkei 225 คืออะไร?
Nikkei 225 คือดัชนีหุ้นที่คำนวณรายวัน วัดผลการดำเนินงานของ 225 บริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) นับตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 1950 โดยหนังสือพิมพ์นิเคอิ ถือเป็นตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน
จากเด็กเล่นเกมส์สู่เทรดเดอร์ระดับโลก
ช่วงวัยเด็ก — พัฒนาทักษะจากปาจิงโกะและโป๊กเกอร์
CIS มีพรสวรรค์ด้านการเล่นเกมส์และการคำนวณความน่าจะเป็นมาตั้งแต่เยาว์วัย:
อายุ 15 ปี (มัธยมต้น)
สร้างรายได้ 400,000 เยนต่อเดือนจากการเล่นปาจิงโกะ (Pachinko) — เกมส์ดีดลูกบอลเข้าหลุมที่ต้องใช้ทักษะและจังหวะ
อายุ 20 ปี (มหาวิทยาลัย)
มีเงินสะสม 20 ล้านเยนจากการเล่นไพ่แบล็กแจ็ก โป๊กเกอร์ และไพ่นกกระจอก (Mahjong) — เกมส์ที่ต้องใช้ทักษะความน่าจะเป็นระดับสูง
นอกจากนี้ เขายังเป็นแชมป์เกมส์ต่อสู้ออนไลน์ ใช้เวลาหลายวันในการสะสมอาวุธและสมบัติในเกมส์ เขาเรียกสิ่งนี้ว่า "การฝึกขั้นพื้นฐานในการสร้างและปกป้องทรัพย์สิน"
ชื่อ "CIS" มาจากคำว่า "Shisu" (死す) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "ตาย" — คำคมที่เขาพูดเวลาชนะเกมส์ว่า "ผู้ที่ต่อสู้กับข้า จะต้องตายอย่างแน่นอน"
เส้นทางการเทรด 18 ปี — จากทุน 3 ล้านเยนสู่ 23,000 ล้านเยน
ปี 2000 (อายุ 21 ปี) — จุดเริ่มต้น
ทุน: 3 ล้านเยน ($30,000)
เปิดบัญชีเทรดหุ้นขณะเรียนชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัย เทรดระยะสั้น (Day Trading) และ Swing Trading บนตลาดหลักทรัพย์โตเกียว
ปี 2001 (อายุ 22 ปี) — จบการศึกษาและเริ่มทำงาน
หลังจบการศึกษา เขาทำงานที่โรงงานผลิตส่วนประกอบฝาครอบ PlayStation แต่ยังแบ่งเวลามาเทรดหุ้นหลังเลิกงาน
ปี 2003 (อายุ 24 ปี) — เป็นเทรดเดอร์เต็มตัว
ทรัพย์สิน: 60 ล้านเยน ($600,000)
หลังจากเทรดได้ 3 ปี เงินทุนเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านเยน เขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นเทรดเดอร์เต็มตัว ในปีนี้เขายังได้พบกับ BNF ในงาน offline ของกระดาน 2channel
ปี 2004-2005 — ก้าวกระโดดจาก J-COM Scandal
ปี 2004: ทรัพย์สิน 3 ล้านดอลลาร์ ($3,000,000)
ปี 2005: ทรัพย์สิน 30 ล้านดอลลาร์ ($30,000,000)
เหตุการณ์สำคัญในปี 2005 คือ J-COM Error Scandal — พนักงานของ Mizuho Securities พิมพ์คำสั่งผิด "ขาย 610,000 หุ้นราคา 1 เยน" แทนที่จะเป็น "ขาย 1 หุ้นราคา 610,000 เยน"
CIS จับโอกาสนี้ ซื้อหุ้น J-COM จำนวน 3,300 หุ้นและขายภายใน 10 นาที ทำกำไร 600 ล้านเยน (ประมาณ 6 ล้านดอลลาร์)
ปี 2006-2007 — รับมือกับวิกฤต Livedoor และ Lehman Shock
ปี 2006: ทรัพย์สิน $42 ล้าน (ขาดทุน $5 ล้านจาก Livedoor Shock)
ปี 2007: ทรัพย์สิน $6 ล้าน (ขาดทุนหนักจาก Lehman Shock)
Livedoor Shock คือเหตุการณ์ที่ตำรวจจับกุม CEO ของ Livedoor ในข้อหาทุจริตบัญชี ทำให้หุ้นพุ่งลงมาก CIS ถือหุ้น Livedoor อยู่และขาดทุนหนัก
เหตุการณ์ Lehman Shock ในปี 2007-2008 ทำให้เขาขาดทุนเกือบ 80% ของทรัพย์สิน แต่เขารอดพ้นมาได้เพราะ ไม่ใช้ leverage สูงและตัด Loss ทันที
บทเรียนสำคัญ: CIS พูดว่า "ฉันรอดมาได้เพราะไม่เคยซื้อเพิ่มเวลาขาดทุน และไม่ยึดติดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง" — หลักการ Cut Loss คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาไม่ล้มละลาย
ปี 2010 (อายุ 31 ปี) — ฟื้นตัวกลับมา
ทรัพย์สิน: $100 ล้าน
หลังจากวิกฤต Lehman Shock เขาใช้เวลา 3 ปีในการฟื้นฟูพอร์ตและทำกำไรกลับมาสูงกว่าเดิม
ปี 2013 (อายุ 34 ปี) — ครองส่วนแบ่งตลาด 5%
ปีนี้ CIS ทำปริมาณการซื้อขายหุ้นญี่ปุ่น 1.7 ล้านล้านเยน ($17 billion) คิดเป็น 5% ของมูลค่าซื้อขายรวมของผู้ลงทุนรายย่อยทั้งหมด ใน Tokyo Stock Exchange
ปี 2015 (อายุ 36 ปี) — China Shock Profit
ทรัพย์สิน: $200 ล้าน (กำไร $23 ล้านจาก China Shock)
เมื่อตลาดหุ้นจีนพังในเดือนสิงหาคม 2015 (China Shock) ส่งผลกระทบไปยัง Nikkei 225 CIS ทำกำไรจากการ Short หุ้นญี่ปุ่นและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับจีน
ในเดือนพฤศจิกายน 2015 เขาทวีตว่าขายหุ้น Takata Corp. (ผู้ผลิตถุงลมนิรภัยที่มีปัญหา) ทำให้หุ้นตัวนี้ลงมา 8.8% ในวันเดียว
ในเดือนธันวาคม 2016 เขาทวีตว่าซื้อหุ้น Toshiba Corp. 2 ล้านหุ้น ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นทันที
ปี 2018 (อายุ 39 ปี) — ข้อมูลล่าสุด
ทรัพย์สิน: $230 ล้าน (23,000 ล้านเยน)
นี่คือข้อมูลทรัพย์สินล่าสุดที่ตรวจสอบได้จากแหล่งข่าวต่างประเทศและ Twitter ของเขาเอง
กฎการเทรดของ CIS — 5 หลักการสำคัญ
CIS เขียนหนังสือเผยแพร่กลยุทธ์การเทรดของเขาในปี 2018 ชื่อว่า "The Investment Philosophy of Man Who Can Single-Handedly Move the Nikkei" (ปรัชญาการลงทุนของชายผู้ขับเคลื่อน Nikkei ได้คนเดียว) ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น
ต่อไปนี้คือกฎการเทรด 5 ข้อของเขา:
1. Cut Loss ทันทีเมื่อผิด — ห้ามซื้อเพิ่มเวลาขาดทุน
เมื่อเข้าเทรดแล้วขาดทุน ตัด Loss ทันทีโดยไม่ลังเล และห้ามซื้อเพิ่มเพื่อเฉลี่ยราคา (Averaging Down) เด็ดขาด

CIS พูดว่า: "คนส่วนใหญ่ขาดทุนเพราะไม่ยอมยอมรับว่าตัวเองผิด พวกเขาซื้อเพิ่มเรื่อยๆ จนกระทั่งบัญชีระเบิด"
2. เทรดตามโมเมนตัม — ซื้อหุ้นขึ้น ขายหุ้นลง
กลยุทธ์หลักของ CIS คือ Momentum Trading — ซื้อหุ้นที่กำลังขึ้นแรง และขายหุ้นที่กำลังลงแรง
เขาไม่เชื่อในการ "หาจุดต่ำสุด" หรือ "หาจุดสูงสุด" แต่เชื่อในการ "ขี่กระแส" ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
Momentum Trading คืออะไร?
คือการเทรดตามทิศทางของราคาที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น ถ้าหุ้นพุ่งขึ้น 5% ในวันนี้ CIS จะซื้อทันทีและถือไว้จนกว่าจะเห็นสัญญาณว่าโมเมนตัมจะอ่อนตัว
3. บริหารความเสี่ยงก่อนเข้าเทรด — อย่าพึ่ง Hedging
CIS ไม่เชื่อในการใช้ Hedging (การป้องกันความเสี่ยงด้วยการเปิดออเดอร์ตรงข้าม) เขาเชื่อว่า ความเสี่ยงควรถูกควบคุมก่อนเข้าเทรด ด้วยการกำหนดขนาด Position และจุด Stop Loss ที่เหมาะสม

"ถ้าคุณกลัวความเสี่ยง ก็อย่าเข้าเทรด หรือเข้าด้วยเงินน้อยลง อย่าเข้าเต็มที่แล้วมา Hedge ทีหลัง"
4. ควบคุมอารมณ์ — รับมือกับความกลัวและความตื่นตระหนก
เขาบอกว่า อารมณ์คือศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของเทรดเดอร์ คุณต้องฝึกให้ตัดสินใจด้วยข้อมูลและหลักการ ไม่ใช่ด้วยความกลัวหรือความโลภ
ในช่วงวิกฤต Lehman Shock เขารอดมาได้เพราะ "ไม่ตื่นตระหนกขายทุกอย่าง" แต่ยังคงเทรดตามกฎของตัวเองอย่างเคร่งครัด
5. อย่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไป — มองตลาดให้เป็นกลาง
CIS เตือนว่า "ตลาดไม่สนใจว่าคุณคิดอย่างไร" อย่าหลงรักหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง และอย่าคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าตลาด
"ฉันผิดพลาดมาแล้วหลายพันครั้ง ทุกวันนี้ฉันยังผิดบ่อยมาก แต่ฉันรอดมาได้เพราะตัด Loss เร็ว และปล่อยกำไรวิ่ง"
Win Rate เพียง 30-50% แต่ทำไมถึงรวยได้?
CIS เปิดเผยว่า เปอร์เซ็นต์การชนะของเขาอยู่ที่ 30-50% เท่านั้น — นั่นคือ เขาเทรดผิดมากกว่าถูก!
แล้วทำไมเขาถึงทำกำไรได้?
คำตอบคือ: Risk-Reward Ratio
- เมื่อเขาขาดทุน เขาจะตัด Loss เล็กๆ (เช่น -1% ถึง -2%)
- เมื่อเขากำไร เขาจะปล่อยให้กำไรวิ่ง (เช่น +10% ถึง +50%)
ตัวอย่าง:
- เทรด 10 ครั้ง ผิด 6 ครั้ง ถูก 4 ครั้ง
- ขาดทุนครั้งละ 100,000 เยน x 6 = -600,000 เยน
- กำไรครั้งละ 500,000 เยน x 4 = +2,000,000 เยน
- กำไรสุทธิ = +1,400,000 เยน
หลักการนี้เหมือนกับที่ Mark Douglas เขียนไว้ใน "Trading in the Zone" — สิ่งสำคัญไม่ใช่ Win Rate แต่คือ "เฉลี่ยกำไรต่อเทรด" และ "เฉลี่ยขาดทุนต่อเทรด"
อิทธิพลของ CIS ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น
CIS ถูกเรียกว่า "เจ้าตั๊กแตน" (Grasshopper) ในแวดวงเทรดเดอร์ญี่ปุ่น เพราะทวีตของเขาสามารถ ระดมผู้ค้ารายวันให้เข้าตลาดพร้อมกันได้ในเวลาไม่กี่นาที
เหตุการณ์ที่พิสูจน์อิทธิพล:
- พฤศจิกายน 2015: CIS ทวีตว่าขายหุ้น Takata Corp. → หุ้นลง 8.8% ในวันเดียว
- ธันวาคม 2016: CIS ทวีตว่าซื้อหุ้น Toshiba 2 ล้านหุ้น → ปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นทันที
นักข่าวของ Bloomberg และ Washington Post เปรียบเทียบเขากับ Elon Musk ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น — คนเดียวที่ทวีตแล้วตลาดเคลื่อนไหว
ชีวิตส่วนตัวของ CIS — ไวน์และเกมส์
จากโปรไฟล์ Twitter @cissan_9984 เขาแนะนำตัวเองว่า:
- ทรัพย์สิน: 23,000 ล้านเยน (ข้อมูลปี 2018)
- งานอดิเรก 1: เล่นเกมส์ Lineage 2 Revolution (リネレボ) — เกมส์ออนไลน์ที่เขาติดอันดับต้นๆ ของเซิร์ฟเวอร์
- งานอดิเรก 2: ดื่มไวน์จากแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy Wine) โดยเฉพาะ Beaujolais Nouveau
- งานอดิเรก 3: เล่นโป๊กเกอร์และไพ่นกกระจอก Tenhou (天鳳) ออนไลน์
CIS พูดว่า "ความสามารถในการลงทุนของฉัน ได้รับการปลูกฝังจากการเล่นเกมส์และการพนัน" — การคำนวณความน่าจะเป็น การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมอารมณ์ที่เขาฝึกมาตั้งแต่วัยรุ่นกลายเป็นฐานรากของการเทรด
ความสัมพันธ์กับ BNF — สองตำนานของญี่ปุ่น
CIS และ BNF (นักเทรดชาวญี่ปุ่นอีกตำนานหนึ่ง) พบกันครั้งแรกในงาน offline ของกระดาน 2channel ในปี 2003 ทั้งสองคนติดตามกันบน Twitter และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับตลาดบ่อยๆ
BNF มีสไตล์การเทรดแบบ Value Investing ผสม Day Trading ส่วน CIS เน้น Momentum Trading แบบบริสุทธิ์ แต่ทั้งสองคนมีหลักการร่วมกันคือ "ตัด Loss เร็ว ปล่อยกำไรวิ่ง"
บทเรียนสำหรับเทรดเดอร์ไทยจากเรื่องราวของ CIS
- **
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


